เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเรอะ? งั้นก็ทิ้งชีวิตเจ้าไว้ที่นี่ซะเถอะ!

ตอนที่ 51 ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเรอะ? งั้นก็ทิ้งชีวิตเจ้าไว้ที่นี่ซะเถอะ!

ตอนที่ 51 ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเรอะ? งั้นก็ทิ้งชีวิตเจ้าไว้ที่นี่ซะเถอะ!


ตอนที่ 51 ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเรอะ? งั้นก็ทิ้งชีวิตเจ้าไว้ที่นี่ซะเถอะ!

ลัทธิบัวขาว ในอาณาเขตของต้าหมิงนั้น เรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่น่ารังเกียจราวกับหนูข้ามถนนที่ผู้คนต่างพากันรุมตี!

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ความทนทานตายยากของลัทธิบัวขาวนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

แม้ยอมโดนราชวงศ์ต้าหมิงไล่กวาดล้างมานับพันปี แต่กลับยังคงเจริญรุ่งเรืองและออกมาอาละวาดได้อยู่เสมอ

ยามว่างก็มักจะไปล่อลวงราษฎรในต้าหมิงให้ลุกฮือขึ้นก่อกบฏ!

ซ้ำยังก่อการใหญ่โต ลุกลามล้างผลาญไปทีละหลายรัฐ! สังหารอย่างไรก็ไม่รู้จักหมดสิ้น!

หากกล่าวถึงเรื่องการสร้างความวุ่นวาย ลัทธิบัวขาวย่อมเป็นอันดับหนึ่ง! ทุกๆ ยี่สิบสามสิบปี ย่อมต้องมีเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่เกิดขึ้นเสมอ

เบาะๆ ก็กวาดล้างไปสักอำเภอหรือสักเมือง

หากรุนแรงหน่อย ก็ลุกลามระบาดไปนับสิบรัฐ!

ในแต่ละวัน หากไม่ได้กำลังก่อกบฏ ก็กำลังอยู่ระหว่างทางไปก่อกบฏ

ทำเอาผู้คนในยุทธภพต้องเดาะลิ้นด้วยความตกตะลึง!

เมื่อกล่าวถึงพวกมารนอกรีตแห่งลัทธิบัวขาว ผู้คนต่างทั้งหวาดกลัวและเลื่อมใส

หวาดกลัวในวิชามายาอันพลิกแพลงคาดเดาไม่ได้ และวิชาล่อลวงจิตใจของพวกมัน

แต่ก็แอบเลื่อมใสในความใจเด็ด ที่ไม่เคยหวั่นเกรงต่ออำนาจราชสำนัก มุ่งมั่นกับการก่อกบฏอย่างเสมอต้นเสมอปลายมิเคยเปลี่ยน

ทว่าถึงกระนั้น ในอาณาเขตต้าหมิง ก็ไม่มีผู้ใดอยากจะไปข้องแวะกับพวกมารลัทธิบัวขาวหรอกนะ เพราะหากนำตัวไปพัวพันด้วยเมื่อใด ภัยพิบัติอันใหญ่หลวงย่อมมาเยือนในทันที

"ลัทธิบัวขาว ที่แท้ก็เป็นลัทธิบัวขาว!"

ลุงใหญ่หลิวหลี่และคนอื่นๆ ตกใจจนอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าตัวการที่ชักใยอยู่เบื้องหลังกลับเป็นคนของลัทธิบัวขาว พวกเขาก็แทบจะภาวนาให้ไม่มีตัวการอยู่เบื้องหลังยังจะดีเสียกว่า!

นี่มันคือต้นตอแห่งภัยพิบัติชัดๆ!

จวนสกุลหลิวในยามนี้ ไม่มีกำลังพอที่จะไปพัวพันกับลัทธิบัวขาวได้หรอก

ไม่ว่าจะผูกมิตรหรือตั้งตนเป็นศัตรู ล้วนมิอาจทำได้ทั้งสิ้น!

แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด...

ลัทธิบัวขาวดันเป็นฝ่ายมาเคาะประตูหาถึงหน้าบ้านเสียนี่!

โชคร้าย ช่างโชคร้ายเสียนี่กระไร!

เพียงแค่คิดก็ปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว!

ทรัพย์สมบัติที่เพิ่งยึดมาได้จากการถล่มพวกโจรป่าเมื่อครู่ จู่ๆ ก็ดูจืดชืดไร้ค่าไปในพริบตา!

จวนสกุลหลิวไปทำเวรทำกรรมอันใดไว้ ถึงได้ถูกพวกมารนอกรีตแห่งลัทธิบัวขาวเพ่งเล็งเอาเช่นนี้?!

ตรงข้ามกับลุงใหญ่หลิวหลี่และคนอื่นๆ ที่ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

หลิวหยางกลับยืนนิ่งอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอันใดนัก

'การที่บอสใหญ่เบื้องหลังพวกโจรป่าดันเป็นคนของลัทธิบัวขาว แม่งกลับเป็นเรื่องที่โคตรจะเมกเซนส์สุดๆ ในมุมมองของฉัน'

'ถ้าไม่ใช่เพราะมีแบ็คอัพหนาตราช้างแบบนี้ ไอ้พวกโจรป่าปลายแถวกระจอกๆ พวกนี้ จะมีปัญญาลอยนวลปล้นสะดมไปทั่วหลายสิบรัฐ แถมยังเสวยสุขฟาร์มของมาได้ตั้งหลายสิบปีได้ยังไง?'

'เรื่องแบบนี้ แค่สกิลทำตัวเจียมเจียมไม่ไปกระตุกหนวดเสือคนเก่งๆ มันไม่พอหรอกนะที่จะทำให้รอดตายมาได้นานขนาดนี้'

'มันต้องใช้คอนเนกชันและพาวเวอร์ระดับมหาศาล! เส้นสายต้องกว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งต้าหมิง แถมระบบข่าวกรองก็ต้องแม่นยำเป๊ะเวอร์!'

'และการจะทำสเกลนั้นได้ มันก็ต้องมีสายสืบแฝงตัวเข้าไปแฮกข้อมูลวงในของต้าหมิง เพื่อเจาะจงพิกัดของยอดฝีมือในแต่ละรัฐออกมาให้ได้เป๊ะๆ'

'ต้องทำได้ถึงขั้นนี้แหละ ถึงจะลื่นเป็นปลาไหลของแท้ พอเรดาร์จับสัญญาณอันตรายได้ปุ๊บ ก็ใส่เกียร์หมาโกยแน่บหนีไปเป็นแสนๆ ลี้ได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน'

'และสเกลระดับนี้ ขุมกำลังระดับมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ทั่วไปไม่มีปัญญาทำได้หรอกโว้ย!'

พอเห็นหน้าคนของลัทธิบัวขาวโผล่มา หลิวหยางก็เลยไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด

'ก็มีแต่พวกลัทธินอกรีตที่วันๆ หิวแต่จะก่อกบฏอย่างพวกมันนี่แหละ ที่พร้อมจะสายเปย์ทุ่มไม่อั้น เพื่อหนุนหลังพวกโจรป่าให้ออกไปป่วนเมืองคอยดึงอะโกร (Aggro)'

'ในทำนองเดียวกัน ก็มีแค่ลัทธิบัวขาวเท่านั้น ที่มีพาวเวอร์พอจะไปดีลฮั้วกับขุมกำลังต่างๆ ในแต่ละรัฐของต้าหมิงได้'

'โจรป่างั้นรึ?! แม่งก็เป็นแค่ไอเทมใช้แล้วทิ้ง ที่เอามาเป็นตัวแทงค์โยนหินถามทาง เพื่อดูรีแอคชันของต้าหมิงก็เท่านั้นแหละ!'

'พอเห็นหน้าคนของลัทธิบัวขาวโผล่มา ฉันก็เก็ตทันทีเลยว่า ทั่วทั้งต้าหมิงเนี่ย คงมีพวกโจรป่าอีกไม่รู้กี่กิลด์ ที่กำลังรับสปอนเซอร์จากลัทธิบัวขาวให้ออกไปอาละวาดสร้างความบรรลัยอยู่ทั่วทุกหัวระแหง'

'ส่วนเป้าหมายของพวกมันน่ะรึ โคตรจะเบสิก! ก็แค่หาจังหวะปั่นอีเวนต์ใหญ่ เพื่อลุกฮือขึ้นก่อกบฏล้มล้างต้าหมิงไงล่ะ!'

'ต่อให้ไม่มีโอกาส ก็ต้องหน้าด้านปั้นจังหวะขึ้นมาเองให้ได้!'

'ตอนนี้กองทหารเอ็นพีซี (NPC) รักษาการณ์ในแต่ละเมืองของต้าหมิง ก็โดนเกณฑ์กำลังพลไปส่งแนวหน้ารัฐเหลียวโจวจนค่ายแทบจะร้างอยู่แล้ว'

'ส่วนพวกจิ่นอีเว่ยก็วิ่งวุ่นหัวหมุนจนแทบจะอ้วกแตก เริ่มจะตามล้างตามเช็ดม็อบกบฏไม่หวาดไม่ไหวแล้ว'

'นั่นหมายความว่า กองพันจิ่นอีเว่ยกำลังค่อยๆ สูญเสียคอนโทรลพื้นที่นอกเซฟโซน (กำแพงเมือง) ไปทีละนิด'

'พอคุมพื้นที่นอกเมืองไม่ได้ สเตปต่อไปคือ ดันเจี้ยนภูเขาและป่าเขาลำเนาไพร ก็จะกลายเป็นดงมอนสเตอร์ของพวกโจรป่าและจอมยุทธ์หัวหมอ พวกเพลเยอร์ฉวยโอกาสก็จะพากันแห่ทะลักเข้ามาฟาร์ม'

'และด้วยความที่ไอเทมทรัพยากรมันขาดแคลนจัด มันก็จะบีบให้ผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วน ต้องกระโจนเข้ามาร่วมวงแย่งชิงทรัพยากรกันจนเลือดสาด'

'ใครๆ ก็อยากจะรอดเป็นลาสแมนสแตนดิ้ง (Last Man Standing) เพื่อกอบโกยทั้งนั้นแหละ!'

'ขืนปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายต่อไปแบบนี้....'

'อีกไม่นาน คงได้เห็นพวกโจรป่าสารพัดปาร์ตี้ ที่มีลัทธิบัวขาวคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง รวมหัวกันไปลงเรดตีเมืองตีอำเภอแน่นอน!'

'อีเวนต์ที่ลัทธิบัวขาวมันจัดขึ้นเนี่ย ฉันก็พอจะเข้าใจระบบมันได้อยู่หรอกนะ'

'แต่มีบัคเรื่องเดียวที่ฉันยังไม่เก็ตเลยก็คือ....'

'ลัทธิบัวขาวจะไปหาทำปั่นอีเวนต์นรกแตกที่ไหนมันก็เรื่องของพวกเอ็ง แต่มาเห็นหลิวหยางคนนี้เป็นหมูหวานให้พวกเอ็งมารังแกเล่นเนี่ย แม่งหมายความว่ายังไงวะ?!'

"วิชาตัวเบาบันไดเมฆา เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง ซ้ำยังมีเคล็ดวิชาเก้าเอี้ยงที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาดอยู่อีก!"

"สมกับเป็นยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง มิได้มีดีเพียงชื่อเสียงจอมปลอมจริงๆ!"

"เกรงว่าผู้คนมากมายในเมืองฮั่นหยาง คงจะประเมินค่าเจ้าต่ำไปเสียเยอะแล้วล่ะ!"

"หลิวหยางแห่งบู๊ตึ๊ง เจ้านี่ช่างร้ายกาจนัก!"

กลีบดอกบัวสีขาวค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงามในคราบคุณชายเจ้าสำราญ ในมือถือพัดสีขาว ท่วงท่าหยิ่งผยองวางมาดสูงส่ง เขายืนวิเคราะห์วิจารณ์หลิวหยางเป็นฉากๆ พึมพำกับตนเองด้วยสีหน้าราบเรียบ

เขาจ้องมองศพโจรป่าทั้งหกที่ถูกปราณกระบี่เจาะทะลวงจนพรุนเป็นรังผึ้ง พลางโบกพัดไปมาแล้วเอ่ยชมด้วยความทึ่งว่า: "ปราณกระบี่ดุดันคมกริบถึงเพียงนี้ นี่คงฝึกฝนเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางจนบรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่แล้วสินะ?!"

"ข้ามิได้เห็นศิษย์บู๊ตึ๊งที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้มาเนิ่นนานแล้วเชียว!"

จากนั้นเขาก็มองลึกเข้าไปในดวงตาของหลิวหยาง แล้วเอ่ยต่ออย่างมิแยแสสิ่งใด: "เจ้านี่ซ่อนคมไว้ได้ลึกซึ้งยิ่งนัก ถึงขนาดยังทำให้คุณชายอย่างข้าดูพลาดไปได้"

"หากมิได้มาเห็นกับตา ผู้ใดจะไปคาดคิดเล่าว่า ยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งเช่นเจ้า นอกจากจะเป็นของแท้แล้ว ยังมีพลังฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้อีก?!"

หลิวหยางขมวดคิ้วมุ่น

'แกเป็นถึงพวกมารนอกรีตลัทธิบัวขาวแท้ๆ แต่ดันมาสวมรอยแอคอาร์ตทำตัวเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ซะงั้น'

'แถมยังตีบทแตก เก๊กซะเนียนเชียว! แม่งขี้เก๊กยิ่งกว่าฉันซะอีก!'

'เจอพวกลองดีแย่งซีนแบบนี้บอกเลยว่า... ให้อภัยไม่ได้โว้ย!'

"พล่ามจบหรือยัง?!"

หลิวหยางเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

ศิษย์ลัทธิบัวขาวในคราบคุณชายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยความประหลาดใจ: "แล้วเจ้าอยากจะให้ข้าพูดสิ่งใดอีกเล่า?"

หลิวหยางตวัดปลายกระบี่ชี้หน้ามารลัทธิบัวขาว "หักหน้าข้า วางแผนเล่นงานข้า แล้วคิดจะจากไปดื้อๆ โดยไม่ให้คำอธิบายข้าเลยงั้นรึ?!"

"คำอธิบายรึ?!"

มารลัทธิบัวขาวทำหน้าราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในใต้หล้า มันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนปากแทบฉีก

แต่ไม่นานมันก็หยุดหัวเราะ แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุก: "ในเมื่อเจ้าอยากรู้อยากเห็นนัก เช่นนั้นคุณชายอย่างข้าจะสงเคราะห์แถลงไขให้ฟังเป็นบุญหูก็ได้!"

"ก็แค่ช่วงนี้ชื่อเสียงของ 'หลิวหยาง' อย่างเจ้านั้น มันเลื่องลือกระฉ่อนคับเมืองฮั่นหยาง ลุกลามไปไกลถึงรัฐฉู่เลยน่ะสิ!"

"มีผู้คนตั้งมากมายที่อยากจะทดสอบพลังฝีมือของเจ้า อยากจะรู้ว่าฝีมือของเจ้ามันจะแน่สักแค่ไหน มันจะเก่งกาจสมคำร่ำลือเหมือนที่ผู้คนเขายกย่องกันหรือไม่?!"

"อีกทั้งเจ้ายังมีฐานะเป็นถึงศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊ง ชื่อเสียงบารมีเช่นนี้ช่างดึงดูดความสนใจเสียเหลือเกิน!"

"ด้วยเหตุนี้ คุณชายอย่างข้าจึงมาจัดให้ตามคำเรียกร้องอย่างไรเล่า!"

หลิวหยางพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้กล่าววิจารณ์อันใด ก่อนจะเอ่ยปากถามต่อ: "แล้วอย่างไรต่อเล่า?!"

"พลังฝีมือของข้า ทำให้เจ้าพึงพอใจหรือไม่?!"

มารลัทธิบัวขาวได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ทอประกายลุกวาวขึ้นมาทันที มันพยักหน้าหงึกๆ: "เจ้านี่มันน่าสนใจจริงๆ ด้วยพลังฝีมือที่เจ้าแสดงให้เห็นเมื่อครู่ แน่นอนว่าคุณชายอย่างข้าย่อมต้องพึงพอใจอย่างที่สุดอยู่แล้ว!"

"ทั้งวิชาตัวเบาบันไดเมฆาแห่งบู๊ตึ๊ง ทั้งเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง สองสุดยอดวิชายุทธ์ขั้นสูงอันเลื่องชื่อ!"

"ได้ประจักษ์แก่สายตาเช่นนี้ จะไม่ให้ข้าพึงพอใจได้อย่างไรเล่า?!"

กล่าวจบ มันก็บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย ปรายตามองซากศพโจรป่าที่นอนตายเกลื่อนเกาะกลางแม่น้ำ ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีว่า: "เพียงแค่สูญเสียสุนัขจรจัดระดับก่อนพฤกษาที่ไร้ค่าไปไม่กี่ตัว แต่กลับได้มาพานพบยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งตัวเป็นๆ เช่นเจ้า การมาเยือนเมืองฮั่นหยางในครานี้ ถือว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว!"

พูดจบ มันก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

หลิวหยางตวาดเรียกไว้เสียงกร้าว

มารลัทธิบัวขาวชะงักเท้า หันขวับกลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหาย คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด: "เจ้ายังมีข้อสงสัยอันใดอีก รีบๆ ว่ามา คุณชายอย่างข้ามิได้มีเวลาว่างมานั่งตอบคำถามเจ้าทั้งวันหรอกนะ!"

"และตอนนี้อารมณ์ของข้าก็เริ่มขุ่นมัวแล้วด้วย!"

กล่าวจบ สีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นดำทะมึนและเยือกเย็น

เปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วปานพลิกฝ่ามือ ทำเอายอดฝีมือก่อนพฤกษาของจวนสกุลหลิวถึงกับเดาะลิ้นด้วยความตกตะลึง!

แต่พอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าชายผู้นี้คือมารลัทธิบัวขาว พวกเขาก็เข้าใจได้ในทันที

ก็แน่ล่ะ พวกมารลัทธิบัวขาวมันเคยมีสติสัมปชัญญะสมประกอบเสียที่ไหน อารมณ์แปรปรวนคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบปั่นหัวผู้คน อาการวิกลจริตเช่นนี้แหละคือเรื่องปกติของพวกมัน

พวกมันมิใช่มนุษย์ปกติอยู่แล้ว แต่ละคนล้วนเป็นพวกวิปลาสทั้งสิ้น

หากเป็นคนปกติที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ผู้ใดเล่าจะหาเรื่องก่อกบฏล้มล้างต้าหมิงอยู่ตลอดเวลา!

รอยยิ้มบนใบหน้าของมารลัทธิบัวขาวมลายหายไป แต่กลับกลายเป็นหลิวหยางที่ฉีกยิ้มขึ้นมาแทน เขาตวัดปลายกระบี่ชี้หน้ามัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยุ: "มาถึงนี่แล้ว..."

"จะรีบร้อนจากไปไยเล่า?!"

มารลัทธิบัวขาวได้ยินดังนั้น ก็ทำหน้าราวกับหูแว่ว มองหลิวหยางด้วยสายตาเหลือเชื่อ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ: "นี่เจ้าหมายความว่า... อยากจะประมือกับข้างั้นรึ?!"

"ประลองกัน?!"

หลิวหยางส่ายหน้าช้าๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและเยือกเย็น: "ชีวิตนี้ สิ่งที่ข้า หลิวหยาง หวงแหนที่สุดก็คือหน้าตาของข้านี่แหละ!"

"มาลองดีกับข้า วางแผนเล่นงานข้า ซ้ำยังมาหักหน้าข้าอีก!"

"เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเอาชีวิตมาเซ่นสังเวยเพื่อชดใช้!"

ได้ยินประโยคนี้เข้าไป มารลัทธิบัวขาวถึงกับนิ่งอึ้งงันไปในทันที!

มันมองหลิวหยางด้วยสายตาราวกับมองคนเสียสติ: "ข้าหักหน้าเจ้า เจ้าก็เลยจะเอาชีวิตข้าไปชดใช้เนี่ยนะ?"

"เจ้าเสียสติไปแล้วรึ รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?!"

หลิวหยางยักไหล่ด้วยท่าทีไม่แยแส: "ก็เป็นเพียงมารนอกรีตแห่งลัทธิบัวขาวมิใช่รึ เจ้าเพิ่งจะโง่งมเผยตัวตนออกมาเองแท้ๆ?!"

ศิษย์ลัทธิบัวขาวมองหลิวหยางราวกับคนวิกลจริต แหกปากตะโกนลั่น: "เสียสติไปแล้วรึ?! ข้าคือ 'บุตรศักดิ์สิทธิ์' แห่งลัทธิบัวขาวเชียวนะ!!"

"เจ้าเป็นเพียงศิษย์บู๊ตึ๊ง แต่ริอ่านจะเอาชีวิตข้า เจ้าเคยตรึกตรองถึงผลที่จะตามมาบ้างหรือไม่?!"

หลิวหยางแค่นหัวเราะเยาะ: "บุตรศักดิ์สิทธิ์อันใดกัน ต่อให้เจ้าจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็เป็นแค่พวกมารลัทธิบัวขาวอยู่ดีนั่นแหละ!"

บุตรศักดิ์สิทธิ์ลัทธิบัวขาวโกรธเกรี้ยวจนเลือดขึ้นหน้า เดือดดาลถึงขีดสุด!

มันคำรามลั่น: "เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังสนทนาอยู่กับผู้ใด?! ข้าคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิบัวขาว นามว่า 'คุณชายหน้าขาว'!"

"เจ้าแน่ใจนะ ว่าจะเอาชีวิตข้าไปชดใช้ค่าหน้าตาของเจ้าน่ะ?!"

หลิวหยางได้ยินก็เตรียมจะสวนกลับไปว่า จะคุณชายหน้าขาวหรือหน้าจืดอันใดก็ช่าง กล้ามาหยามหน้าข้า ก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดว่า จู่ๆ ลุงใหญ่หลิวหลี่และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้าง จะหน้าถอดสี แหกปากอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด

"คุณชายหน้าขาว!"

"ยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อน!"

"มันคือคุณชายหน้าขาวตัวเป็นๆ!"

"ซี๊ดดด!"

"มันมาปรากฏตัวที่รัฐฉู่ได้อย่างไร?!"

"หรือว่าลัทธิบัวขาวกำลังจะก่อการใหญ่ในรัฐฉู่?!"

คนของจวนสกุลหลิวฮือฮากันยกใหญ่ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา

พอหลิวหยางได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างทอประกายวาววับขึ้นมาทันที!

เขาชี้ปลายกระบี่ไปที่คุณชายหน้าขาว แล้วเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นว่า: "เจ้าหน้าจืดนี่น่ะรึ คือยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อน?!"

"สมแล้วที่ได้ชื่อคุณชายหน้าขาว ใบหน้าของเจ้ามันก็ดูซีดเผือดราวกับคนใกล้ตายจริงๆ ด้วย!"

ลุงใหญ่หลิวหลี่รีบพุ่งตัวเข้ามาอธิบายอย่างรวดเร็ว: "คุณชายหน้าขาว บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิบัวขาว ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อันดับที่เก้าพันแปดร้อย บนทำเนียบมังกรซ่อน!"

"เพิ่งก้าวเข้าสู่วังวนยุทธภพได้เพียงไม่กี่สิบปี ก็สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วทั้งบู๊ลิ้มแล้ว!"

"โดยเฉพาะในอาณาเขตต้าหมิง ที่ใดที่มันปรากฏตัว ที่นั่นย่อมต้องเกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงขึ้นอย่างแน่นอน!"

"บางคราก็ลุกลามระบาดไปทั้งอำเภอ บางคราก็แผ่ขยายไปถึงสามเมือง..."

"เมื่อสามปีก่อน มันเพิ่งจะนำพาสาวกลัทธิบัวขาว บุกถล่มอำเภอแห่งหนึ่ง และในศึกนั้น มันก็ได้ลงมือสังหารยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อนดับคาที่ แล้วช่วงชิงตำแหน่งทะยานขึ้นสู่ทำเนียบแทน!"

"คนผู้นี้คือตัวอันตรายบนทำเนียบมังกรซ่อน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตเลือดเย็น ทำทุกวิถีทางโดยไม่เลือกหน้า เพียงเพื่อให้ตนเองได้ขึ้นทำเนียบ!"

ฟังจบ หลิวหยางก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

เห็นได้ชัดเลยว่า เมื่อสามปีก่อน คุณชายหน้าขาวผู้นี้ พอสืบรู้ตำแหน่งที่อยู่ของยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อนปุ๊บ มันก็คงจะวางแผนตระเตรียมการมาอย่างยาวนาน ก่อนจะเล่นสกปรก ปลุกปั่นกองกำลังกบฏให้ไปบุกถล่มอำเภอนั้นอย่างดื้อๆ

แล้วอาศัยกำลังคนจำนวนมหาศาล รุมทึ้งบดขยี้ยอดอัจฉริยะผู้นั้นจนตกตาย!

นี่มันถึงขั้นเคลื่อนทัพไปปิดล้อม ไม่เปิดโอกาสให้เป้าหมายมีทางหนีรอดไปได้เลยนี่หว่า!

'ท้ายที่สุด ยอดอัจฉริยะคนนั้นก็โดนไอ้คุณชายหน้าขาวลาสช็อตดับอนาถ!'

'แน่นอนว่าคนที่ออกแรงแทงค์และทำดาเมจหลักก็ต้องเป็นไอ้คุณชายหน้าขาวนี่แหละ ไม่งั้นระบบของทำเนียบมังกรซ่อนมันคงไม่ยอมรับให้เสียบอันดับแทนหรอก'

'แต่วิธีการของไอ้หมอนี่ แม่งโคตรจะเหี้ยมเกรียมและเล่นสกปรกสุดๆ ทำทุกวิถีทางแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม!'

หลิวหยางนึกถึงข้อมูลนี้แล้วลอบเหงื่อตก!

'ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า โหมด PvP แย่งชิงแรงก์บนทำเนียบมังกรซ่อน มันจะดุเดือดฮาร์ดคอร์ขนาดนี้?!'

'แม่งเอ๊ย! นี่พวกเอ็งกำลังชิงอันดับ หรือกำลังเปิดศึกกิลด์วอร์แย่งสมบัติระดับตำนานกันอยู่วะเนี่ย?!'

'มันคนละเรื่องกับที่ฉันมโนไว้เลยว่า แค่เดินไปท้าดวล 1v1 ตรงๆ แล้วเอาชนะให้จบๆ ไป!'

'ดูยังไง๊ยังไง การแย่งชิงอันดับบนทำเนียบมังกรซ่อนนี่ มันก็คืออีเวนต์ที่นายพรานออกล่าบอสชัดๆ'

'ต้องงัดแทคติกสารพัดมาใช้ ดักซุ่ม วางแผนซ้อนแผนกันฝุ่นตลบ'

'ตอนจะล่าก็ต้องเซ็ตแผนให้รัดกุม ส่วนตอนเป็นฝ่ายตั้งรับกอดอันดับ ก็ต้องมุดหัวเข้าเซฟโซนซ่อนตัวให้มิดชิด!'

'แน่นอนว่าที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีกิลด์หรือแบ็คอัพที่โคตรจะแข็งแกร่งคอยซัพพอร์ต!'

'ใครแบ็คไม่หนาพอ ก็โดนรุมฟันคอขาดตายคาที่ ไม่มีปุ่มให้กดคอนทินิว (Continue) เกิดใหม่หรอกโว้ย!'

'แม่งโคตรจะอนาถและฮาร์ดคอร์สัสๆ!'

ในขณะเดียวกัน สายตาที่เขามองคุณชายหน้าขาวก็แปรเปลี่ยนไป หลิวหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา: "คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนหน้าขาวซีดอย่างเจ้า จิตใจจะเหี้ยมเกรียมถึงเพียงนี้!"

"ใจดำอำมหิต ทำทุกวิถีทางเพื่อเป้าหมายจริงๆ!"

คุณชายหน้าขาวได้ยินดังนั้น แทนที่จะโกรธเกรี้ยวกลับยิ้มกริ่มอย่างชอบใจ: "เหตุใดเล่า หวาดกลัวจนหัวหดแล้วรึ? เด็กเมื่อวานซืนแห่งบู๊ตึ๊งที่เพิ่งลงเขามาหมาดๆ อย่างเจ้า ยังอยากจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เพื่อทวงหน้าตาของเจ้าคืนอยู่อีกหรือไม่?!"

แววตาของมันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ประหนึ่งผู้ล่าที่กำลังหยอกล้อเหยื่ออันโอชะ!

แต่ทว่า มันก็ต้องผิดหวัง หรืออาจถึงขั้นสติแตก เมื่อพบว่า...

ภายในแววตาของหลิวหยาง มิได้มีความหวาดกลัวหรือขี้ขลาดตาขาวเลยแม้แต่น้อย!

ในทางกลับกัน เขากลับแสดงสีหน้าปีติยินดีจนเนื้อเต้นออกมาเสียอย่างนั้น!

'พลิกแผ่นดินหาแทบตายเสือกไม่เจอ บทจะเจอก็ดันโผล่มาให้ฟาร์มง่ายๆ ซะงั้น!'

'ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนอย่างแก ดันรนหาที่มาส่งเดลิเวอรี่ให้เชือดถึงหน้าประตูบ้าน!'

'จังหวะนรกเป๊ะเวอร์!'

'นี่มันสวรรค์ทรงโปรด ส่งกล่องสุ่มระดับแรร์มาให้ชัดๆ!'

หลิวหยางตาวาวโรจน์ อดไม่ได้ที่จะแหกปากหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

'ใครจะไปรู้ล่ะว่า ตลอดสามเดือนกว่าที่ผ่านมา ฉันต้องมานั่งปวดกบาลกับความยากลำบากในการงมหาพิกัดยอดอัจฉริยะมังกรซ่อนขนาดไหน!'

'เอาแต่กุมขมับว่า แผ่นดินเสินโจวแม่งกว้างใหญ่เบอร์นี้ ชาติไหนฉันถึงจะไปสแกนแมปควานหาพวกมันเจอวะ?!'

'ก็แหงล่ะ มียอดอัจฉริยะตั้งเท่าไหร่ที่จ้องจะแย่งชิงแรงก์บนทำเนียบ!'

'ใครมันจะไปการันตีได้ล่ะว่าตัวเองจะเป็นเพลเยอร์คิวแรกที่บุกไปถึงตัวเป้าหมาย?!'

'ถ้าสปีดช้าไปก้าวเดียว ก็คงได้แต่กินฝุ่นตามหลังคนอื่นเท่านั้นแหละ!'

'ฉันที่เอาแต่ปวดหัวกับเควสต์นี้มาตลอด ไม่เคยคิดฝันเลยว่า คุณชายหน้าขาวแห่งลัทธิบัวขาว ที่เป็นถึงยอดอัจฉริยะบนทำเนียบมังกรซ่อน จะเสนอหน้ามาให้ลาสช็อตถึงที่?!'

'จังหวะนี้โคตรสวย!'

'แบบนี้ก็ไม่เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์ไปนั่งเปื่อย AFK จิบชาชมวิวแม่น้ำอยู่ที่หอวั่งเจียงทั้งวันทุกวัน!'

'ในที่สุดก็ตกปลาบอสตัวบิ๊กเบิ้มได้สักที!'

'แถมเป็นปลาทองคำจากทำเนียบมังกรซ่อนซะด้วย!'

"ฮ่าๆๆๆ!"

พอคิดได้เช่นนี้ หลิวหยางก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ หัวเราะก้องกังวานราวกับคนเสียสติ

ภาพเบื้องหน้าทำเอาคุณชายหน้าขาวเห็นแล้วถึงกับหน้าถอดสี!

สัญชาตญาณในใจกรีดร้องเตือนว่าหายนะกำลังมาเยือน แต่มันก็ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง

ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนอย่างมันนี่น่ะรึ จะกลายเป็นเพียงปลาที่ติดเบ็ดผู้อื่น?!

เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!

หลิวหยางผู้นี้เพิ่งจะขึ้นเขาบู๊ตึ๊งไปได้เพียงหกเจ็ดปี เรื่องนี้มีหลักฐานประจักษ์แจ้งชัดเจน!

ต่อให้เป็นถึงยอดอัจฉริยะระดับหนึ่งร้อยอันดับแรกของทำเนียบมังกรซ่อนก็เถอะ!

ก็ไม่มีผู้ใดสามารถฝึกยุทธ์เพียงหกเจ็ดปี แล้วมีพลังแข็งแกร่งพอจะพุ่งชนทำเนียบมังกรซ่อนได้อย่างแน่นอน!

ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่หลิวหยางผู้นี้มิเคยหลับหูหลับตาฝึกปรือวิชาเลยในแต่ละวัน นั่นก็เป็นความจริงที่เห็นกันอยู่ตำตา!

วิปลาสไปแล้ว มียอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ผู้ใดบ้างที่ไม่หมั่นเพียรฝึกฝน?!

"บัดซบ เจ้ากล้าตบตาข้ารึ?!"

คุณชายหน้าขาวโกรธเกรี้ยวสุดขีด สบถลั่นด้วยความโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจ!

การที่มันเผลอเกิดความหวาดกลัวต่อเด็กเมื่อวานซืนที่เพิ่งลงเขามาท่องยุทธภพ!

มันช่างทำให้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนอย่างมัน สูญเสียความเย่อหยิ่งและรู้สึกอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด!

"ผู้ใดตบตาเจ้ากัน?!"

หลิวหยางแค่นหัวเราะ กระทืบเท้าส่งแรงพุ่งทะยานร่างออกไป เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางถูกงัดออกมาใช้อย่างเต็มสูบ ปราณกระบี่อัดแน่นเต็มผืนฟ้าก่อตัวเป็นกรงขัง พุ่งเข้าครอบงำร่างของคุณชายหน้าขาวในทันที: "ทิ้งชีวิตของเจ้าไว้ที่นี่เสียเถอะ!"

รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกระจายไปทั่วร่าง!

จิตสังหารพุ่งทะยานถึงขีดสุด!

'การที่ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนมาส่งเดลิเวอรี่ให้ถึงที่ มันทำให้ฉันดีใจจนเนื้อเต้นจริงๆ'

'แต่การที่มันบังอาจมาหักหน้าฉัน แล้วต้องชดใช้ด้วยชีวิต มันก็เป็นกฎเหล็กของฉันเหมือนกันโว้ย!'

วิชาตัวเบาบันไดเมฆาแห่งบู๊ตึ๊ง บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่!

เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่!

สุดยอดวิชายุทธ์สายหลักทั้งสองแขนง ล้วนบรรลุถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ทั้งหมด!

พลังฝีมือที่แสดงออกมา ทำเอาคุณชายหน้าขาวถึงกับหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด!

มันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด แหกปากร้องลั่น: "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ เจ้าเพิ่งฝึกยุทธ์มาเพียงหกเจ็ดปี จะเป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าสามารถฝึกสุดยอดวิชายุทธ์ทั้งสองแขนงนี้ จนบรรลุถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ได้รวดเร็วปานนี้?!"

"หรือว่าตัวตนของเจ้าจะเป็นของปลอม? เจ้ามิใช่หลิวหยางแห่งจวนสกุลหลิว?!"

"แต่เจ้าคือศิษย์ที่ถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัยบนเขาบู๊ตึ๊ง เป็นไพ่ลับที่พวกมันซุ่มปั้นไว้รึ?!"

ในเสี้ยววินาทีนั้น คุณชายหน้าขาวก็ปะติดปะต่อ "ความจริง" ขึ้นมาในหัวเสร็จสรรพ

มันยอมปักใจเชื่อว่าตัวตนหลิวหยางแห่งจวนสกุลหลิวนั้นเป็นเพียงฉากบังหน้า!

และตัวตนที่แท้จริง ก็คือศิษย์สายตรงของบู๊ตึ๊งที่ถูกซุ่มฟูมฟักมาตั้งแต่เยาว์วัยต่างหาก!

มันไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ว่าจะมีผู้ใดใช้เวลาฝึกยุทธ์เพียงหกเจ็ดปี แล้วสามารถผลักดันสุดยอดวิชายุทธ์ทั้งสองแขนงจนบรรลุถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ได้!

เมื่อหักลบเวลาที่ต้องใช้ไปกับการปูรากฐานวิถียุทธ์ในสามขอบเขตแรกออกไป

นั่นก็แปลว่าเขาใช้เวลาฝึกสุดยอดวิชายุทธ์เหล่านี้เพียงปีเศษเท่านั้นเองน่ะสิ!

วิปลาสไปแล้ว ใช้เวลาเพียงปีเศษๆ ผลักดันสุดยอดวิชายุทธ์สองแขนงจนบรรลุขั้นสูงสุดเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร!?

ต่อให้เป็นยอดอัจฉริยะระดับปีศาจลงมาจุติ ก็ยังมิอาจทำได้ถึงเพียงนี้กระมัง?!

แต่ทว่า ไม่ว่ามันจะตื่นตะลึงหรือไม่อยากจะเชื่อมากเพียงใดก็ตาม พลังฝีมือที่หลิวหยางแสดงให้เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ ล้วนเป็นของจริงแท้แน่นอน!

เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง ถูกแปรสภาพเป็นกรงขังปราณกระบี่ พลังหยินหยางสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน ครอบคลุมร่างและผนึกการเคลื่อนไหวของมันเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด!

ยิ่งทำเอาสภาพจิตใจของมันปั่นป่วนอย่างหนัก!

มิเคยคาดฝันมาก่อนเลยว่า กระดองเต่ามหาอุดอย่างเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง จะถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นกรงขัง พันธนาการร่างของมันเอาไว้เช่นนี้!

จบบทที่ ตอนที่ 51 ตกได้ยอดอัจฉริยะทำเนียบมังกรซ่อนเรอะ? งั้นก็ทิ้งชีวิตเจ้าไว้ที่นี่ซะเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว