เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 57 หลิวหยางคืนเมือง ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!

ตอนที่ 57 หลิวหยางคืนเมือง ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!

ตอนที่ 57 หลิวหยางคืนเมือง ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!


ตอนที่ 57 หลิวหยางคืนเมือง ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!

ณ เกาะกลางแม่น้ำฮั่นเจียงแห่งจวนฮั่นหยาง

หลิวหยางรั้งพำนักอยู่ที่นี่ นานกว่าครึ่งเดือนแล้ว

เหตุผลที่เขาปักหลักอยู่ที่นี่ นอกเหนือจากทัศนียภาพของเกาะกลางแม่น้ำจะงดงามตระการตาแล้ว เหตุผลสำคัญที่สุดคือความเงียบสงบ

การปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ สามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไปได้มาก

มิใช่หวาดเกรงผู้ใดจะมารังควาน ทว่าการสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์ลัทธิบัวขาว และพุ่งชนทะลวงขึ้นทำเนียบมังกรซ่อนนั้น เพียงพอที่จะทำให้จวนฮั่นหยางทั้งบนและล่าง ต้องตกอยู่ในความโกลาหลอย่างที่มิเคยปรากฏมาก่อน

หลิวหยางผู้เจนจัดประสบการณ์จากบนเขาบู๊ตึ๊ง ทราบดีว่าหากเขากลับไปยังเมืองฮั่นหยางในยามนี้ เขาจะต้องถูกผู้คนห้อมล้อมจนน่ารำคาญใจเป็นแน่

แม้เขาจะโปรดปรานการโอ้อวดบารมี และชื่นชอบเสียงเยินยอ

ทว่าหากถูกเยินยอมากจนเกินพอดี มันก็ชวนให้หงุดหงิดใจอยู่เหมือนกัน

การรั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำนี้ อย่างน้อยก็ช่วยให้โสตประสาทของเขาสงบขึ้นมาได้บ้าง

นอกจากนี้ การรั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ ก็เพื่อฝึกปรือเพลงกระบี่ด้วยเช่นกัน

การประมือกับคุณชายหน้าขาวอย่างดุเดือด ทำให้เขาบังเกิดความรู้แจ้งมากมาย และสามารถขัดเกลาเพลงกระบี่ได้อย่างมหาศาล

ทว่ายังมีรายละเอียดอีกหลายประการ ที่จำต้องนำมาขัดเกลาและไตร่ตรองให้ถ่องแท้

นานทีปีหนที่การลงมือฝึกฝนด้วยตนเอง จะรวดเร็วกว่าการใช้ระบบ【ปล่อยบอท】เช่นนี้ หลิวหยางย่อมต้องขยันขันแข็งเป็นธรรมดา!

เขาร่ายรำ 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' ฝึกฝนอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ ครุ่นคิดพิจารณา

จุดที่เคยเป็นอุปสรรคและข้อสงสัยในอดีต ค่อยๆ ถูกคลี่คลายในการขัดเกลาครั้งนี้ จนกระจ่างแจ้งทะลุปรุโปร่ง!

ทุกครั้งที่คลายจุดติดขัดได้ เพลงกระบี่ก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้หลิวหยางหลงใหลจนถอนตัวมิขึ้น

เขาร่ายรำกระบี่ต่อเนื่องไปนานกว่าครึ่งเดือน จนกระทั่งความรู้แจ้งในหัวเริ่มลดน้อยลง และหมดไปในที่สุด

หลิวหยางร่ายรำเพลงกระบี่ตั้งแต่ต้นจนจบอีกหนึ่งรอบ แววตาฉายประกายแห่งความพึงพอใจ

เพลงกระบี่ถูกร่ายรำได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จนแทบจะมองมิเห็นช่องโหว่ใดๆ อีกต่อไป

และยิ่ง 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' มีช่องโหว่น้อยลงเท่าใด ก็ยิ่งหมายความว่ายามร่ายรำ 'กระดองเต่า' จะยิ่งหนาขึ้น และยากที่จะถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น

"เป็นอย่างที่คิดไว้ โหมด PvP โลกจริงเนี่ยแหละที่อัปเลเวลได้ไวสุดๆ!"

หลิวหยางพึมพำกับตนเอง พลางทอดถอนใจด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น

การต่อสู้ในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับความก้าวหน้าอย่างมหาศาล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากก้าวขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซ่อนแล้ว การได้รับบัฟปราณมังกรทองแห่งโชคชะตาวันละหนึ่งสายเพื่อชำระล้างร่างกาย ทำให้สมองของเขาปลอดโปร่ง และมีปัญญาการหยั่งรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

เมื่อประเมินจากความก้าวหน้าของเพลงกระบี่ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มันสามารถประหยัดเวลาการ【ปล่อยบอท】ไปได้อย่างน้อยหนึ่งปีเต็ม!

หลิวหยางรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง หัวเราะร่าอย่างเบิกบาน: "ฉันนี่มันเทพทรูของแท้!"

ต่อให้เมื่อก่อนเขาจะมิใช่อัจฉริยะ ทว่าหลังจากขึ้นทำเนียบมังกรซ่อน เขาก็กลายเป็นอัจฉริยะไปแล้ว!

นี่ทำให้เขาปีติยินดีอย่างที่สุด!

และยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า ตราบใดที่ยังขยันเปิดศึก PvP บ่อยๆ และไต่อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

เช่นนั้นแล้ว...

เขาก็จะสามารถเร่งสปีดการอัปเกรดวิชายุทธ์ได้อย่างมหาศาล!

มิจำเป็นต้องปล่อยบอทฟาร์มอย่างยากลำบากเป็นร้อยปี หรือห้าหกสิบปี... บางทีอาจใช้เวลาเพียงสิบปีหรือแปดปี เขาก็สามารถรู้แจ้งสภาวะกระบี่ กลายเป็นปรมาจารย์เพลงกระบี่ และทะลวงขีดจำกัดเข้าสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ได้อย่างเกรียงไกร!

"การตัดสินใจลงเขาครั้งนี้ ถือว่ามาถูกทางแล้วจริงๆ!"

"ถ้ายังดักดานอยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ต่อให้ปล่อยไอ้ตัวบอทจิ๋วฟาร์มจนหน้ามืด ก็คงไม่ได้อัปเลเวลไวขนาดนี้!"

หลิวหยางพึมพำกับตนเอง ยืนยันการตัดสินใจลงเขาของตนอย่างหนักแน่น

แม้จุดประสงค์ดั้งเดิมของการลงเขา จะเป็นเพราะเบื่อหน่ายทิวทัศน์บนเขาบู๊ตึ๊ง และปรารถนาจะลงมาชมความงามของแผ่นดินเสินโจวบ้างก็ตาม

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สำหรับเรื่องการพุ่งชนทำเนียบมังกรซ่อน เขาก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าเช่นกัน

การนั่งตกปลาที่หอวั่งเจียง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!

แม้เขาจะคิดเพียงว่า ตกได้หรือมิได้ก็ช่างมันปะไร ในเมื่อว่างนัก ก็ตกมันเล่นๆ เป็นงานอดิเรกก็แล้วกัน

ทว่าผลลัพธ์กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า คนที่ยิ้มเก่ง มักจะมีโชคเข้าข้างเสมอ

หลิวหยางยิ้มเก่ง โชคของเขาจึงดีนัก

นี่อย่างไรเล่า... ถึงได้ตกปลาตัวใหญ่อย่างคุณชายหน้าขาวขึ้นมาได้?!

"คงต้องแวะไปเยือนหอวั่งเจียงบ่อยๆ ปลาพวกนั้นก็ต้องตกต่อไป..."

"ยังไงซะ ตอนนี้ก็ยังไม่มีอีเวนต์ใหม่ให้ไปเก็บเลเวลอยู่แล้วนี่นา!"

เมื่อนึกถึงความเหนื่อยยากในการเดินทาง หลิวหยางก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปตระเวนเมืองอื่นๆ ในแผ่นดินต้าหมิงทันที

แทนที่จะไปสุ่มดรอปมอนสเตอร์ที่เมืองอื่น สู้ปักหลักแคมป์อยู่ที่จวนฮั่นหยางนี่แหละเวิร์คสุด!

ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากที่เขาก้าวขึ้นทำเนียบมังกรซ่อน จวนฮั่นหยางย่อมต้องกลายเป็นเป้าหมายของเหล่ายอดอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศในแผ่นดินเสินโจวในมิน้า

เขารู้ซึ้งถึงสภาพจิตใจของยอดอัจฉริยะเหล่านี้ดี เพราะมันก็เหมือนกับตัวเขาเองก่อนหน้านี้

นั่นคือที่ใดมียอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนปรากฏกาย ก็จะแห่แหนไปที่นั่นทันที

จะตามเจอหรือมินั้นช่างมัน ขอให้ได้ไปถึงก่อนก็พอ

เผื่อฟลุคเจอขึ้นมาเล่า?!

ยิ่งไปกว่านั้น...

เขา หลิวหยางผู้นี้ หาใช่ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนธรรมดาสามัญไม่!

ทว่าเขาคือยอดอัจฉริยะสะท้านภพ ผู้ฝึกยุทธ์เพียงเจ็ดปีก็สามารถพุ่งชนทำเนียบมังกรซ่อนได้สำเร็จ เป็นปีศาจร้ายตัวจริงเสียงจริง!

"ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าพวกแกจะยังนั่งติดเก้าอี้กันได้!"

หากเป็นเขา หลิวหยาง ย่อมมิมีทางยอมให้ผู้ที่มีพลังฝีมือด้อยกว่า มีชื่อเสียงโด่งดังข้ามหน้าข้ามตาตนเองไปได้!

ต้องหาวิธีไปเหยียบมันให้จมดินให้จงได้!

ยอดอัจฉริยะทั้งหลาย การลงเขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สิ่งที่ปรารถนาที่สุดย่อมเป็นชื่อเสียงและผลประโยชน์

ชื่อเสียงและผลประโยชน์... ชื่อเสียงมาก่อน ผลประโยชน์ตามมาทีหลัง

อันดับบนทำเนียบมังกรซ่อน คือผลประโยชน์

และชื่อเสียงที่ถูกป่าวประกาศไปทั่วแผ่นดินเสินโจวนั้น ก็คือชื่อเสียง

แม้ว่าอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนของเขาจะยังรั้งท้าย จนเกือบจะหลุดจากทำเนียบอยู่รอมร่อ

ทว่าชื่อเสียงของเขาน่ะรึ...

ยามนี้ทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว จะมียอดอัจฉริยะผู้ใด ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และสร้างความฮือฮาได้มากไปกว่าเขาอีก?!

หลิวหยางตระหนักดีว่า การที่เขาฝึกยุทธ์เพียงเจ็ดปีแล้วสามารถบุกทะลวงขึ้นทำเนียบมังกรซ่อนได้นั้น หมายความว่าอย่างไร

ยามอยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง เขาอาจจะต้องสงวนท่าทีระมัดระวัง เพื่อไว้หน้าศิษย์พี่น้องบู๊ตึ๊งร่วมสำนัก

ทว่าเมื่อลงจากเขาแล้ว ก็มิจำเป็นต้องสงวนท่าทีอีกต่อไป

ในทางกลับกัน หากมีโอกาสได้ทำลายความมั่นใจและบดขยี้จิตวิถียุทธ์ของยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ เขาก็ยินดีที่จะกระทำอย่างเต็มที่

หากมิมีโอกาส ก็ต้องสร้างโอกาสขึ้นมา!

"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า ตัวเองเริ่มเหมือนพวก 'เซียนตกปลา' เข้าไปทุกทีแล้วล่ะ?!"

ทันใดนั้น หลิวหยางก็สะดุ้งตื่นรู้ พบว่าตนเองเริ่มเสพติดการตกปลา จนกลายสภาพเป็นพวกเซียนตกปลาไปเสียแล้ว

แค่ตกปลาก็ว่าหนักแล้ว นี่ยังคิดจะลาก 'ปลา' ไปตระเวนแห่แหนโฆษณาไปทั่ว เดินผ่านหน้าบ้านสามรอบก็ยังไม่ยอมเข้าบ้านอีก

'นี่มันช่าง... บันเทิงสุดๆ ไปเลย!'

การไปบดขยี้ทำลายจิตวิถียุทธ์ของยอดอัจฉริยะจากขุมกำลังอื่น นี่มันมิใช่การเปิดทางให้ศิษย์บู๊ตึ๊งคนอื่นๆ ได้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซ่อนง่ายขึ้นหรอกรึ?!

แม้ว่าการกระทำเช่นนี้ จะดูอำมหิตและไร้สัจจะธรรมแห่งยุทธภพไปบ้างก็เถอะ

แต่ทว่า...

ทำแบบนี้ มันคุ้มค่าสุดๆ เลยนี่หว่า!

ความอัศจรรย์ของทำเนียบมังกรซ่อน หลังจากที่หลิวหยางได้สัมผัสด้วยตนเอง เขาก็ประจักษ์อย่างลึกซึ้ง

ของวิเศษชิ้นนี้ มันก็คือ 'ยาเม็ดทะลวงคอขวดปรมาจารย์' ชัดๆ!

ในแผ่นดินเสินโจว มิมีโอสถวิเศษใด ที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อนพฤกษาสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ได้

ทว่าทำเนียบมังกรซ่อน กลับมีคุณสมบัตินี้

และที่สำคัญ อัตราความสำเร็จของมัน เรียกได้ว่าแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!

ขอเพียงสามารถเกาะติดทำเนียบไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ต่อให้ต้องอดทนรอคอยนานเพียงใด ในที่สุดก็สามารถบ่มเพาะยอดปรมาจารย์ออกมาได้หนึ่งคนอย่างแน่นอน

ยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ สำหรับทุกขุมกำลังแล้ว ย่อมถือเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคง

มีเพิ่มขึ้นหนึ่งคน ขุมกำลังก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งส่วน!

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมียอดปรมาจารย์วิถียุทธ์จำนวนมาก ด้วยฐานประชากรที่กว้างขวาง ย่อมต้องมีผู้ที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ได้มากขึ้นตามไปด้วย

หลิวหยางมิเคยลืมเลยว่า เมื่อบรรลุขอบเขตยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว อายุขัยก็จะยืนยาวถึงห้าร้อยปี

และเมื่อเปิดด่านทะลวงจุดแก่นแท้ได้สำเร็จ อายุขัยก็จะยืนยาวถึงแปดร้อยปี!

ด่านแก่นแท้เป็นเพียงก้าวแรกของการฝึกฝนในขอบเขตยอดปรมาจารย์เท่านั้น เบื้องหลังยังมีด่านปราณ และด่านวิญญาณ รออยู่

นั่นหมายความว่า โดยพื้นฐานแล้ว ยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แทบทุกคน สามารถเปิดด่านแก่นแท้ และมีอายุขัยยืนยาวถึงแปดร้อยปีได้

อายุขัยแปดร้อยปี หากเทียบกับอายุขัยสองร้อยปีของระดับก่อนพฤกษา มันยืนยาวกว่ากันถึงหกร้อยปี

เวลาหกร้อยปีนั้น สามารถเนรมิตความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด!

มันสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีผลงานธรรมดาสามัญในระดับก่อนพฤกษา กลายเป็นผู้ที่มีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด และเจิดจรัสอย่างยิ่งเมื่อบรรลุถึงขอบเขตปรมาจารย์ได้หรือไม่?!

นี่มิใช่เพียงความเป็นไปได้ ทว่ามีโอกาสเกิดขึ้นสูงมากทีเดียว

ปรมาจารย์ที่รู้แจ้งในสภาวะแห่งปรมาจารย์แล้ว แทบจะแปรเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว

ราวกับว่าจู่ๆ ก็เบิกเนตรปัญญาแตกฉาน!

ผู้คนมากมาย ยามฝึกฝนวิชายุทธ์ กลับมีความก้าวหน้าเพียงธรรมดาสามัญ ผลงานราบเรียบไร้จุดเด่น

ทว่าเมื่อบรรลุสภาวะแห่งปรมาจารย์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับกุญแจไขเข้าสู่ห้วงแห่งปัญญา...

จู่ๆ ก็ตื่นรู้ สติปัญญาเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล จนกลายเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว!

ในแผ่นดินเสินโจว มีตัวอย่างเช่นนี้อยู่นับมิถ้วน

และตัวแทนที่โดดเด่นที่สุด ก็มิใช่ใครอื่น ทว่าคือปรมาจารย์จางซานเฟิง ปฐมปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊งของเขานั่นเอง

นี่คือตัวอย่างคลาสสิก ของผู้ที่มีปัญญาการหยั่งรู้สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเข้าใกล้ความเป็นเทพเซียนไปทุกขณะ

และในยุทธภพแห่งเสินโจว ก็ยังมีมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แบบ "ม้าตีนปลาย" อยู่เป็นจำนวนมาก

"จริงๆ แล้วฉันก็เป็นคนใจดีนะเนี่ย!"

"เพียงแต่ ความใจดีของฉัน มันมีไว้ให้เฉพาะศิษย์น้องสำนักบู๊ตึ๊งเท่านั้นแหละ..."

แม้การบดขยี้จิตวิถียุทธ์ของเหล่ายอดอัจฉริยะ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิษย์บู๊ตึ๊งมีโอกาสขึ้นทำเนียบมังกรซ่อนมากขึ้น จะดูไร้คุณธรรมแห่งยุทธภพไปสักหน่อย

ทว่าหลิวหยางก็ยังคงมั่นใจว่า ตนเองคือคน 'ใจดี' อยู่ดี

"นอกจากนี้ หากฉันปักหลักอยู่ที่จวนฮั่นหยาง ย่อมต้องมียอดอัจฉริยะจำนวนมากแห่มาท้าดวลฉันเป็นแน่..."

"นี่มันคือโอกาสทองในการซ้อม PvP ชั้นยอดเลยล่ะ!"

"กลางวันประลอง กลางคืนปล่อยบอทฟาร์ม สปีดขนาดนี้รับรองว่าเพลงกระบี่ของฉันต้องอัปเลเวลเต็มหลอดไวปานแสงแน่ๆ!"

"โคตรเพอร์เฟกต์!"

หลิวหยางยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นดีเห็นงามกับแผนนี้ เมื่อเขาก้าวขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซ่อนแล้ว สถานการณ์ก็เปิดกว้างขึ้นในทันที

มิจำเป็นต้องเหนื่อยยากไปควานหายอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อน หรือไปก่อเรื่องวุ่นวายที่ไหนอีก

ประเดี๋ยวก็มียอดอัจฉริยะจากทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว อุตส่าห์เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาส่งมอบบริการเป็นคู่ซ้อมให้ถึงที่!

และหลังจากผ่านเหตุการณ์ของคุณชายหน้าขาว หลิวหยางก็พบว่าตนเองดูเหมือนจะมีความเข้าใจผิดเล็กน้อยเกี่ยวกับยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อน

เขาเคยหลงคิดไปว่า คนพวกนี้ล้วนเป็นปีศาจร้ายระดับยอดอัจฉริยะสะท้านภพเหมือนอย่างเขา!

จนทำให้เขาคิดไปเองว่า ปราณแท้ของยอดอัจฉริยะเหล่านี้ ย่อมต้องมีมากกว่าเขาที่เพิ่งบรรลุระดับก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน

ทว่าใครจะไปรู้เล่า ว่าคุณชายหน้าขาวผู้นี้ ซึ่งเป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ลัทธิบัวขาว ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อน กลับมีปราณแท้เพียงห้าหมื่นสายเท่านั้น

คุณชายหน้าขาวผู้นี้ เป็นถึง 'ผู้อาวุโส' ที่โลดแล่นอยู่ในยุทธภพมานานหลายสิบปีแล้วนะ

นั่นย่อมหมายความว่า ปราณแท้ของมัน ได้มาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว

นี่คือขีดจำกัดสูงสุดของคุณชายหน้าขาว บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิบัวขาวแล้ว

ทว่าขีดจำกัดสูงสุดของมัน กลับยังเทียบมิได้กับปราณแท้หกหมื่นสายของเขา ที่เพิ่งจะบรรลุระดับก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งมิต้องกล่าวถึงยามนี้ ที่เขามีปราณแท้ทะลุเจ็ดหมื่นสายไปแล้ว

สิ่งนี้บ่งบอกอะไรได้บ้าง?!

บ่งบอกได้ว่า หลิวหยางผู้นี้ แม้จะอยู่ในทำเนียบมังกรซ่อน ก็ยังจัดว่าเป็นผู้ที่มีปราณแท้หนาแน่นอย่างยิ่ง!

ความจริงข้อนี้ ทำให้หลิวหยางถึงกับพูดไม่ออก

"ที่แท้ ฉันนี่แหละที่เป็นตัวบั๊ก..."

"มีเพียงฉันเท่านั้น ที่สามารถก้าวเดินมุ่งหน้าสู่ขีดจำกัดสิบหมื่นสายแห่งก่อนพฤกษาได้อย่างแท้จริง...."

"ส่วนพวกเขานั้น เมื่อฝึกฝนจนบรรลุขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดแล้ว ปราณแท้ก็แทบจะหยุดนิ่งไม่อัปเกรดอีกเลย..."

"แต่ทว่า นี่แหละคือเรื่องปกติ ไม่อย่างนั้นทำไมพวกเขาถึงได้มีเวลาว่างวิ่งตะลอนไปทั่วเสินโจว เพื่อทุ่มเทสมาธิให้กับการศึกษาวิชายุทธ์แทนล่ะ?"

หลิวหยางตระหนักได้ในที่สุด ว่าเขาเองนี่แหละคือความผิดปกติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

ผู้อื่นเมื่อทะลวงเข้าสู่ระดับก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดแล้ว ปราณแท้ยากที่จะเพิ่มพูนขึ้นอีก

ทว่าเขา กลับมีไอ้ตัวบอทจิ๋วคอยช่วยฟาร์มให้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ฟาดฟันกระบี่อย่างมิหยุดหย่อน ทำให้ปราณแท้ของเขาเติบโตขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แม้จะเพิ่มขึ้นทีละน้อย ทว่ามันก็กำลังมุ่งหน้าสู่ขีดจำกัดสิบหมื่นสายแห่งก่อนพฤกษาอย่างมั่นคง

"นั่นก็หมายความว่า... หากปราณแท้ของฉันทะลุเก้าหมื่นสาย และ 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้วล่ะก็... ต่อให้วิชาตัวเบาของฉันยังไม่อัปเต็มหลอดก็เถอะ..."

"ฉันก็ยังสามารถใช้ปราณแท้อันมหาศาล ยื้อลากยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ จนมานาหมดหลอดตายไปเองได้เลยล่ะ!"

หลิวหยางตระหนักถึงประเด็นสำคัญ เขากำลังจะเข้าใกล้คำว่าไร้เทียมทานบนทำเนียบมังกรซ่อนเข้าไปทุกที!

เพียงแค่ปราณแท้บรรลุเก้าหมื่นสาย และเพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์แบบ เขาก็สามารถยื้อชีวิตยอดอัจฉริยะทุกคนจนหมดสภาพตายคาที่ได้!

เพียงแต่วิธีการต่อสู้เช่นนี้....

มันช่างเป็น 'กระดองเต่า' โดยแท้!

ผู้ใดก็ตามที่ต้องมาประมือกับเขา ย่อมต้องถูกยื้อจนสภาพจิตใจพังทลายอย่างแน่นอน!

แม้ว่ามันอาจจะดูมิสง่างามนัก และอาจทำให้ชื่อเสียงต้องมัวหมอง...

แต่ทว่า...

มันใช้งานได้ผลชะงัดนักเชียว!

ยามเผชิญหน้ากับผู้อ่อนแอ ก็ใช้ 'กระดองเต่า' ครอบกักขังศัตรูเอาไว้ แล้วทำให้พวกมันขาดอากาศหายใจตาย

ยามเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่ง ก็ใช้ 'กระดองเต่า' ปกป้องตนเอง พัวพันศัตรูเอาไว้ แล้วยื้อจนพวกมันหมดมานาตายไปเอง

มิว่าจะเผชิญกับศัตรูรูปแบบใด เขาก็สามารถรับมือได้ทั้งสิ้น!

พลังป้องกันของโล่กระบี่ที่เกิดจาก 'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' นั้น แข็งแกร่งเพียงใด หลิวหยางย่อมประจักษ์ดี

นี่คือ 'กระดองเต่า' ที่ถูกสร้างขึ้นจากปราณแท้อย่างแท้จริง

มิเพียงแต่แข็งแกร่ง ทว่ายังเหนียวแน่นทนทานไร้ที่เปรียบ

ที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถแปรเปลี่ยนหยินหยาง ผสมผสานความแข็งกร้าวและอ่อนช้อยได้อย่างลงตัว!

ยามแข็งแกร่ง ก็แข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลนิลกาฬ ฟันมิเข้าแทงมิทะลุ

ยามอ่อนช้อย ก็อ่อนช้อยดุจสายน้ำ ทำให้ทุกการโจมตีที่ดุดันต้องไร้ผล และไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกร

ช่างเป็นวิชาที่มีอานุภาพพิสดารล้ำลึกยิ่งนัก!

เพียงแค่ฝึกฝนเพลงกระบี่นี้ให้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ผนวกกับปราณแท้อันมหาศาลของเขา ย่อมเพียงพอที่จะกวาดล้างผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตก่อนพฤกษาได้จนหมดสิ้น!

"เยี่ยมไปเลย! มาคอยดูกันว่าเหยื่อตกปลาอย่างฉัน จะล่อ 'ปลาสวรรค์' มาติดเบ็ดได้กี่ตัวกัน!"

"ไม่ว่าจะเป็นปลาใหญ่หรือปลาเล็ก ขอแค่ว่ายมาติดเบ็ดแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้!"

หลิวหยางหัวเราะหึๆ เผยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเป็นมิตร

ปลาใหญ่ย่อมมีมูลค่าของปลาใหญ่ ปลาเล็กก็มีมูลค่าของปลาเล็ก

ยอดอัจฉริยะคนใดก็ตามที่มาถึง ล้วนมีประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น

เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็เปลี่ยนกลับไปตั้งค่าระบบให้【ปล่อยบอทฟาร์ม】'เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง' ทันที!

ผลลัพธ์จากการต่อสู้ เขาได้ย่อยสลายมันจนหมดสิ้นแล้ว งานหนักในการบำเพ็ญเพียรประจำวัน ก็ปล่อยให้ไอ้ตัวบอทจิ๋วรับหน้าที่ไปก็แล้วกัน

ส่วนตัวหลิวหยางเอง หลังจากพำนักอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำมานานกว่าครึ่งเดือน เขาก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว

เขากระโจนตัวขึ้นไปบนเรืออย่างคล่องแคล่ว โบกมือพร้อมตะโกนก้อง: "ออกเรือ!"

แม้ว่าเขาจะมีอาชาสวรรค์บู๊ตึ๊งเป็นพาหนะ ทว่าเขามิยอมขี่มัน เขาขอเลือกที่จะจูงมันแทน!

การขี่ม้าน่ะรึ จะไปดูยิ่งใหญ่มีระดับสู้การนั่งเรือทวนน้ำไปตามแม่น้ำได้อย่างไร?!

เมื่อเรือของหลิวหยางเริ่มแล่นทวนน้ำ มุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเรือจวนฮั่นหยางอย่างช้าๆ

ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองฮั่นหยางในทันที

เหล่ายอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งจวนฮั่นหยางที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็พากันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก: "ในที่สุดก็กลับมาเสียที!"

หากต้องทนรอคอยต่อไป พวกเขาคงนั่งมิติดเก้าอี้เป็นแน่!

ก็ช่วยมิได้นี่นา ชื่อเสียงของหลิวหยางน่ะ มันโด่งดังเกินไปแล้ว!

มิเพียงแต่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรัฐฉู่ ทว่ามันยังแพร่สะพัดราวกับพายุคลั่ง ลุกลามไปทั่วทั้งราชวงศ์ต้าหมิง

พวกเขาเพิ่งได้รับข่าวมาว่า ยอดอัจฉริยะจากรัฐต่างๆ ที่อยู่รายล้อมรัฐฉู่ ต่างกำลังควบม้าเร่งรุดมายังจวนฮั่นหยาง เพื่อขอเข้าพบหลิวหยาง!

ยอดอัจฉริยะหลิว!

และนี่เป็นเพียงแค่ระลอกแรกเท่านั้น ในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป ยังมียอดอัจฉริยะอีกมากมายที่กำลังแห่แหนกันมา

ราวกับว่ายอดอัจฉริยะทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจวต่างก็วิกลจริต พากันหลั่งไหลมายังจวนฮั่นหยางอย่างบ้าคลั่ง

พวกเขามิหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย ว่าจะมาเสียเที่ยว หรือหลิวหยางจะชิงหลบหนีไปก่อน

เรื่องนี้สร้างแรงกดดันทางจิตใจอย่างมหาศาลให้กับเหล่ายอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งจวนฮั่นหยาง!

เมื่อยอดอัจฉริยะจำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาในจวนฮั่นหยาง สิ่งที่ตามมาด้วย ย่อมต้องเป็นเหล่ายอดปรมาจารย์ผู้พิทักษ์จากขุมกำลังยักษ์ใหญ่เหล่านั้นอย่างแน่นอน

และเมื่อถึงเวลานั้น...

พวกเขาซึ่งเป็นยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งจวนฮั่นหยาง จะถูกลดทอนความสำคัญลงไปเพียงใด!?

คงถูกมองเป็นเพียงบ่าวรับใช้ที่คอยรินน้ำชาเท่านั้นแหละ!

สถานะและศักดิ์ศรีดิ่งลงเหว!

เมื่อถึงเวลานั้น หากอยากจะขอเข้าพบหลิวหยาง ก็คงเป็นเรื่องยากลำบากแสนเข็ญ

ยังดีที่หลิวหยางดึงเช็งเหมือนกำลังเคี่ยวน้ำซุป ปล่อยให้พวกเขารอเก้ออยู่ในเมืองนานกว่าครึ่งเดือน ในที่สุดก็ยอมกลับเมืองมาเสียที

มิเช่นนั้น...

พวกเขาคงได้อกแตกตายด้วยความกระวนกระวายใจเป็นแน่!

"มานี่เร็ว รีบระดมคน ด่วนที่สุด ตามข้าออกไปนอกเมือง มุ่งหน้าสู่ท่าเรือ เพื่อต้อนรับคุณชายหลิวกลับเมือง!"

แทบจะในพริบตาเดียว เหล่ายอดปรมาจารย์แห่งจวนฮั่นหยาง ต่างพากันตะโกนสั่งการเสียงดังลั่น

การถูกปล่อยให้รอคอยอย่างทรมานมานานกว่าครึ่งเดือน ทำให้ความอดทนของพวกเขาแทบจะเหือดแห้ง มิอาจทนนั่งนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

พวกเขาจะต้องฉวยโอกาสก่อนที่ยอดอัจฉริยะทั้งหลายจะหลั่งไหลเข้ามาในจวนฮั่นหยาง เพื่อคลี่คลาย 'ความเข้าใจผิด' ก่อนหน้านี้ให้หมดสิ้น

มิเช่นนั้นเล่า....

ใครจะไปรู้ว่ายอดอัจฉริยะเหล่านั้น เพื่อเป็นการประจบเอาใจหลิวหยาง จะลงมือกระทำเรื่องเลวร้ายอันใดลงไปบ้าง!

หลิวหยางคือศิษย์บู๊ตึ๊ง เป็นถึงยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยสถานะอันสูงส่ง พวกเขาจึงมิกล้าลงมือทำร้ายยอดปรมาจารย์อย่างพวกตน

ท้ายที่สุด พวกเขาก็คือยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งต้าหมิง

ทว่า ยอดอัจฉริยะจากรัฐและเมืองอื่นๆ เล่า....

พวกเขาคือยอดอัจฉริยะแห่งต้าหมิง ขุมกำลังเบื้องหลังของพวกเขาก็คือขุมกำลังแห่งต้าหมิง

การลงมือกับพวกเขา มันก็คือ 'เรื่องภายในครอบครัว' ชัดๆ!

'คุณชายระดับสูง' ที่หยิ่งผยอง ทุบตี 'บ่าวรับใช้' ในบ้านจนตาย มันเป็นเรื่องใหญ่โตอันใดกันรึ?!

คงพอจะจินตนาการได้ว่า ยามนี้เหล่ายอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งจวนฮั่นหยาง กำลังวิตกกังวลและหวาดกลัวเพียงใด

ครึ่งวันต่อมา เรือที่หลิวหยางโดยสารมา ก็แล่นทวนกระแสน้ำฮั่นเจียง และค่อยๆ เทียบท่าที่ท่าเรือจวนฮั่นหยาง

ณ ท่าเรือ เหล่ายอดปรมาจารย์วิถียุทธ์แห่งจวนฮั่นหยางเป็นผู้นำ ต่างนำพาขุมกำลังของตนเองมายืนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับกำลังรอรับการ 'ตรวจพล'

พวกเขาพากันโค้งคำนับและประสานมือโดยพร้อมเพรียง ก่อนจะตะโกนก้อง: "ขอแสดงความยินดีที่คุณชายหลิวกวาดล้างโจรป่า นำชัยชนะกลับมา!"

"ขอแสดงความยินดีที่คุณชายหลิวสังหารโจรชั่ว ประสบความสำเร็จกลับมา!"

"ขอแสดงความยินดีที่คุณชายหลิวตวัดกระบี่สังหารศัตรูตัวฉกาจ ผงาดขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซ่อน!"

"ขอแสดงความยินดีแด่คุณชายหลิว!"

เสียงตะโกนดังกึกก้องกัมปนาท สะเทือนเลื่อนลั่นไปไกลนับร้อยลี้ ดังก้องอยู่นานมิขาดสาย

สิ่งที่น่าตื่นตะลึงที่สุดก็คือ การนำกล่าวแสดงความยินดีโดยยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ถึงแปดท่าน ความยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ ในจวนฮั่นหยางนับว่าสร้างความตื่นตะลึงจนยากจะหาคำใดมาบรรยายได้!

หลิวหยางกระโดดขึ้นขี่หลังราชาอาชาสวรรค์บู๊ตึ๊ง อาชาสวรรค์เหยียบย่ำระลอกคลื่น พุ่งทะยานขึ้นฝั่งท่าเรือ เพื่อรับการแสดงความยินดีจากแปดสุดยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์

เด็กหนุ่มควบม้าคืนถิ่น ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!

จบบทที่ ตอนที่ 57 หลิวหยางคืนเมือง ยอดปรมาจารย์ก้มหัวรับใช้!

คัดลอกลิงก์แล้ว