เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ทำเอาคนทั้งบู๊ตึ๊งถึงกับอึ้งกิมกี่!

ตอนที่ 102 ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ทำเอาคนทั้งบู๊ตึ๊งถึงกับอึ้งกิมกี่!

ตอนที่ 102 ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ทำเอาคนทั้งบู๊ตึ๊งถึงกับอึ้งกิมกี่!


ตอนที่ 102 ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ทำเอาคนทั้งบู๊ตึ๊งถึงกับอึ้งกิมกี่!

ณ ลานประลองของผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊ง หลิวหยางเมินเฉยต่อเสียงอึกทึกรอบข้าง เขากางโล่กระบี่ขึ้นมาครอบคลุมตัวเอง ไม่สนใจสิ่งใด จิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับโล่กระบี่ที่ได้รับการเสริมพลังจากสภาวะกระบี่

เขาสัมผัสได้ถึงการโจมตีอันบ้าคลั่งดั่งพายุบุหงำของผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊งที่อยู่ตรงหน้า

ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับเขา

มันทำให้เขาทุ่มเททั้งกายและใจ เพื่อทำให้โล่กระบี่นี้หนาขึ้น เหนียวแน่นขึ้น และทนทานต่อการถูกโจมตีได้มากขึ้น!

เมื่อจมดิ่งอยู่ในสภาวะเช่นนี้ หลิวหยางก็บังเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดขึ้นมา

"สภาวะกระบี่... สภาวะแห่งฟ้าดิน... สภาวะการตั้งรับของภูเขา..."

"หนักแน่นดั่งภูผา!"

"สองลักษณ์หยินหยาง สลับสับเปลี่ยนแข็งอ่อน สี่ตำลึงปาดพันชั่ง..."

ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัวใจ ทำให้หลิวหยางรู้สึกราวกับว่าเขากำลัง "บรรลุธรรม"

ตัวละครในระบบ 【ปล่อยบอท】 ที่ตั้งหน้าตั้งตาฝึก 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' มาสิบสองปีเต็มๆ โดยไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่นาทีเดียว ฝึกไปแล้วไม่รู้กี่แสนครั้ง

ในตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นรากฐานที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของเขา

ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลนี้ แรงบันดาลใจมากมายก็พรั่งพรูเข้ามา รากฐานการฝึกกระบี่ที่สั่งสมมานับครั้งไม่ถ้วน ได้กลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงให้เขาในตอนนี้

"มรรควิถี...."

นัยน์ตาของหลิวหยางเบิกกว้าง เปล่งประกายเจิดจ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดเขาก็รู้วิธีที่จะทำให้สภาวะกระบี่พัฒนาอย่างรวดเร็วแล้ว!

การฝึกฝนอย่างหนักหน่วง บวกกับ "แรงบันดาลใจ" อีกนิดหน่อย ก็จะทำให้บรรลุธรรมได้!

สิบสองปีที่ฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อน ฝึกกระบี่ไปไม่รู้กี่แสนครั้ง ทำให้เขาสั่งสมความเข้าใจในวิถีกระบี่เล็กๆ น้อยๆ ไว้มากมาย

เพียงแต่ เป็นเพราะเขาเอาแต่ฝึก โดยไม่ได้นำมาใช้งานจริง

มันจึงเป็นความเข้าใจที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบ และนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย

ผลที่ออกมาก็คือ แม้จะปล่อยบอทอย่างหนักมาสิบสองปี ฝึกกระบี่ไปหลายแสนครั้ง แต่สภาวะกระบี่กลับไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่นัก

แต่เมื่อเขาเข้าสู่สภาวะการต่อสู้ เขาก็ได้นำเอาความเข้าใจเล็กๆ น้อยๆ จากการฝึกกระบี่สิบสองปี มาใช้งานจริงผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และเริ่มเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

ทำให้ความเข้าใจที่กระจัดกระจายเหล่านี้ มีแกนกลาง มีโครงสร้าง มีเส้นเลือดขึ้นมา และทำให้ความเข้าใจเหล่านั้นก่อร่างสร้างตัวเป็นระบบขึ้นมาในพริบตา

กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

และผลักดันให้สภาวะกระบี่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

ราวกับได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เมล็ดพันธุ์สภาวะกระบี่ก็เริ่มแตกเปลือก หยั่งราก และเติบโตอย่างรวดเร็ว

ภายในจุดต้านจง เมล็ดพันธุ์สภาวะกระบี่ได้กลายเป็นต้นไม้กระบี่ขนาดเล็กในเวลาอันสั้น แม้จะดูเลือนรางราวกับภาพลวงตา แต่มันก็มีอยู่จริง

สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็ก!

"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าหลิวหยาง สมกับเป็นยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่จริงๆ!"

หลิวหยางหัวเราะลั่นอยู่ในใจ ในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีที่จะยกระดับสภาวะกระบี่ให้เร็วที่สุดแล้ว

การฝึกและปัญญาญาณ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้!

ต้องอาศัยการฝึกฝนวิชากระบี่อย่างหนักหน่วง เพื่อสะสมความเข้าใจในวิถีกระบี่ทีละเล็กทีละน้อย จากการฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องอาศัยปัญญาญาณ อาศัยแรงบันดาลใจที่พุ่งประกายขึ้นมาในชั่วพริบตา เพื่อนำเอาความเข้าใจในวิถีกระบี่ที่กระจัดกระจายและไม่เป็นระบบเหล่านั้น มาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อให้มันก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา

ถ้าเอาแต่ฝึกโดยไร้ปัญญาญาณ ความเข้าใจก็จะกระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบ และไม่อาจยกระดับขึ้นไปได้

ถ้ามีแต่ปัญญาญาณโดยไม่ฝึกฝน ขาดรากฐาน ก็จะเป็นเพียงแค่ปราสาทในอากาศ เป็นแค่ภาพสะท้อนในน้ำ ไร้ซึ่งรากฐานใดๆ

"เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ไม่ใช่ว่าระบบปล่อยบอทมันไม่ได้เรื่องหรอก แต่เป็นเพราะก่อนหน้านี้ ข้ายังหาวิธีใช้งานที่ถูกต้องไม่ได้ต่างหาก!"

หลิวหยางพึมพำกับตัวเองด้วยความยินดีสุดๆ

ในที่สุด เขาก็ค้นพบวิธีที่ถูกต้อง ในการเร่งความเร็วของสภาวะกระบี่แล้ว!

ให้ตัวละครในระบบปล่อยบอทฝึกฝนอย่างหนักไป

ส่วนตัวเขา ก็แค่หาคนมาต่อสู้ เพื่อย่อยสลายผลลัพธ์จากการ 【ปล่อยบอท】 ในการต่อสู้จริงก็พอแล้ว

"ข้าว่าแล้วเชียว ด้วยพรสวรรค์ระดับยอดอัจฉริยะสะท้านภพอย่างข้า สภาวะกระบี่มันจะพัฒนายากขนาดนี้ได้ยังไง?!"

"สิบสองปีนะเว้ย อุตส่าห์ฝึกมาสิบสองปี ฝึกกระบี่ไปเป็นแสนๆ ครั้ง กลับไม่สามารถทำให้สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็กได้ คิดดูแล้วมันก็มีอะไรทะแม่งๆ อยู่!"

"ที่แท้ก็มัวแต่งมเข็มในมหาสมุทรนี่เอง!"

"ความรู้และการลงมือทำต้องสอดคล้องกัน ถ้ารู้แต่ไม่ทำ มันก็ไม่ได้ผลหรอก!"

หลิวหยางพึมพำกับตัวเอง นัยน์ตาเปล่งประกายไปด้วยความเฉลียวฉลาด

เขาค้นพบสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้สภาวะกระบี่ของเขาพัฒนายากได้แล้ว!

สิ่งที่เขาเดินอยู่คือวิถีกระบี่ วิถีกระบี่นะ ถ้าเอาแต่ฝึกอย่างเดียว สิ่งที่ได้มาก็เป็นแค่วิถีจอมปลอมเท่านั้นแหละ

ต้องลงมือทำ ต้องนำมาใช้งานจริง ต้องลงมือปฏิบัติในมรรควิถีของตน จึงจะทำให้วิถีกระบี่ก้าวหน้าไปได้อย่างก้าวกระโดด

เมื่อคิดได้ทะลุปรุโปร่ง ความคิดของหลิวหยางก็กระจ่างแจ้ง เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว

"เวลาปกติ ก็ให้ตัวละครในระบบปล่อยบอทตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนไป เพื่อสร้างความเข้าใจในวิถีกระบี่ออกมาให้ได้มากที่สุด!"

"แล้วพอถึงเวลา ก็หาคนมาสู้ด้วยสักตั้ง เพื่อย่อยสลายรากฐานเหล่านั้น สภาวะกระบี่ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!"

"ไม่ใช่แค่สภาวะกระบี่นะ ต่อให้เป็นเจตจำนงกระบี่ ก็ใช้วิธีนี้ได้เหมือนกัน!"

"เป็นไงล่ะ ข้าหลิวหยางนี่ก็ถือว่าเป็นผู้มีปัญญาญาณเป็นเลิศ เป็นยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่เลยนะเนี่ย!"

"สามวันดีสี่วันไข้ บรรลุธรรมทีนึง!"

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิวหยางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

การได้รู้แจ้งและยกระดับวิถีกระบี่ในระหว่างการต่อสู้....

นี่มันไม่ใช่คุณสมบัติของยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ที่มีปัญญาญาณเป็นเลิศหรอกรึ?!

แล้วตอนนี้ เขา หลิวหยาง ก็จะ "บรรลุธรรม" ในการต่อสู้อยู่บ่อยๆ ซึ่งเหนือชั้นกว่ายอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ของแท้ซะอีก!

ใครกล้าบอกว่าเขาไม่ใช่ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่บ้าง!?

ไม่สิ ควรจะพูดว่า ยังจะมีใครที่ "บรรลุธรรม" ได้บ่อยกว่าเขาอีกไหม?!

แค่คิด เขาก็อดขำไม่ได้แล้ว

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ขอเพียงแค่วิธีใช้งานถูกต้อง สภาวะกระบี่ก็ไม่ได้ฝึกยากเย็นอะไรเลยนี่นา!

วิถียุทธ์มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ หรือทำความเข้าใจยากขนาดนั้นสักหน่อย!

ระบบ 【ปล่อยบอท】 นี่มันสุดยอดจริงๆ!

เมื่อคิดได้ดังนั้น วินาทีต่อมา หลิวหยางก็ขยับตัว สภาวะกระบี่ขั้นความสำเร็จเล็กถูกเสริมเข้าไป หนักแน่นดั่งภูผา!

โล่กระบี่....

พลันตั้งตระหง่านราวกับภูเขาของจริง ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย!

ทำให้ผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โจมตียังไงก็ไม่เข้า!

"ทะ... ทะลวงขั้นแล้วรึ?!"

"นี่คือการบรรลุธรรมระหว่างต่อสู้ สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็กแล้วรึ?!"

"บ้าเอ๊ย จะมียอดอัจฉริยะปีศาจแบบนี้อยู่บนโลกได้ยังไง?!"

"เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!"

ผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ถึงกับตาถลนด้วยความตกตะลึง มองหลิวหยางด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

นี่เขามาขัดเกลาสภาวะกระบี่ให้เจ้านะ ไม่ได้มาให้เจ้าบรรลุธรรมสักหน่อย!

เจ้าขัดเกลาไปขัดเกลามา ทำไมถึงบรรลุธรรมได้ล่ะเนี่ย?!

ไม่ใช่แค่สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็กในพริบตาเท่านั้น ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือ "กระดองเต่า" นั่น มันกลับหนาขึ้นและหนักขึ้นราวกับภูเขาจริงๆ ตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผย

พอเขาฟันกระบี่ลงไป โล่กระบี่บนหัวของหลิวหยาง ก็กระเพื่อมราวกับผิวน้ำ กระจายแรงกระแทกออกไปทุกทิศทุกทาง....

ทำเอาผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ถึงกับตาเหลือก ทำหน้าเหมือนปลาตาย

นี่มันเกินปุถุชนคนธรรมดาไปแล้ว!

ไอ้ "กระดองเต่า" นี่ เดิมทีมันก็เหนียวและหนาอยู่แล้ว แถมยังฟื้นฟูเร็วอีก

ตอนนี้ มันดัน "สลายแรง" ได้อีก!

เหมือนภูเขาที่ส่งผ่านแรงแปดเก้าส่วน ลงสู่ผืนแผ่นดิน

แม่ร่วง แล้วแบบนี้จะสู้ยังไง?!

ช่วยบอกข้าที ว่าจะเอายังไงต่อ?!

ผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์ที่ลงมือแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว!

ไม่คิดเลยว่า เพียงแค่ชั่วพริบตา "กระดองเต่า" ของหลิวหยางจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้

"เหลือเชื่อเกินไปแล้ว มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วจริงๆ!"

"การที่สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็กระหว่างต่อสู้ ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าเขาเป็นยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ มีเหตุมีผลพอจะรับได้!"

"แต่ไอ้โล่กระบี่สองลักษณ์หยินหยาง ไอ้กระดองเต่านี่ จู่ๆ มันกลายเป็นภูเขาของจริงที่หนาเตอะขนาดนี้ได้ยังไง แถมยังสลายแรงได้อีก?!"

"แรงสิบส่วน ถูกสลายไปได้ถึงแปดเก้าส่วน แล้วแบบนี้จะสู้ยังไง?!"

"ใครก็ได้บอกข้าที ว่าจะเจาะเกราะนี้ยังไง?!"

"นี่มัน 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' บ้าอะไรกัน? นี่มัน 'โล่เทพเสวียนอู่' ชัดๆ!"

"ใครก็ได้บอกข้าที ว่าสภาวะกระบี่ขั้นความสำเร็จเล็ก มันช่วยเสริมพลังให้โล่กระบี่ได้มากขนาดนี้เลยรึ?!"

บรรดาผู้อาวุโสปรมาจารย์ที่ยืนดูอยู่รอบๆ ต่างก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ตกตะลึงกันไปหมด ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก

ไม่คิดเลยว่า การที่หลิวหยางสภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็ก จะทำให้โล่กระบี่สองลักษณ์หยินหยางเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งขนาดนี้!

เปลี่ยนแปลงจนพวกเขามองออกเลยทีเดียว!

เมื่อมองจากระยะไกล "โล่กระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" บนหัวของหลิวหยาง มันเหมือนกับกระดองของ "เต่าเสวียนอู่" ของจริงเลย

กระดองใหญ่มหึมาราวกับภูเขา!

ที่เหลือเชื่อที่สุดก็คือ ไอ้กระดองเต่านี่ มันเชื่อมต่อกับผืนแผ่นดินอย่างแน่นแฟ้น

สามารถส่งผ่านพลังส่วนใหญ่ ลงสู่ผืนแผ่นดินได้

นี่มันต่างอะไรกับภูเขาล่ะ?!

ภูเขามีรากฐาน การจะทำลายดินที่อยู่บนพื้นผิวน่ะมันง่าย แต่ถ้าจะโค่นภูเขาทั้งลูกล่ะก็ ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ซะอีก

เพราะสิ่งที่โผล่ออกมาให้เห็น มันเป็นแค่ "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เท่านั้น

ส่วนใหญ่ มันซ่อนอยู่ใต้ดิน ฝังลึกลงไปในผืนแผ่นดิน

และตอนนี้ "โล่กระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ของหลิวหยาง ก็กลายเป็นเหมือนภูเขา ที่ตั้งตระหง่านอย่างมั่นคงแล้ว

มันยากที่จะเข้าใจ และชวนให้ตื่นตะลึงจริงๆ

"บรรลุธรรม ไอ้เด็กนี่บรรลุธรรมแล้วจริงๆ มันเข้าใจวิถีกระบี่อย่างถ่องแท้แล้ว..."

"สภาวะกระบี่ของเขา ไม่ใช่สภาวะกระบี่สองลักษณ์หยินหยางของบู๊ตึ๊งอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นสภาวะกระบี่ของเขาเอง เป็นวิถีกระบี่ของเขาเอง..."

"สภาวะกระบี่ของพวกเราค่อนข้างตายตัว ยากที่จะหลุดพ้นจากกรอบของคนรุ่นก่อน..."

"แต่สภาวะกระบี่ของเขากลับพลิกแพลงได้สารพัด นำไปใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม หมุนเวียนไปตามใจปรารถนา!"

"สรรพสิ่งล้วนมีมรรควิถี เขาได้ค้นพบมรรควิถีของตนเองอย่างแท้จริงแล้ว...."

ไม่นาน ปรมาจารย์หน้าเก่าของบู๊ตึ๊งผู้รอบรู้คนหนึ่ง ก็มองออกทันที ว่ามีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นกับหลิวหยาง

เขาอธิบายด้วยความทึ่งและตกตะลึงอย่างที่สุด

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ก็ทำให้บรรดาปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊งในที่นั้น ตกตะลึงจนหน้าถอดสี

"มรรควิถีของตนเอง...."

"นั่นมัน... สิ่งที่มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ระดับสูงสุด จะมีก็ต่อเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ระดับเทวะไม่ใช่รึ...."

"เขาเพิ่งจะบรรลุขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ได้แค่สิบสองปีเองนะ!"

บรรดาผู้อาวุโสปรมาจารย์ต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก ร้องอุทานด้วยความตกใจ อ้าปากค้าง ตกตะลึงกันไปหมด

ไม่คิดเลยว่า ปัญหาที่มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ระดับสูงสุดต้องเผชิญ ตอนที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะ

หลิวหยางที่เป็นแค่ปรมาจารย์วิถียุทธ์ จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้แล้ว

นี่คือ... เส้นทางสู่เทวะ

มีเพียงมรรควิถีของตนเองเท่านั้น ที่จะก้าวเดินบนเส้นทางสู่เทวะ เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่เป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน และบรรลุระดับเทวะได้

นี่มันไม่เร็วเกินไปหน่อยรึ?!

ปัญญาญาณจะล้ำเลิศเกินไปแล้วมั้ง?!

"ถ้าจะพูดให้ถูก มรรควิถี ก็เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้วนั่นแหละ ไม่งั้นจะเรียกว่าวิถียุทธ์ได้ยังไง?!"

"เพียงแต่ว่า ปรมาจารย์วิถียุทธ์ หรือแม้มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์กว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ในโลกนี้ ล้วนเดินตามมรรควิถีของคนรุ่นก่อน ค่อยๆ พัฒนาจากสภาวะกระบี่ไปสู่เจตจำนงกระบี่ตามลำดับขั้นตอน..."

"การทำแบบนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ เพราะการเดินตามรอยคนรุ่นก่อน มันจะทำให้เดินได้ราบรื่นกว่า มั่นคงกว่า และเร็วกว่าด้วย..."

"แต่ถ้าทำแบบนั้น ก็จะค่อยๆ ติดอยู่ในกรอบของวิชายุทธ์ต่างๆ มองว่าสภาวะกระบี่ เจตจำนงกระบี่ เป็นแค่พลังชนิดหนึ่ง และติดอยู่ในกับดักของกระบวนท่า!"

"ซึ่งนั่นทำให้พลังและอานุภาพที่แท้จริงของสภาวะกระบี่ เจตจำนงกระบี่ ลดลงอย่างมาก!"

"มรรควิถีคืออะไร? มรรควิถีก็คือสรรพสิ่ง สรรพสิ่งล้วนคือมรรควิถี มันไม่มีรูปร่างหน้าตา!"

"โล่กระบี่ของหลิวหยางดูแข็งแกร่งจนเหนือจินตนาการ แต่แท้จริงแล้ว นี่เป็นเพียงการดึงพลังที่แท้จริงของสภาวะกระบี่กลับคืนมาต่างหาก"

"นี่คือพลังแห่งมรรควิถี ต่อให้มันจะยังตื้นเขิน แต่พอนำไปใช้ในจุดที่เหมาะสม ก็จะสามารถใช้สี่ตำลึงปาดพันชั่ง งัดพลังฟ้าดิน เพื่อปลดปล่อยอานุภาพที่เหนือจินตนาการออกมาได้!"

ปรมาจารย์หน้าเก่าของบู๊ตึ๊งอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

บรรดาผู้อาวุโสปรมาจารย์ที่ฟังอยู่ ก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง

แต่พวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า นี่คือพลังที่ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์เท่านั้นถึงจะครอบครองได้!

แล้วพวกล่ะ?

ช่างเถอะ ช่างเถอะ!

พวกเขาก็เป็นแค่ปรมาจารย์ธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ!

แค่ปรมาจารย์ที่ครอบครองสภาวะแห่งปรมาจารย์ ไม่นับว่าเป็นปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่แท้จริงหรอก

ปรมาจารย์กว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์บนโลกใบนี้ ล้วนเป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ!

ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ!

ยังไงซะ คนที่ปีศาจก็มีแค่หลิวหยางคนเดียว มีอะไรต้องกังวลอีกล่ะ!

"สมแล้วที่เป็นผู้มีคุณสมบัติแห่งเทวะ นี่แหละคือคุณสมบัติแห่งเทวะสินะ?!"

"เพิ่งจะสภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็ก ก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะแล้ว ปีศาจจริงๆ!"

"บ้าเอ๊ย พอเห็นสภาวะกระบี่ขั้นความสำเร็จเล็กของหลิวหยางแล้ว ข้ารู้สึกว่าสภาวะกระบี่ของพวกเรามันเป็นของปลอมยังไงก็ไม่รู้!"

"ข้าพอจะเข้าใจแล้ว สภาวะกระบี่ของพวกเรา มันถูกหล่อเลี้ยงมาด้วยพลังชีวิต ปราณ และจิตวิญญาณ พอใช้ได้ แต่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด และไม่รู้ที่มาที่ไปของมันด้วย แต่สภาวะกระบี่ของไอ้เด็กหลิวหยางนี่ มันตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง จึงสามารถควบคุมได้ทั้งหมด!"

"ควบคุมพลังของสภาวะกระบี่และเจตจำนงกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์... นี่มันความสามารถของมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ระดับสูงสุดนี่นา สมแล้วที่มีคุณสมบัติแห่งเทวะ ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!"

"ดังนั้น นี่แหละคือยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ตัวจริง!"

บรรดาผู้อาวุโสปรมาจารย์ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ ข้อสงสัยต่างๆ ได้รับการคลี่คลายทีละข้อ

แต่การที่ข้อสงสัยกระจ่างแจ้ง ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกดีใจขึ้นเลย

กลับทำให้พวกเขาสงสัยในชีวิตตัวเองซะมากกว่า

สภาวะกระบี่ที่เป็นเรื่องยากจะเข้าใจขนาดนั้น มันสามารถตระหนักรู้ได้จริงๆ รึ นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้รึ?!

บ้าเอ๊ย!

ทำไมพอเทียบกับหลิวหยางแล้ว ปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่ฝึกฝนมาหลายร้อยปีอย่างพวกเขา ถึงได้กลายเป็นของปลอมไปซะล่ะ?!

แค่นี้ก็ทำเอาพวกเขาจิตใจพังทลาย ความมั่นใจแหลกสลายแล้ว!

จิตวิถียุทธ์พังทลาย!

ไม่มีใครอยากจะเชื่อเลยว่า สิ่งที่ตัวเองอุตส่าห์ฝึกฝนมาหลายร้อยปี มันจะเป็นของปลอม!

แต่เมื่อมองไปที่หลิวหยาง และเห็นความจริงตรงหน้า พวกเขาก็ต้องยอมรับว่า พวกเขาคือปรมาจารย์วิถียุทธ์จอมปลอมจริงๆ

นี่มันเป็นสิ่งที่ทำใจยอมรับได้ยากจริงๆ!

มีอะไรจะน่าเจ็บปวดไปกว่านี้อีกไหม!?

มันทำลายความรู้สึกมากกว่าศิษย์ระดับก่อนพฤกษาซะอีกนะ!

ขนาดวิถียุทธ์ที่ตัวเองฝึกฝนมายังเป็นของปลอมเลย แล้วแบบนี้ยังจะต้องฝึกต่อไปอีกทำไม!?

บัดซบ น่าโมโหจริงๆ!

แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย

แม้ว่าสภาวะกระบี่ของพวกเขาจะเป็นของจริง และพลังที่มีอยู่ก็เป็นของจริง

แต่พวกเขากลับไม่สามารถควบคุมสภาวะกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขารู้วิธีใช้มัน แต่ไม่รู้ที่มาที่ไป หรือหลักการทำงานของมันเลย

ตอนที่ยังไม่เห็นหลิวหยาง พวกเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรอก

เพราะเรื่องพวกนี้ มันเป็นสิ่งที่มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ระดับสูงสุดเท่านั้น ที่ต้องทำความเข้าใจ พวกเขาต้องควบคุมพลังเจตจำนงกระบี่ของตัวเองให้ได้อย่างสมบูรณ์ ถึงจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะได้

ปรมาจารย์วิถียุทธ์อย่างพวกเขา ยังห่างชั้นอีกเยอะ ใครจะไปมัวคิดเรื่องเส้นทางสู่เทวะที่อยู่ห่างไกลขนาดนั้นล่ะ?

แต่ทว่า ตอนนี้.....

การปรากฏตัวของหลิวหยาง ทำให้พวกเขาสงสัยในชีวิตตัวเองเลยทีเดียว!

ที่แท้ ปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่มีสภาวะกระบี่ขั้นความสำเร็จเล็ก ก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะได้!

ที่แท้ นี่แหละคือปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่แท้จริง!

และเป็นพลังที่แท้จริงที่ปรมาจารย์วิถียุทธ์ควรจะมีด้วย!

แล้วพวกเขาล่ะ ดันฝึกเป็นปรมาจารย์วิถียุทธ์จอมปลอมกันหมด จะมีอะไรบั่นทอนกำลังใจ และทำให้สงสัยในชีวิตตัวเองได้มากกว่านี้อีกล่ะ?!

เมื่อมองไปที่หลิวหยาง และเห็นกระดองเต่าที่หนักแน่นดั่งภูผา

บรรดาผู้อาวุโสปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊งในที่นั้น ต่างก็จิตใจพังทลาย ความมั่นใจแหลกสลาย และเริ่มสงสัยในชีวิตตัวเองกันหมดแล้ว!

"สภาวะกระบี่บรรลุขั้นความสำเร็จเล็ก ค้นพบมรรควิถีของตนเอง ก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่เทวะ....."

"ไอ้เด็กนี่ พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของมัน ช่างสูงส่งขนาดนี้เลยรึ?!"

มั่วเซิงกู่ที่มาปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ ลานประลองปรมาจารย์อย่างเงียบๆ เขามองหลิวหยางด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ และถึงขั้นตกตะลึง

ทำไมมั่วเซิงกู่อย่างเขา ถึงได้มั่นใจนักว่า ตัวเองจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเทวะได้?

ก็เพราะว่า เขาคือคนที่ครอบครองเจตจำนงกระบี่หยินหยางอย่างแท้จริง และได้ค้นพบมรรควิถีกระบี่ของตนเอง เขาได้ก้าวเดินบนเส้นทางสู่เทวะไปไกลมากๆ แล้ว ขอเพียงแค่ตวัดกระบี่เดียว ก็สามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน และบรรลุระดับเทวะได้แล้วไม่ใช่รึ?!

แต่ทว่าตอนนี้.....

หลิวหยางซึ่งเป็นคนรุ่นหลัง เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ได้ไม่นาน แม้พลังฝีมือจะยังห่างชั้นกับเขาแบบไม่เห็นฝุ่น

แต่ว่า....

พวกเขากลับกลายเป็นผู้ร่วมทางกันอย่างแท้จริงแล้ว!

ถ้าไม่นับเรื่องพลังฝีมือ ในด้านของ "มรรควิถี" พวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันแล้ว!

"เขาเพิ่งจะอายุสี่สิบเองนะ!"

มั่วเซิงกู่มองดูแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจิตใจสั่นคลอน!

วินาทีนี้ เขาเพิ่งจะสัมผัสได้จริงๆ ว่า หลิวหยางได้ตามมาอยู่ข้างหลังเขาแล้ว และสามารถมองเห็นแผ่นหลังของเขาได้อย่างชัดเจน...

แล้วจากนี้ไป ก็คงจะเป็นการไล่ตาม และแซงหน้าสินะ....

ยิ่งคิด มั่วเซิงกู่ก็ยิ่งเงียบงัน

วินาทีนี้ แม้แต่เขา ก็ยังเริ่มรู้สึกว่า พวกยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์นี่ น่ารังเกียจจริงๆ

น่ารังเกียจเกินไปแล้ว!

อิจฉาจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!

แม้แต่เขาเอง ก็ต้องฝึกฝนไปตามลำดับขั้นตอน จนกระทั่งเป็นมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ระดับสูงสุด ถึงจะเริ่มค้นพบมรรควิถีของตนเองได้...

เขาไม่ได้ปีศาจเหมือนหลิวหยาง ที่พอเปิดฉากมา ก็ค้นพบมรรควิถีของตนเองได้เลย

ยอดอัจฉริยะปีศาจจริงๆ!

"น่ากลัวเกินไปแล้ว!"

"พรสวรรค์ของไอ้เด็กนี่ มันน่าตกตะลึงจริงๆ!"

"แม้ว่าจะยังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์ แต่ก็ไล่ตามพวกเราทันแล้ว!"

ซ่งหย่วนเฉียวที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอึ้งกิมกี่

จบบทที่ ตอนที่ 102 ยอดอัจฉริยะวิถีกระบี่ ทำเอาคนทั้งบู๊ตึ๊งถึงกับอึ้งกิมกี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว