- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 6: กองถ่ายซีรีส์
บทที่ 6: กองถ่ายซีรีส์
บทที่ 6: กองถ่ายซีรีส์
สมาคมนักแสดงเหิงเฉิง
"ศาสตราจารย์เจี่ยง นี่คือข้อมูลสถิติของการสอบคัดเลือกของสมาคมในครั้งนี้ครับ ปีนี้มีผู้สมัครสอบจำนวนหนึ่งหมื่นคน ผู้สอบผ่านมีห้าร้อยคน ในจำนวนนั้นมีห้าคนที่เป็นนักแสดงสมทบครับ"
"อืม ถือว่าดีกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย โดยเฉพาะกลุ่มนักแสดงสมทบ"
"ใช่ครับ ปัจจุบันมีนักแสดงสมทบจำนวนไม่น้อยที่พยายามอย่างหนัก และเราก็มีแพลตฟอร์มนี้ มันเป็นการมอบโอกาสให้แก่พวกเขา"
"นี่คือเจตนารมณ์แรกเริ่มของพวกเราตอนที่จัดการสอบคัดเลือกขึ้นมา ทว่าอัตราการสอบผ่านของนักแสดงสมทบยังถือว่าน้อยเกินไป คิดเป็นเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดเท่านั้น เอาแบบนี้แล้วกัน การสอบคัดเลือกในครั้งนี้ คุณลองเลือกวิดีโอบางส่วนไปเผยแพร่ ใช่แล้ว เอาวิดีโอของเฉินผิงคนนั้นออกมาโปรโมตสักหน่อย เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ด้วย"
"ยอดเยี่ยมเลยครับศาสตราจารย์เจี่ยง ผมตัดต่อวิดีโอของเฉินผิงออกมาบางส่วนแล้วพอดี"
"หลี่ปั๋ว เธอสนใจเฉินผิงขนาดนี้เชียวเหรอ?"
"แน่นอนว่าต้องสนใจครับ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ผมสนใจมากกว่านั้นก็คือ หมอนั่นท่องย้อนกลับได้ยังไงกัน"
"ยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกเหรอ?"
"ศาสตราจารย์เจี่ยง คุณคิดว่าเขาทำได้ยังไงกันครับ?"
"อย่าถามฉันเลย ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเปิดใช้งานระบบโกงอยู่มั้ง"
นานทีปีหนที่ศาสตราจารย์เจี่ยงจะพูดติดตลกออกมา "แต่วิดีโอตอนท่องย้อนกลับนี่ไม่ต้องเผยแพร่ออกไปนะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนเข้าใจผิด"
...
"ที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของบริษัทเซิ่งเถิงเอนเตอร์เทนเมนต์ ภายภาคหน้าพวกคุณต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่"
หลายวันต่อมา เฉินผิงก็เดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของเซิ่งเถิงเอนเตอร์เทนเมนต์
อีกทั้งภายในสำนักงานใหญ่ เฉินผิงยังได้พบกับนักแสดงอีกสองคนที่อู๋อวี๋ดูแลอยู่ด้วย
นักแสดงทั้งสองคนนี้เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทั้งคู่ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นนักแสดงสมทบ
คนหนึ่งชื่อหลินกว้านเซิน ส่วนอีกคนชื่ออาเรีย
ทว่าพวกเขากลับไม่ได้สอบผ่านการคัดเลือก แต่อู๋อวี๋มองเห็นว่าทั้งสองคนมีศักยภาพอยู่บ้าง จึงตัดสินใจเซ็นสัญญาด้วย
เรื่องนี้ทำให้เฉินผิงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ตนเองได้รับมากยิ่งขึ้น
สัญญาแบบยืดหยุ่นระยะเวลาสามปีนั้นถือว่าดีมาก แต่เห็นได้ชัดว่าทางบริษัทไม่ได้ต้องการปั้นเขาเป็นนักแสดงดาวรุ่งตัวหลัก
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องเซ็นสัญญานั้น เป็นเพราะพวกเขาต้องการปั้นเฉินผิงให้เป็นเพียงนักแสดงสมทบพิเศษตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว ภาพยนตร์และซีรีส์บางเรื่องยังคงต้องการนักแสดงที่มีฝีมือการแสดงอยู่บ้าง แต่ไม่ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังมากนักมาร่วมแสดง
ทว่าสำหรับเรื่องนี้ เฉินผิงก็ไม่ได้แสดงท่าทีขุ่นเคืองใดๆ ออกมา
หลังเซ็นสัญญาเขาก็เตรียมใจไว้แล้ว การปฏิบัติเช่นนี้ถือว่าอยู่ในการคาดเดาทั้งสิ้น
"พวกคุณทำความคุ้นเคยกับที่นี่ไปก่อนนะ หากมีธุระอะไรสามารถโทรศัพท์หาฉันได้ตลอดเวลา"
อู๋อวี๋แนะนำสถานที่ให้ทั้งสามคนฟังเบื้องต้น จากนั้นจึงเดินจากไป
"ให้ตายเถอะ พักอยู่ที่นี่ยังต้องจ่ายค่าเช่าห้องกับค่าน้ำค่าไฟอีกเหรอเนี่ย ช่างไร้คุณธรรมเสียจริง"
"นั่นสิ พวกเรามีสภาพสู้พวกเด็กฝึกเหล่านั้นไม่ได้เลย อย่างน้อยเด็กฝึกก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าห้อง"
ระหว่างนำสัมภาระไปเก็บในอะพาร์ตเมนต์ของสำนักงานใหญ่ หลินกว้านเซินและอาเรียต่างก็พากันบ่นอุบอิบ "ก่อนหน้านี้ฉันหลงคิดว่าจะมีผู้ช่วย นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ผู้จัดการส่วนตัวยังต้องดูแลเด็กถึงสามคนรวด"
เฉินผิงกลับมองว่าเรื่องนี้ถือว่าดีทีเดียว "นี่ทั้งสองคน เลิกบ่นกันได้แล้ว ถึงแม้สภาพความเป็นอยู่ของที่นี่จะธรรมดาสามัญ แต่สัญญาที่พวกเราเซ็นไปก็ค่อนข้างยืดหยุ่น ถ้าไม่อยากจ่ายค่าเช่าห้องก็สามารถทำได้เช่นกัน แค่ไปเซ็นสัญญาแปดปีกับบริษัท เท่านี้ปัญหาก็จบลงแล้ว"
เฉินผิงกล่าวพลางทอดสายตามองทั้งสองคน
เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนนี้อยู่บ้าง
เขาจำได้ลางๆ ว่า พวกเขาคือนักแสดงผู้รับบทเป็นเหล่าหยางเหรินและฮวาหลิงในซีรีส์เรื่อง "คนขุดสุสาน ตำนานเซียงซี"
นึกไม่ถึงเลยว่า ตอนนี้พวกเขาจะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานของตัวเองไปแล้ว
ทว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่น่ามหัศจรรย์ที่สุด
สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดคือ
ปัจจุบันโลกใบนี้อยู่ในปีสองพันยี่สิบเอ็ด ทว่าโลกใบนี้กลับมีความแตกต่างจากโลกเดิมอยู่มากมาย
ยกตัวอย่างเช่น ซีรีส์เรื่อง "คนขุดสุสาน ตำนานเซียงซี" ยังไม่ได้รับการสร้างเป็นซีรีส์เลยด้วยซ้ำ
ทว่าเฉินผิงก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
โลกใบนี้ในปีสองพันยี่สิบเอ็ด แม้กระทั่งโกวเล้งก็ยังมีชีวิตอยู่ดีมีสุข แถมยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ดังนั้นการที่เรื่องราวอื่นๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปย่อมถือเป็นเรื่องปกติ
"แปดปี ไม่เอาด้วยหรอก แปดปีฉันก็อายุทะลุสามสิบไปแล้ว"
หลินกว้านเซินสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
"อย่ามามองฉันนะ แปดปีฉันก็ไม่มีทางเซ็นหรอก"
อาเรียเอ่ยสมทบ
ทว่าการที่ทั้งสองคนสามารถไต่เต้าจากการเป็นนักแสดงสมทบมาจนถึงจุดนี้ได้ พวกเขาก็ล้วนเป็นคนที่มีจิตใจแน่วแน่ บ่นอุบอิบไปเพียงไม่กี่ประโยค พวกเขาจึงสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดของเสร็จ หลินกว้านเซินก็เอ่ยขึ้นว่า "ปัญหาหลักในตอนนี้คือ ภายหน้าเราจะรับงานแสดงกันยังไง?"
"นั่นสิ ฉันรู้สึกว่าถ้าพวกเราอยากได้รับบทบาทเด่นๆ โดยพื้นฐานแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ"
อาเรียขมวดคิ้วพร้อมกล่าวขึ้น
"เฉินผิง นายคือแบบอย่างของพวกเราเหล่านักแสดงสมทบ นายลองวิเคราะห์ดูหน่อยสิ"
หลินกว้านเซินเบนสายตามาทางเฉินผิง
เฉินผิงหัวเราะ "ฉันจะเป็นแบบอย่างอะไรได้?"
"ทำไมจะเป็นไม่ได้ล่ะ อย่างน้อยนายก็สามารถคว้าใบรับรองการสอบคัดเลือกนักแสดงมาได้ ดาราทั่วไปยังสอบไม่ผ่านเลยด้วยซ้ำ"
"ใช่แล้วๆ ในบรรดาพวกเราสามคนตอนนี้นายถือว่าเจ๋งที่สุด นายลองพูดมาสิ"
อาเรียกล่าวสนับสนุนอยู่ด้านข้าง
"ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษหรอกนะ"
เฉินผิงกางมือออกทั้งสองข้าง
"ถ้างั้นนายยังจะเซ็นสัญญาทำไม"
"อย่างน้อยการเซ็นสัญญาก็ดีกว่าไม่เซ็น"
"แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ก็ไม่เห็นว่าจะมีบทบาทอะไรมามอบให้พวกเราเลย"
"อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิ..."
เฉินผิงรินน้ำให้ทั้งสองคน "ในเมื่อบริษัทตัดสินใจเซ็นสัญญากับเรา ก็หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีทางเลี้ยงดูเราแบบสูญเปล่าเด็ดขาด ถึงแม้เราต้องจ่ายค่าเช่าห้อง จ่ายค่าน้ำ แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้แพงอะไร พวกนายลองดูสิ ห้องใหญ่ขนาดนี้เราจ่ายค่าเช่าแค่สองร้อยหยวน ถือว่าดีกว่าเมื่อก่อนแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น ยังไงเราก็ยังมีเงินเดือนขั้นต่ำ ถึงเงินจำนวนนี้จะไม่มากมาย ทว่าสำหรับพวกนายทุนแล้ว เงินที่พวกเขาไม่อยากจ่ายย่อมไม่มีทางยอมเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ตราบใดที่เรายังรับเงินเดือนอยู่ พวกเขาก็ต้องจัดหาบทบาทมาให้พวกเราอย่างแน่นอน"
"เกรงว่าจะเป็นเพียงบทบาทเล็กน้อย ประเภทที่ไม่มีชื่อตัวละครน่ะสิ"
"ไม่มีชื่อก็สามารถรับได้ อย่างน้อยพวกเราก็นับว่าได้แทรกซึมเข้ามาในวงการแล้ว ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้าที่ต้องเดินคลำทางอย่างมืดมน ต่อให้ช่วงแรกอาจจะยังไม่ได้บทบาทโดดเด่น แต่ขอเพียงพวกเราแทรกตัวเข้าไปในวงการได้สำเร็จ พวกเราต้องมีโอกาสแน่นอน"
"เฉินผิง ทำไมนายถึงมีความมั่นใจขนาดนี้ล่ะ?"
ทั้งสองคนเอ่ยถามเฉินผิงด้วยความรู้สึกเลื่อมใสอยู่บ้าง
เฉินผิงโบกมือปฏิเสธพร้อมกล่าวว่า "เปล่าหรอกๆ ฉันแค่ให้กำลังใจพวกนาย และให้กำลังใจตัวเองด้วย ไม่งั้นพวกเราจะทำอะไรได้กันล่ะ"
สิ้นเสียงสนทนา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากบริเวณประตู
"เฉินผิง ยินดีด้วยนะ"
อู๋อวี๋เดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
"พี่อู๋ มีเรื่องอะไรเหรอครับ?"
เฉินผิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
วันนี้เพิ่งเข้ามาบริษัทวันแรก จะมีเรื่องน่ายินดีอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะ?
ทว่าหลินกว้านเซินที่อยู่ด้านข้างกลับเป็นคนหัวไว เขาเอ่ยถามขึ้นว่า "พี่อู๋ มีบทบาทชั้นยอดมามอบให้เฉินผิงแล้วใช่ไหมครับ?"
"มอบให้เลยน่ะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ"
อู๋อวี๋ส่ายหน้า "แต่ว่านะ เฉินผิงได้รับโอกาสไปแคสต์งานต่างหากล่ะ"
"เอ๊ะ..."
ทั้งสองคนเกิดความสนใจใคร่รู้ขึ้นมาทันที แน่นอนว่ารวมถึงตัวเฉินผิงด้วย
"พี่อู๋ พี่อู๋ กองถ่ายไหน กองถ่ายไหนครับ?"
แม้เรื่องนี้จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดกับหลินกว้านเซิน ทว่าเขาก็ยังคงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
"กองถ่ายสยบฟ้าพิชิตปฐพี"
"สยบฟ้าพิชิตปฐพี เชี่ยเอ๊ย ใช่ซีรีส์ที่ลูกชายของผู้กำกับใหญ่เฉินจะแสดงหรือเปล่าครับ?"
"ถูกต้อง"
"รวยเละแน่ เฉินผิง... ไม่สิ ลูกพี่ผิง ขอเรียกนายว่าลูกพี่ผิง นายกำลังจะรุ่งแล้ว"
หลินกว้านเซินตื่นเต้นจนแทบจะพุ่งเข้าไปสวมกอดเฉินผิง
"เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป นายคิดว่าฉันจะได้เล่นเป็นพระเอกหรือไง"
"ต่อให้ไม่ได้เป็นพระเอกก็ต้องฉลอง นายรู้ไหม ซีรีส์เรื่องสยบฟ้าพิชิตปฐพีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลูกชายของผู้กำกับเฉินโดยเฉพาะ จุดประสงค์คือเพื่อปั้นลูกชายของเขาให้โด่งดัง ได้ยินมาว่ามีการเชิญนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือมาร่วมแสดงอีกหลายคนด้วย..."
ระหว่างที่พูด หลินกว้านเซินก็เผยสีหน้าอิจฉาออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ดูเหมือนว่าเสี่ยวหลินจื่ออย่างนายจะหูไวตาไวเรื่องข่าวสารเสียจริงนะ"
อู๋อวี๋พยักหน้ารับ "ซีรีส์เรื่องนี้ได้กำหนดตัวนักแสดงบทบาทหลักไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอีกหลายบทบาทที่ยังไม่ลงตัว ทางบริษัทอยากให้นายลองไปแคสต์งานดู เผื่อว่าจะคว้าบทนั้นมาได้"
"บทบาทอะไรครับ?"
"เฉาเสี่ยวซู่"