เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 472 นางไม่เหมือนใคร

ตอนที่ 472 นางไม่เหมือนใคร

ตอนที่ 472 นางไม่เหมือนใคร


ตอนที่ 472 นางไม่เหมือนใคร

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ฮั๊วจงหยางครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอดในการเดินทาง ตัวเขาไม่เคยมีสหายที่มีอายุห่างกันมากขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นภารกิจการปลอมตัว นอกจากนี้ตัวเขายังใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสำนักอเวจี ฮั๊วจงหยางทำหน้าที่ระดับสูงมาโดยตลอด ตัวเขาแทบที่จะไม่มีโอกาสลงมือปฏิบัติภารกิจตามลำพังด้วยซ้ำ ดังนั้นฮั๊วจงหยางจึงมั่นใจมากว่าไม่เคยพบชายคนนี้มาก่อน ตลอดเวลาที่ตัวเขาได้อยู่กับสำนักอเวจีมา ฮั๊วจงหยางก็ได้เอาชนะยอดฝีมือผู้มีพลังอวตารดอกบัวหกกลีบขึ้นไปมากมายหลายคน ตัวเขากังวลว่าชายชราแปลกหน้าคนนี้จะเป็นศัตรูที่จดจำเขาได้และตามมาเพื่อที่จะแก้แค้น

ลู่โจวไม่ได้ตอบโต้อะไรไป ตัวเขาเลือกที่จะวัดพลังวิเศษที่เหลือแทน การใช้พลังฝ่ามือของเขาไม่ได้รุนแรงมากนัก มันใช้พลังไปประมาณหนึ่งในสิบจากเดิมที่มีเท่านั้น ในที่สุดลู่โจวก็ได้ตอบโต้กลับมา ตัวเขาได้ใช้เวลาพักหนึ่งไปกับการแต่งเรื่องเพิ่มเติม “ข้ามีแซ่ว่าลู่ ข้ามาจากเผิงไหล เจ้าดูเหมือนกับสหายของข้า เขาเป็นสหายหนุ่ม...แต่ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไป”

ลู่โจวจะต้องปลอมแปลงตัวตนต่อไป ยังไงซะผู้ที่ตัวเขาอยากพบก็คือยู่เฉิงไห่

คำตอบของลู่โจวทำให้ใบหน้าของฮั๊วจงหยางดูคลายความกังวลไปได้บ้าง “ผู้อาวุโสจากเผิงไหลนี้เอง อภัยให้ข้าด้วยที่ต้องหยาบคายกับท่าน”

“เจ้ารู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเผิงไหลกัน?”

“ข้ารู้แค่เพียง...” ฮั๊วจงหยางหยุดพูดซะก่อน ตัวเขาเกือบที่จะลืมตัวไป การลืมตัวของเขาจะทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาล้มเหลวไปด้วยได้

ในทางกลับกันลู่โจวกลับรู้สึกตกใจ ถ้าหากฮั๊วจงหยางรู้จักเผิงไหลดีจริง ตัวเขาก็คงจะไม่เลือกวิชาจองสำนักเผิงไหลในการปัดป้องโจมตีแน่

ฮั๊วจงหยางเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อแทน “แล้วท่านมาทำอะไรที่มณฑลจิงกัน ผู้อาวุโส?”

“ข้ากำลังตามหาคนอยู่น่ะ” ลู่โจวตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “แล้วสหายหนุ่มเช่นเจ้ามาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”

“ข้าเองก็กำลังตามหาใครบางคนอยู่” ฮั๊วจงหยางตอบกลับ

“...”

บทสนทนาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งคู่ต่างก็ไม่วางใจซึ่งกันและกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกแห่งการฝึกตนนี้

ลู่โจวไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำตอบที่ได้มา

ในขณะนั้นเองผู้ฝึกยุทธกว่าหลายสิบคนก็ได้ลอยผ่านพวกเขาไป ทุกคนต่างก็ใช้ดาบของตัวเองมุ่งหน้าบินไปยังทิศเหนือ ทุกๆ คนต่างก็สวมชุดคลุมสีขาวเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว

ฮั๊วจงหยางเงยหน้าขึ้นมองก่อนที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกสำนักเฮ้งชูอย่างงั้นเหรอ?” ฮั๊วจงหยางที่เห็นแบบนั้นรีบคารวะลู่โจวในทันที “ผู้อาวุโส เห็นทีข้าจะต้องขอตัวก่อน ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยพบกันใหม่” ฮั๊วจงหยางลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะไล่ตามสาวกจากสำนักเฮ้งชู

ลู่โจวรู้สึกงุนงง สำนักเฮ้งชูเป็นหนึ่งในสำนักจากชาวลัทธิจงจื๊อ พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลยในตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วทำไมสาวกจากสำนักเฮ้งชูถึงได้เลือกเคลื่อนไหวในตอนนี้กัน? หรือเป็นเพราะการล่มสลายของสำนักใหญ่ทั้งสิบอย่างงั้นเหรอ? บางทีพวกเขาอาจจะหาทางที่จะพัฒนาสำนักของตัวเองอยู่ก็เป็นได้

ลู่โจวไม่ได้คิดที่จะสนใจเรื่องนี้อีกต่อไป ตัวเขาได้ก้าวขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะบินตามพวกเขาด้วยความเร็วเต็มที่แทน

ในขณะที่ฮั๊วจงหยานออกบิน ตัวเขาก็ได้เหลียวมามองด้านหลัง ตามที่คาดไว้ ลู่โจวได้บินตามตัวเขามา หลังจากนั้นฮั๊วจงหยางก็ได้หันกลับมามองที่ด้านหน้า ในตอนนี้มีอะไรบางอย่างกำลังกวนใจเขา ฮั๊วจงหยางตัดสินใจที่จะชะลอตัวลง “ผู้อาวุโสลู่ ท่านกำลังจะไปแท่นบูชาสวรรค์เพื่อดูเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างงั้นสินะ?”

“แท่นบูชาสวรรค์?” จากนั้นลู่โจวก็จำสิ่งที่เสี่ยวเอ้อจากโรงเตี๊ยมเมฆาพูดได้ “ถูกต้องแล้วล่ะ”

ฮั๊วจงหยางรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในตอนนี้เรื่องทุกอย่างดูซับซ้อนกว่าที่พวกเราจินตนาการไว้มาก ฮั๊วจงหยางเคยคิดมาเสมอว่ามันเป็นการบูชายัญธรรมดา เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเจ็ดกลีบอย่างเขาเพียงคนเดียวก็คงจะสามารถทำภารกิจได้อย่างง่ายดาย แต่ในตอนนี้ฮั๊วจงหยางกลับพบกับยอดฝีมือจากสำนักเฮ้งชูและผู้อาวุโสจากสำนักเผิงไหล ภารกิจนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว

ฮั๊วจงหยางเริ่มมีความประทับใจที่ดีต่ำสำนักเผิงไหลมากยิ่งขึ้น ชาวลัทธิขงจื๊อได้ปกครองโลกมาอย่างช้านาน เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะต้องเคยรุกรานชาวลัทธิขงจื๊อมาหลายครั้งแล้ว แม่ทัพของเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เองก็เป็นชาวลัทธิขงจื๊อเช่นกัน

ท้ายที่สุดฮั๊วจงหยางก็เริ่มชะลอการเคลื่อนไหวให้ช้าลง ตัวเขาพยายามใช้พลังลมปราณที่มีปิดกั้นคลื่นลมที่พัดผ่าน “ท่านรู้เรื่องคนที่ถูกบูชายัญในครั้งนี้ไหมผู้อาวุโส?”

“ก็ไม่เชิง” ลู่โจวโล่งใจที่ฮั๊วจงหยางชะลอตัว ตัวเขาจะไปตามฮั๊วจงหยางทันได้ยังไงกัน? เป้าหมายของตัวเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเจ็ดกลีบ แต่ลู่โจวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของพลังอวตารดอกบัวกลีบเดียว ลู่โจวสามารถใช้วิซซาร์ดไล่ตามได้ แต่นั้นมันก็เป็นเพียงการเปิดเผยตัวตนของตัวเขาเอง

ฮั๊วจงหยางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “ข้าได้ยินมาว่ามีหญิงสาวนางหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่านางเป็นใครและมาจากไหน แต่นางเป็นคนที่ชั่วร้าย บ้างก็ว่านางเป็นชาวลั่วหลาน บ้างก็ว่านางมาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด แต่ไม่ว่านางจะมาจากไหนก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือนางไม่เหมือนใคร หลังจากที่นางปรากฏตัวขึ้นสัตว์ร้ายทั้งหลายก็เริ่มโจมตีมนุษย์ นางคือสัญญาณแห่งความโชคร้าย สุดท้ายแล้วนางจึงถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยไป” หลังจากที่พูดจบฮั๊วจงหยางก็ได้จ้องมองไปที่ใบหน้าของลู่โจว ตัวเขาอยากที่จะแน่ใจว่าลู่โจวไม่ได้ตามล่าหาคนๆ เดียวกัน

เป็นธรรมดาที่ลู่โจวจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ยังไงซะเป้าหมายของเขาก็คือยู่เฉิงไห่เพียงคนเดียว “แล้วเจ้าเชื่อเรื่องนี้ด้วยอย่างงั้นเหรอ?”

“ไม่แน่นอน” ฮั๊วจงหยางตอบปฏิเสธ

“...แล้วเจ้าจะไปช่วยเหลือนางเหรอไงกัน?”

“...” ฮั๊วจงหยางตกตะลึง ชายชราคนนี้เหนือกว่าที่ฮั๊วจงหยางได้คาดการณ์เอาไว้ ก่อนที่ตัวเขาจะได้ล้วงข้อมูลอะไร ตัวเขากับถูกรุกใส่ก่อน “ข้าเองก็เช่นเดียวกับท่าน ข้าอยากที่จะไปดูเหตุการณ์วุ่นวายก็เท่านั้น ผู้อาวุโสลู่ ท่านไม่คิดว่ามันน่าเสียดายเหรอที่ต้องสังเวยชีวิตผู้ที่มีพลังวิเศษแบบนั้น”

“จิตใจของมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง พวกเราแค่เอาชีวิตรอดในโลกใบนี้มันก็ยากเต็มกลืนแล้ว ใครบ้างที่จะมีเวลารู้สึกผิดต่อผู้อื่นล่ะ?” ลู่โจวกล่าวออกมา

“ท่านพูดถูก ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” ฮั๊วจงหยางที่พูดเสร็จมองไปที่ด้านหน้า ในตอนนี้ผู้ฝึกยุทธจากสำนักเฮ้งชูไม่ได้อยู่ในสายตาอีกต่อไป “ผู้อาวุโสลู่ พวกเราควรจะเร่งความเร็วเลยดีไหม?”

“ไม่จำเป็น” ลู่โจวพูดออกมาอย่างใจเย็น

เป็นเพราะคำพูดของลู่โจวมีเหตุผล เพราะแบบนั้นฮั๊วจงหยางจึงเห็นด้วย “ท่านฉลาดหลักแหลมจริงๆ ผู้อาวุโสลู่ ยังไงซะแท่นบูชาสวรรค์ก็ไม่หนีไปไหน พวกเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องรีบไล่ตามสาวกจากสำนักเฮ้งชู”

ทั้งสองคนยังบินต่อไป พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้รีบร้อนอะไรอีก ทั้งลู่โจวและฮั๊วจงหยางได้บินผ่านผืนป่าและแม่น้ำด้านนอกเมืองไป เมื่อบินมาได้สักพักหนึ่งทั้งคู่ก็สังเกตเห็นแท่นบูชาสวรรค์ที่แสนจะเรียบง่ายอยู่ ทุกอย่างถูกแต่งเติมด้วยสีแบบเรียบง่าย

แท่นบูชาสวรรค์ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมาย มันกว้างเพียง 100 เมตรเท่านั้น แท่นบูชาทั้งหมดถูกปูด้วยหินอย่างสมบูรณ์ ทั้งสี่มุมของแท่นบูชามีบันไดอยู่ทั่วทุกทิศทาง ณ ใจกลางของแท่นบูชาสวรรค์ ดูเหมือนจะมีสิ่งก่อสร้างไม้อะไรบางอย่างถูกตั้งขึ้นมา บนสิ่งก่อสร้างนั้นมีไม้กางเขนอยู่ ที่ใต้ไม้กางเขนมีกองฟืนกองใหญ่ตั้งอยู่อีกที

‘เจ้าพวกนี้คิดจะใช้คนเป็นเครื่องสังเวยจริงๆ สินะ?’

“ผู้อาวุโสฮั๊ว มีคนมากมายอยู่ที่นี่” ฮั๊วจงหยางพูดขึ้น

ทั้งสองคนค่อยๆ ร่อนลงมาจากฟ้า พวกเขาต่างก็ก้าวเข้าสู่เขตแดนของแท่นบูชาสวรรค์

ผู้ฝึกยุทธระดับล่างจำนวนมากกำลังรุมล้อมแท่นบูชาสวรรค์ไว้

“สังหารนางปีศาจนั่นซะ!”

“สังหารนางปีศาจนั่นซะ!”

“สังหารนางปีศาจนั่นซะ!!”

ลู่โจวและฮั๊วจงหยางที่ได้ยินเสียงร้องจากฝูงชนได้หันไปมอง

ผู้ฝึกยุทธจากสำนักเฮ้งชูชุดขาวได้มารวมตัวกัน

มีผู้ฝึกยุทธอีกกลุ่มที่สวมชุดของชาวลัทธิเต๋าอยู่ด้านซ้ายมือ ทั้งสองกลุ่มต่างก็จ้องมองกัน

ฮั๊วจงหยางขมวดคิ้ว เป็นอย่างที่ตัวเขาคาดการณ์ไว้ เรื่องในครั้งนี้มันซับซ้อนมากกว่าที่ตัวเขาคิด

“สหายหนุ่ม ไหนเจ้าถึงได้ทำหน้าบึ้งล่ะ?”

“มีคนมากจนเกินไป มันเสียงดังหนวกหูน่ะ” ฮั๊วจงหยางตอบกลับมา

“แล้วทำไมพวกเราถึงไม่รีบออกไปกัน? เจ้าเป็นเหมือนกับสหายของข้าที่พลัดพรากกันไปนาน เจ้าสนใจที่จะดื่มชากับข้าไหมล่ะ?” ลู่โจวพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ตัวเองดูเข้าถึงง่ายให้มากที่สุด

แต่ฮั๊วจงหยางกับส่ายหัวปฏิเสธ “ไหนๆ พวกเราก็อยู่ที่นี่แล้ว พวกเรามาดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นดีกว่า...” ฮั๊วจงหยางได้สัญญากับผู้เป็นเจ้าสำนักและสีวู่หยามาแล้วว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ ตัวเขาจะยอมแพ้กลางทางได้ยังไงกัน? แม้ว่าสถานการณ์จะซับซ้อนมากขึ้นแต่มันก็ยังควบคุมได้

ฮั๊วจงหยางมองขึ้นไปที่แท่นไม้ “ผู้อาวุโสลู่ ท่านไม่ได้มาที่นี่เพื่อหญิงสาวคนนั้นเหรอ?” ดวงตาของฮั๊วจงหยางเต็มไปด้วยความสงสัย

ลู่โจวรู้ว่าฮั๊วจงหยางไม่คิดจะเชื่อคำตอบเขาแน่ ดังนั้นตัวเขาจึงตอบกลับมา “ทำไมเจ้าถึงได้ถามข้าเช่นนั้น แล้วเจ้าล่ะคิดว่าข้ามาที่นี่ทำไม?”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 472 นางไม่เหมือนใคร

คัดลอกลิงก์แล้ว