เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 เหมาสอง

บทที่ 38 เหมาสอง

บทที่ 38 เหมาสอง


บทที่ 38 เหมาสอง

"โรนัลโด้!!!"

"เขาฉกฉวยโอกาสจากบอลจังหวะสองในกรอบเขตโทษ และวอลเลย์ปลิดชีพคู่แข่งได้อย่างงดงาม ช่วยให้กรูเซย์รูทะยานขึ้นนำไปก่อน!"

"ไอ้หนุ่มคนนี้ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นทายาทของเปเล่ ได้แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณดาวยิงอันเฉียบคมตั้งแต่แมตช์ประเดิมสนามในลีกอาชีพ และยังเบิกสกอร์แรกในเส้นทางค้าแข้งของเขาได้สำเร็จอีกด้วย!"

"อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ก็ต้องขอบคุณซามูเอล เพื่อนร่วมทีมจากชุดยู-20 ที่มาจากมาเก๊าด้วย ลูกฟรีคิกอันทรงพลังของเขาบีบให้คอฟแมน ผู้รักษาประตูต้องชกบอลทิ้งไป และนั่นก็เป็นการเบิกทางให้โรนัลโด้ได้โฉบเข้าไปซ้ำดาบสอง"

"พระเจ้าช่วย ดูภาพช้านั่นสิ ความเร็วบอลมันพุ่งทะลุนรกแตกเลยนะ! ดูเหมือนว่าจะไปโทษวัมเปต้าที่หดคอหนีไม่ได้หรอก; พูดกันตามตรง ขืนเอาหัวไปรับลูกยิงแบบนั้น มีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลแหง ๆ มันอันตรายถึงตายเลยนะเนี่ย!"

"บางทีก่อนเกมจะเริ่ม แฟนบอลบางคน รวมถึงตัวผมเองด้วย อาจจะตั้งคำถามว่าทำไมคุณอัลแบร์โต้ถึงจัด 11 ผู้เล่นตัวจริงชุดนี้ลงสนาม แต่ตอนนี้ ข้อกังขาเหล่านั้นคงมลายหายไปสิ้นแล้ว"

"สองดาวรุ่งที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาจากชุดยู-20 ประสานงานกันพังประตูสุดสวยได้อย่างยอดเยี่ยม!"

ผู้บรรยายเกมตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น และไม่ไกลออกไป แฟนบอลกรูเซย์รูหลายพันคนที่ตามมาเชียร์ถึงขอบสนาม ก็ส่งเสียงคำรามด้วยความบ้าคลั่ง ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสเตเดียม!

แฟนบอลกระโดดโลดเต้น เสียงโห่ร้อง เสียงปรบมือ และเสียงกรีดร้องดังระงมประสานกัน ราวกับจะพลิกคว่ำหลังคาสนามให้ถล่มทลายลงมา

ในเสี้ยววินาทีนั้น กรูเซย์รูได้พลิกสถานการณ์ กลบเสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นวิคตอเรียไปจนหมดสิ้น

บนผืนหญ้า โรนัลโด้คือคนที่ตื่นเต้นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

เขากางแขนออกราวกับพญาอินทรีสยายปีก โบยบินไปทั่วผืนหญ้าสีเขียวขจี

ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มอันเจิดจรัสก็เบ่งบานบนใบหน้าของเขา...มันคือความปิติยินดีที่บริสุทธิ์และออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับว่าความกดดันและภาระอันหนักอึ้งทั้งหมดได้มลายหายไปในพริบตา

นี่คือท่าดีใจสุดคลาสสิกของโรนัลโด้!

แม้ว่ามันจะเป็น "ท่าดีใจสไตล์บ้าน ๆ" แต่รอยยิ้มของเขาก็สามารถส่งต่อความสุขไปให้ทุกคนได้

และเนื่องจากเขาพังประตูได้อย่างมากมายก่ายกองและวิจิตรงดงาม แม้กระทั่งท่าดีใจที่ดูธรรมดา ๆ เช่นนี้ ก็ยังถูกสลักลึกไว้ในความทรงจำของแฟนบอลในอนาคต จนกลายเป็นตำนานที่ไม่มีวันตาย

"ยินดีด้วยนะไอ้เหยิน!" หลังจากเพื่อนร่วมทีมกรูกันเข้ามาฉลองประตูของโรนัลโด้ ซามูเอลก็วิ่งตามมาสมทบ พร้อมกับตบก้นโรนัลโด้อย่างหมั่นเขี้ยว

"ฮ่าฮ่า นายเองก็มีส่วนสำคัญเหมือนกันนะ!" โรนัลโด้ไม่ยอมเสียเปรียบ ตีโต้ด้วยการตบก้นซามูเอลกลับไป "นายมันตัวนำโชคของชั้นจริง ๆ มีนายอยู่ด้วยทีไร ชั้นยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำทุกที!"

"นายก็เป็นโปรแกรมโกงของชั้นเหมือนกันนั่นแหละ!" ซามูเอลนึกค่อนขอดอยู่ในใจ แต่ปากก็พูดออกไปว่า "ไม่หรอก นายเล่นได้สุดยอดต่างหากล่ะ ถ้าเป็นชั้น ลูกวอลเลย์ลูกนั้นคงเตะนกตายไปหลายตัวแล้ว!"

ทั้งสองสวมกอดกันและระเบิดเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

พวกเขามีเหตุผลที่จะเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่; ท้ายที่สุดแล้ว ประตูนี้นับเป็นการประเดิมเส้นทางอาชีพค้าแข้งที่สวยหรูที่สุดเลยทีเดียว!

ขณะที่ทั้งสองกอดคอกันเดินกลับไปที่แดนของตัวเอง โรนัลโด้ก็ถามขึ้นมาอีกว่า "ทำไมเมื่อกี้ลูกฟรีคิกของนายถึงไม่มีวิถีโค้งเลยล่ะ? แถมนายยังตั้งใจเปิดทางให้ชั้นเข้าไปซ้ำดาบสองด้วย นี่นายวางแผนไว้หมดแล้วใช่ป่าว?"

ซามูเอลตอบอย่างซื่อตรง "เปล่าหรอก ชั้นก็แค่อยากจะลองเสี่ยงดวงดูน่ะ ชั้นรู้สึกว่าจากระยะไกลขนาดนั้น ด้วยทักษะการเตะฟรีคิกของชั้นในตอนนี้ มันยากที่จะยิงผ่านมือผู้รักษาประตูระดับบราซิลเลียน เซเรียอาได้ ชั้นก็เลยตัดสินใจตะบันเต็มข้อล่อเต็มแข้งไปเลย ชั้นเดิมพันว่าเขาจะต้องรับกระฉอกแน่ ๆ และในขณะเดียวกัน ชั้นก็เดิมพันว่านายจะสามารถโฉบไปซ้ำจังหวะสองได้ทัน!"

"นายเชื่อใจชั้นขนาดนั้นเลยเหรอ?" โรนัลโด้ยิ้มกว้าง โชว์ฟันกระต่ายอันเป็นเอกลักษณ์ "ดูเหมือนว่าหลังจบแมตช์ ชั้นคงต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวนายซะแล้วล่ะ..."

"เอาล่ะ ต่อไปเราต้องเน้นเกมรับ! พวกมันต้องบุกแหลกแน่ เราจะแพ็กเกมรับให้แน่นหนาก่อน แล้วค่อยสวนกลับเวลาสบโอกาส!"

ที่ข้างสนาม อัลแบร์โต้ หัวหน้าโค้ชผุดลุกขึ้นยืน พร้อมกับตะโกนสั่งการแทคติกล่าสุดให้กับลูกทีมบนสนาม

อย่าไปตำหนิเขาเลยที่เล่นเพลย์เซฟ เน้นตั้งรับทั้ง ๆ ที่เกมเพิ่งจะผ่านไปแค่สิบกว่านาที

วันนี้ กรูเซย์รูต้องออกมาเล่นเป็นทีมเยือน แถมยังใช้ 11 ผู้เล่นตัวจริงชุดใหม่ที่เพิ่งจะจูนกันติด

แม้ว่าฟอร์มการเล่นของชุดนี้จะทำให้เขายิ้มแก้มปริ แต่การการันตีสามแต้มให้ได้ คือเป้าหมายอันดับหนึ่งสำหรับโค้ชที่กำลังนั่งทับภูเขาไฟอย่างเขา

บรรดานักเตะบนสนามต่างพยักหน้ารับคำสั่งของอัลแบร์โต้

เซเรโซ่ถึงขั้นวิ่งเหยาะ ๆ มาหาซามูเอลแล้วกระซิบว่า "ต่อไปเราต้องเน้นแพ็กเกมรับแล้วนะ นายคงต้องเหนื่อยหน่อยล่ะ เพราะชั้นอาจจะวิ่งลงมาช่วยซ้อนไม่ทัน..."

"ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว" ซามูเอลตอบพร้อมรอยยิ้ม "ไม่ต้องห่วงครับ ที่บอสส่งเราสองคนลงเป็นตัวจริงคู่กัน ก็เพื่อดึงจุดเด่นของเราออกมาใช้นั่นแหละ พี่แค่โฟกัสกับการปั้นเกมและจัดระเบียบในแดนกลางก็พอ ส่วนเรื่องกวาดล้างเดี๋ยวผมจัดการเอง"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซเรโซ่ก็ยิ้มกว้าง หนวดเคราสองเส้นเหนือริมฝีปากของเขาขยับไปมาเล็กน้อย ราวกับกำลังเต้นระบำอยู่เงียบ ๆ

เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ทำเพียงแค่ตบไหล่และแผ่นหลังของซามูเอลหนัก ๆ เพื่อแสดงความชื่นชมในตัวเขา

การมี "น้องชาย" ที่พึ่งพาได้ขนาดนี้อยู่เคียงข้าง จะมีอะไรให้ต้องกังวลอีกล่ะ!

และเมื่อเกมดำเนินต่อไป วิคตอเรียก็โหมบุกอย่างหนักหน่วงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาดันแผงฟอร์เมชันขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่กรูเซย์รูก็ปฏิบัติตามคำสั่งของโค้ชอย่างเคร่งครัด พวกเขาเริ่มหดแผงฟอร์เมชันให้แคบลง บีบพื้นที่ และถอยลงมาตั้งรับอย่างมีระเบียบวินัย

โดยเฉพาะในแดนกลาง ปีกทั้งสองข้างในวันนี้อย่าง ออเรลิโอ และ ฟลอเรส ก็ขยับหุบเข้ามาตรงกลางเล็กน้อย เพื่อช่วยคุมพื้นที่ในแดนกลางให้แน่นหนาขึ้น

ส่วนการป้องกันทางริมเส้น ก็ตกเป็นภาระของฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง โดยมีซามูเอลคอยเป็นลูกหาบวิ่งไปซ้อนในฐานะกองกลางตัวรับ

การจัดกระบวนทัพเช่นนี้ ก็เพื่อสร้างกำแพงเหล็กขวางกั้นระหว่างผู้รักษาประตูและเซ็นเตอร์แบ็กของกรูเซย์รู ไม่ปล่อยให้คู่แข่งเจาะทะลวงเข้าสู่แดนหลังได้ง่าย ๆ

วิคตอเรียพยายามจะโจมตีทางริมเส้น แต่ก็ต้องมาปะทะกับซามูเอล ไอ้หนุ่มหล่อที่วิ่งพล่านไปทั่วทุกสารทิศ

สิ่งนี้ทำให้ทีมเยือนเล่นกันอย่างยากลำบากแสนเข็ญ

เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เป็นทีมที่แข็งแกร่งอะไรมากมายอยู่แล้ว และการเจาะกำแพงรถบัสก็ไม่ใช่ทางถนัดของพวกเขาเลย

เมื่อต้องมาเผชิญกับ "กำแพงเหล็ก" ของกรูเซย์รูตั้งแต่หัววัน พวกเขาก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความอับจนหนทาง

สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าก็คือ กรูเซย์รูไม่ได้ถอยร่นลงไปตั้งรับแบบเต็มรูปแบบ 100%

อย่าลืมสิว่า ในแดนกลางของพวกเขามีปรมาจารย์ด้านการจ่ายบอลอย่างเซเรโซ่คอยบัญชาการอยู่ และในแดนหน้าก็มีศูนย์หน้าจรวดทางเรียบอย่างโรนัลโด้ประจำการอยู่!

ดังนั้น แม้กรูเซย์รูจะดูเหมือนกำลังตั้งรับอย่างเหนียวแน่นในช่วงเวลานี้ ไม่ปล่อยให้คู่แข่งเจาะทะลวง แต่บางครั้งพวกเขาก็จะเปิดประตูรั้วแล้วปล่อยหมาบ้าออกไปกัด!

เอ่อ... พูดแบบนี้อาจจะดูเป็นการลบหลู่พี่เหยินไปหน่อย ช่างมันเถอะ ฝรั่งเขาคงไม่ถือสาคำด่าแบบนี้หรอกมั้ง

เมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงครึ่งชั่วโมง หรือนาทีที่ 30 กรูเซย์รูที่อดทนรอคอยมานานก็สบโอกาสทองในที่สุด

ยังคงเป็นซามูเอล; เขาฉกบอลมาได้ด้วยการสไลด์เสียบสกัดอันสง่างามสไตล์เนสต้า

ในจังหวะนี้ ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งอย่างเรนาโต้และเบเล็ตติ ต่างก็สปรินต์เติมเกมรุกขึ้นไปพร้อมกันทันที!

โดยเฉพาะเรนาโต้ทางฝั่งซ้าย เขาถึงขั้นโบกมือเรียกซามูเอล: "เร็วเข้า จ่ายมาให้ชั้น!"

ซามูเอลเงยหน้าขึ้น ทำท่าจะจ่ายบอล

วัมเปต้า กองกลางคู่แข่งเห็นช่องว่าง จึงพุ่งเข้ามาสไลด์เสียบสกัด!

แต่ซามูเอลกลับหลอกว่าจะจ่าย แล้วก็ดึงบอลกลับมาด้วยเท้าซ้าย จากนั้นก็พลิกตัวและควบตะบึงพาบอลขึ้นหน้าอย่างเด็ดขาด!

การกระทำนี้ทำเอาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะกรูเซย์รูหรือวิคตอเรีย ต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน

เพราะในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ซามูเอลได้แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก: เขาไม่เคยหวงบอลเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าเขาจะแย่งบอลมาได้หรือรับบอลจากเพื่อนร่วมทีม เขาก็มักจะรีบจ่ายบอลออกไปทันที โดยไม่ปล่อยให้บอลอยู่กับเท้านานเกินหนึ่งวินาที

แต่การที่เขาพาบอลตะลุยขึ้นหน้าอย่างกะทันหันเช่นนี้ ส่งผลให้แนวรับถูกดันขึ้นไปเกือบสิบเมตรในชั่วพริบตา

แผงมิดฟิลด์และแนวรับของวิคตอเรียตอบสนองอย่างรวดเร็ว กองกลางตัวรับสองคนรีบเข้ามาประกบซามูเอลทันที ในขณะที่นักเตะริมเส้นก็รีบหุบเข้ามาช่วยซ้อน

และในจังหวะนั้นเอง ซามูเอลก็เลือกที่จะสับไกจ่ายบอล

คนที่รับบอลก็ไม่ใช่ใครที่ไหน จอมทัพแดนกลางของพวกเขาเอง...เซเรโซ่!

ในเวลานี้ เซเรโซ่ได้วิ่งไปดักรออยู่ที่ขอบกรอบเขตโทษของคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว

เมื่อรับบอล เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซ็นเตอร์แบ็กของวิคตอเรียที่กำลังพุ่งเข้ามา เซเรโซ่ก็ตั้งป้อมง้างเท้ายิง แต่ในเสี้ยววินาทีที่เท้าปะทะกับลูกบอล เขากลับใช้หลังเท้าแปบอลแทน

จากนั้น ด้วยการแปเบา ๆ ลูกบอลก็ลอดผ่านช่องโหว่ในแนวรับของคู่แข่งไปได้อย่างน่าทึ่ง

ลูกจ่ายทะลุช่อง!

และแทบจะในเวลาเดียวกัน โรนัลโด้ที่กำลังยืนปักหลักอยู่กับกองหลังตัวสุดท้าย ก็สปรินต์พุ่งพรวดออกไปทันที

การเคลื่อนที่ขณะไม่มีบอลที่สวยงาม และไม่ล้ำหน้า!

ในวินาทีต่อมา กล้องถ่ายทอดสดก็จับภาพไปที่โรนัลโด้ที่กำลังแตะบอล เลี้ยงบอล และควบตะบึงเข้าหากรอบหกหลาของวิคตอเรีย!

คอฟแมน ผู้รักษาประตู รีบพุ่งพรวดออกมาด้วยความตื่นตระหนก กางแขนกางขาออกจนสุดเพื่อขยายพื้นที่ป้องกันให้กว้างที่สุด

เพราะเขาคิดว่าคู่แข่งกำลังจะสับไกยิง!

แต่เขาไม่รู้จักโรนัลโด้เอาเสียเลย

โรนัลโด้เพียงแค่ใช้เท้าขวาเกี่ยวบอลเบา ๆ หลอกคอฟแมนจนหัวทิ่มหัวตำได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็แตะบอลไปข้างหน้าเบา ๆ อีกครั้ง พาบอลไปจนถึงเส้นปากประตูของวิคตอเรีย

ประตูโล่ง ๆ ที่แท้ทรู

และเมื่อนั้นแหละ โรนัลโด้ถึงได้ใช้หลังเท้าสกิดบอลเบา ๆ ส่งมันกลิ้งหลุน ๆ ข้ามเส้นประตูไปอย่างช้า ๆ

เสียงคำรามของผู้บรรยายที่ต้องงัดเอาพลังปอดทั้งหมดออกมาใช้ ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง:

"โกอออออออออออออออออออออออออออออออออล----!!!!"

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 38 เหมาสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว