- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 68 สยบฉิวเส้าเฟิง ทะยานสู่อันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน!
ตอนที่ 68 สยบฉิวเส้าเฟิง ทะยานสู่อันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน!
ตอนที่ 68 สยบฉิวเส้าเฟิง ทะยานสู่อันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน!
ตอนที่ 68 สยบฉิวเส้าเฟิง ทะยานสู่อันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน!
"พี่ฉิว จะให้ท่านพักผ่อนสักคืน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาประลองกันต่อหรือไม่?!"
"วางใจเถิด ข้าจะไม่ใช้กระบี่เจินหยาง!"
หลิวหยางมองฉิวเส้าเฟิงด้วยรอยยิ้มแฝงเลศนัย ในใจรู้สึกขบขันยิ่งนัก
ฉิวเส้าเฟิงผู้นี้ ยังคงคิดว่าตนเองพ่ายแพ้ เพียงเพราะกระบี่เจินหยางช่วยลดการสิ้นเปลืองปราณแท้ไปได้มหาศาลอย่างนั้นรึ?
หลิวหยางก้มมองปราณแท้ที่อัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียนของตนเอง ปริมาณแปดหมื่นกว่าสายนั้น ช่างมากมายมหาศาลจนน่าตื่นตระหนก
ด้วยปริมาณปราณแท้ระดับนี้ ต่อให้พลิกหาทั่วทั้งทำเนียบมังกรซ่อน ก็ยากที่จะหาผู้ใดมีปราณแท้ลึกล้ำไปกว่าเขาได้อีก
หากวัดกันที่ความอึดถึกทน ใครจะไปสู้เขาได้?!
หากจะยื้อเวลาจริงๆ เขาสามารถต่อสู้ได้ข้ามวันข้ามคืน กว่าปราณแท้จะหมดลง
ทว่าน่าเสียดาย นับตั้งแต่ลงจากเขามา เขายังไม่เคยพบเจอคู่ต่อสู้ที่ทำให้เขาต้องต่อสู้ข้ามวันข้ามคืนได้เลยสักคน
"ช่าง... ช่างมันเถอะ!"
เมื่อได้ยินว่าจะต้องสู้ต่อ ฉิวเส้าเฟิงก็รีบปฏิเสธทันควัน!
เขาหวาดกลัวแล้วจริงๆ!
ไม่เคยพบเจอคู่ต่อสู้ที่น่าอึดอัดและรับมือยากถึงเพียงนี้มาก่อน!
และที่สำคัญที่สุดก็คือ...
เขารู้อยู่เต็มอก ว่าตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวหยางยังคงออมมือ และไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย
วิชา "เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ของสำนักบู๊ตึ๊ง ไม่ได้มีดีแค่เป็น "กระดองเต่า" อย่างเดียวหรอกนะ
หากเอ่ยถึงพลังทำลายล้าง มันก็จัดอยู่ในระดับสุดยอดเพลงกระบี่ของแผ่นดินเสินโจวเช่นกัน!
ข้อนี้ เขาย่อมรู้ดีแก่ใจ!
คำพูดเหล่านั้น ก็เป็นเพียงการรักษาหน้าของตนเองเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือยอดอัจฉริยะอันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน การพ่ายแพ้ต่อหลิวหยางที่อยู่อันดับเก้าพันแปดร้อย ทำให้เขาเสียหน้าและชื่อเสียงป่นปี้
หากไม่กล่าวคำแก้ตัว แล้วหนีกลับไปอย่างคนแพ้ ชื่อเสียงของฉิวเส้าเฟิง คงจะฉาวโฉ่ไปทั่วแผ่นดินเป็นแน่
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอันใดก็ตาม!
ทว่าในยุทธภพแห่งเสินโจว ความอ่อนแอคือตราบาป!
"ผู้ใดก็ตามที่ต้องการท้าประลองกับข้า ล้วนสามารถก้าวขึ้นสู่หอวั่งเจียงได้ พี่ฉิว ท่านก็เช่นกัน!"
"หากพี่ฉิวไม่ได้มีธุระอันใด ข้าขอเสนอให้ท่านรั้งอยู่ที่เมืองฮั่นหยางต่ออีกสักหลายเดือนเถิด!"
หลิวหยางทอดสายตามองฉิวเส้าเฟิงอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ชายผู้เป็นคนดีศรีประเสริฐ อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมานับหมื่นลี้ เพื่อนำอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนมามอบให้เขา ซ้ำยังช่วยขัดเกลาเพลงกระบี่และวิชาตัวเบาของเขาให้ก้าวหน้าขึ้นอีก หลิวหยางจะปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร
มานี่เลย!
ต้องรั้งตัวเขาไว้ เพื่อรีดเค้นคุณประโยชน์ออกมาให้ถึงที่สุด!
แม้ว่าจะไม่ได้ประลองกันอีกต่อไปก็ตาม
ทว่าการที่ยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อน รั้งอยู่ที่เมืองฮั่นหยาง ย่อมดึงดูดความสนใจจากยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ ให้แห่แหนกันมามากยิ่งขึ้น
และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ....
ความพ่ายแพ้ของฉิวเส้าเฟิง ทำให้ยอดอัจฉริยะหลายคนมองเห็นโอกาส
ส่วนหลิวหยางนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลังจากศึกครั้งนี้ ชื่อเสียงของเขาจะยิ่งโด่งดังสะท้านแผ่นดิน!
ชื่อของ "หลิวหยาง แห่งบู๊ตึ๊ง" จะเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเสินโจว และเป็นที่รู้จักของเหล่ายอดอัจฉริยะทุกคน
ส่วนชื่อเสียงนั้นจะเป็นในทางที่ดีหรือร้าย....
หลิวหยางเองก็มิอาจรู้ได้
ทว่าสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ จำนวนผู้ที่จะมาท้าประลองกับเขาหลังจากนี้ จะลดลงอย่างแน่นอน!
ช่วยไม่ได้ ก็วิชา "กระดองเต่า" ของเขามันทรมานคนเกินไป ซ้ำยังโด่งดังกระฉ่อนเสียขนาดนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวหยางก็รู้สึกปวดหัว ยอดอัจฉริยะระดับหัวเมืองทั่วไป คงไม่กล้ามาท้าประลองกับเขาอีกแล้ว
หากต้องการหาคู่ซ้อมเพื่อขัดเกลาเพลงกระบี่
คงต้องพึ่งพายอดอัจฉริยะจากขุมกำลังระดับใหญ่ทั้งหลายแล้ว
ดูท่า เขาคงต้องฝึกสกิล "ยั่วยุ" ให้เชี่ยวชาญเสียแล้ว
หากไม่ทำให้ผู้คนโมโหจนเลือดขึ้นหน้า จะมีใครยอมมาท้าประลองกับเขากันล่ะ?!
'สุดท้ายก็ต้องพึ่งสกิลดึงมอนสินะ!'
คิดแล้ว หลิวหยางก็แอบปวดขมับ เพื่อให้เพลงกระบี่และวิชาตัวเบาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เขาต้องรับบทบาทที่หนักหนาสาหัสเกินไปแล้ว
ทว่าก็จำต้องทำ หากต้องมานั่งรอให้เวลาผ่านไป แล้วเขาจะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่กัน?!
"คำพูดของคุณชายหลิว หมายความว่าอย่างไร?"
ฉิวเส้าเฟิงไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมจับสังเกตได้ว่าคำพูดของหลิวหยางนั้นแฝงความหมายบางอย่าง
ส่วนจะเป็นความหมายใด...
แน่นอนอยู่แล้ว ว่าเขา ฉิวเส้าเฟิง อ่อนแอเกินไป จึงไม่ใช่คู่มือของหลิวหยาง ซ้ำยังไม่สามารถหยั่งรู้ถึงพลังฝีมือที่แท้จริงของหลิวหยางได้เลยแม้แต่น้อย
และตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวหยางก็ไม่เคยมองเขาเป็นคู่ต่อสู้เลย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิวเส้าเฟิงก็สูดลมหายใจเย็นเยือก สายตาที่มองหลิวหยางเปลี่ยนไปในทันที
พลังฝีมือที่แท้จริงยังไม่ได้เปิดเผยออกมา
หลิวหยางผู้นี้ แท้จริงแล้วแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่!?
นับนิ้วดูแล้ว หลิวหยางเพิ่งฝึกยุทธ์มาได้เพียงแปดปีไม่ใช่รึ!?
ฝึกยุทธ์แปดปี ก็มีพลังฝีมือมากพอที่จะทะยานเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกของทำเนียบมังกรซ่อนได้แล้วงั้นรึ!?
เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ ฉิวเส้าเฟิงก็รู้สึกราวกับมีคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดอยู่ในใจ หวาดหวั่นจนขนลุกซู่
นี่สินะ ที่เรียกว่ายอดอัจฉริยะระดับปีศาจ?!
ช่างเป็นตัวตนที่น่าสิ้นหวังอย่างแท้จริง!
เห็นได้ชัดว่า การที่หลิวหยางรั้งให้เขาอยู่ในเมืองฮั่นหยางต่ออีกหลายเดือน ก็เพื่อให้เขากอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา
แล้วจะกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้อย่างไร?!
ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ใช่เพราะเขา ฉิวเส้าเฟิง อ่อนแอ ทว่าหลิวหยางต่างหากที่ร้ายกาจเกินมนุษย์!
ต่อให้เปลี่ยนเป็นอัจฉริยะรุ่นเดอะบนทำเนียบมังกรซ่อนคนอื่นๆ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน!
ขอเพียงทุกคนพ่ายแพ้ให้กับคมกระบี่ของหลิวหยาง ชื่อเสียงของเขาย่อมไม่เสื่อมเสีย!
"อดทนรอคอยเถิด!"
หลิวหยางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มแฝงเลศนัย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ทันใดนั้น ลำแสงสีทองก็ค่อยๆ แหวกม่านเมฆ สาดส่องลงมายังผืนดินเบื้องล่าง เจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงเจิดจรัส
ฉากนี้ช่างคุ้นตายิ่งนัก ทำเนียบมังกรซ่อนกำลังปรากฏ!
"นั่นมัน ทำเนียบมังกรซ่อน! ทำเนียบมังกรซ่อนปรากฏแล้ว!"
"ไม่น่าเชื่อเลย ว่าจะได้เห็นทำเนียบมังกรซ่อนปรากฏขึ้นที่เมืองฮั่นหยางเร็วขนาดนี้!"
"คุ้มแล้ว การมาเยือนเมืองฮั่นหยางในครั้งนี้ ช่างคุ้มค่าอย่างแท้จริง!"
การปรากฏของทำเนียบมังกรซ่อน ทำให้ยอดอัจฉริยะทุกคนในที่นั้นตื่นเต้นจนแทบคลุ้มคลั่ง ร้องตะโกนและโห่ร้องด้วยความปีติยินดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบ ทว่าเพียงแค่ได้เห็นการปรากฏของทำเนียบมังกรซ่อนด้วยตาตนเอง ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขายินดีจนแทบคลั่งแล้ว
ยอดอัจฉริยะส่วนใหญ่ในที่นั้น ไม่เคยเห็นทำเนียบมังกรซ่อนของจริงมาก่อน
สิ่งที่พวกเขาเคยเห็น ล้วนเป็นเพียงฉบับคัดลอกเท่านั้น
แม้ว่าข้อมูลจากขุมกำลังต่างๆ จะทำให้ฉบับคัดลอกมีรายละเอียดที่ครบถ้วน บันทึกทั้งภูมิหลัง วิชายุทธ์ ระดับพลัง และประวัติการต่อสู้ของยอดอัจฉริยะบนทำเนียบอย่างละเอียด
ทว่าของจำลอง ย่อมไม่อาจเทียบได้กับของจริง
เหนือท้องฟ้า แผ่นป้ายที่ยิ่งใหญ่ตระการตา บดบังนภากาศ ค่อยๆ คลี่ออก
ในที่สุด ชื่อของฉิวเส้าเฟิงแห่งพรรคฝ่ามือเหล็ก ที่รั้งอันดับห้าพันสามร้อยบนทำเนียบมังกรซ่อน ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
ถูกแทนที่ด้วยชื่อ "หลิวหยาง แห่งบู๊ตึ๊ง" ที่สลักด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม สง่างามดุจมังกรเหินฟีนิกซ์ร่ายรำ!
และในเวลาเดียวกัน ที่อันดับเก้าพันแปดร้อย ซึ่งเคยเป็นของหลิวหยาง ก็ถูกแทนที่ด้วยชื่อของฉิวเส้าเฟิง
การชิงอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อน เป็นการสลับตำแหน่งกันโดยตรง ไม่มีการเลื่อนอันดับลง
หากผู้ท้าชิงไม่ได้อยู่ในทำเนียบมังกรซ่อน ผู้ที่ถูกท้าประลอง ก็จะถูกลบชื่อออกจากทำเนียบไปเลย!
กฎกติกานั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความอันตรายอย่างที่สุด
เมื่อสัมผัสได้ว่า มังกรทองแห่งปราณโชคชะตาที่หลั่งไหลลงมาจากทำเนียบมังกรซ่อนนั้น ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว หลิวหยางก็ลอบยิ้มด้วยความพึงพอใจ
อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนที่พุ่งทะยานขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาได้รับปราณโชคชะตาฟ้าดินมากขึ้น!
และเมื่อปราณโชคชะตาฟ้าดินเพิ่มมากขึ้น ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหลิวหยาง ผลลัพธ์นี้ย่อมเห็นผลชัดเจนที่สุด
'เยส! บัฟคูณสองทำงานแล้ว! ระบบ 【ปล่อยบอท】 เร่งสปีดขึ้นอีกขั้นแล้วสิ!'
เขาลองสัมผัสถึงความเร็วของระบบ 【ปล่อยบอท】 ก็ตระหนักได้ในทันที
ด้วยความเร็วของระบบ 【ปล่อยบอท】 ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ ต่อให้เขาไม่ทำอะไรเลย ภายในเวลาเพียงห้าสิบถึงหกสิบปี เขาก็สามารถเป็นปรมาจารย์เพลงกระบี่ได้อย่างสบายๆ!
เร็วกว่าตอนที่เขาเพิ่งลงจากเขา และยังไม่ได้ขึ้นทำเนียบมังกรซ่อนหลายเท่าตัว!
และในยามนี้ ความเร็วนั้นยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อน ยังสามารถก้าวหน้าไปได้อีกไกล!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิวหยางก็ทอดสายตามองไปยังทำเนียบมังกรซ่อนที่ตระหง่านอยู่บนท้องฟ้าด้วยความมุ่งมั่น!
ห้าสิบหกสิบปี กว่าจะบรรลุเป็นปรมาจารย์วิถียุทธ์ มันก็ยังนานเกินไปอยู่ดี!
เขาต้องเร่งความเร็วให้มากกว่านี้!
พลังฝีมือในระดับก่อนพฤกษานั้น ยังคงอ่อนแอเกินไป!
ทำให้เขาไม่รู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด!
เขาจึงไม่มีความคิดที่จะก้าวออกจากอาณาเขตของสำนักบู๊ตึ๊งเลย
ท้ายที่สุดแล้ว โลกภายนอกนั้นเต็มไปด้วยอันตราย!
เพียงแค่ปรมาจารย์วิถียุทธ์สักคน ก็สามารถปลิดชีพเขาได้อย่างง่ายดาย
นี่คือเหตุผลที่แท้จริง ที่หลิวหยางไม่ยอมไปจากเมืองฮั่นหยาง!
ยอมไปช้าๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคง ดีกว่าเอาชีวิตไปเสี่ยงอันตราย!
'ก็ในเมื่อนอนตีพุงอยู่บ้าน ก็อัปคลาสเป็นมหาปรมาจารย์ได้ แล้วจะออกไปเสี่ยงตายทำไมล่ะ?!'
หากมิใช่เพราะโลกใบนี้กำลังจะปั่นป่วน สภาพฟ้าดินกำลังจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เขาต้องเร่งพัฒนาพลังฝีมือล่ะก็ เขาคงคร้านที่จะไปชิงชัยบนทำเนียบมังกรซ่อนเสียด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวหยางก็จ้องมองทำเนียบมังกรซ่อนด้วยสายตามุ่งมั่น จนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปจากขอบฟ้า
ในทางกลับกัน ฉิวเส้าเฟิง ซึ่งสัมผัสได้ว่ามังกรทองแห่งปราณโชคชะตาของตนเองหดเล็กลงไปเกือบครึ่ง ก็มีสีหน้าย่ำแย่ แววตาหม่นหมองไร้ประกาย
ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจ ถ้ารู้แบบนี้ เขาคงไม่มาโผล่ที่เมืองฮั่นหยาง เพื่อมาดูเรื่องสนุกหรอก
เอาล่ะสิ ดั้นด้นเดินทางมาไกลเป็นสิบล้านลี้ เพื่อมามอบอันดับให้ถึงที่!
เกือบจะหลุดจากทำเนียบมังกรซ่อนไปแล้วเชียว!
"พี่ฉิว อย่าลืมหอวั่งเจียงเล่า!"
หลิวหยางส่งยิ้มให้เขา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังหอวั่งเจียง
ฉิวเส้าเฟิงยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ
ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากต้องการดึงอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนกลับคืนมา การรั้งอยู่ที่เมืองฮั่นหยางย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ในเวลานี้ เขาทำได้เพียงภาวนาให้ยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อนคนอื่นๆ แห่แหนกันมาที่นี่
นั่นคือหนทางเดียว ที่จะทำให้เขาสามารถไต่อันดับกลับขึ้นไปได้!
ส่วนเรื่องพลังฝีมือ เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ท้ายที่สุดแล้ว ยอดอัจฉริยะส่วนใหญ่บนทำเนียบมังกรซ่อน ก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป
อัจฉริยะระดับปีศาจอย่างหลิวหยางนั้น มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น!
"ทำเนียบมังกรซ่อน ทำเนียบมังกรซ่อน!"
"หลิวหยางผู้นี้ช่างโชคดีเสียจริง นั่งรออยู่หน้าประตูบ้าน ไม่ต้องออกไปไหน ก็มียอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนมาประเคนอันดับให้ถึงที่!"
"ถุย โชคดีอันใดกัน นี่มันเป็นเพราะความแข็งแกร่งต่างหาก! หากเขาไม่อันตรายจริง อย่าว่าแต่อันดับจะพุ่งพรวดเลย ป่านนี้คงโดนพวกเจ้าเตะตกจากทำเนียบมังกรซ่อนไปตั้งนานแล้ว!"
"อะแฮ่ม... อย่าพูดถึงเขาเลย หลิวหยางไม่ใช่คนที่พวกเราจะสู้ด้วยได้ แทนที่จะไปหมายหัวเขา สู้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนอีกคนดีกว่า!"
"เจ้าหมายถึงฉิวเส้าเฟิงรึ?!"
"ก็ใช่น่ะสิ ในเมืองฮั่นหยาง นอกจากหลิวหยางแล้ว มียอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนคนอื่นอีกหรือไง! ไม่รู้ว่าสมองเขากระทบกระเทือนหรือเปล่า ถึงได้ตัดสินใจรั้งอยู่ที่เมืองฮั่นหยาง แทนที่จะเผ่นหนีไปให้ไกล?!"
"หนีรึ? หากเขาหนีไป อันดับของเขาคงไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม การอยู่ที่เมืองฮั่นหยางต่างหาก ที่มอบโอกาสให้เขามากมาย!"
"นั่นสิ ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนที่เดินทางมาเมืองฮั่นหยาง คงไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวแน่ๆ ย่อมต้องมีอีกหลายคนที่อดใจไม่ไหว และต้องมาที่นี่!"
"หึๆๆ พวกเราก็แค่รั้งอยู่ที่เมืองฮั่นหยาง รอคอยโอกาสก็พอ!"
การปรากฏของทำเนียบมังกรซ่อน ทำให้ดวงตาของเหล่ายอดอัจฉริยะทุกคนลุกวาว!
แต่ละคนต่างตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งอย่างไม่น่าเชื่อ!
การได้ขึ้นทำเนียบมังกรซ่อน ไม่เพียงแต่จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล ทว่ายังสามารถสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังไปทั่วแผ่นดินเสินโจวได้อีกด้วย
ความเย้ายวนเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดจะต้านทานไหว
เหล่ายอดอัจฉริยะทุกคน แทบจะเสียสติไปแล้ว!
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หอวั่งเจียง แทบอยากจะพุ่งเข้าไปท้าประลองกับฉิวเส้าเฟิง ที่เพิ่งพ่ายแพ้และปราณแท้เหือดแห้งไปในทันที
ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องกระอักเลือดก็คือ....
มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่า หากต้องการท้าประลองกับฉิวเส้าเฟิง ก็ต้องทำตามกฎเดียวกันกับการท้าประลองหลิวหยาง นั่นคือต้องผ่านด่านศิษย์บู๊ตึ๊งไปให้ได้เสียก่อน!
ยอดอัจฉริยะที่มีพลังฝีมือ ย่อมดีใจจนเนื้อเต้น!
ส่วนผู้ที่ไร้ฝีมือ ก็แทบจะกระอักเลือดด้วยความคับแค้นใจ
อุตส่าห์มียอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเดินป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถท้าประลองได้เนี่ยนะ?!
จะมีอะไรน่าเจ็บใจไปกว่านี้อีกไหม!?
ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แรงดึงดูดของเมืองฮั่นหยาง ที่มีต่อยอดอัจฉริยะจากรัฐต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น!
ก็แน่ล่ะ มียอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนถึงสองคน รั้งอยู่ที่หอวั่งเจียงเพื่อรับคำท้า
ย่อมดึงดูดใจได้มากกว่าการมีหลิวหยางเพียงคนเดียว
ที่สำคัญที่สุดก็คือ สู้หลิวหยางไม่ได้ ก็ยังมีฉิวเส้าเฟิงให้สู้ไม่ใช่หรือ!?
'เข้าทางเลย งานนี้ได้ฟาร์มจนยิ้มแฉ่งแน่!'
ภายในหอวั่งเจียง หลิวหยางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูเหล่ายอดอัจฉริยะที่อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง และกำลังเรียกพรรคพวก ส่งข่าวสารถึงสำนักของตนอย่างบ้าคลั่ง
เขาโห่ร้องอยู่ในใจ งานนี้ได้กำไรมหาศาลแน่นอน
เห็นได้ชัดว่า หลังจากวันนี้...
เมืองฮั่นหยาง จะดึงดูดเหล่ายอดอัจฉริยะให้หลั่งไหลมามากยิ่งขึ้น!
ไม่เพียงแต่ฉิวเส้าเฟิงจะล่อตาล่อใจ ทว่าตัวหลิวหยางเองก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่แพ้กัน
ท้ายที่สุดแล้ว....
ในตอนนี้ อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนของเขา ไม่ใช่อันดับเก้าพันแปดร้อยที่รั้งท้ายอีกต่อไป
ทว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่อันดับที่ห้าพันสามร้อยแล้ว!
อันดับนี้ ย่อมดึงดูดใจยอดอัจฉริยะกว่าครึ่งบนทำเนียบมังกรซ่อน!
ตราบใดที่เป็นยอดอัจฉริยะที่อยู่อันดับต่ำกว่าเขา ย่อมต้องอยากเดินทางมาเพื่อท้าประลองกับเขา!
เพราะหลิวหยางมีอันดับที่สูงกว่าพวกเขา
ต่อให้พวกเขาพ่ายแพ้ นอกจากจะสูญเสียปราณแท้ไปบ้าง ก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใดอีก!
ส่วนสำหรับหลิวหยางแล้ว ต่อให้ไม่สามารถเพิ่มอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนได้ ทว่าเขาก็จะได้รับประสบการณ์ในการต่อสู้เพื่อพัฒนาวิชายุทธ์อย่างมหาศาล
'จะปั่นสกิลกระบี่ให้ตัน ก็คงต้องพึ่งอีเวนต์นี้นี่แหละ!'
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็มองไปยังฉิวเส้าเฟิงที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่มุมหนึ่งของหอวั่งเจียง พลางชื่นชมอยู่ในใจ 'คนดีศรีสังคมจริงๆ!'
ส่วนฉิวเส้าเฟิงนั้น กำลังรู้สึกทุกข์ระทมอย่างหนัก
เดิมทีเขาคิดว่า การได้รั้งอยู่ในหอวั่งเจียง จะได้นั่งจิบชาชมเรื่องสนุกไปพร้อมกับหลิวหยาง
ทว่าใครจะไปรู้....
ที่นี่ดันมีมั่วเซิงกู่ เจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึ๊ง ผู้เป็นสุดยอดมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ประทับอยู่ด้วย!
การต้องมานั่งอยู่ข้างๆ มั่วเซิงกู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งอยู่ต่อหน้าพยัคฆ์ร้าย!
มันช่างน่าอึดอัดแทบขาดใจ!
แม้ว่าฉิวเชียนเริ่น ประมุขพรรคของเขา จะเป็นสุดยอดมหาปรมาจารย์ที่แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพแห่งเสินโจวก็ตาม
ทว่าก็ไม่อาจเทียบรัศมีของมั่วเซิงกู่ได้เลย!
มั่วเซิงกู่ไม่เพียงแต่จะเป็นสุดยอดมหาปรมาจารย์ ทว่ายังเป็นศิษย์คนที่เจ็ดของท่านปรมาจารย์จางอีกด้วย!
ภูมิหลังและบารมีเช่นนี้ ช่างน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ!
"เจ้าหนุ่ม ข้า มั่วเซิงกู่ น่ากลัวขนาดนั้นเลยรึ?!"
"เจ้าจะตัวสั่นไปทำไม?!"
"มาๆ ดื่มชา อย่ากลัวไปเลย ข้าไม่จับเจ้ากินหรอกน่า!"
มั่วเซิงกู่ถลึงตาใส่ฉิวเส้าเฟิง ก่อนจะแค่นเสียง: "การที่เจ้าได้เข้ามาอยู่ในหอวั่งเจียง ก็นับเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว!"
"ได้ดีแล้วอย่ามาทำเป็นบ่น!"
ฉิวเส้าเฟิงยังคงงุนงง แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่มั่วเซิงกู่กล่าว ทว่าเขาก็จับประเด็นสำคัญได้
นั่นก็คือ การได้อยู่ในหอวั่งเจียง ย่อมได้รับประโยชน์?!
ส่วนจะเป็นประโยชน์อันใดนั้น เขายังไม่ล่วงรู้
ทว่าไม่นาน เขาก็ประจักษ์แจ้ง
วันที่สองเป็นต้นมา จู่ๆ ก็มียอดอัจฉริยะที่หลบซ่อนตัวอยู่ปรากฏตัวขึ้นมากมาย ราวกับโผล่มาจากความว่างเปล่า พวกเขาสามารถเอาชนะศิษย์บู๊ตึ๊งได้อย่างรวดเร็ว และได้รับสิทธิ์ในการท้าประลอง
จากนั้น คนเหล่านี้ก็เลือกที่จะท้าประลองกับฉิวเส้าเฟิงเป็นคนแรกทันที!
"นี่คือวาสนาที่ว่ารึ?!"
ฉิวเส้าเฟิงถึงกับอ้าปากค้าง นี่หรือคือวาสนาที่ผู้อาวุโสมั่วกล่าวถึง?
นี่มันหลุมพรางชัดๆ!
"มียอดอัจฉริยะมากมายหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศในแผ่นดินเสินโจว มาเป็นคู่ซ้อมให้เจ้าอย่างไม่ขาดสาย นี่ไม่เรียกว่าวาสนาแล้วจะเรียกว่าอะไร?!"
มั่วเซิงกู่เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะชี้ไปที่หลิวหยางที่กำลังนั่งชมเรื่องสนุกอยู่ด้านข้าง: "ดูหลิวหยางสิ เพื่อวาสนาในครั้งนี้ เขาต้องทุ่มเทความคิดไปตั้งเท่าไหร่!"
"จนถึงตอนนี้ ยังมีผู้มาท้าประลองกับเขาไม่มากเท่าไหร่เลย!"
กล่าวจบ เขาก็หัวเราะร่วน: "เจ้าหนุ่มตระกูลฉิว เจ้าได้กำไรมหาศาลแล้วนะเนี่ย!"
ฉิวเส้าเฟิงยิ้มขื่น วาสนาแบบนี้ เขาขอไม่รับไว้จะได้ไหม!
ทว่านับตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวเข้าสู่หอวั่งเจียง การจะถอนตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
ต่อให้ฉิวเชียนเริ่น ประมุขพรรคฝ่ามือเหล็กมาด้วยตนเอง ก็ไม่อาจพาเขาออกไปจากหอวั่งเจียง ภายใต้การดูแลของมั่วเซิงกู่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น....
มีเรื่องดีๆ เช่นนี้ ฉิวเชียนเริ่นจะพาเขาออกไปทำไม?
แทบจะอยากให้เขารั้งอยู่ในหอวั่งเจียงไปอีกหลายสิบปีเสียด้วยซ้ำ!
ไร้ซึ่งหนทางต่อรอง ฉิวเส้าเฟิงจำใจต้องรับบทเป็น "ตัวแทน" ของหลิวหยาง ต้อนรับผู้ท้าประลองที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ในขณะที่หลิวหยางนั่งชมเรื่องสนุกอย่างเบิกบานใจ!
ฉิวเส้าเฟิงผู้นี้ ช่างมีประโยชน์ยิ่งนัก!
ในเวลาต่อมา.....
ข่าวการพ่ายแพ้ของฉิวเส้าเฟิง ยอดอัจฉริยะแห่งพรรคฝ่ามือเหล็ก ด้วยน้ำมือของหลิวหยาง ทำให้อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนของเขาพุ่งทะยานเข้าสู่หกพันอันดับแรก รั้งอันดับห้าพันสามร้อย ได้แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินเสินโจวอย่างรวดเร็ว
และเขายังคงรั้งอยู่ที่หอวั่งเจียง ในเมืองฮั่นหยาง เพื่อรอรับคำท้าจากยอดอัจฉริยะทั่วหล้า!
ดึงดูดความสนใจของเหล่ายอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อนได้อย่างมหาศาล!
ในเวลานี้ พวกเขาจำต้องยอมรับ....
ว่าตนเองก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน!
แรงดึงดูดมันช่างมหาศาลเหลือเกิน!
หากสามารถเอาชนะหลิวหยางได้ ไม่เพียงแต่จะสร้างชื่อเสียงให้โด่งดัง ทว่ายังสามารถทำให้อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อน พุ่งทะยานขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
จะมียอดอัจฉริยะคนใด ที่สามารถทนต่อการทดสอบนี้ได้อีกล่ะ?!