เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 467 ศิษย์พี่ใหญ่ผู้น่าสงสาร

ตอนที่ 467 ศิษย์พี่ใหญ่ผู้น่าสงสาร

ตอนที่ 467 ศิษย์พี่ใหญ่ผู้น่าสงสาร


ตอนที่ 467 ศิษย์พี่ใหญ่ผู้น่าสงสาร

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

การมีอยู่ของบันทึกสีวู่หยาได้ทำให้ตัวเขาไม่อาจพูดโต้แย้งได้อีก

ลู่โจวใช้เวลาคิดเกี่ยวกับบันทึกมาอย่างยาวนาน บางครั้งจิตใจของเขาก็ล่องลอยไปในขณะทำสมาธิ คนแบบไหนกันที่สามารถฟื้นคืนจากความตายได้? แม้แต่คนอย่างหยุนเทียนลั่วก็ยังไม่อาจฟื้นคืนกลับมา ยู่เฉิงไห่จะรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? ในความเป็นจริงลู่โจวไม่พบคำตอบจากความทรงจำเลย ในขณะนั้นตัวเขาก็นึกไปถึงคำๆ หนึ่งในหนังสือ ‘รดน้ำ’ คำว่ารดน้ำถือว่าเป็นคำที่เป็นเบาะแสมากที่สุดแล้ว

สีวู่หยายังคงคุกเข่าในขณะที่พูดออกมาอย่างช้าๆ “หลายร้อยปีก่อนชาวหวู่เฉียนเคยอาศัยอยู่ในดินแดนหยานอันยิ่งใหญ่มาก่อน แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้นชาวหวู่เฉียนเลยต้องอพยพไปยังดินแดนอื่น พวกเขาทั้งหมดเดินทางจากมณฑลหยางไปทางตะวันออกจนไปถึงมณฑลเหลียง ทุกอย่างล้วนแต่เป็นไปด้วยดี”

สีวู่หยาพูดต่อ “ชาวหวู่เฉียนถูกจับในระหว่างสงครามของดินแดนหยานอันยิ่งใหญ่กับชาวลั่วหลาน ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เกือบจะถูกกวาดล้างไป มีเพียงชาวหวู่เฉียนทั้งสามเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ ศิษย์พี่ใหญ่เองเป็นหนึ่งในนั้น ตอนนั้นศิษย์พี่ยังเป็นเด็กอยู่ ชาวหวู่เฉียนจะต้องหาเลี้ยงชีพและนอนอยู่ข้างถนน พวกเขามักจะถูกเฆี่ยนตี, ดูถูก และสาปแช่งอยู่เสมอ ศิษย์พี่ใหญ่มักจะขโมยอาหารเพื่อเลี้ยงชีพเหล่าสหายทั้งหมด ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้ที่แน่วแน่และความดื้อรั้นแต่แรกเริ่ม ไม่ว่าเขาจะถูกทุบตีมากแค่ไหนแต่ตัวเขาก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร...”

ลู่โจวเข้าใจเรื่องนี้ดี สิ่งที่ยู่เฉิงไห่เป็นล้วนแต่บ่งชี้ว่าตัวเขาเป็นชายผู้ดื้อรั้น ถ้าหากตัวเขาเลือกตัดสินใจไปแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนความคิดของยู่เฉิงไห่ได้

“หลังจากนั้นสหายทั้งสองของศิษย์พี่ก็ถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย ศิษย์พี่ใหญ่ที่ถูกจับได้ถูกขายให้กับชาวลั่วหลานไป” สีวู่หยาหยุดพูดอย่างกะทันหัน ตัวเขาเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย สีวู่หยาพยายามที่จะสังเกตสีหน้าของลู่โจว สีหน้าของลู่โจวในตอนนี้ยังคงนิ่งเฉย ตัวเขาไม่รู้ว่าลู่โจวกำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อสีวู่หยาหยุดพูด ลู่โจวก็ได้ถามออกมา “ทำไมชาวหวู่เฉียนถึงไม่ฟื้นหลังจากที่ตายไปแล้วล่ะ?”

“การที่ชาวหวู่เฉียนทั่วไปจะสามารถฟื้นคืนชีพได้เป็นไปได้ยาก เงื่อนไขในการฟื้นคืนชีพเป็นอะไรที่เข้มงวดมาก ชาวหวู่เฉียนที่เริ่มฝึกยุทธเท่านั้นที่จะบรรลุเงื่อนไขนี้ได้ นอกจากนี้...ชาวหวู่เฉียนยังสามารถฟื้นคืนชีพได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น ทุกครั้งในการฟื้นคืนชีพพวกเขาก็จะสูญเสียอายุขัยไปกว่า 300 ปี ตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบในขั้นสูงสุด ตัวเขาควรจะมีอายุขัยอยู่ที่ 1,000 ปี แต่น่าเสียดาย...”

ลู่โจวพยายามใช้ความคิด ตัวเขาเข้าใจสถานการณ์ดี ถ้าหากชาวหวู่เฉียนสามารถฟื้นคืนชีพโดยไม่มีข้อจำกัดได้ พวกเขาก็คงจะเป็นอมตะ มีใครในโลกอันกว้างใหญ่แบบนี้ที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการเหล่านี้ได้กัน?

“พูดต่อ” ลู่โจวต้องการจะรู้เรื่องให้มากกว่านั้น

“ศิษย์พี่ใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายดายขึ้นเมื่ออยู่กับชาวลั่วหลาน แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็มีอาการแย่ลง ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ เหล่ายอดฝีมือของชาวลั่วหลานล้วนแต่เกลียดชังชาวดินแดนหยานอันยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะระบายความเกลียดชังศิษย์พี่ใหญ่จึงถูกทรมานด้วยมีดในทุกๆ วัน ทุกบาดแผลทำให้ศิษย์พี่ใหญ่เจ็บปวดเป็นอย่างมาก ศิษย์พี่ใหญ่ถูกทรมานต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืนก่อนที่จะเสียเลือดจนตายไปในที่สุด...” เมื่อพูดมาถึงตอนนี้สีวู่หยาก็หยุดพูดไป ท่าทางของเขาดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด “บางทีสวรรค์อาจจะสงสารศิษย์พี่ใหญ่และยังไม่อยากให้เวลาที่ศิษย์พี่มีต้องหมดลง ศิษย์พี่ใหญ่ถูกทิ้งอยู่ในบึงโคลนเป็นเวลากว่า 49 วัน หลังจากนั้นตัวเขาก็ฟื้นคืนชีพกลับมา ศิษย์พี่ใหญ่เดินตามทางไปยังลั่วหลานก่อนที่จะกลายเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ไปในที่สุด”

เมื่อสีวู่หยาพูดจบตัวเขาก็โขกศีรษะลงบนพื้นอีกครั้ง “ข้ายินดีที่จะช่วยศิษย์พี่ใหญ่พิชิตโลกใบนี้ ข้าไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนั้น”

หลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่สีวู่หยาพูดจบ ลู่โจวก็ใช้ความคิดอันซับซ้อน จิตใจของเขาเต็มไปด้วยอดีตของยู่เฉิงไห่และยู่ฉางตง ไม่ว่าจะเป็นชาวมนุษย์เผือก, เหล่าชนชั้นสูง หรือแม้แต่ชาวหวู่เซียน ทุกๆ คนต่างก็มีเรื่องเกี่ยวข้องกับอายุขัยด้วยกันทั้งนั้น

จากสิ่งที่ลู่โจวได้ยินมา ถ้าหากจีเทียนเด๋าต้องการจะใช้ลูกศิษย์ที่มีเพื่อที่จะฝึกฝนจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวจริงๆ ทำไมท้ายที่สุดแล้วเขาถึงไม่ยอมสละศิษย์สาวกทั้งเก้าที่มีกัน เกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นกันแน่?

ลู่โจวเหลือบมองไปที่บันทึกของสีวู่หยา “แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องของบันทึกนี่ว่าอะไร?”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าอยากจะขอร้องท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ได้โปรดไว้ชีวิตศิษย์พี่ใหญ่สักครั้ง...สิ่งที่ข้าบันทึกเอาไว้เกิดขึ้นในตอนที่ศิษย์พี่ใหญ่ฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบได้ มันเป็นความตายครั้งที่สองของตัวเขา”

“ความตายครั้งที่สอง?”

ตั้งแต่ยู่เฉิงไห่ได้เข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้า ตัวเขาก็เริ่มฝึกฝนในทันที ด้วยพลังวรยุทธและความแข็งแกร่งที่ตัวเขามีทำไมยู่เฉิงไห่ถึงได้ตายอย่างง่ายดายแบบนั้นกัน?

“ข้าเกรงว่าท่านจะเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เหตุผลเรื่องนี้ ท่านอาจารย์”

ลู่โจวขมวดคิ้วก่อนที่จะลุกขึ้นยืน ตัวเขาเอามือไขว้หลังก่อนที่จะเริ่มเดิน ถ้าหากรู้เหตุผล ในตอนนี้ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร หลังจากที่พยายามค้นหาความทรงจำที่มีลู่โจวก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม ‘จีเทียนเด๋าปิดผนึกความทรงจำของตัวเองเพราะเรื่องที่ได้ฆ่าศิษย์ของตัวเองจริงๆ อย่างงั้นเหรอ?’

แม้ว่าลู่โจวจะเป็นเพียงคนนอก และเรื่องทั้งหมดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา ตอนนี้ลู่โจวกำลังเล่นบทบาทในส่วนของจีเทียนเด๋า ลู่โจวไม่อาจที่จะหลุดพ้นจากชะตากรรมนี้ได้

“เจ้ากำลังสงสัยว่าข้าเป็นผู้ที่ฆ่ายู่เฉิงไห่อย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวถามออกมา ถ้าหากลู่โจวเกิดในโลกแห่งนี้ ตัวเขาก็คงจะสงสัยว่าจีเทียนเด๋าเป็นผู้ที่ฆ่ายู่เฉิงไห่เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้ตัวเขาได้รู้ได้เห็นอะไรที่มากกว่านั้น จีเทียนเด๋ามีอารมณ์รุนแรงราวกับเปลวไฟ นอกเหนือจากความเจ้าอารมณ์ลู่โจวไม่คิดว่าจีเทียนเด๋าจะเป็นชายผู้โหดเหี้ยมและไร้หัวใจ

คำว่าสำนักฝ่ายอธรรมไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าคำที่ใช้เรียกฝ่ายที่เห็นต่างให้กลายเป็นปฏิปักษ์

“ข้าไม่กล้า...” สีวู่หยาพูดต่อ “ข้ายินดีที่จะช่วยท่านหาคริสตัลแห่งความทรงจำเอง”

ก่อนหน้านี้สีวู่หยาไม่เคยที่จะให้ความร่วมมือในการหาคริสตัลแห่งความทรงจำมาก่อน แต่ในตอนนี้อาจารย์ของเขาได้กลายมาเป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบแล้ว ความกังวลที่สีวู่หยามีก็ได้หายไป

“ฟังซะ สีวู่หยา”

“ครับท่านอาจารย์”

“ข้ามีภารกิจที่จะมอบให้เจ้าอยู่ 2 ภารกิจ ภารกิจแรกก็คือการหาคริสตัลแห่งความทรงจำ ภารกิจที่สองคือการเกลี้ยกล่อมให้ยู่เฉิงไห่กลับมา” ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างสง่างาม

สีวู่หยาก้มหน้าลงก่อนที่จะตอบรับกลับไป “ครับท่านอาจารย์...แต่ว่า...”

“แต่อะไรกัน?”

“ข้าไม่มีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับภารกิจแรก แต่ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนดื้อรั้น...ข้าเกรงว่า...” สีวู่หยาแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา

สีวู่หยาคาดเอาไว้แล้วว่าลู่โจวจะต้องบังคับให้ตัวเขาทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ท้ายที่สุดลู่โจวก็ได้พูดเพียง “ข้าจะปล่อยให้เจ้าจัดการ...แค่นั้นแหละ”

‘ปล่อยให้ข้าอย่างงั้นเหรอ?’ สีวู่หยาตกตะลึง แต่เมื่อเห็นผู้เป็นอาจารย์กำลังจะเดินกลับไปที่เบาะนั่ง ตัวเขาก็ไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป สีวู่หยาลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพูดอำลา “ถ้าหากหมดเรื่องแล้วข้าขอตัวก่อน”

“ไปหาฝานซงซะ ให้เจ้านั่นปลดพลังผนึกของเจ้าซะ แล้วก็อย่าลืมเอาพัดขนนกยูงไปกับเจ้าด้วย”

“ขอบคุณท่านอาจารย์!” สีวู่หยารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ตัวเขารีบหยิบพัดขนนกยูงออกมาก่อนที่จะทำความเคารพลู่โจวและจากไป

ลู่โจวได้กลับมานั่งก่อนที่จะทำสมาธิอีกครั้ง ลู่โจวที่กำลังจะหลับตาก็เหลือบไปเห็นตัวอักษรที่ถูกขีดเขียนเอาไว้ ‘มีความบังเอิญแบบนี้จริงๆ อย่างงั้นเหรอ? ถ้าหากสิ่งที่ขีดเขียนไว้เป็นความจริง ฉันจะต้องมีลูกศิษย์อีกคน? ลูกศิษย์ที่มีแซ่ว่าชิ?’

ในขณะเดียวกัน ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองรูหนาน

เจียงอาเฉียนกำลังเกาศีรษะของตัวเองอย่างสงสัย “หญิงสาวแซ่หลัว? นี่มันจะต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่!”

“ผู้อาวุโสจีคิดว่าข้าจะทำอะไรก็ได้อย่างงั้นสินะ...” เจียงอาเฉียนลูบเคราของตัวเอง “ถึงแม้ว่าข้าจะมีสายข่าวเยอะแค่ไหนแต่การจะตามหาคนๆ เดียวได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะผู้อาวูโส!”

เจียงอาเฉียนได้คว้าตัวของเสี่ยวเอ้อที่เดินผ่าน “ขอโทษทีนะ เจ้าพอจะรู้จักหญิงสาวแซ่หลัวบ้างไหม?”

เสี่ยวเอ้อที่ถูกคว้าตัวตื่นตกใจ “นายท่าน...นายท่านควรที่จะตามหานางด้วยตัวเอง ข้าโง่เขลา ข้าไม่รู้จักแม่นางแซ่หลัวหรอก”

เจียงอาเฉียนได้ผลักเสี่ยวเอ้อคนนั้นไป “แม่นางแซ่หลัว...ผู้ที่ช่วยหยุนเทียนลั่วให้กลายเป็นยอดฝีมือได้ ทำไมข้าไม่อยากที่จะเชื่อเรื่องนี้เอาซะเลย? คงมีแต่วิธีหาแบบสุ่มเท่านั้นแหละนะ” หลังจากพูดจบเจียงอาเฉียนก็ได้กระโดดออกจากร้านอาหารไป

...

ไกลออกไปทางตอนเหนือนับสิบไมล์จากสำนักแก่นแท้แห่งหยาง

ยู่ฉางตงกำลังขี่บี่เอี๊ยนอยู่ บี่เอี๊ยนกำลังบินอย่างช้าๆ ยู่ฉางตงในตอนนี้เพลิดเพลินไปกับการชมวิวทิวทัศน์อยู่

โฮรก!

บี่เอี๊ยนส่งเสียงร้องออกมา

ยู่ฉางตงที่ได้ยินแบบนั้นสงสัย “หืม?”

โฮรก!

“ข้างหน้านั่น?”

ยู่ฉางตงมองเห็นป่าที่อยู่ทางด้านหน้า ทางตรงนั้นเต็มไปด้วยหมอกควันสีดำ มันเป็นหมอกควันดำราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังถูกเผาไหม้อยู่

“หลีกเลี่ยงทางนั้นกันเถอะ”

บี่เอี๊ยนได้ปรับทิศทางในการบินของตัวเอง ในตอนนี้ทั่วทั้งท้องฟ้าเหนือยู่ฉางตงกำลังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน

“พิษอย่างงั้นเหรอ?” ยู่ฉางตงขมวดคิ้วเล็กน้อย จากสัญชาตญาณที่ตัวเขามี ยู่ฉางตงเชื่อว่าควันสีดำที่กำลังมองเห็นอยู่จะต้องไม่ธรรมดาอย่างที่คิด และเพราะแบบนั้นตัวเขาจึงบังคับบี่เอี๊ยนให้บินต่ำลง

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นจากป่า “ทำไมเจ้าไม่ลงมาคุยกับข้าก่อนล่ะ สหายข้า?”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 467 ศิษย์พี่ใหญ่ผู้น่าสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว