- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 121 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้าแตกตื่น ยุทธภพเสินโจวเดือดพล่าน!
ตอนที่ 121 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้าแตกตื่น ยุทธภพเสินโจวเดือดพล่าน!
ตอนที่ 121 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้าแตกตื่น ยุทธภพเสินโจวเดือดพล่าน!
ตอนที่ 121 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้าแตกตื่น ยุทธภพเสินโจวเดือดพล่าน!
เส้าหลิน
เมื่อข่าวที่หลิวหยางใช้กระบี่สังหารเถียนป๋อกวงที่เมืองเหิงโจว และขึ้นทำเนียบปรมาจารย์ รวมถึงการเปิดเผยว่าเขาควบคุมสภาวะกระบี่ และใช้พลังของสภาวะแห่งฟ้าดินได้ แพร่มาถึง
เจ้าอาวาสคงเหวินแห่งเส้าหลิน ก็แอบคิดในใจว่า 'ว่าแล้วเชียว!'
เขาเดาไม่ผิดจริงๆ ไอ้เด็กหลิวหยางนี่ มันเป็นยอดอัจฉริยะปีศาจ ยอดคนไร้เทียมทานจริงๆ พอก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ปุ๊บ ก็สามารถควบคุมสภาวะกระบี่ได้ทันที กลายเป็นยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่อย่างแท้จริง!
สภาวะกระบี่ของคนอื่น เขาใช้เวลาบ่มเพาะกันมา!
แต่สภาวะกระบี่ของเขา กลับได้มาจากการ "ตระหนักรู้" ดื้อๆ ซะอย่างนั้น!
เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวิถีกระบี่อย่างแท้จริง และกลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะวิถีกระบี่ไปแล้ว!
กระบี่ที่แฝงไปด้วยสภาวะแห่งฟ้าดิน หากยังไม่ถึงขั้นมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็ไม่มีใครสามารถต่อกรกับเขาได้เลย!
ไร้เทียมทานในขอบเขตปรมาจารย์อย่างแท้จริง!
เจ้าอาวาสคงเหวินแอบโล่งใจ โชคดีที่เขาไม่ได้ผลีผลาม พอดียินว่าหลิวหยางลงเขา ก็ส่งยอดอัจฉริยะแห่งเส้าหลินลงเขาไปทันที
โชคดีที่เขาใจเย็น และเผื่อใจเอาไว้บ้าง
ไม่อย่างนั้น เส้าหลินคงต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเอาชีวิตไปทิ้งให้หลิวหยางเชือดเล่น เพื่อเอาอันดับไปประเคนให้เขาถึงที่แน่ๆ!
และถ้าเป็นแบบนั้น เส้าหลินคงกลายเป็นตัวตลกในยุทธภพ ที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็กอบกู้ชื่อเสียงกลับมาไม่ได้อีกแล้ว!
โชคดีจริงๆ!
นับว่าโชคดีสุดๆ ไปเลย!
"ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าอาวาสศิษย์พี่ ที่มีสายตาเฉียบแหลม สัมผัสไว รู้ตัวแต่เนิ่นๆ ว่าหลิวหยางผู้นี้ มีอะไรผิดปกติซ่อนอยู่!"
"ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าอาวาสศิษย์พี่มองออกแต่แรก ต่อให้คนทั้งเส้าหลินจะคิดจนหัวแทบแตก ก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่า ไอ้เด็กหลิวหยางนี่ จะก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ และควบคุมสภาวะกระบี่ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ขนาดนี้!"
"การโจมตีที่แฝงไปด้วยสภาวะแห่งฟ้าดินนี่ มันช่างไร้เทียมทานในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์จริงๆ! ต่อให้เป็นมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์อย่างพวกเรา ก็ยังไม่กล้ารับกระบี่ของเขาตรงๆ เลย!"
"หลิวหยางผู้นี้ ปีศาจจริงๆ ปีศาจจนน่าขนลุก วิปริตผิดมนุษย์มนาจริงๆ!"
"โชคดี โชคดีจริงๆ ที่เส้าหลินของเรามีศิษย์พี่คงเหวินเป็นผู้นำ ไม่อย่างนั้น ในการแย่งชิงอันดับบนทำเนียบปรมาจารย์ครั้งนี้ เส้าหลินของเราคงต้องเสียหน้ายับเยิน ชื่อเสียงป่นปี้ และกลายเป็นตัวตลกในยุทธภพไปแล้ว!"
"โชคดีจริงๆ!"
บรรดามหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งเส้าหลิน ต่างมีสีหน้าหวาดหวั่น
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าอาวาสศิษย์พี่ของพวกเขา สังเกตเห็นแต่แรกว่า "สภาวะกระบี่ขั้นความสำเร็จเล็ก" ของหลิวหยางนั้น มีความผิดปกติอย่างมาก ต่อให้คิดจนหัวแทบแตก ก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่า ไอ้เด็กหลิวหยางนี่ นอกจากจะมีพรสวรรค์วิถียุทธ์ที่ปีศาจแล้ว ปัญญาญาณยังลึกล้ำสุดหยั่งคาดอีกด้วย!
ใช้แค่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวิถีกระบี่ และควบคุมสภาวะกระบี่ได้แล้ว!
กลายเป็นผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ และเป็นยอดคนกึ่งเทวะไปตั้งแต่เนิ่นๆ!
ปัญญาญาณที่น่าทึ่งขนาดนี้ มันลึกล้ำสุดหยั่งคาด ชวนให้ร้องอุทานว่าเป็นปีศาจจริงๆ
เคยเห็นคนปัญญาดีมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเห็นใครปัญญาดีขนาดนี้มาก่อนเลย!
เหลือเชื่อ และแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!
นี่คือยอดอัจฉริยะปีศาจ ที่ไม่เคยถือกำเนิดขึ้นในเสินโจวมาตลอดหมื่นปีเลยนะ!
สภาวะแห่งฟ้าดิน เจตจำนงแห่งฟ้าดิน ล้วนเป็นพลังแห่งฟ้าดินทั้งสิ้น!
เพียงแต่ถูกมนุษย์แบ่งแยกออกเป็นระดับพลังแห่งฟ้าดินที่แตกต่างกัน เพื่อใช้แบ่งแยกความแข็งแกร่งและขอบเขตพลัง
สุดยอดมหาปรมาจารย์หลายคน แม้จะสามารถรวบรวมเจตจำนงวิถียุทธ์ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะสามารถใช้เจตจำนงแห่งฟ้าดินได้ในทันที
ในทางกลับกัน สุดยอดมหาปรมาจารย์ส่วนใหญ่ ก็สามารถใช้พลังได้แค่ในระดับสภาวะแห่งฟ้าดินเท่านั้น
ขอยืมใช้ได้แค่พลังระดับผิวเผินของฟ้าดินเท่านั้น
หากมองในมุมนี้ หลิวหยางก็อยู่ในระดับเดียวกันกับสุดยอดมหาปรมาจารย์เหล่านั้น
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียว ก็คือ พลังการฝึกฝนวิถียุทธ์เท่านั้น
แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขา การก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย!
ตั้งแต่โบราณกาลมา การฝึกฝนเป็นเรื่องง่าย แต่การ "ตระหนักรู้ในมรรควิถี" นั้น ยากเย็นแสนเข็ญ
มีมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ตั้งเท่าไหร่ ที่หลังจากบ่มเพาะ "เจตจำนงวิถียุทธ์" ของตัวเองจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ก็ต้องติดแหง็ก ไม่สามารถก้าวต่อไปได้
สาเหตุหลักก็คือ "เจตจำนงวิถียุทธ์" ของพวกเขานั้น เป็นเพียงการลอกเลียนแบบเจตจำนงแห่งฟ้าดิน ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง มันเป็นของปลอม
จึงไม่สามารถใช้สั่นสะเทือนพลังแห่งฟ้าดินได้เลย!
หากต้องการสั่นสะเทือนพลังแห่งฟ้าดิน ก็ต้อง "ตระหนักรู้ในมรรควิถี" โดยเริ่มจากการควบคุมสภาวะแห่งฟ้าดินทีละขั้น
กระบวนการนี้ ถูกเรียกว่า "การเปลี่ยนของปลอมให้กลายเป็นของจริง"
ปูพื้นฐานให้แน่นก่อน แล้วค่อยไป "ตระหนักรู้ในมรรควิถี" มันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่า โดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว
ไม่อย่างนั้น ถ้าเริ่ม "ตระหนักรู้ในมรรควิถี" และเริ่มควบคุมสภาวะแห่งฟ้าดิน ตั้งแต่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์เลยล่ะก็...
มันจะยากลำบากขนาดไหน?!
เกรงว่า ทั่วทั้งเสินโจว คงจะมีมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์เหลืออยู่ไม่กี่คนแล้วล่ะ
ดังนั้น "ของปลอม" ก็ไม่ได้แปลว่าไร้ประโยชน์เสมอไป
ในทางกลับกัน บรรพบุรุษแห่งเสินโจว ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจคิดค้นมันขึ้นมา ก็เพื่อสร้างมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ให้มากขึ้น
เพื่อเพิ่มกองกำลังสำรอง สำหรับการก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวะ
ไม่อย่างนั้น การก้าวกระโดดจากขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ไปสู่ขอบเขตเทวะโดยตรง มันจะเป็นการก้าวกระโดดของพลังที่ห่างไกลเกินไป
แต่ทั้งหมดนี้ ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า หลิวหยางในยุคนี้ มีปัญญาญาณที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด เขาสามารถควบคุมสภาวะกระบี่ และสั่นสะเทือนสภาวะแห่งฟ้าดินได้ ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์!
ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ ความตกตะลึงที่มันมอบให้ผู้คน ช่างมากมายมหาศาล จนยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้
แม้แต่มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งเส้าหลิน ที่รู้ถึงสาเหตุทั้งหมด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบด่า ไอ้ปีศาจนี่!
ภายในใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนแทบจะทนไม่ไหว!
วิปริตเกินคนแล้ว!
ปีศาจจนน่ากลัว!
ดูไม่เหมือน "ยอดอัจฉริยะ" ของยุคนี้เลยสักนิด
มีเพียงผู้วิเศษกลับชาติมาเกิด หรือผู้ที่มีพลังระดับเทพมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น ที่จะสามารถทำเรื่องที่ขัดต่อสามัญสำนึก อย่างการก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ปุ๊บ ก็ควบคุมสภาวะกระบี่ และสั่นสะเทือนสภาวะแห่งฟ้าดินได้ปั๊บ อย่างเป็นธรรมชาติ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้เลย!
"แม้จะบอกว่าโชคดีก็เถอะ..."
"แต่การที่หลิวหยางเป็นยอดคนกึ่งเทวะแห่งบู๊ตึ๊ง ก็เป็นความจริง!"
"แถมตอนนี้ ศิษย์รุ่นที่สามของบู๊ตึ๊ง ก็กลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะไปแล้วด้วย..."
"ชื่อเสียงของบู๊ตึ๊ง จะต้องโด่งดังไปทั่วเสินโจว จนเส้าหลินของเรายากจะต้านทานได้แล้ว...."
"ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า 'การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน' กำลังจะมาถึง อนาคตของไอ้เด็กหลิวหยางคนนี้ ไม่มีทางหยุดอยู่แค่ขอบเขตเทวะแน่...."
เจ้าอาวาสคงเหวินขมวดคิ้ว พึมพำกับตัวเองเบาๆ คำพูดของเขา ทำให้มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งเส้าหลินเงียบกริบ สีหน้าของแต่ละคน เผยให้เห็นถึงความรู้สึกซับซ้อนและเคร่งเครียด
การแข่งขันระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อันดับแรก ต้องดูที่บรรพบุรุษระดับเทวะ
ปรมาจารย์จางซานเฟิงแห่งบู๊ตึ๊ง โด่งดังไปทั่วเสินโจว พลังฝีมือเหนือกว่าบรรพบุรุษระดับเทวะคนอื่นๆ ไปไกลลิบลับ นั่นจึงทำให้บู๊ตึ๊ง ซึ่งเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งก่อตั้งมาได้แค่พันกว่าปี สามารถก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับเส้าหลินได้
อันดับสอง ต้องดูที่กำลังหลักของสำนัก ซึ่งก็คือพรสวรรค์ของบรรดาศิษย์
ศิษย์ของใครมีพรสวรรค์มากกว่า สำนักนั้นก็ย่อมมีอนาคตที่สดใสกว่า
ก่อนหน้านี้ เจ็ดวีรบุรุษบู๊ตึ๊ง ก็เคยสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเสินโจว เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนบู๊ตึ๊งเอาไว้ ไม่ด้อยไปกว่าเส้าหลินเลย
แต่ทว่า....
พอมาถึงศิษย์รุ่นที่สามของบู๊ตึ๊ง กลับดูธรรมดา ไม่มีความโดดเด่นเอาเสียเลย
ไม่ได้หมายความว่า ศิษย์รุ่นที่สามของบู๊ตึ๊งไม่ได้เรื่องนะ เพราะมาตรฐานของยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นสูงอยู่แล้ว ต่อให้จะแย่แค่ไหน ก็ยังเหนือกว่ายอดอัจฉริยะทั่วไปในยุทธภพอยู่ดี
แต่เมื่อเทียบกับชื่อเสียงที่บู๊ตึ๊งสั่งสมมา มันกลับดูไม่ค่อยเปล่งประกายเท่าไหร่นัก
ยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับยอดอัจฉริยะแห่งเส้าหลินแล้ว ก็ยิ่งดูด้อยกว่าเข้าไปใหญ่
และศิษย์รุ่นที่สามของบู๊ตึ๊ง ก็คือตัวแทนของอนาคต
การที่ศิษย์รุ่นที่สามของบู๊ตึ๊งอ่อนแอขนาดนี้ ย่อมทำให้ความเชื่อมั่นของผู้คนในยุทธภพเสินโจว เอนเอียงไปทางเส้าหลิน
ความสำคัญของอนาคตนั้น ย่อมเป็นที่รู้กันดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" กำลังจะมาถึง
ขุมกำลังใหญ่ๆ ในยุทธภพ ย่อมต้องให้ความสำคัญกับอนาคตมากขึ้นไปอีก
แต่การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหลิวหยาง ยอดอัจฉริยะปีศาจผู้นี้ กลับสามารถแบกรับภาระของศิษย์รุ่นที่สามแห่งบู๊ตึ๊งเอาไว้ได้ทั้งหมดในคราวเดียว
อายุเพียงสี่สิบหกปี แต่ก็กลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะไปแล้ว!
อีกเพียงไม่กี่ร้อยปี เขาก็จะสามารถก้าวขึ้นเป็นบรรพบุรุษระดับเทวะที่แท้จริงได้!
นี่มันสามารถบดขยี้ยอดอัจฉริยะแห่งเส้าหลินทั้งหมด ไปไกลลิบลับเลยนะ!
เมื่อเห็นหลิวหยาง สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คือ อนาคตของยุทธภพ อยู่ที่เขาบู๊ตึ๊ง!
แล้วเส้าหลินล่ะ?
แม้จะยอดเยี่ยม แต่เมื่อเทียบกับบู๊ตึ๊งแล้ว ก็ห่างชั้นกันเยอะ!
นี่แหละคือความแตกต่าง!
ความเชื่อมั่นของผู้คนในยุทธภพ ล้วนหลั่งไหลไปที่บู๊ตึ๊งหมดแล้ว
แล้วเส้าหลิน จะไปเป็นผู้นำยุทธภพได้ยังไง?!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ บรรดามหาปรมาจารย์แห่งเส้าหลิน ต่างก็มีสีหน้าย่ำแย่ และเต็มไปด้วยความกังวล
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดใจ จนถึงขั้นหวาดหวั่นพรั่นพรึงก็คือ
พรสวรรค์ระดับปีศาจของหลิวหยาง มันมาถึงจุดที่น่าขนลุก ทนดูไม่ได้ และถึงขั้นวิปริตไปแล้ว
การให้กำเนิดยอดอัจฉริยะปีศาจแบบนี้ได้ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" ที่กำลังจะมาถึง มันจะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?!
ดูเหมือนว่า ต่อให้เป็นขอบเขตเซียนเดินดินในตำนาน ก็คงไม่อาจต้านทานยอดอัจฉริยะปีศาจผู้นี้ได้!
ใครบ้างจะไม่หวาดผวา!?
ถ้าก่อนหน้านี้ บรรดามหาปรมาจารย์แห่งเส้าหลิน ยังมั่นใจในรากฐานของเส้าหลิน และมั่นใจว่าจะสามารถผ่านพ้น "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" ในครั้งนี้ไปได้
แต่ตอนนี้ เมื่อหลิวหยางปรากฏตัวขึ้น ภายในใจของพวกเขาก็เริ่มหวาดหวั่นและไม่มั่นคง
"การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" ที่น่ารังเกียจนี้ ดูท่าทางแล้ว แม้แต่บรรพบุรุษระดับเทวะ ก็คงจะรับมือไม่ไหวซะแล้ว!
แค่จะเอาตัวรอดก็ยังลำบาก แล้วจะไปหวังเป็นผู้นำยุทธภพได้ยังไง?!
ยิ่งคิด ก็ยิ่งหวาดผวา จนขนลุกซู่
ชั่วขณะนั้น บรรดามหาปรมาจารย์แห่งเส้าหลิน ต่างก็มองหน้ากันไปมา และเงียบกริบไร้คำพูด
เส้าหลินเงียบงัน แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ไม่ได้เงียบงันตามไปด้วย กลับถูกการเปิดเผยระดับพลัง "ยอดคนกึ่งเทวะ" ของหลิวหยาง ทำเอาตกตะลึง อ้าปากค้าง แตกตื่นโกลาหลกันไปหมด
ตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ!
"ซี๊ดดดด เป็นไปได้ยังไง? อยู่แค่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็ควบคุมสภาวะกระบี่ ดึงพลังแห่งฟ้าดินมาใช้ และก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะได้แล้ว?!"
"นี่มันยอดอัจฉริยะปีศาจอะไรกัน? ปีศาจจนน่าขนลุกเลยทีเดียว!"
"น่าสะพรึงกลัวจริงๆ แค่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ กลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะที่แท้จริง ตัวตนระดับนี้ นับหมื่นปีมานี้ในเสินโจว ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเลยนะ?!"
"บ้าเอ๊ย ฟ้าดินของเสินโจวกำลังจะทำอะไรกันแน่? ถึงได้ให้กำเนิดยอดอัจฉริยะระดับนี้ออกมาได้?!"
"ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ หลิวหยางไม่ได้แค่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะเท่านั้น แต่เขายังทำได้เร็วมาก เร็วแบบน่าขนลุกเลยล่ะ!!"
"เส้นทางแห่งการตระหนักรู้ในมรรควิถี ที่ยากลำบากราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์สำหรับพวกเรา กลับเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขางั้นรึ?!"
"เหลือเชื่อ เกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาตระหนักรู้ได้ยังไงกันนะ?!"
"อย่าว่าแต่ปรมาจารย์วิถียุทธ์เลย ต่อให้ข้าซึ่งเป็นคนรวบรวมเจตจำนงดาบมาแล้ว ก็ยังก้าวเข้าสู่ประตูแห่งวิถีดาบไม่ได้เลย! ไอ้คำว่า 'มรรควิถี' บ้าๆ นี่ มันคืออะไรกันแน่?"
"นี่แหละคือยอดอัจฉริยะ ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ตัวจริง หลักการแห่งฟ้าดินที่ดูเหมือนคัมภีร์สวรรค์สำหรับพวกเรา สำหรับพวกยอดอัจฉริยะ แค่มองแวบเดียว ก็เข้าใจ ตระหนักรู้ปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ!"
"บ้าเอ๊ย แข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้จริงๆ!"
"ความปีศาจของเด็กคนนี้ พลังฝีมือไร้เทียมทานในขอบเขตปรมาจารย์ไปแล้ว ตำแหน่งอันดับหนึ่งบนทำเนียบปรมาจารย์ คงต้องตกเป็นของเขาแน่ๆ!"
"เขามีพลังฝีมือระดับนี้ แถมยังมีบู๊ตึ๊งคอยหนุนหลัง และเป็นถึงยอดคนกึ่งเทวะแห่งบู๊ตึ๊ง ถ้าเป็นอย่างที่ในยุทธภพลือกัน เขาก็คือว่าที่ระดับเทวะแห่งบู๊ตึ๊งตัวจริงเสียงจริง! เจ้ายังกล้าไปขวางทางเขาอีกรึ?!"
"ขวางทางงั้นรึ? ลืมมันไปซะเถอะ ต่อให้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน ก็ไม่คุ้มหรอกที่จะไปขัดใจบู๊ตึ๊งเพราะเรื่องนี้ ยิ่งตอนนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดินกำลังจะมาถึง ถ้า 'ถ้ำศักดิ์สิทธิ์' พังทลาย รากฐานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่หลงเหลือ แล้วอนาคตดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างพวกเราจะไปยืนอยู่ตรงไหนในเสินโจว? ขืนไปล่วงเกินบู๊ตึ๊ง ล่วงเกินหลิวหยาง อนาคตก็คงไม่มีที่ยืนแล้วล่ะ!"
"รู้ก็ดีแล้ว อย่าว่าแต่อันดับหนึ่งของสองทำเนียบเลย ต่อให้เป็นอันดับหนึ่งของสามทำเนียบ พวกเราก็ต้องยอมเบิกตาดูเขาคว้ามันไป ไม่อย่างนั้น ถ้าไปล่วงเกินปรมาจารย์จางซานเฟิง อาจจะรอดตาย แต่ถ้าไปล่วงเกินไอ้เด็กหลิวหยาง ที่เป็นบรรพบุรุษระดับเทวะในอนาคตของบู๊ตึ๊งล่ะก็ จะต้องเจอดีแน่...."
"ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ เต่าเฒ่าแห่งบู๊ตึ๊งไงล่ะ ไอ้เด็กนี่มันเจ้าคิดเจ้าแค้นจะตาย!!"
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั่วหล้า ต่างก็ฮือฮากันใหญ่ ศิษย์และผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน ต่างก็อ้าปากค้าง ตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก และไม่อยากจะเชื่อ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า บนโลกนี้ จะมียอดอัจฉริยะปีศาจแบบนี้อยู่จริง!
นี่มันคนที่มีแต่ในทฤษฎีเท่านั้นนะ!
กลับมีคนฝึกฝนจนสำเร็จได้จริงๆ รึ?!
ความรู้สึกแบบนี้ ทำให้ทุกคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับตำนาน!
นี่มันปาฏิหาริย์แห่งวิถียุทธ์ชัดๆ!
ต้องมีปัญญาญาณลึกล้ำขนาดไหน ถึงจะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ และเริ่ม "ตระหนักรู้ในมรรควิถี" ได้ ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์?!
แม้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง จะไม่รู้ซึ้งถึงความยากลำบากของมัน
แต่เมื่อคิดว่า หลิวหยางได้เริ่มก้าวเดินบนเส้นทางสู่เทวะ และมุ่งหน้าสู่ขอบเขตเทวะอย่างมั่นคง ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว
ก็พอจะจินตนาการได้ว่า มันยากลำบากขนาดไหน!
ในเมื่อได้ก้าวเดินบนเส้นทางสู่เทวะแล้ว ปัญหาที่เหลือก็มีเพียงแค่ จะเดินเร็วหรือช้า และต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตเทวะได้เท่านั้น
ในแง่นี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับสุดยอดมหาปรมาจารย์ ที่ติดอันดับบนทำเนียบมหาปรมาจารย์เลย!
สุดยอดมหาปรมาจารย์เหล่านี้ เมื่อขึ้นทำเนียบมหาปรมาจารย์แล้ว ก็ถือว่าได้ก้าวเดินบนเส้นทางสู่เทวะไปครึ่งก้าวแล้ว การบรรลุขอบเขตเทวะ ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
แต่ทว่า สุดยอดมหาปรมาจารย์ ต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ อายุขัย!
พวกเขาจะสามารถบรรลุการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน และก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวะได้ ก่อนที่อายุขัยจะสิ้นสุดลงหรือไม่!
นี่คือปัญหาใหญ่!
แต่สำหรับหลิวหยางล่ะ....
เขาไม่มีปัญหาเรื่องอายุขัยเลยสักนิด!
นี่ก็เท่ากับว่า เขาคือบรรพบุรุษระดับเทวะในอนาคตที่การันตีแล้วล่ะ!
ความจริงข้อนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับคนทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อย่างหาคำบรรยายไม่ได้
ชวนให้ร้องอุทานว่าเป็นยอดคนกึ่งเทวะจริงๆ!
"ศิษย์พี่หลิว ยอดคนกึ่งเทวะเลยนะเนี่ย!"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"ยังไม่ทันก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็การันตีการก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวะซะแล้ว!"
"นี่แหละคือยอดอัจฉริยะปีศาจงั้นรึ?!"
"ที่แท้ ยอดอัจฉริยะตัวจริง ไม่ต้องไปแย่งชิงอันดับบนทำเนียบอะไรหรอก แค่อาศัยพรสวรรค์ระดับปีศาจของตัวเอง ก็สามารถทะลวงผ่านอุปสรรคสู่ขอบเขตเทวะได้อย่างง่ายดายแล้ว!"
"ตอนนี้คือศิษย์พี่หลิว ในอนาคตก็คือบรรพบุรุษระดับเทวะงั้นรึ? น่ากลัวจริงๆ!"
บรรดาศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง หน้าถอดสีกันไปหมด
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีคนสามารถมองข้ามอุปสรรคสู่ขอบเขตเทวะ ไปได้อย่างง่ายดายขนาดนี้!
เพียงแค่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็สามารถทะลวงผ่านอุปสรรคสู่ขอบเขตเทวะได้แล้ว!
ช่างน่าสะพรึงกลัว และชวนให้ขนลุกซู่จริงๆ!
ชั่วขณะนั้น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้า ก็ฮือฮากันใหญ่ ตกตะลึงกันถ้วนหน้า และแตกตื่นโกลาหล!
ไม่รู้ว่ามีผู้นำระดับสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์กี่คน ที่ต้องมองไปทางเขาบู๊ตึ๊งด้วยความอิจฉาตาร้อน จนน้ำลายหก!
อิจฉาจริงๆ นะ!
ในขณะที่พวกเขากำลังเค้นสมอง วางแผนอย่างหนัก และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีบรรพบุรุษระดับเทวะถือกำเนิดขึ้นในสำนัก จนแทบจะเป็นบ้ากันอยู่แล้ว
เขาบู๊ตึ๊ง กลับไม่ต้องทำอะไรเลย นอนอยู่เฉยๆ ก็มียอดคนกึ่งเทวะรุ่นที่สามแห่งบู๊ตึ๊งมาประเคนให้ถึงที่!
นี่มัน... ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้า ต้องอิจฉาจนแทบคลั่ง!
ตาร้อนผ่าวเลยทีเดียว!
ข่าวที่หลิวหยางใช้กระบี่สังหารเถียนป๋อกวง และก้าวขึ้นทำเนียบปรมาจารย์เป็นครั้งแรก ยังคงแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว พัดกระหน่ำไปยังขุมกำลังต่างๆ ในเสินโจวอย่างบ้าคลั่ง
ทุกที่ที่ข่าวนี้แพร่ไปถึง ล้วนเกิดความโกลาหล ผู้คนต่างร้องอุทานด้วยความตกตะลึงและหน้าถอดสี
แต่ไม่มีใครสนใจเลยว่า หลิวหยางได้ขึ้นทำเนียบปรมาจารย์หรือไม่!
แม้ว่าการขึ้นทำเนียบปรมาจารย์ ทั้งๆ ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์มาแค่สิบแปดปี จะเป็นเรื่องที่น่าทึ่งและเจิดจรัสมากเพียงใด
แต่เมื่อนำไปเทียบกับการที่เขา สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ ควบคุมสภาวะกระบี่ ดึงพลังแห่งฟ้าดินมาใช้ และกลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะ ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้วล่ะก็...
มันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด!
ยอดคนกึ่งเทวะเชียวนะ!
ตัวตนที่จะกลายเป็นบรรพบุรุษระดับเทวะในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้าอย่างแน่นอน!
การถือกำเนิดของบรรพบุรุษระดับเทวะคนใดคนหนึ่ง ล้วนเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในเสินโจวได้
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นถึงยอดคนกึ่งเทวะแห่งบู๊ตึ๊ง ที่เป็นยอดอัจฉริยะปีศาจอีกต่างหาก!
และยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ที่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" กำลังจะมาถึงอีกด้วย
เดิมที การที่หลิวเจิ้งเฟิงแห่งสำนักเหิงซาน จัดงานล้างมือในอ่างทองคำ และทำท่าเหมือนจะถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรของห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขา แล้วไปสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าหมิง
ก็ทำให้ขุมกำลังต่างๆ ในยุทธภพเสินโจว ต้องหวาดหวั่นพรั่นพรึง กระวนกระวายใจ และเต็มไปด้วยข้อสันนิษฐานมากมายอยู่แล้ว
ทุกคนต่างก็ขนลุกซู่ และร้องอุทานว่า หรือว่ารากฐานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่าง "ถ้ำศักดิ์สิทธิ์" จะต้องพังทลายลง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และไม่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกแล้ว?
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า หลิวหยาง ยอดอัจฉริยะปีศาจผู้นี้ จะโผล่มาอย่างกะทันหัน เปิดเผยว่าตัวเขาสามารถควบคุมสภาวะกระบี่ ดึงพลังแห่งฟ้าดินมาใช้ ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ และกลายเป็นยอดคนกึ่งเทวะแห่งบู๊ตึ๊งอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์!
ตัวตนที่เป็นบรรพบุรุษระดับเทวะที่การันตีแล้วในอนาคต!
นี่มันทำเอาขุมกำลังต่างๆ ในยุทธภพเสินโจว ตกใจจนแทบสิ้นสติ!
ขนาดยอดอัจฉริยะปีศาจที่เก่งกาจจนน่าขนลุกขนาดนี้ ยังปรากฏตัวขึ้นมาเลย....
งั้น "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" นี้ มันจะไม่ทำให้ทั่วทั้งเสินโจว พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยรึ?!
ทุกคนต่างตกอยู่ในอันตราย ไม่มีความรู้สึกปลอดภัยหลงเหลืออยู่อีกต่อไป!
กลัวจนฉี่ราดกันไปหมด!
กระวนกระวายใจจนถึงขีดสุด!
"บ้าเอ๊ย การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน จะต้องเหนือความคาดหมายแน่ๆ!"
"อนาคต อยู่ที่เขาบู๊ตึ๊ง!"
"รีบหาทางตีสนิทกับบู๊ตึ๊งให้เร็วที่สุด...."
ขุมกำลังต่างๆ ทั่วเสินโจว ต่างก็หันเหความสนใจไปที่เขาบู๊ตึ๊งทันที!