- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังบ่มเพาะขอบเขตจักรพรรดิ
- บทที่ 55.แดนลับเทพมารเปิดออก
บทที่ 55.แดนลับเทพมารเปิดออก
บทที่ 55.แดนลับเทพมารเปิดออก
เมื่อเฉินเซวียนพาคนทั้งหลายของหออมตะมาถึงนอกแดนลับเทพมารก็เห็นขุมอำนาจจำนวนมากได้มาถึงด้านนอกแดนลับเทพมารแล้ว
อวี๋ขุยกล่าวว่า
“โฮ่! มีคนมากมายขนาดนี้มาถึงกันแล้วหรือ”
ฮ่าวอวี่พยักหน้า
“แดนลับเทพมารนี่แดนลับที่สามารถคนหาเส้นทางกลายเป็นเทพได้ข้างในคนเหล่านี้ย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา”
เฉินเซวียนเองก็พยักหน้า
“ก็แค่ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีคนตายสักกี่คนขุมอำนาจของมิติระดับสูงแทบจะมากันหมดแล้ว”
ฮ่าวอวี่กล่าวว่า
“เกรงแต่ว่าพวกเขาจะมีชีวิตเอาของที่นี่ไปแต่ไม่มีชีวิตออกมาอย่างมีชีวิตน่ะสิ”
หลังจากนั้นเฉินเซวียนหันกลับไปกล่าวกับศิษย์ที่อยู่ด้านหลังว่า
“อีกเดี๋ยวของดีข้างในไม่เอาทั้งหมดก็ได้เข้าใจหรือไม่รักษาชีวิตไว้ก่อนค่อยว่ากันหากมีคนรังแกเจ้าก็ซัดกลับไปให้ข้าอย่างหนัก”
เหล่าศิษย์กล่าวพร้อมกันว่า
“ขอรับ”
ไม่นานนักคนของตระกูลเฉินและราชวงศ์จักรพรรดิหมิงอวี่ก็มาถึงหลังเห็นเฉินเซวียนแล้วก็มารวมตัวกับเฉินเซวียน
เฉินเซวียนทักทายบรรพชนทั้งหลาย เฉินอี๋ เฉินอวี่แล้ว ก็เดินไปพูดคุยกับพวกเขา
เมื่อเห็นบาดแผลบนใบหน้าของเฉินอี๋จึงถามว่า
“ท่านปู่ใบหน้าของท่านเป็นอะไรไปท่านไปต่อสู้กับใครมาหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เฉินอวี่เองก็มองไปยังเฉินอี๋
เฉินอี๋เหลือบมองบรรพชนทั้งหลายโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่อาจรู้แล้วกล่าวว่า
“ไม่…ไม่มีอะไร”
เฉินเซวียนย่อมเห็นว่าเฉินอี๋เหลือบมองบรรพชนทั้งหลายเฉินเซวียนรู้ว่าท่านปู่ผู้นี้ของตนต้องไปยั่วโมโหบรรพชนทั้งหลายแน่นอนจึงกลายเป็นสภาพเช่นนี้เมื่อเฉินเซวียนมองไปยังบรรพชนทั้งหลายบรรพชนทั้งหลายก็เงยหน้ามองไปยังที่อื่น
“อากาศวันนี้ดีจริงๆ”
“ใช่แล้วใช่แล้วดีมากจริงๆ”
เฉินเซวียนมองการแสดงออกของบรรพชนทั้งหลายเช่นนี้ก็รู้ว่าตนเองเดาถูกแล้ว
ขุมอำนาจอื่นๆเห็นฉากนี้อยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ
และก็ไม่กล้าเข้าไปทักทายด้วยหากอีกฝ่ายบอกว่าเจ้าที่เดินเข้าไปคือกำลังเยาะเย้ยเขาจะทำอย่างไร?
หลังจากนั้นเฉินเซวียนก็ไม่ซักถามต่อโดยละเอียดอีกเพียงรอคอยการเปิดออกของแดนลับ
จากนั้นฮ่าวเจ๋อก็นำศิษย์ทั้งหลายของหอกาลเวลามาพบและรวมตัวกับเฉินเซวียน
ฮ่าวเจ๋อมาถึงข้างกายแล้วกล่าวว่า
“ขออภัยท่านเจ้าหอข้ามาช้าแล้ว”
เฉินเซวียนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ไม่เป็นไรเรื่องที่ข้าให้หลิงจิ้งจิ้งไปหออมตะเพื่อดูแลจิงจิงเจ้าได้บอกแล้วหรือไม่”
ก่อนที่จะมาแดนลับเทพมารเฉินเซวียนก็ให้ฮ่าวเจ๋อเรียกหลิงจิ้งจิ้งมาหออมตะเพื่อดูแลจิงจิงหออมตะยกกำลังออกมาทั้งหมดเขาคงไม่อาจพาจิงจิงมายังแดนลับเทพมารได้แม้เขาจะสามารถดูแลจิงจิงไม่ให้ได้รับอันตรายได้แต่ภายในแดนลับเทพมารอีกเดี๋ยวย่อมเต็มไปด้วยการเข่นฆ่าแน่นอนจะให้เด็กเล็กเห็นเข้าย่อมไม่ดี
ฮ่าวเจ๋อตอบว่า
“เรียนท่านเจ้าหอข้าได้บอกจิ้งเอ๋อร์แล้วนางกล่าวว่านางเต็มใจอย่างยิ่งที่จะดูแลจิงจิงตอนนี้น่าจะถึงหออมตะแล้ว”
เฉินเซวียนพยักหน้ากล่าวว่า
“เช่นนั้นก็ดี”
หออมตะถูกเฉินเซวียนใช้ค่ายกลใหญ่ที่เอามาจากระบบจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วหากไม่ได้รับอนุญาตจากเฉินเซวียนต่อให้เป็นขอบเขตจักรพรรดิเทพขั้นสูงสุดก็ต้องตาย
เฉินเซวียนจึงใช้จิตสัมผัสมองที่หออมตะเมื่อรู้ว่าหลิงจิ้งจิ้งกำลังเล่นกับจิงจิงอย่างมีความสุขเฉินเซวียนก็เปิดใช้งานค่ายกลใหญ่แล้ว
หนึ่งชั่วยามผ่านไปในชั่วพริบตา
“ตูม!” แดนลับเทพมารเปิดออก
คนอื่นๆเมื่อเห็นฉากนี้ต่างก็พาขุมอำนาจของตนเข้าสู่แดนลับเทพมารกันไป
บรรพชนที่หนึ่งเห็นแดนลับเปิดออกจึงกล่าวกับเฉินเซวียนว่า
“เซวียนเอ๋อร์แดนลับเปิดแล้วไปกันเถอะ”
เฉินเซวียนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“พวกเราเข้าไปเป็นกลุ่มสุดท้ายเถอะ”
บรรพชนที่หนึ่งกล่าวว่า
“ก็ได้”
เฉินอวี่เองก็รอเข้าไปพร้อมกับเฉินเซวียนและคนอื่นๆเป็นกลุ่มสุดท้าย
ภายในห้วงมิติจ้าวสวรรค์ซ้ายและจ้าวสวรรค์ขวาได้นำคนทั้งหลายของตำหนักโบราณทมิฬมารวมตัวครบอยู่ในห้วงมิติแล้วมิฉะนั้นหากพวกเขาปรากฏตัวออกมายังไม่ทันได้เข้าสู่แดนลับก็จะถูกขุมอำนาจเหล่านี้รวมกันโจมตีสังหารในพริบตาไม่มีทางเลือกใครใช้ให้ตำหนักโบราณทมิฬถูกผู้คนเกลียดชังมากเกินไปเล่าดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงรอเป็นกลุ่มสุดท้ายจึงจะเข้าไปได้
เฉินเซวียนเห็นว่าเข้าไปกันเกือบหมดแล้วจึงกล่าวว่า
“ไปกันเถอะสมควรเข้าไปแล้ว”
กล่าวจบ ตระกูลเฉิน หออมตะ ราชวงศ์จักรพรรดิหมิงอวี่ ก็มุ่งหน้าไปยังแดนลับเทพมารพร้อมกัน
ในตอนเข้าสู่แดนลับเฉินเซวียนหันหน้าไปมองยังห้วงมิติแห่งหนึ่งแล้วพึมพำว่า
“ตำหนักโบราณทมิฬ? เหอะๆ น่าสนใจ……”
กล่าวจบก็เข้าสู่แดนลับไป
ส่วนภายในห้วงมิติจ้าวสวรรค์ซ้ายตกใจอย่างมาก
“หรือว่าเขามองเห็นพวกเราแล้วนี่เป็นไปไม่ได้กระมัง?!”
จ้าวสวรรค์ขวาเองก็ตกใจอย่างมาก
“เป็นอย่างนั้นจริงๆจิตสัมผัสของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกึ่งเทพพวกเรายังดูแคลนเกินไปแล้วระวังในการกระทำเถอะ”
กล่าวจบตำหนักโบราณทมิฬก็เข้าสู่แดนลับเทพมารเช่นกัน