- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 111 หลิวหยาง: พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย ข้าจะสู้แบบหนึ่งต่อสี่!
ตอนที่ 111 หลิวหยาง: พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย ข้าจะสู้แบบหนึ่งต่อสี่!
ตอนที่ 111 หลิวหยาง: พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย ข้าจะสู้แบบหนึ่งต่อสี่!
ตอนที่ 111 หลิวหยาง: พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย ข้าจะสู้แบบหนึ่งต่อสี่!
"อะไรนะ?!"
"เจ้าจะสู้กับพวกเราสี่คนพร้อมกันรึ?!"
"ถุยๆๆ เจ้าจะให้สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงอย่างพวกเรา รุมเจ้าคนเดียวเนี่ยนะ?!"
สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงต่างก็อ้าปากค้าง ตกตะลึงจนกรามแทบหลุด มองหลิวหยางด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นึกว่าตัวเองหูแว่น หรือฟังผิดไป
ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า หลิวหยางจะกล้ายื่นข้อเสนอที่เหลือเชื่อขนาดนี้
มันยากจะเชื่อ เป็นเรื่องเหลือเชื่อ และทำเอาพวกเขาอึ้งไปเลย
"พวกเจ้าสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง ยังไม่ติดแม้แต่ทำเนียบปรมาจารย์เลยด้วยซ้ำ ถ้าข้าสู้กับพวกเจ้าแบบตัวต่อตัว ขืนเรื่องแพร่่งพรายออกไป ข้าหลิวหยางจะไม่ถูกครหาว่ารังแกคนอ่อนแอหรอกรึ?!"
"พวกเจ้าสี่คนเข้ามาพร้อมกันเลยดีกว่า แบบนี้สิ ถึงจะพอสร้างแรงกดดันให้ข้าได้บ้าง!"
หลิวหยางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรที่สุดแล้ว
พวกเจ้าไม่ติดทำเนียบปรมาจารย์ พลังฝีมือก็อ่อนหัดปานนี้ ถ้าไม่สู้พร้อมกัน จะไปสนุกอะไร?!
แต่ในใจเขากลับแอบยิ้มขื่น นี่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
การสู้แบบตัวต่อตัว ตอนนี้ไม่มีปรมาจารย์วิถียุทธ์คนไหนยอมสู้กับเขาแบบตัวต่อตัวแล้ว!
ในเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็ต้องสู้แบบหนึ่งต่อหลายคนแทน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบ้าง
ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีใครยอมเล่นด้วยแล้ว!
ส่วนเรื่องที่ทำแบบนี้ แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรตามมา หลิวหยางก็ขี้เกียจจะไปสนใจแล้ว
อยากจะมองว่าอวดดี ก็อวดดีไปเถอะ!
โดนด่าว่าอวดดี ไม่เห็นหัวคนอื่นบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นไร
มีแต่พลังฝีมือเท่านั้นแหละ ที่เป็นของจริง!
นี่ก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่เขาต้องจำใจงัดออกมาใช้
จะโทษก็ต้องโทษที่เขาแข็งแกร่งเกินไป!
ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะมียอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หน้าไหน ยอมมาสู้กับเขาล่ะ?!
ยอดอัจฉริยะแบบสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงนี้ มีแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นแหละ
พวกนี้ก็แค่ถูกยกย่องซะจนเหลิงตอนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงเฉิง จนคิดไปเองว่า นอกชิงเฉิง ยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ ก็งั้นๆ แหละ
ในฐานะสี่คนที่มีพรสวรรค์ดีที่สุดของชิงเฉิงในยุคนี้ พวกเขาย่อมคิดเอาเองว่า ในเมื่อพวกเขาคือยอดอัจฉริยะแห่งชิงเฉิง และชิงเฉิงก็เป็นหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโลก ที่มีรากฐานลึกซึ้ง และสืบทอดมาอย่างยาวนาน
ดังนั้น พวกเขาก็ต้องเป็นยอดอัจฉริยะระดับแนวหน้าของเสินโจวด้วยสิ!
การคิดแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องปกติ
เพียงแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สาเหตุที่แท้จริงก็คือ ชิงเฉิงมันตกต่ำลงเรื่อยๆ ยอดอัจฉริยะในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงเฉิง ห่างชั้นจากยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มากเกินไปแล้ว
และสิ่งที่หลิวหยางต้องทำก็คือ การตบหน้าพวกเขาให้ตื่นจากฝัน!
ให้พวกเขาได้เห็นโลกแห่งความเป็นจริง!
และในขณะเดียวกัน ก็ถือโอกาสดึงดูดความสนใจจากยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ให้มาที่นี่ด้วย!
ข้า หลิวหยาง จะไม่ทำตัวเป็นคนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว สู้แบบตัวต่อตัวมันไม่สะใจ ข้าจะสู้แบบหนึ่งต่อหลายคนแทนแล้ว!
มองยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นแค่ฝุ่นผง!
ถ้าพวกเจ้ายังมีศักดิ์ศรี ยังมีความหยิ่งทะนงของยอดอัจฉริยะอยู่ ก็เข้ามาสู้กับข้าสิ!
ก็แค่ทำตัวอวดดี แกว่งเท้าหาเสี้ยน "เรียกแขก" แบบไม่กลัวตายแบบนี้แหละ!
แม้จะน่าหมั่นไส้ และต้องโดนด่าเปิง!
แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา!
ปรมาจารย์แห่งเสินโจวต่างก็แกล้งตาย นอนตีพุง ทำตัวเป็นปลาเค็มกันหมด
แม้แต่เส้าหลินก็ยังยอมถอย ไม่ยอมส่งคนมาให้เขายำ
ดังนั้น หลิวหยางก็ทำได้แค่ไปกระตุ้นพวกยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ยังเลือดร้อนอยู่เท่านั้น
ไม่อย่างนั้น เขาจะไปหาคู่ต่อสู้มาจากไหนล่ะ?!
ต่อให้เป็นทำเนียบปรมาจารย์ ก็มีแค่พันอันดับ เขาจะไปตามหาท้าประลองทีละคนก็คงไม่ไหว
ถ้าอยากจะต่อสู้เยอะๆ โดยที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ก็มีแต่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นแหละ
การต่อสู้แบบเป็นตาย เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่มีทางอื่นจริงๆ
เว้นแต่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลิวหยางไม่มีทางเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอก
...
"อวดดี!"
"อวดดีเกินไปแล้วจริงๆ!"
"ศิษย์พี่ ข้าไม่เคยเจอใครที่อวดดีกว่าพวกเรามาก่อนเลย!"
"น่าโมโหชะมัด น่าโมโหจริงๆ!"
"ต้องอัดมัน!"
"ศิษย์พี่ ลงมือเถอะ กระบี่ของข้ามันคันไม้คันมือจะแย่แล้ว!"
"เยาะเย้ยว่าสำนักชิงเฉิงของพวกเราไม่ติดทำเนียบปรมาจารย์ยังไม่พอ ยังกล้ามาดูถูกพวกเรา ให้พวกเราสี่พี่น้องรุมมันคนเดียว มันคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?!"
"ไอ้ยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งนี่ มันน่าโมโหเกินไปแล้ว!"
"ศิษย์พี่ อย่ามัวลังเลอยู่เลย ต่อให้ต้องเสียหน้า ข้าก็จะอัดมันให้ได้ ข้าจะอัดมันให้ยับเลย!"
"ทนไม่ได้แล้ว ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!"
ทันทีที่หลิวหยางพูดจบ บรรดาศิษย์ชิงเฉิงก็ระเบิดความโกรธออกมาทันที โดยเฉพาะสามคนในสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง พวกเขาโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ชักกระบี่ออกมาพร้อมกับตะโกนด่าทอด้วยความเดือดดาล
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่โหวเหรินอิง ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เดือดพล่านกันไปหมด
ตั้งแต่พวกเขา สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง ลงเขามาท่องยุทธภพ เคยโดนหยามเกียรติขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
ตอนอยู่ระดับก่อนพฤกษา พวกเขาทั้งสี่ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยบุกทะลวงขึ้นไปติดร้อยอันดับแรกของทำเนียบมังกรซ่อนมาแล้ว
หลังจากก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็สร้างชื่อเสียงในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงเฉิงได้อย่างรวดเร็ว เอาชนะปรมาจารย์หน้าเก่าของชิงเฉิงไปได้หลายคน
หลังจากลงเขา ท่องไปตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่นั่น ก็ต้องให้ความเคารพยำเกรงพวกเขากันทังนั้น!
และพวกเขาก็เคยประลองฝีมือกับปรมาจารย์วิถียุทธ์ข้างล่างเขามาแล้วหลายคน และพบว่าปรมาจารย์วิถียุทธ์พวกนั้น เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว ฝีมือห่างชั้นกันลิบลับ
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย!
ตั้งแต่ลงเขา มุ่งหน้าลงตะวันออก พวกเขายังไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ และไม่เคยแพ้ใครเลย!
พวกเขาเชื่อมาตลอดว่า สาเหตุที่พวกเขายังไม่ติดทำเนียบปรมาจารย์ ก็เป็นเพราะพวกเขายังไม่เคยเจอยอดอัจฉริยะบนทำเนียบปรมาจารย์ต่างหาก
ขอแค่ได้เจอ พวกเขาก็สามารถเอาชนะ และก้าวขึ้นไปอยู่บนทำเนียบปรมาจารย์ได้อย่างพร้อมเพรียง!
ดังนั้น เมื่อรู้ข่าวว่าหลิวเจิ้งเฟิงกำลังจะจัด "งานล้างมือในอ่างทองคำ" พวกเขาก็รีบเดินทางมาทันที
พวกเขาไม่ได้สนใจงานล้างมือในอ่างทองคำอะไรนั่นหรอก สิ่งที่พวกเขาสนใจก็คือ ยอดอัจฉริยะที่มาร่วมงานต่างหาก
ก็แหม ปกติแล้ว จะมียอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ?!
ถ้าอยากจะขึ้นทำเนียบปรมาจารย์ ก็ต้องหายอดอัจฉริยะบนทำเนียบพวกนี้ให้เจอก่อน
เสินโจวมันกว้างใหญ่เกินไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ตั้งอยู่กระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ การจะไปตามหาและท้าประลองทีละคน มันเสียเวลาเกินไป
ดังนั้น เมื่อรู้ข่าวว่ายอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง อันดับหนึ่งบนทำเนียบมังกรซ่อนรอบที่แล้ว ยอดอัจฉริยะปีศาจผู้โด่งดังสะท้านเสินโจวอย่างหลิวหยาง มาปรากฏตัวที่เมืองเหิงโจว พวกเขาก็ดีใจสุดๆ รีบควบม้ามาที่นี่อย่างไม่คิดชีวิต
พอมาถึง ก็รีบพุ่งมาที่หน้าหอเซียวเซียง แล้วตะโกนท้าประลองทันที!
เพื่อต้องการพิสูจน์ด้วยมือตัวเองว่า หลิวหยางแห่งบู๊ตึ๊งผู้นี้ จะเป็นปีศาจอย่างที่เขาลือกันจริงๆ หรือเปล่า?!
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า....
หลิวหยางจะปีศาจหรือเปล่า พวกเขาไม่รู้
แต่ความอวดดีของหลิวหยาง มันทำให้พวกเขาโกรธจนสติแตกไปแล้ว
แค่กวักมือเรียก ก็บอกให้พวกเขาสี่คนเข้ามาพร้อมกัน!
นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ!
แค่คิดก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ไฟแค้นลุกโชน
ศิษย์น้องอีกสามคนทนไม่ไหว ชักกระบี่ออกจากฝัก หวังจะรุมสกรัมหลิวหยาง ยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งให้รู้แล้วรู้รอด เพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ
มีเพียงโหวเหรินอิงเท่านั้น ที่ยังคงสติไว้ได้ เขายกมือห้ามศิษย์น้องทั้งสามที่กำลังฮึดฮัดอยากจะพุ่งเข้าไป แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง: "ศิษย์น้องหลิว เจ้าแน่ใจนะ ว่าจะให้พวกข้าสี่พี่น้อง เข้าไปพร้อมกัน?!"
เรียกศิษย์น้องหลิวอีกแล้ว!
หลิวหยางถึงกับกรอกตาขึ้นฟ้า ไอ้สี่คนนี่ ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลย!
เขาไม่พูดอะไรมาก กระโดดลงจากหอเซียวเซียง มายืนลอยตัวอยู่เหนือแม่น้ำเซียงสุ่ย ชักกระบี่เจินหยางออกจากฝัก แล้วชี้ไปที่ทั้งสี่คน: "อย่ามัวแต่เห่า เก็บแรงไว้ฟาดฟันกระบี่ดีกว่า!"
"พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย!"
อวดดีถึงขั้นท้าให้สี่คนรุมแบบนี้
โหวเหรินอิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เดือดดาลสุดๆ งั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว
กฎเกณฑ์อะไร มิตรภาพระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ธรรมเนียมยุทธภพอะไร....
ทิ้งมันไปให้หมด อัดมันก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
"วันนี้ พวกข้าสี่พี่น้อง จะไม่สนกฎเกณฑ์ยุทธภพอะไรทั้งนั้น!!"
โหวเหรินอิงสบถด้วยความโกรธแค้น ชักกระบี่ออกจากฝัก แล้วโบกมือตะโกนลั่น: "ศิษย์น้องทั้งสาม ลุยพร้อมกันเลย!"
"ในเมื่อมันรนหาที่ตาย ก็จัดให้มันหน่อย!"
พูดจบ ทั้งสี่คนก็พุ่งทะยานออกไป รวดเร็วดั่งสายลม ลอยตัวอยู่เหนือแม่น้ำเซียงสุ่ย โดยหันปลายกระบี่พุ่งเป้าไปที่หลิวหยาง
บรรดาปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่เหมือนกับในละครฉากนี้ ต่างก็มองหน้ากันไปมา อ้าปากค้าง ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
จากนั้น ก็ระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันที แตกตื่นโกลาหล
"ข้าตาฝาดไปรึเปล่า? จอมยุทธ์น้อยหลิวตัวคนเดียว มีกระบี่เล่มเดียว จะสู้กับสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงงั้นรึ?!"
"นี่สินะยอดอัจฉริยะสะท้านภพ?! หยิ่งยโสโอหัง ไม่เห็นหัวใครเลย!"
"ข้ายอมรับนะ ว่าจอมยุทธ์น้อยหลิวเก่งกาจและปีศาจมาก แต่สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง ก็ไม่ใช่พวกกระจอกนะ ตั้งแต่พวกเขาลงเขามา ก็ไล่อัดปรมาจารย์ด่านแห่งจิตวิญญาณไปตั้งหลายคน แล้วนี่สี่คนร่วมมือกัน พลังฝีมือจะขนาดไหน...."
"จอมยุทธ์น้อยหลิว จะประมาทเกินไปรึเปล่า?!"
"ต่อให้สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงจะไม่ติดทำเนียบปรมาจารย์ แต่ก็ห่างจากทำเนียบปรมาจารย์แค่เส้นยาแดงผ่าแปดนะ!"
"ไม่ๆๆ พลังฝีมือของสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง ถือว่าแข็งแกร่งมากนะ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชิงเฉิง พลังฝีมือของพวกเขาน่ะ ดีพอที่จะขึ้นทำเนียบปรมาจารย์ได้เลยล่ะ!"
"มาเมืองเหิงโจวคราวนี้ ไม่เสียเที่ยวจริงๆ มีเรื่องสนุกให้ดูเยอะแยะเลย!"
"ยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง ปะทะสี่ยอดอัจฉริยะแห่งชิงเฉิง ศึกนี้ต้องสั่นสะเทือนยุทธภพแน่ๆ!"
"ตั้งแต่จอมยุทธ์น้อยหลิวท่องยุทธภพมา ไม่เคยแพ้ใครเลย วันนี้สงสัยจะแพ้ก็คราวนี้แหละ...."
"จอมยุทธ์น้อยหลิวแพ้ไม่น่ากลัวหรอก ที่น่ากลัวก็คือ ถ้าเขาตัวคนเดียว มีกระบี่เล่มเดียว แต่สามารถเอาชนะสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงได้ล่ะก็ นั่นแหละถึงจะน่ากลัวของจริง!"
"บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ ยอดอัจฉริยะแห่งเสินโจวยุคนี้ มันจะบ้าคลั่งกันไปถึงไหนนะ!"
บรรดาปรมาจารย์วิถียุทธ์ต่างก็ฮือฮา แตกตื่นโกลาหล
ทุกคนต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก!
ไม่คิดเลยว่า หลิวหยาง ยอดอัจฉริยะปีศาจผู้นี้ จะใช้กระบี่เล่มเดียว สู้กับสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิง
ใจหนึ่งก็กลัวว่าหลิวหยางจะแพ้ แล้วชื่อเสียงของยอดอัจฉริยะปีศาจจะป่นปี้
แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าหลิวหยางจะชนะ แล้วกลายเป็นปีศาจที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม!
แต่ละคนใจเต้นตึกตัก ลุ้นจนนั่งไม่ติด นี่มันตื่นเต้นเกินไปแล้ว!
นี่คือการต่อสู้ของยอดอัจฉริยะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในยุทธภพเสินโจว!
สี่รุมหนึ่ง มันก็ไม่สนกฎเกณฑ์ยุทธภพอยู่แล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น หลิวหยางยังเป็นคนเสนอให้พวกเขาสี่คนเข้ามาพร้อมกันเองด้วยซ้ำ!
นี่แหละคือยอดอัจฉริยะปีศาจรึ?!
ความคิดความอ่านไม่เหมือนคนทั่วไปจริงๆ!
หยิ่งยโสโอหังจนทำให้คนต้องอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อ
น่ากลัวจริงๆ!
หลิวหยางไม่สนใจเสียงฮือฮาของปรมาจารย์วิถียุทธ์รอบข้าง และไม่สนใจความแตกตื่นของคนทั้งเมืองเหิงโจวด้วย
เขากวาดสายตามองทั้งสี่คน ยิ้มมุมปาก แล้วกวักมือเรียก: "เข้ามาเลย ใส่มาให้เต็มที่!"
นอกจากจะขอสู้แบบหนึ่งต่อสี่แล้ว เขายังจะยืนนิ่งๆ ให้พวกนั้นโจมตีอีกต่างหาก
ท่าทางที่เหมือนกับไม่เห็นสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงอยู่ในสายตาแบบนี้ ทำเอาสี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ขนลุกซู่
"บ้าเอ๊ย!"
"น่าโมโหชะมัด อวดดีเกินไปแล้ว!"
"อัดมันให้ยับ!"
โหวเหรินอิงโกรธจนร้องโวยวาย ตวัดกระบี่ฟันออกไปทันที
อีกสามคนก็ทำตาม พากันชักกระบี่พุ่งเข้าใส่
ปราณกระบี่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า พุ่งตรงเข้าหาหลิวหยาง มองจากระยะไกล หลิวหยางเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยปราณกระบี่สีเขียวขาวจำนวนนับไม่ถ้วน
ปราณกระบี่เหล่านั้นซ้อนทับและหลอมรวมเข้าด้วยกัน เมื่อมองจากระยะไกล มันดูเหมือนต้นสนที่ห่อหุ้มหลิวหยางเอาไว้
ทำให้บรรดาปรมาจารย์วิถียุทธ์รอบข้าง ต้องเบิกตากว้าง สูดลมหายใจเข้าลึก
นี่คือสุดยอดวิชากระบี่ของสำนักชิงเฉิง 'เพลงกระบี่สนสลาตัน'
ต้นสนชิงเฉิงหยั่งรากลึกในหินผา ยืนหยัดอย่างมั่นคงบนหน้าผาสูงชัน
เมื่อพายุพัดกระหน่ำ มันก็ยังคงยืนหยัดไม่ไหวติง ใบสนแหลมคมดั่งเข็ม ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า
เมื่อมองจากระยะไกล รูปร่างโดยรวมของต้นสนยังคงเหมือนเดิม แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่ปลิวว่อนดั่งเข็ม ราวกับพายุที่พัดกระหน่ำ
จำนวนของมัน มากมายมหาศาล!
ผู้ใดที่ต้านทานไม่ไหว ก็จะถูกปราณกระบี่รูปเข็มที่เหมือนใบสนนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงจนร่างพรุนเป็นรังผึ้ง และระเบิดกลายเป็นละอองเลือดในพริบตา
พลังทำลายล้าง น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เมื่ออยู่ท่ามกลางวงล้อม หลิวหยางรู้สึกเหมือนถูกพายุฝนกระหน่ำใส่ ในเวลาสั้นๆ เขาต้องรับการโจมตีไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ปราณกระบี่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มากมายราวกับใบสน ก่อตัวเป็นแม่น้ำกระบี่ พุ่งเข้ากระแทกเขาอย่างบ้าคลั่ง
ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน ที่ห่างหายไปนาน!
"สมกับเป็นสุดยอดวิชากระบี่ของชิงเฉิง 'เพลงกระบี่สนสลาตัน'!"
หลิวหยางแอบพยักหน้า วิชากระบี่นี้ของชิงเฉิง มีจุดมุ่งหมายที่สูงส่งมาก
เมื่อยอดฝีมือวิถียุทธ์ของสำนักชิงเฉิงใช้วิชานี้ เพียงแค่ตวัดมือ ปราณกระบี่ใบสนก็จะปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า ราวกับพายุที่พัดกระหน่ำใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะเดียวกัน มันก็ยังคงรักษารูปทรงของต้นสนที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ สามารถรุกและรับได้ในเวลาเดียวกัน ยืนหยัดไม่ไหวติง
อานุภาพน่ากลัวมาก และภาพก็ดูอลังการสุดๆ
แต่เห็นได้ชัดว่า สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงทั้งสี่คนนี้ ยังฝึกวิชานี้ไม่ถึงขั้น
มีแต่ปราณกระบี่ดั่งเข็มสนที่ปลิวว่อน แต่กลับขาดความเหนียวแน่นของต้นสน
ต้นสนชิงเฉิง กัดรากยึดภูเขาเขียวไว้แน่น!
วิชากระบี่นี้ หากฝึกจนถึงแก่นแท้ จะไม่มีสิ่งใดทำลายมันได้!
ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ปราณแท้หลั่งไหล ฟาดฟันกระบี่ออกไป โล่กระบี่สิบกว่าอันพุ่งออกมาจากกระบี่เจินหยาง บินวนอยู่รอบตัวหลิวหยางอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นลูกบอลโล่กระบี่
ผลักออกไปอย่างแรง!
ตู้ม!
ภายในรัศมีหนึ่งพันเมตร ปราณกระบี่ทั้งหมดถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
ต้นสนที่ครอบคลุมอยู่เหนือหัวของหลิวหยาง แตกสลายไปในพริบตา กลายเป็นเข็มสนนับไม่ถ้วน
ปัง! ปัง! ปัง!
ปราณกระบี่เข็มสนจำนวนนับไม่ถ้วน กระหน่ำโจมตีลงบนโล่กระบี่ แต่ก็ทำได้แค่สร้างรอยกระเพื่อมบางๆ เท่านั้น
"พวกเจ้าไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?!"
"ออกแรงหน่อยสิ!"
"ทุ่มให้สุดกำลัง!"
ดวงตาของหลิวหยางฉายแววดุดัน เขาตะคอกใส่สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงอย่างเกรี้ยวกราด
สี่ผู้โดดเด่นแห่งชิงเฉิงทั้งสี่คน ต่างก็ขนลุกซู่ เบิกตากว้าง!
ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า กระบี่สนที่พวกเขาสี่คนร่วมมือกันสร้างขึ้น จะถูกโล่กระบี่เพียงสิบกว่าอันของหลิวหยาง ทำลายจนแหลกสลายได้
ภาพตรงหน้า ทำเอาพวกเขาตกตะลึงราวกับมีคลื่นยักษ์ถาโถมอยู่ในใจ
อุทานออกมาว่า ปีศาจชัดๆ!
ตั้งแต่พวกเขาลงเขามา อย่าว่าแต่กระบี่สนที่เกิดจากการร่วมมือกันของสี่คนเลย ต่อให้เป็นกระบี่สนที่สร้างขึ้นจากคนเดียว ก็ยังแทบจะหาคู่ต่อกรไม่ได้
ปรมาจารย์วิถียุทธ์จำนวนมาก เมื่อถูกกระบี่สนของพวกเขาครอบคลุม ก็จะถูกปราณกระบี่เข็มสนนับไม่ถ้วน กระหน่ำโจมตีจากทุกทิศทุกทางราวกับพายุ จนหมดแรงข้าวต้มไปตามๆ กัน
สภาวะกระบี่ของพวกเขาพริ้วไหวดั่งสายลม เมื่อนำไปเสริมพลังให้กับปราณกระบี่เข็มสน มันก็ทั้งเร็วและแรง แถมยังมีจำนวนมหาศาล
เฉียบคมไร้ที่ติ และแทบจะไม่มีใครต้านทานได้!
ในมุมมองของพวกเขา เพียงแค่วิชานี้วิชาเดียว ก็เพียงพอที่จะสยบปรมาจารย์วิถียุทธ์กว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์บนโลกใบนี้ได้แล้ว
แต่ใครจะไปรู้ หลิวหยางกลับสามารถทำลายกระบี่สนของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย!
แถมยังเป็นกระบี่สนที่พวกเขาทั้งสี่คนร่วมมือกันสร้างขึ้นมาซะด้วย
พวกเขาตระหนักได้ทันทีว่า พลังป้องกันของหลิวหยางนั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน ทำเอาพวกเขาแต่ละคนขนลุกซู่ไปตามๆ กัน
"บ้าเอ๊ย นี่ยังเป็นแค่โล่กระบี่นะ!"
"กระดองเต่าของเขายังไม่ได้งัดออกมาเลยด้วยซ้ำ!"
โหวเหรินอิงรู้สึกถึงลางร้าย แม้เขาจะเย่อหยิ่งจองหอง แต่ความเย่อหยิ่งของเขาก็มีไว้สำหรับปรมาจารย์แห่งเสินโจวเท่านั้น
สำหรับหลิวหยาง ซึ่งเป็นยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน เขาไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย
เขาได้สืบหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งผู้นี้มาเป็นอย่างดี และรู้ว่าสิ่งที่หลิวหยางร้ายกาจที่สุด ก็คือ "กระดองเต่า" ที่มีการป้องกันไร้เทียมทาน
"กระดองเต่า" นี่ยังไม่ออกมาเลย ก็ทำลายกระบี่สนที่พวกเขาภูมิใจนักหนาไปซะแล้วรึ?!
แล้วแบบนี้ จะสู้ต่อไปยังไง!?
พอได้ยินหลิวหยางตะโกนท้าทาย เขาก็ทั้งโกรธทั้งโมโห โวยวายเสียงหลง: "ทุ่มสุดกำลังโจมตี!"
เขาชูกระบี่ขึ้นสูง อัดปราณแท้เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ปราณแท้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง กลายเป็นกระบี่สนขนาดยักษ์ ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ ราวกับต้นสนชิงเฉิงของจริง ที่ค้ำยันฟ้าดินไว้
แต่เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นว่ากระบี่สนนี้ ตั้งแต่แก่นกลางไปจนถึงเปลือกนอก ล้วนเต็มไปด้วยปราณกระบี่
เป็นกระบี่สนของแท้!
"ฟัน!"
โหวเหรินอิงกุมกระบี่ด้วยสองมือ แล้วฟาดกระบี่สนขนาดยักษ์เข้าใส่หลิวหยางอย่างแรง!
อีกสามคน ต่างก็ประจำอยู่คนละทิศ แต่ละคนสร้างกระบี่สนขนาดยักษ์ขึ้นมา แล้วฟาดฟันเข้าใส่หลิวหยางจากสี่ทิศทางอย่างรุนแรง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
บนกระบี่สน ปราณกระบี่เข็มสนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมา ก่อตัวเป็นสายธารกระบี่ พัดพากลืนกินหลิวหยางอย่างบ้าคลั่ง
สี่ทิศทาง สี่สายธาร โจมตีขนาบหลิวหยางที่อยู่ตรงกลาง
หลิวหยางไม่มีทางหลบ และไม่ได้คิดจะหลบด้วย
"แบบนี้สิ ถึงจะน่าสนุกหน่อย!"
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ตวัดกระบี่เจินหยางเบาๆ โล่กระบี่สิบกว่าอันหดกลับมา หลอมรวมเป็นหนึ่ง อัดปราณแท้จำนวนมหาศาลเข้าไป กลายเป็นโล่กระบี่ขนาดยักษ์ "ครอบ" ตัวเขาเอาไว้
เมื่อมองจากระยะไกล เหมือนกับว่าเขากำลังสวม "กระดองเต่า" ขนาดยักษ์อยู่
ปัง! ปัง! ปัง!
สายธารกระบี่เข็มสนทั้งสี่สาย พุ่งเข้ากระแทก "โล่กระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เกิดรอยกระเพื่อมไปทั่ว
และมีบางจุดที่บิดเบี้ยวอย่างหนัก
แต่ภายในนั้น มีปราณกระบี่ขนาดเล็กจำนวนมหาศาลไหลเวียนอยู่ ทุกที่ที่มันไหลผ่าน ล้วนได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาสมบูรณ์แบบ