- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง ใครปล่อยเธอเข้ามา โดนปล้นจนเกลี้ยง
- ตอนที่ 210 ดวงตาลวงตาอัปเกรด มองทะลุทุกสรรพสิ่ง
ตอนที่ 210 ดวงตาลวงตาอัปเกรด มองทะลุทุกสรรพสิ่ง
ตอนที่ 210 ดวงตาลวงตาอัปเกรด มองทะลุทุกสรรพสิ่ง
.
.
การ์ดเปล่าสามารถเปิดใช้งานได้งั้นหรือ?
มีของดีอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ใช้ก็โง่เกินไป เสิ่นชงเยว่ย่อมเลือกเปิดใช้งานทันที บางทีเธออาจได้รับพรสวรรค์หรือความสามารถใหม่ก็ได้
[ยืนยันการเปิดใช้งาน!]
[ตรวจพบความสามารถที่ยังไม่สมบูรณ์ในตัวผู้เล่น การ์ดเปล่าจะเติมเต็มโดยอัตโนมัติ]
[ดวงตาปีศาจได้รับการเติมเต็มและอัปเกรดเป็น — ดวงตาลวงตา]
[พรสวรรค์: ดวงตาลวงตา · มองทะลุทุกสรรพสิ่ง]
[สกิล:]
[1. ดวงตาปีศาจ]
[ใช้งานได้ไม่จำกัดครั้ง ตราบใดที่ผู้เล่นมีพลังสติเพียงพอ]
[2. มองย้อนอดีต]
[ใช้งานได้วันละครั้ง หลังสบตาเป้าหมาย จะสามารถมองเห็นเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตของอีกฝ่ายได้]
[คุณสมบัติและความสามารถอื่น ๆ ยังรอการพัฒนา]
ดวงตาปีศาจใช้งานได้ไม่จำกัดครั้ง?!
ตอนแรกเสิ่นชงเยว่ตกใจอยู่บ้าง แต่พออ่านรายละเอียดที่เหลือ มุมปากของเธอก็กระตุก
สุดท้ายแล้วก็ยังต้องใช้พลังสติของผู้เล่นอยู่ดี
แต่ความสามารถในการมองเห็นความทรงจำของผู้อื่น ก็ถือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของดวงตาปีศาจแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เธอจนปัญญาจริง ๆ ก็คงไม่เปิดใช้การ์ดใบนี้อย่างผลีผลาม
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าดวงตาปีศาจของตัวเองยังไม่สมบูรณ์…
หลังมื้ออาหาร กลุ่มคนจึงตัดสินใจไปยังทางเดินหีบสมบัติอีกครั้งในคืนนั้น หวังว่าจะหาของที่เป็นประโยชน์ได้บ้าง
ภายในร้านเหลือเพียงหลี่เหวินเซิงคอยเฝ้า
ทุกคนเดินอย่างระมัดระวังมาถึงทางผ่านมิติบนชั้นหนึ่ง
พี่น้องตระกูลฟางไม่เคยเห็นหีบสมบัติจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน ดวงตาแทบเป็นประกาย
เจียงนั่วมองหีบสมบัติที่วางกระจัดกระจายเต็มพื้นด้วยสีหน้าเหม่อลอย ตัดสินใจไม่ถูกเสียที ยิ่งเข้าใกล้หีบเหล่านี้ เธอยิ่งรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด
“บอส วันนี้ฉันรู้สึกว่าหีบสมบัติพวกนี้แปลกมาก ฉัน…เลือกใบที่ถูกต้องไม่ได้เลย”
เสิ่นชงเยว่เปิดใช้งานดวงตาลวงตา
หีบตรงหน้าไม่ได้มีไอเทมอยู่ภายใน แต่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์สารพัดชนิด
[หีบสมบัติสีเทา: ภายในมีมนุษย์ถลกหนัง 1 ตัว]
[หีบสมบัติสีม่วง: ภายในมีปีศาจกบ 1 ตัว]
[หีบสมบัติสีขาว: ภายในมีสตรีกล่อง 1 ตัว]
หีบหลายสิบใบที่มองเห็นล้วนเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ทั้งหมด
ดวงตาลวงตาเพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่กี่วินาที เสิ่นชงเยว่ก็รู้สึกปวดสมองรุนแรง ตามมาด้วยอาการเวียนศีรษะ
เจียงนั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเหรียญดวงดาวออกมาเตรียมหยอดลงในหีบ เสิ่นชงเยว่รีบห้ามทันที
“อย่าเปิดหีบ ข้างในมีแต่มอนสเตอร์”
เจียงนั่วเป็นคนฟังคำแนะนำอยู่แล้ว จึงรีบเก็บเหรียญดวงดาวกลับทันที ความตื่นตระหนกในใจก็ลดลงมาก
ระหว่างทางกลับร้าน พวกเธอพบมอนสเตอร์ตัวนั้นอีกครั้ง คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นเสิ่นชงเยว่
หลังสังหารผู้เล่นแล้ว มอนสเตอร์ตัวนี้ได้กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมของร่างมนุษย์ที่สวมหนังคน มีใบหน้า มือ และเท้าครบถ้วน สวมกระโปรงตัวใหญ่ ดูคล้ายมนุษย์มากขึ้น
[ค้นพบ เซียนสาว???]
[ภูตผีไม่สามารถถูกสังหารได้ แต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดสามารถขับไล่ได้ชั่วคราว]
[เนื่องจากกฎของไฮเวย์มอลล์ นางไม่สามารถสังหารผู้เล่นนอกร้านได้ในช่วงเวลาปิดทำการ โปรดหลีกเลี่ยงทันที]
[โปรดทราบ: ห้ามสบตากับนาง!! ห้ามสบตากับนาง!!]
[ดวงตาของเซียนสาวสามารถควบคุมจิตใจผู้คนผ่านการสบตา]
[ระดับ: SSS+]
ในที่สุดก็เห็นชื่อจริงของมอนสเตอร์แล้ว!!
“เจอแล้ว เจอแล้ว…”
ดวงตาปีศาจยังคงทำงานอยู่ แต่ข้อมูลด้านบนกลับเปลี่ยนไปแล้ว
[เซียนสาว???]
……
[ระดับ: ไม่ทราบ]
[ห้ามสบตากับเซียนสาว!!!]
[กฎการสังหาร: สามารถสังหารผู้ที่สบตาได้ และสามารถเมินกฎของไฮเวย์มอลล์เพื่อสังหารผู้เล่นที่ออกจากร้านได้]
มอนสเตอร์หันกลับมา ดวงตาสีแดงเลือดกวาดมองทุกคนไปมา
เพียงชั่วพริบตา ทุกคนรู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ร่างกายแข็งทื่อ ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย เสิ่นชงเยว่รีบหลับตาลง พยายามสลัดการควบคุมนั้น
แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพดวงตาแดงก่ำคู่นั้น ร่างกายแข็งค้าง มือเท้าเย็นเฉียบราวกับจุ่มอยู่ในน้ำแข็ง ขยับไม่ได้เลย
ดูเหมือนคำเตือนที่ว่า “ห้ามสบตากับเซียนสาว” จะไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตาเพียงอย่างเดียว
มันคือการจ้องมองในระดับจิตวิญญาณ!
“ตึก…ตัก…”
เซียนสาวค่อย ๆ เดินเข้ามา สายตาแดงก่ำจับจ้องไปยังฟางซือเซิงที่ยืนอยู่ท้ายสุด
เสิ่นชงเยว่กำหมัดแน่น พยายามลบภาพดวงตาคู่นั้นออกจากหัว ก่อนที่แรงจะค่อย ๆ กลับคืนมา
“อ๊าาาา!”
ฟางซือเซิงสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกและกลิ่นเลือดด้านหลัง ร่างกายสั่นสะท้าน เหงื่อเย็นชุ่มหลัง ภายใต้ความหวาดกลัวถึงขีดสุด ศีรษะปวดหนึบจนกรีดร้องออกมา ก่อนจะผลักฟางซื่ออวี่ที่อยู่ข้างตัวไปทางเซียนสาว
เซียนสาวให้ความสำคัญกับเหยื่อที่เลือกไว้ก่อนก็จริง แต่เหยื่อที่มาส่งตัวถึงหน้าก็ไม่มีทางปล่อยไปเช่นกัน
เพียงสะบัดเล็บสีดำยาว ฟางซื่ออวี่ก็ตายก่อนจะทันส่งเสียงร้อง
ศีรษะของเขากลิ้งตกลงพื้น ส่งเสียงดังตึก ๆ
“ตึก…ตัก…”
เซียนสาวยังคงจ้องฟางซือเซิง คนแรกที่สบตากับนาง
ฟางซือเซิงหลับตาแน่น ถอยหลังอย่างลนลาน
เจียงนั่วยืนอยู่ด้านหน้าฟางซื่ออวี่ พอเห็นฟางซือเซิงคว้ามั่วไปข้างหน้า ก็รู้ทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ตัวสร้างปัญหาคนนี้ยังไม่พอใจที่ผลักพี่ชายตัวเองออกไปรับเคราะห์ ตอนนี้ยังคิดจะลากเธอลงไปด้วยอีก?!
เจียงนั่วโกรธจนตาแทบถลน อยากจะต่อยคนตรงหน้าให้ตายคามือ
ทันใดนั้น ฟางซือเซิงก็คว้าแขนเสื้อเธอไว้แล้วผลักอย่างสุดแรง
เจียงนั่วหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง รอความตายมาถึง
“ตุบ!”
ร่างเธอล้มลงกับพื้น แก้มครูดกับกระเบื้องจนเป็นรอยเลือด
เอ๊ะ?
เธอ…ยังไม่ตาย?
แสงสีแดงสาดเข้ามาในสายตา เจียงนั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก็เห็นเสิ่นชงเยว่กำลังถือตะเกียงน้ำมันก๊าดอยู่ เปลวไฟสีแดงสดเจิดจ้ายิ่งกว่าที่เธอเคยเห็น
“ซู่!”
ทันทีที่ตะเกียงเข้าใกล้มอนสเตอร์ ไส้ตะเกียงก็ลุกโชนอย่างรุนแรง น้ำมันตะเกียงหายไปหลายหยดในพริบตา
เซียนสาวจ้องตะเกียงน้ำมันก๊าดอย่างเคียดแค้น ก่อนจะถอยหลังอย่างหวาดกลัวหลายก้าว และวนเวียนอยู่ในความมืดโดยไม่ยอมจากไป
เพียงไม่กี่วินาที น้ำมันในตะเกียงก็หายไปกว่าครึ่งอย่างเห็นได้ชัด
“ยังไม่ลุกขึ้นอีก?”
เมื่อได้ยินเสียงเย็นชาของเสิ่นชงเยว่อีกครั้ง เจียงนั่วก็รู้สึกราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ แรงกายกลับคืนมา เธอรีบลุกพรวดจากพื้นทันที
ภายใต้แสงของตะเกียงน้ำมันก๊าด คนอื่น ๆ ก็ทยอยหลุดพ้นจากการควบคุม และทั้งหมดรีบวิ่งกลับร้านอย่างไม่คิดชีวิต
ตลอดทาง เซียนสาวเดินตามอยู่ห่าง ๆ ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เมื่อหลี่เหวินเซิงเห็นแสงสีแดงและเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากไม่ไกล ก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้น รีบเปิดประตูกระจกออกมาตะโกนเรียก
หลังทุกคนเข้าไปในร้าน เสิ่นชงเยว่ก็ดับตะเกียงน้ำมันก๊าด
หลี่เหวินเซิงมองทุกคนอย่างสงสัย
“ทำไมคนหายไปหนึ่งคนล่ะ? ฟางซื่ออวี่อยู่ไหน?”
ในทีมเจ็ดคน มีผู้ชายอยู่เพียงสองคน การหายตัวไปของฟางซื่ออวี่จึงสะดุดตาเป็นพิเศษ
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ฟางซือเซิงที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องก็ก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ไม่พูดถึงเรื่องการตายของพี่ชายเลยสักคำ
หลี่เหวินเซิงยิ่งสงสัยกว่าเดิม
จากที่เขาสังเกตมา พี่น้องตระกูลฟางสนิทกันมาก
แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้ฟางซือเซิงมีท่าทางแบบนี้?
ทันทีที่ได้ยินชื่อฟางซื่ออวี่ เจียงนั่วที่กำลังนั่งหอบอยู่บนพื้นก็ลุกพรวดขึ้น สีหน้ามืดมน ก่อนจะลากฟางซือเซิงออกมาจากมุมห้อง แล้วตบหน้าเธอไปสองฉาด
ฟางซือเซิงเอาแต่ร้องไห้ ไม่คิดขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรก็คุยกันดี ๆ สิ”
ไม่มีใครตอบคำถามของหลี่เหวินเซิง
“เก็บตัวอันตรายแบบนี้ไว้ก็ไม่มีประโยชน์ แม้แต่พี่ชายตัวเองยังเอาไปเป็นโล่ได้ วันนี้ผลักฉัน พรุ่งนี้จะเอาใครไปตายแทนอีกก็ไม่รู้! ฆ่าทิ้งตอนนี้ยังจะดีกว่า ป้องกันปัญหาในอนาคต!!”
เจียงนั่วยืมมีดสั้นจากเสิ่นชงเยว่ แล้วจ่อไปที่ลำคอของฟางซือเซิงทันที
.
.
จบ.