- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 39: รายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่'
บทที่ 39: รายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่'
บทที่ 39: รายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่'
ประโยคนี้ของอู๋อวี๋ ทำให้เฉินผิงรู้สึกสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง
ในวงการบันเทิงแทบจะทุกปี มักจะมีดาราหน้าใหม่แจ้งเกิดอย่างต่อเนื่อง
ทว่าผู้ที่สามารถยืนหยัดอยู่ในวงการนี้ได้อย่างยาวนานจริงๆ กลับมีน้อยเสียเหลือเกิน
และผู้ที่โด่งดังอยู่ในวงการบันเทิงมาโดยตลอดนั้น ยิ่งมีน้อยลงไปอีก
ต่อให้เคยคว้ารางวัลราชินีจอแก้วหรือราชาจอแก้วมาได้ สถานการณ์ก็อาจจะไม่ได้ดีเลิศไปเสียหมด
หนำซ้ำ ราชาจอเงินและราชินีจอเงินบางคน แม้จะมีแฟนคลับมากมาย แต่ผู้ชมจำนวนไม่น้อยกลับไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ
นี่แหละคือวงการบันเทิง!!!
……
...
วันรุ่งขึ้น เฉินผิงรีบเดินทางไปยังเซินเจิ้น
สำนักงานใหญ่ของชี่เอ๋อตั้งอยู่ที่เซินเจิ้น การถ่ายทำรายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่' ครั้งนี้ ก็จัดขึ้นที่อาคารชี่เอ๋อในเซินเจิ้น
แม้ชี่เอ๋อจะไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับความบันเทิงมาตั้งแต่ต้น ทว่าด้วยอิทธิพลของแพลตฟอร์มนี้ มันได้แทรกซึมเข้าสู่ทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตจริงไปแล้ว
ต่อให้รายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่' จะเป็นรายการวาไรตี้ที่ผลิตขึ้นเอง ทว่าก็ยังคงดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากได้อยู่ดี
พิจารณาจากผู้กำกับทั้งสี่ท่านที่ได้รับเชิญมา ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว
เฉินข่ายเกอ เอ๋อร์ตงเซิง จ้าวเวย หลิวหมิง
เฉินข่ายเกอและเอ๋อร์ตงเซิง สองคนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย ความสามารถเป็นที่ประจักษ์อย่างไร้ข้อกังขา
จ้าวเวยดูผิวเผินอาจจะเป็นนักแสดง ทว่าความจริงแล้วเธอได้ผันตัวมาเป็นผู้กำกับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานชิ้นแรกของเธออย่างเรื่อง 'แด่ความเยาว์วัย' ยังสามารถกวาดรายได้ทะลุ 700 กว่าล้านหยวนไปได้ ความสามารถจึงไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว
ส่วนคนที่ชื่อหลิวหมิงนี้ เฉินผิงไม่ค่อยจะคุ้นเคยเท่าไหร่นัก
ในชาติก่อนไม่มีผู้กำกับใหญ่คนนี้
ทว่าเมื่อลองค้นหาข้อมูลของคนที่ชื่อหลิวหมิงดู แม้เขาจะมีอายุเพียงแค่ 30 กว่าปี ทว่ากลับมีกระแสพูดถึงอย่างล้นหลามมาโดยตลอด
อีกทั้งหมอนี่ก็มีความสามารถไม่เบา ชื่นชอบการกำกับซีรีส์วัยรุ่น
คุณอาจจะคิดว่าซีรีส์วัยรุ่นที่เขากำกับนั้นมันน้ำเน่าสิ้นดี แม้ว่ามันจะน้ำเน่าจริงๆ ทว่ารายได้จากซีรีส์วัยรุ่นของเขากลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเรื่อง
เมื่อเฉินผิงเดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ของชี่เอ๋อ ก็มีนักแสดงกว่าครึ่งมารวมตัวกันแล้ว
เฉินผิงมองสำรวจดูครู่หนึ่ง โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักแสดงวัยรุ่น
และก็เป็นอย่างที่อู๋อวี๋พูดจริงๆ มีราชินีจอแก้วมาร่วมรายการด้วยถึงสองคน
นอกจากนี้ ดาราวัยรุ่นที่เคยโด่งดังมากๆ อย่าง 'หมิ่นเต้า' ก็ยังมาร่วมรายการด้วย
อีกทั้งยังมีนักแสดงที่เดบิวต์มาจากการเป็นดาราเด็กอย่างเฉาจวิ้น ซึ่งในตอนที่เขารับบทหลวงจีนน้อยและโคมบัววิเศษนั้น โด่งดังเป็นที่รู้จักกันในทุกครัวเรือนจริงๆ
รวมไปถึงหนีหงเจี๋ยที่เคยรับบทในเรื่องจอมยุทธ์ทะลุมิติ และโหลวอี้เซียวที่เคยรับบทในเรื่องรักนี้ที่อะพาร์ตเมนต์ ต่างก็ปรากฏตัวอยู่ในสายตาของเฉินผิงเช่นเดียวกัน
ทว่า แม้ว่าเฉินผิงจะรู้จักผู้คนเหล่านี้ไม่น้อย แต่กลับมีผู้คนที่รู้จักเฉินผิงไม่มากนัก
แม้สยบฟ้าพิชิตปฐพีจะเป็นผลงานสร้างชื่อให้กับเฉินผิง ทว่าก็เป็นเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น
อีกทั้งเฉินผิงก็ไม่ได้เป็นพระเอกในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพี คิวถ่ายมีเพียงแค่สามสี่ตอนเท่านั้น เมื่อสยบฟ้าพิชิตปฐพีออกอากาศจบไปแล้ว จะมีใครยังจำเฉินผิงได้อีกล่ะ
ทว่าถึงกระนั้น ก็ยังมีคนร้องเรียกชื่อเฉินผิงขึ้นมา
"เฉินผิง"
"มั่วซานซาน"
เฉินผิงชะงักไป
นี่คือหยวนปิงเหยียนที่รับบทมั่วซานซานไม่ใช่เหรอ
"ฉันไม่ได้ชื่อมั่วซานซานเสียหน่อย"
"ผมรู้ครับ แต่ว่ามั่วซานซานในตอนหลังที่คุณแสดง สวยมากจริงๆ ครับ"
"ปากหวานเชียวนะ ไม่ได้ติดต่อกันตั้งหลายเดือน ไปหลอกผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ"
"ใครบอกว่าไม่ได้ติดต่อล่ะ เมื่อช่วงก่อนผมยังเห็นคุณใน 'สยบฟ้าพิชิตปฐพี' ทุกวันเลย อีกอย่าง คุณลองดูสิ ด้วยหน้าตาของผม ผู้หญิงเห็นแล้วคงไม่หลงกลหรอกมั้งครับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
หยวนปิงเหยียนถูกเฉินผิงทำให้หัวเราะร่วนออกมา
เฉินผิงแปลกใจที่หยวนปิงเหยียนมาอยู่ที่นี่ จึงเอ่ยถามขึ้น "ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า ทำไมคุณถึงมาที่นี่ล่ะครับ"
"รู้ว่านายมา ฉันก็เลยมาไง"
"จริงเหรอครับ"
เฉินผิงทำท่าทางตกตะลึงระคนดีใจ
หยวนปิงเหยียนหัวเราะไม่หยุด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอได้พบกับเฉินผิงอีกครั้ง หยวนปิงเหยียนก็รู้สึกเบิกบานใจมาก
ราวกับว่า เธอตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้พบกับเฉินผิงมาเนิ่นนานแล้วอย่างนั้นแหละ
แม้หยวนปิงเหยียนจะแปลกใจอยู่บ้าง ว่าทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้
เธอเพิ่งจะรู้จักกับเฉินผิงในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพีเท่านั้น ทั้งยังไม่ได้ประชันบทกันเลย เหตุใดถึงได้มีความรู้สึกว่าในที่สุดก็ได้พบกับเฉินผิงแล้วเสียที
หยวนปิงเหยียนจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นมา "ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ช่วงนี้เป็นไงบ้าง"
"ก็ดีครับ ได้ยินมาว่าคุณรับงานซีรีส์เรื่องใหม่อีกแล้ว แถมยังได้เป็นนางเอกด้วยนี่ครับ"
"นายหมายถึงเรื่องหลิวหลีหรือเปล่า ถ่ายจบไปแล้วล่ะ"
"ยินดีด้วยนะครับ ยินดีด้วย"
"เอาแต่พูดเรื่องฉัน ฉันถามนาย นายยังไม่ตอบฉันเลยนะ นายเพิ่งจะรับซีรีส์ฟอร์มยักษ์มานี่นา"
"ฟอร์มยักษ์ก็จริงครับ แต่ผมแสดงเป็นแค่ตัวละครเล็กๆ เท่านั้นเอง"
"หานซิ่นไม่ใช่ตัวละครเล็กๆ หรอกนะ"
"คุณรู้ได้ยังไงครับ"
"เชอะ..."
หยวนปิงเหยียนถลึงตาใส่เฉินผิง "ยังต้องให้นายมาบอกฉันอีกเหรอ ภาพฟิตติงเสื้อผ้าของนายน่ะ โด่งดังในโลกออนไลน์อยู่ช่วงหนึ่งเลยนะ"
"เอ่อ มันผ่านการแต่งภาพมาทั้งนั้นแหละครับ..."
คนคุ้นเคยเก่าแก่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกเป็นกันเองมาก
คืนวันนั้น ผู้จัดอย่างชี่เอ๋ออิ่งซื่อยังได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้กับเหล่านักแสดงอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้กำกับทั้งสี่ท่านก็มาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน
เมื่อได้เห็นผู้กำกับทั้งสี่ท่านปรากฏตัว เหล่านักแสดงต่างก็ร้องว้าว และตื่นเต้นขึ้นมาในทันที
แม้ว่าสำหรับนักแสดงแล้ว พวกเขาคือดารา คือจุดสนใจของทุกคนก็ตาม
แต่ทว่า
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้กำกับมากความสามารถเหล่านี้ พวกเขากลับตระหนักดีถึงความแตกต่างระหว่างตัวพวกเขาเองกับผู้กำกับเหล่านี้
ต่อให้ชื่อเสียงของตนจะโด่งดังมากเพียงใด แต่ในสายตาของผู้กำกับเหล่านี้ พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ลูกศิษย์เท่านั้น
ทว่าผู้กำกับทั้งสี่ท่านก็ไม่ได้ทำตัวเย่อหยิ่งจองหองแต่อย่างใด ต่างพากันเดินไปชนแก้วกับเหล่านักแสดง
จ้าวเวยผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาโดยตลอด ชูแก้วไวน์ขึ้นพร้อมกับเอ่ยกับเหล่านักแสดง "สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ไม่ได้เป็นการบันทึกรายการอะไร ทุกคนทำตัวตามสบายได้เลยนะคะ ถือเสียว่ามาทานข้าวกับเพื่อนๆ ก็แล้วกัน อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเป็นนักแสดงมาก่อน เหมือนกับทุกคนนี่แหละค่ะ แต่ฉันก็เห็นว่านักแสดงหลายคนในที่นี้ล้วนเป็นคนหน้าใหม่ เดี๋ยวทุกคนลองแนะนำตัวกันสักหน่อยดีไหมคะ"
ข้อเสนอนี้ได้รับการเห็นชอบจากทุกคน
คนแรกที่ทำการแนะนำตัวก็คือหนีหงเจี๋ย "ฉันคือหนีหงเจี๋ยค่ะ แสดงซีรีส์มาสิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ที่มาร่วมรายการนักแสดงเข้าประจำที่ในวันนี้ ก็แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่า ฉันยังแสดงซีรีส์อยู่นะคะ"
"หงเจี๋ย เธอถ่อมตัวเกินไปแล้ว จู้อู๋ซวงที่เธอรับบทในเรื่องจอมยุทธ์ทะลุมิติ โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลยนะ"
จ้าวเวยกับหนีหงเจี๋ยอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนหน้านี้ตอนที่เป็นนักแสดงก็เคยรู้จักกันมาก่อน
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่า ผ่านไป 20 ปี คนหนึ่งได้กลายเป็นผู้กำกับใหญ่ ส่วนอีกคนกลับดูเหมือนว่าจะตกยุคไปเสียแล้ว
เมื่อหนีหงเจี๋ยเป็นคนเริ่มต้น นักแสดงคนอื่นๆ ก็ทยอยแนะนำตัวกันทีละคน
เฉินผิงไม่ได้มีประวัติอันงดงามอะไรมากมายนัก เมื่อถึงคิวของเฉินผิง เขาจึงแนะนำตัวสั้นๆ ว่า "ผมชื่อเฉินผิงครับ เป็นนักแสดงในสังกัดของบริษัทเซิ่งเถิง ตอนนี้ยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นอะไรครับ"
แม้สยบฟ้าพิชิตปฐพีจะพอใช้ได้ก็ตามที
ทว่าสยบฟ้าพิชิตปฐพีก็ไม่ได้โด่งดังเป็นพลุแตกเหมือนอย่างเรื่องจอมยุทธ์ทะลุมิติ
อีกทั้งในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพี เฉินผิงก็เป็นแค่ตัวละครเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
อย่าว่าแต่นำไปเปรียบเทียบกับตัวเอกเลย ต่อให้นำไปเปรียบเทียบกับบรรดาศิษย์ในสถานศึกษา คิวถ่ายของเฉินผิงก็ไม่ได้มีเยอะแยะอะไร
หากจะบอกว่าสยบฟ้าพิชิตปฐพีเป็นผลงานสร้างชื่อของเขา มันก็ดูเหมือนเป็นการเกาะกระแสสยบฟ้าพิชิตปฐพีอยู่ไม่น้อย
ดังนั้น เฉินผิงจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้โดยตรงเสียเลยจะดีกว่า
ทว่าแม้เฉินผิงจะไม่พูด แต่เฉินข่ายเกอที่อยู่ด้านข้างกลับเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ "ไม่มีผลงานสร้างชื่ออะไรกันล่ะ เฉาเสี่ยวซู่ที่นายรับบทในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพี ทำเอาบทเฉาเสี่ยวซู่นี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลยนะ"
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับต้องประหลาดใจ
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ในบรรดาผู้กำกับทั้งสี่ท่าน เฉินข่ายเกอถือเป็นคนที่มีบารมีมากที่สุด
ผู้กำกับใหญ่อย่างเฉินข่ายเกอ ทำไมถึงมาให้ความสนใจกับเฉินผิงที่ไม่มีใครรู้จักคนนี้ได้ล่ะ
แม้ว่าเฉินผิงจะเคยรับบทเฉาเสี่ยวซู่ ทว่าในบรรดานักแสดงที่อยู่ที่นี่ มีกว่าครึ่งที่ยังไม่เคยดู
หรือว่าเฉินผิงจะมีเส้นสายอะไรกับเฉินข่ายเกอ
พอพูดแบบนี้ขึ้นมา เหล่านักแสดงก็เริ่มรู้สึกกังวลใจกันขึ้นมาแล้วสิ
นี่ถ้ามีเส้นสายกับเฉินข่ายเกอโดยตรง การแข่งขันต่อจากนี้มันจะไปมีความหมายอะไรอีกล่ะ
"ผู้กำกับเฉินชมเกินไปแล้วครับ ผมมีคิวถ่ายในเรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพีแค่ไม่กี่ตอนเอง ถ้าจะบอกว่าเป็นผลงานสร้างชื่อ ผมก็รู้สึกกระดากใจอยู่เหมือนกันครับ"
แม้เป้าหมายของเฉินผิงจะพุ่งเป้าไปที่นักแสดงยอดเยี่ยม ทว่าหากทำตัวโดดเด่นอย่างไม่รู้จักเจียมตัว ก็คงได้ตายอย่างไม่รู้ตัวเป็นแน่
ที่นี่ดูเหมือนว่าบรรดานักแสดงจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทว่าลับหลังต่างก็แก่งแย่งชิงดีกันทั้งนั้น
หากว่าวันไหนจะถูกคนอื่นลอบแทงข้างหลังขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
"นายนี่ถ่อมตัวจังเลยนะ"
เมื่อเห็นว่าทุกคนรู้สึกประหลาดใจที่ตัวเองให้ความสำคัญกับเฉินผิง เฉินข่ายเกอจึงเอ่ยแก้ต่างให้เฉินผิง "ทุกคนไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ฉันได้ดูการแสดงของเฟยอวี่ในเรื่อง 'สยบฟ้าพิชิตปฐพี' ก็เลยได้เห็นเฉาเสี่ยวซู่ที่เฉินผิงรับบทด้วยน่ะ ไม่เลวเลยล่ะ สู้ๆ นะ"
เมื่อพูดแบบนี้ ทุกคนก็กระจ่างแจ้งในทันที
ที่แท้เป็นเพราะเฉินเฟยอวี่นี่เอง เฉินข่ายเกอถึงได้ให้ความสนใจในตัวเฉินผิง
คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องปกติ
ผลงานของลูกชายตัวเองก็ต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน การที่จะให้ความสนใจเฉินผิงในเวลานี้ ก็สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลแล้ว
เช่นนี้แล้ว ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนว่าแม้เฉินผิงจะมีเส้นสายกับเฉินข่ายเกอ ทว่าความสัมพันธ์นี้ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ระดับธรรมดา หรืออาจจะเรียกไม่ได้ว่าระดับธรรมดาด้วยซ้ำ เป็นแค่การมีความประทับใจให้กันก็เท่านั้นเอง