เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

4 บทเพลงที่เป็นของเขา

4 บทเพลงที่เป็นของเขา

4 บทเพลงที่เป็นของเขา


บทที่ 4: บทเพลงที่เป็นของเขา

"เทียบกับตัวทำนองแล้ว ฉันว่าทุกคนควรจะดูเนื้อร้องมากกว่านะ เขียนออกมาได้สุดยอดมากจริงๆ เหมือนเขียนออกมาจากใจของฉันเลยละ!"

ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังซึมซับเสน่ห์ของทำนองเพลงใหม่ จิงป๋ออันที่คว้ากระดาษเนื้อร้องเอาไว้กลับดูตื่นเต้นยิ่งกว่าใครเพื่อน เพราะเนื้อเพลงนี้มันเขียนออกมาได้ถูกจริตเขาอย่างที่สุด

มันทำให้เขาพึงพอใจยิ่งกว่าเพลง "วัยเยาว์" ก่อนหน้านี้เสียอีก แถมเนื้อร้องบางประโยคยังทำให้เขารู้สึกฮึกเหิม สำหรับนักศึกษาดนตรีแล้ว เพลงนี้มันเหมือนเขียนถึงตัวตนของพวกเขาเอง และถ้ามองจากมุมมองของวงดนตรีวงนี้ ก็สามารถตีความได้ว่านี่คือเพลงที่เย่ เว่ยหยางเขียนมอบให้กับสมาชิกทุกคนในวง!

มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ!

พุดดิ้งยื่นหน้าเข้าไปดูเนื้อเพลงในมือจิงป๋ออันบ้าง เพียงแค่อ่านไปไม่กี่ประโยค ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย

"เนื้อร้องดีจริงๆ ด้วย ฝีมือการเขียนเนื้อร้องของเว่ยหยางพัฒนาขึ้นอีกแล้วนะเนี่ย!"

"เพลงนี้ดีมาก! เหมาะสุดๆ ที่จะร้องให้พวกรุ่นน้องปี 1 ฟัง มันช่วยชี้แนะเส้นทางข้างหน้าให้พวกเขา และยังถือเป็นเพลงที่เขียนให้พวกเราเองด้วย สมบูรณ์แบบที่สุด!"

พุดดิ้งยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เธอเต้นหย็องแหย็งด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปตะโกนบอกหยางเซียวและอู๋ต้าเหว่ยที่ยังง่วนอยู่กับโน้ตเพลงว่า

"พวกนายสองคนรีบมาดูนี่สิ ลองออกความเห็นหน่อย ถ้าไม่มีใครคัดค้าน เราก็เปลี่ยนมาซ้อมเพลงนี้กันเถอะ!"

เอาเถอะ... ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย พุดดิ้งก็ตัดสินใจทิ้งเพลง "วัยเยาว์" ที่อุตส่าห์ซ้อมกันมาอาทิตย์กว่าอย่างไม่ใยดี เห็นได้ชัดว่าเธอชอบเพลงใหม่นี้เอามากๆ

หยางเซียวและอู๋ต้าเหว่ยสบตากัน ทั้งคู่พร้อมใจกันวางเครื่องดนตรีลง แล้วเดินไปสุมหัวอ่านเนื้อเพลงที่ข้างตัวจิงป๋ออัน

"อืมมมมม..."

สีหน้าของหยางเซียวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก่อนจะพยายามทำเป็นนิ่งขรึมแล้วพูดจาฝืนความรู้สึกออกมา

"อืม ก็ไม่เลวนะ แต่ประเด็นหลักคือทำนองมันดี พอทำนองดีจะใส่เนื้อร้องอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ดนตรีร็อกเขาเน้นที่บรรยากาศ เนื้อเพลงขอแค่ร้องได้ก็พอแล้ว"

พุดดิ้งป้องปากขำคิกคัก หยางเซียวนี่นอกจากจะอารมณ์ร้อนแล้ว ยังมีความเป็น "ซึนเดเระ" (ปากไม่ตรงกับใจ) อีกต่างหาก

อาจเป็นเพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งจะจิกกัดเย่ เว่ยหยางไปจนรู้สึกเสียหน้าละมั้ง อาการซึนเดเระเลยกำเริบขึ้นมาอีกรอบ

แต่การที่คนอย่างเขาพ่นคำว่า "ไม่เลว" ออกมาได้ นั่นก็แปลว่าเขาพอใจเนื้อเพลงนี้มากแล้ว

"ต้าเหว่ยล่ะ นายว่าไง?" พุดดิ้งหันไปถามอู๋ต้าเหว่ยที่ปกติมักจะนิ่งเงียบ

อู๋ต้าเหว่ยยังคงสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยและตอบสั้นๆ อย่างกับกลัวพิกุลจะร่วงว่า "ได้อยู่"

ในเมื่อทุกคนไม่มีความเห็นขัดแย้ง ก็ไม่มีอะไรต้องถกเถียงกันต่อ

เย่ เว่ยหยางปรบมือเรียกความสนใจพลางยิ้มกว้าง "โอเค งั้นตกลงตามนี้ เราจะเปลี่ยนเพลงกัน!"

"เดี๋ยวเราอัดเดโม่สั้นๆ ส่งไปให้คุณครูฉางที่คุมงานรับน้องก่อน เพื่อแจ้งเรื่องนี้และขออนุญาต"

"ช่วงสัปดาห์หลังจากนี้ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ พยายามซ้อมเพลงนี้ให้คล่องโดยเร็วที่สุด น่าจะทันงานรับน้องพอดี"

"ไม่มีปัญหา!" จิงป๋ออันชูแขนตะโกนลั่นอย่างมีพลัง

หยางเซียวหัวเราะหึๆ พลางสะบัดกระดาษเนื้อเพลงในมือ แล้วพูดด้วยสีหน้าผ่อนคลายว่า

"สัปดาห์นึงเหรอ นายดูถูกพวกเราเกินไปหน่อยมั้ง อย่างมากสามวันก็เล่นรวมกันได้แล้ว!"

"พวกเราแต่ละคนน่ะตัวท็อปของแต่ละสาขาเลยนะเฟ้ย แค่หัดเพลงใหม่แถมยังเป็นเพลงป๊อป มันจะยากสักแค่ไหนเชียว!"

พุดดิ้งยักไหล่พลางยิ้มร่า "นั่นนายพูดเองนะ ฉันน่ะยังไงก็ได้ ในเพลงนี้ส่วนของฉันมีไม่เยอะ ส่วนใหญ่เป็นแค่พวกซาวด์เอฟเฟกต์กับเสียงประสาน แต่นายน่ะต้องคุมทั้งจังหวะและทำนองหลัก นายกับจิงป๋ออันมีน้อยภาระหนักที่สุด อย่าดีแต่ปากละกันนะจ๊ะ"

"ใครดีแต่ปากกัน! บอกว่าสามวันก็สามวันสิ!"

หยางเซียวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอแล้วหันไปหาจิงป๋ออัน

"จิงปา(ฉายาของจิงป๋ออัน) นายไหวปะ! เพลงนี้มีแค่กีตาร์ของฉันกับกลองของนายเป็นหลักนะ นายไม่ไหวก็ต้องไหวละงานนี้!"

จิงป๋ออันพอถูกท้าทายเข้าหน่อย ความอยากเอาชนะก็พุ่งปรี๊ด เขาเอื้อมมือไปตบไหล่หยางเซียวแรงๆ พลางยิ้มแสยะ

"ไหวสิ ทำไมจะไม่ไหว! แค่สามวันซ้อมเพลงเดียว เรื่องเล็กน้อย!"

"พูดก็พูดเฉยๆ ดิ อย่ามาลงไม้มามือได้ปะ!"

"หึๆ ฉันจะทำ มีอะไรปะ ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าภายใต้ร่างบางๆ ของนายจะมีกล้ามเนื้อดีขนาดนี้ ไหนขอฉันดูหน่อยซิ!"

"ไปไกลๆ เลยไอ้บ้า!"

ทั้งคู่เริ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยงหยอกล้อกันทันที พุดดิ้งเห็นดังนั้นก็รีบยุส่งทันทีพลางตะโกนเชียร์

"จิงปา เปิดเสื้อเลย! ของดีอย่าเก็บไว้ดูคนเดียว!

แม้แต่อู๋ต้าเหว่ยที่เห็นภาพน่าขันนี้ มุมปากที่เคยเรียบเฉยมาตลอดก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

เมื่อวินาทีที่แล้วยังคุยเรื่องเพลงกันเคร่งเครียดอยู่เลย ไหงวินาทีต่อมากลายเป็นมาหยอกล้อเล่นกันซะงั้น

เย่ เว่ยหยางมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ เขาพึมพำเบาๆ ว่า "เฮ้อ... นี่แหละนะวัยเยาว์ ดีจริงๆ เลย"

---

วันต่อมา ณ สำนักงานมหาวิทยาลัย สถาบันดนตรีเทียนไห่

อาจารย์ฉางโยว ผู้รับผิดชอบการเตรียมงานคอนเสิร์ตรับน้อง กำลังตรวจสอบตารางรายการแสดงที่แต่ละคณะส่งเข้ามา งานรับน้องครั้งนี้จะมีทั้งหมด 15 ชุดการแสดง โดย 10 ชุดเป็นงานดนตรี และอีก 5 ชุดเป็นงานเต้นรำ ถือเป็นงานมหกรรมศิลปะและการแสดงขนาดใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด

ทว่า เนื่องจากสถาบันดนตรีเทียนไห่เป็นวิทยาลัยชั้นสูงที่สอนวิชาดนตรีระดับมืออาชีพอยู่แล้ว เธอจึงแทบไม่ต้องกังวลเรื่องการแสดงทางดนตรีที่นักศึกษาส่งเข้ามาเลย รายการไหนที่ถูกเลือกมาล้วนอยู่ในระดับที่สามารถนำไปเป็นโชว์ปิดท้ายงานของมหาวิทยาลัยอื่นได้สบายๆ

ความสนใจของครูฉางโยวจึงไปตกอยู่ที่การแสดงเต้น 5 ชุดนั้นมากกว่า เธอถึงขั้นลงไปกำกับการซ้อมด้วยตัวเองอยู่หลายครั้ง

ครูฉางโยวหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบ พลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน "เฮ้อ รายการแสดงก็ดีทุกอันนะ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนยังขาดอะไรไปบางอย่าง..."

"ติ๊งต่อง... คุณมีอีเมลใหม่!"

ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏการแจ้งเตือนอีเมลใหม่ ครูฉางโยวจึงคลิกเปิดดูตามความเคยชิน

"เรียนอาจารย์ครับ พวกเราจากคณะดนตรีสมัยใหม่..."

"หลังจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ พวกเราขอแจ้งเปลี่ยนบทเพลงที่จะใช้แสดงในงานรับน้อง จากเพลง 'วัยเยาว์' เป็นเพลงใหม่เพลงนี้แทนครับ โดยได้แนบไฟล์เดโม่ที่พวกเราอัดกันเองมาให้คุณครูพิจารณาด้วยครับ"

คิ้วของครูฉางโยวขมวดเข้าหากันทันที เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์งานก็จะเริ่มแล้ว จะมาขอเปลี่ยนเพลงตอนนี้เนี่ยนะ มันใช่เรื่องเล่นๆ ที่ไหนกัน!

แต่ด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ เธอจึงคลิกดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอที่แนบมาด้วย

ไฟล์วิดีโอมีขนาดไม่ใหญ่นัก ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ต 5G ไม่ถึงสองวินาทีก็ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น และเริ่มเล่นโดยอัตโนมัติ

วัยรุ่นชายหญิง 5 คนยืนอยู่ในห้องซ้อม หลังจากก้มศีรษะทำความเคารพกล้องแล้ว การบรรเลงก็เริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

เสียงกลองที่รวดเร็วและมีจังหวะจะโคนประสานไปกับเสียงกีตาร์ไฟฟ้าดังขึ้นเป็นลำดับแรก

เพียงแค่อินโทร (Intro) ก็ทำให้ครูฉางโยวรู้สึกอยากจะขยับร่างกายตามจังหวะขึ้นมาทันที มันเต็มไปด้วยพลังชีวิต!

ในวิดีโอ นักร้องนำหนุ่มมาดเท่กุมไมโครโฟนตั้งพื้นเอาไว้ก่อนจะหลับตาลง เขาเริ่มร้องเพลงออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผ่อนคลายและสดใส ราวกับกำลังกระซิบกระซาบอยู่ที่ข้างหูของครูฉางโยว... บทเพลงบทนี้ บทเพลงที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว

จบบทที่ 4 บทเพลงที่เป็นของเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว