เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 437 ความภาคภูมิใจของผู้อาวุโส

ตอนที่ 437 ความภาคภูมิใจของผู้อาวุโส

ตอนที่ 437 ความภาคภูมิใจของผู้อาวุโส


ตอนที่ 437 ความภาคภูมิใจของผู้อาวุโส

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

การปรากฏตัวของเล้งลั่วได้หยุดผู้อาวุโสทั้ง 10 แห่งสำนักหยุนเอาไว้ได้

ย้อนกลับไปในตอนที่ชาวศาลาปีศาจลอยฟ้ายังอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโสทุกคนต่างก็เห็นถึงการมีอยู่ของเล้งลั่วมาก่อนชายคนนี้ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนจุดสูงสุดของบัญชีดำในเมื่อ 300 ปีก่อน นอกจากนี้เล้งลั่วยังเป็นยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบที่หาตัวได้ยากอีกด้วย

ฟางเหวินเซียนคารวะให้ก่อนที่จะพูดออกมา “นี่ถือว่าเป็นเรื่องของพวกเราสำนักหยุน ข้าอยากจะขอร้องอ้อนวอนให้ผู้อาวุโสปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป”

“ไร้สาระ!” เล้งลั่วปฏิเสธ “ฮั๊ววู่เด๋าเป็นผู้อาวุโสแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า มันไปเกี่ยวอะไรกับสำนักหยุนของพวกเจ้ากัน? ถ้าหากไม่อยากหยุดหายใจลงที่นี่ พวกเจ้าก็ถอยไปซะเถอะ” หลังจากที่พูดจบเล้งลั่วก็ได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าฮั๊ววู่เด๋าอย่างรวดเร็ว

ด้วยเคล็ดวิชาเต๋าพรางตัว ผู้อาวุโสทั้ง 10 ที่เห็นแบบนั้นจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวต่อ ผู้อาวุโสทั้งหมดทำได้เพียงหันไปสบตากันเพียงเท่านั้น

ฟานเหวินเซียนที่ได้ฟังแบบนั้นพูดออกมาเบาๆ “ข้าได้ยินมาว่าท่านได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีในจุดตันเถียนของตัวเองก็เพื่อที่จะสู้กับสิบสุดยอดคนทรงมา ในตอนนี้พลังวรยุทธของท่านก็คงจะยังไม่ได้รับการฟื้นฟูกลับมา ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นถึงผู้นำของเหล่าอัศวินดำ ฝานซุยเหวิน ท่านลองมองตัวเองดูให้ดี ในตอนนี้ศาลาปีศาจลอยฟ้ามีดีอะไรถึงต้องให้ท่านคอยรับใช้ด้วย?”

‘หืม?’ ฟางเหวินเซียนรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน? เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมีน้อยคนนักที่จะได้รับรู้

“ตายซะ!” เล้งลั่วไม่ยอมให้ใครพูดดูถูกตัวเขาได้

เล้งลั่วได้เคลื่อนไหวด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้า ตัวเขาได้อยู่เหนือผู้อาวุโสทั้ง 10 คนภายในพริบตาเดียว เล้งลั่วไม่ยอมปล่อยให้เวลาเสียเปล่า ตัวเขาได้เรียกใช้พลังอวตารดอกบัวแปดกลีบในทันที!

หวืออ!

พลังอวตารเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น มากขึ้น!

ผู้อาวุโสทั้ง 10 กระเด็นหายไปในอากาศ ที่ปากของทุกคนล้วนแต่กระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด

เล้งลั่วลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในขณะที่เอามือไขว้หลัง ตัวเขาในตอนนี้กำลังกวาดสายตาอันเย็นชาจับจ้องไปที่ผู้อาวุโสทั้ง 10

ฟางเหวินเซียนและจางเฟยฟานได้แต่ยืนมอง พวกเขาทั้งคู่ต่างก็จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ

...

ในขณะเดียวกัน ที่ป่าอันไหม้เกรียมที่อยู่ห่างไกล มีอะไรบางอย่างกำลังผุดขึ้นมาจากท่ามกลางเถ้าถ่าน

ที่ตรงนั้นมีผู้ฝึกยุทธมากมายหลายคนกำลังยืนรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง ผู้ฝึกยุทธทุกคนก็ได้แต่ตื่นตกใจ

“พวกเราประเมินพลังศาลาปีศาจลอยฟ้าต่ำจนเกินไป พลังนั่นคือพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบ ในเมื่อฝานลี่เทียนถูกจัดการแล้ว นั่นจะต้องเป็นพลังของเล้งลั่วแน่” ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายอยู่ไกลเกินไปจนกว่าจะมองเห็นเจ้าของร่างอวตารได้

“ไปดูกันเถอะ!”

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

เหล่าผู้ฝึกยุทธยังคงซ่อนตัวในขณะที่เฝ้าดูการต่อสู้ที่เชิงเขาจากในระยะไกล

...

การโจมตีของเล้งลั่วเข้าเป้าไปเต็มๆ ตัวเขาเอามือไขว้หลังก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าพวกอ่อนหัด”

ผู้อาวุโสทั้ง 10 ที่เคยมาพร้อมกับความมั่นใจได้แต่จ้องมองเล้งลั่วด้วยความหวาดกลัว

ฟางเหวินเซียนได้พูดออกมาอีกครั้ง “เล้งลั่ว...มีท่านคนเดียวที่คอยปกป้องศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่สินะ? 300 ปีก่อนท่านได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเกินกว่าจินตนาการเพื่อฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่ง ทำไมท่านในตอนนี้ถึงต้องพยายามทำหน้าที่เทพผู้พิทักษ์ของศาลาปีศาจลอยฟ้าด้วยล่ะ? ทำไมท่านไม่ลองคิดดูให้ดี? เมื่อศาลาปีศาจลอยฟ้าถูกทำลาย ท่านที่ให้ความร่วมมือก็จะถูกคนทั้งยุทธภพยกย่องให้กลายเป็นผู้ให้ความร่วมมือที่แสนจะยิ่งใหญ่ ท่านน่ะยังมีโอกาสที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งนะเล้งลั่ว”

คราวนี้เล้งลั่วไม่ได้ตอบกลับ ตัวเขาเลือกที่จะหายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่

ฟางเหวินเซียนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ผู้อาวุโสทั้ง 10 เองก็อยู่ไม่สุขเช่นกัน เล้งลั่วไม่ได้บาดเจ็บสาหัสหรอกหรอ?

ตู๊ม!

อวตารเล้งลั่วปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันปรากฏตัวที่ด้านข้างของฟางเหวินเซียน

เล้งลั่วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะใช้พลังฝ่ามือของตัวเอง

ฟางเหวินเซียนขมวดคิ้ว ตัวเขาได้ป้องกันการโจมตีด้วยแขนทั้งสองข้างที่ตัวเองมี

พรึ๊บ!

คนอื่นๆ ถูกจู่โจมจนกระเด็นกลับไปเช่นกัน

“ชั้นแห่งความมืด!” เล้งลั่วขยับฝ่ามือไปมา พลังลมปราณที่ตัวของเขาเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะหายไปจากสายตาทุกคนอีกครั้ง

ไม่นานนักท้องฟ้าทั้งหมดก็ถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด

ในตอนนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างพุ่งเข้าหาฟางเหวินเซียนที่กำลังสั่นกลัว

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

พลังฝ่ามือสีทองที่ถูกอัดแน่นตกลงมาจากท้องฟ้า พลังที่ว่าได้ตกลงบนร่างกายของฟางเหวินเซียน

“ผู้อาวุโส!”

ทุกๆ คนต่างก็จ้องมองด้วยความหวาดกลัว

เล้งลั่วแข็งแกร่งเกินไป! ยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบน่ากลัวเกินกว่าที่จะต่อกรด้วย

ฮั๊ววู่เด๋าที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นจนท่วมท้น

สาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ฟางเหวินเซียนตกลงสู่พื้น ในช่วงเวลาสั้นๆ เล้งลั่วก็ได้ใช้พลังฝ่ามือของตัวเองโจมตีตัวเขา ฟางเหวินเซียนไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้อะไรได้เลย

ตู๊ม!

ฟางเหวินเซียนตกลงสู่พื้น

เล้งลั่วในตอนนี้กำลังลอยอยู่บนอากาศ ตัวเขากำลังเอามือไขว้หลังก่อนที่จะจ้องมองไปที่เหล่าผู้อาวุโส “มีดีแค่นี้เองอย่างงั้นสินะ?”

ในตอนนี้ที่เชิงเขากลับมาเงียบงันอีกครั้ง

ผู้อาวุโสทั้ง 10 ไม่คิดมาก่อนว่าเล้งลั่วจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แม้แต่ฮั๊ววู่เด๋าเองก็ยังตกตะลึงในความแข็งแกร่งที่เล้งลั่วมี

สาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้าคิดมาเสมอว่าเล้งลั่วเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญวิชาที่ใช้ในการหลบหนี ถ้าหากจะเทียบพลังต่อสู้ เล้งลั่วก็คงจะเป็นรองฝานลี่เทียนแน่ พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าเล้งลั่วจะมีฝีมือที่มากขนาดนี้

ฝางเหวินเซียนไอออกมา ตัวเขาได้ลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบากก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ตัวเขามองขึ้นฟ้าก่อนที่จะหัวเราะออกมา “อืม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านได้รับบาดเจ็บมาจริงๆ” ถ้าหากเล้งลั่วไม่ได้รับบาดเจ็บ ฟางเหวินเซียนก็คงจะตายเมื่อถูกการโจมตีในครั้งนี้

“ผู้อาวุโส!” ผู้อาวุโสทั้ง 10 พุ่งเข้าหาฟางเหวินเซียนก่อนที่จะยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เล้งลั่วที่กำลังลอยอยู่บนกลางอากาศ ผู้อาวุโสทั้งหมดได้พูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน “รวมพลัง!”

ผู้อาวุโสทั้งสิบได้ยืนล้อมรอบฝางเหวินเซียนในรูปของสามเหลี่ยม ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้ยื่นมือออกไป ในขณะเดียวกันผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ได้เอามือวางไปบนหลังของผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านหน้า พลังลมปราณเริ่มไหลไปตามแขนของเหล่าผู้อาวุโส พลังทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายไปให้กับผู้อาวุโสที่ยืนอยู่หน้าสุด

พลังฝ่ามืออันใหญ่ยักษ์ได้ลอยไปหาเล้งลั่ว

เล้งลั่วที่เห็นแบบนั้นพุ่งไปบนอากาศก่อนที่จะถอยหลังกลับไป

“รวมพลังอีกครั้ง!”

พลังฝ่ามือได้ไล่ตามเล้งลั่วอย่างไม่ลดละ คราวนี้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ตู๊ม!

ทันใดนั้นเองพลังผนึกตราประทับทั้งหกของฮั๊ววู่เด๋าก็ได้ระเบิดพลังออกมา แสงสีทองได้แผ่ขยายปกคลุมเล้งลั่วเอาไว้ พลังแสงสีทองได้เข้าปะทะกับพลังฝ่ามืออันใหญ่ พลังฝ่ามือที่เข้าปะทะพลังป้องกันของฮั๊ววู่เด๋าได้กระจัดกระจายกลายเป็นแสงก่อนที่จะหายจางไป

“ท่านอาจารย์ ฟังข้าเถอะ ออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าซะ ตอนนี้ยังทัน!” จางเฟยฟานได้ร้องเรียกฮั๊ววู่เด๋ามาจากทางด้านหลัง

ฮั๊ววู่เด๋าจะไม่หงุดหงิดเลยถ้ามีคนอื่นพูดเรื่องนี้ แต่ถึงแบบนั้นจางเฟยฟานเคยเป็นลูกศิษย์ของตัวเขามาก่อน ฮั๊ววู่เด๋าได้เสียสละเวลาและพลังไปอย่างมากในการสั่งสอนลูกศิษย์คนนี้ ถึงแบบนั้นลูกศิษย์คนนี้กลับเยาะเย้ยให้กับตัวเขาที่นี่ มันจะไม่ทำให้ฮั๊ววู่เด๋ารู้สึกโกรธได้ยังไง? ฮั๊ววู่เด๋าก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กับพลังผนึกตราประทับทั้งหก ตัวเขาตัดสินใจที่จะผลักพลังผนึกตราประทับทั้งหกไปที่ด้านหน้า!

ผู้อาวุโสทั้ง 10 ต่างก็เดินหน้าเช่นกัน

ตู๊ม!

ตู๊ม!

ตู๊ม!

พลังฝ่ามืออันใหม่ได้เข้าปะทะกับพลังผนึกตราประทับทั้งหก ไม่ว่าจะปะทะกันกี่ครั้งพลังการป้องกันของฮั๊ววู่เด๋าก็ยังไม่ถูกทำลายลง

“เจ็ดกลีบอย่างงั้นเหรอ? ตอนนี้เจ้าเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวเจ็ดกลีบแล้วสินะ?” ฟางเหวยเซียนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สีหน้าของตัวเขาที่ได้เห็นพลังของฮั๊ววู่เด๋าแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

ปมในใจที่ฮั๊ววู่เด๋ามีเป็นสิ่งที่ทุกคนในสำนักหยุนต่างก็รู้จักกันดี ฮั๊ววู่เด๋าไม่มีท่าทีอะไรที่จะฝึกฝนตัวเองจนก้าวหน้าในเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้ ฟางเหวินเซียนไม่คิดมาก่อนว่าฮั๊ววู่เด๋าจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาหลังจากที่เข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้าแล้ว

มีผู้มีพลังอวตารดอกบัวเจ็ดกลีบและผู้มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ ส่วนผู้อาวุโสทั้ง 10 คนต่างก็มีพลังวรยุทธที่แตกต่างกัน ผู้อาวุโสผู้ที่มีพลังสูงสุดเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบเพียงเท่านั้น แล้วผู้อาวุโสทั้งหมดจะต่อกรกับยอดฝีมือทั้ง 2 คนได้ยังไงกัน?

“สร้างค่ายกล!” ฟางเหวินเซียนสั่งการออกมา

“ครับ!” ผู้อาวุโสทั้งหมดต่างก็หยุดใช้พลังฝ่ามือก่อนที่จะเปลี่ยนตำแหน่งการยืนใหม่

ในตอนนั้นร่างของเล้งลั่วก็ได้หายไปจากสายตาของทุกคนอีกครั้ง

“ช้าไป!”

เล้งลั่วปรากฏตัวท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโสก่อนที่จะใช้งานพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบ!

เมื่อพลังวรยุทธอยู่ในขั้นที่ต่างกัน พลังความแข็งแกร่งที่ร่างอวตารมีก็จะยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น ต่อหน้าคู่ต่อสู้ ทั้งความสูงของพลังอวตาร, ความแข็งแกร่ง, ความกว้าง และพลังในการแผ่ขยาย พลังทุกอย่างสามารถทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าบดขยี้ผู้ที่มีพลังอวตารที่อ่อนแอกว่าได้ ผู้อ่อนแอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบหลีกการต่อสู้กับเหล่ายอดฝีมือ

แต่การจะหลบหลีกเล้งลั่วได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เล้งลั่วเป็นผู้ที่ใช้วิชาที่เลื่องชื่อในด้านของความเร็ว ตัวเขาไม่มีวันที่จะให้โอกาสผู้อาวุโสทั้งหมดหลบหนีไปได้แน่

ตู๊ม!

ผู้อาวุโสหันกลับไปที่ด้านหลัง

ฮั๊ววู่เด๋าได้ลอยไปสู่ท้องฟ้า ตัวเขาที่ได้ลอยขึ้นไปได้ปล่อยพลังด้วยฝ่ามือ

ตู๊ม!

หนึ่งในผู้อาวุโสที่ชนเข้ากับพลังผนึกตราประทับทั้งหกได้กระอักเลือดออกมาเฮือกใหญ่

...

“ฮั๊ววู่เด๋าเรียนรู้การใช้วิชาโจมตีแล้วเหรอ?!” ต้วนมู่เฉิงอุทานออกมาพร้อมกับหอกราชันย์ในมือ

เมื่อซู่ฮ่องกงเห็นแบบนั้นตัวเขาก็ได้หัวเราะออกมา “ศาลาปีศาจลอยฟ้าไร้เทียมทาน! ผู้อาวุโสเองก็ย่อมไร้เทียมทานไปด้วย!”

“...” จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นมองไปที่ซู่ฮ่องกงอย่างรังเกียจ

...

ในขณะเดียวกันเล้งลั่วก็ได้ระเบิดพลังของตัวเองอีกครั้ง ตัวเขาได้พุ่งใส่ฟางเหวินเซียนอย่างรวดเร็ว

ฮั๊ววู่เด๋าเองได้หยุดการเคลื่อนไหวของผู้อาวุโสทั้ง 10 ด้วยพลังผนึกตราประทับทั้งหก มีคนว่าเอาไว้ว่าวิชาผนึกตราประทับทั้งหกสามารถใช้ป้องกันได้เพียงอย่างเดียว เมื่อพลังผนึกตราประทับทั้งหกเริ่มเคลื่อนไหว มันก็เป็นเหมือนกับตาข่ายยักษ์ที่จะผนึกการเคลื่อนไหวของศัตรูเอาไว้ได้

ในตอนนั้นเองผู้อาวุโสทั้งหมดก็รู้ตัวแล้วว่าผู้ที่แข็งแกร่งไม่ใช่เล้งลั่ว แต่เป็นฮั๊ววู่เด๋า

ฮั๊ววู่เด๋าได้ย่อขนาดพลังผนึกตราประทับทั้งหก และเพราะแบบนั้นทำให้ผู้อาวุโสทั้งสิบจะต้องอยู่ใกล้กันมากขึ้น

“จงออกมา!” ผู้อาวุโสทั้งสิบตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

พลังอวตารทั้ง 10 ปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่อันจำกัด พลังแสงสีทองของอวตารได้ซ้อนทับกัน

ตู๊ม!

“ตายซะฮั๊ววู่เด๋า!” ผู้อาวุโสทั้งสิบตะโกนออกมาพร้อมๆ กัน เมื่อเหล่ายอดฝีมือโจมตีประสานโดยพร้อมเพรียงกัน พลังผนึกตราประทับทั้งหกที่เดิมทีไม่ใช่พลังที่มีการป้องกันจากภายในที่สูงส่งอะไร พลังผนึกตราประทับทั้งหกจะต้านทานพลังจากภายในได้ไหม?

ควันที่เกิดจากการระเบิดได้ลอยไปทั่ว ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วใครจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ผู้ฝึกยุทธจำนวนมากที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในป่าต่างก็จ้องมองการต่อสู้ด้วยความรู้สึกประหม่า

...

“แบบนี้แย่แน่! ผู้อาวุโสฮั๊วกำลังแย่!”

พรึ๊บ!

พรึ๊บ!

ลูกศรพลังงานได้พุ่งออกมาจากศาลาปีศาจลอยฟ้า

ฮั๊วยู่จิงง้างคันธนูจันทราด้วยความโกรธ นางได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มาไปกับการโจมตี ฮั๊วยู่จิงได้สร้างลูกศรพลังงานจนสุดความสามารถก่อนที่จะปล่อยมันออกไป

...

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ลูกศรพลังงานจู่โจมผู้อาวุโสคนหนึ่งที่อยู่ใกล้มากที่สุด

“เยี่ยม!” ฮั๊ววู่เด๋าถอยกลับมา ตัวเขาได้ถอนพลังผนึกตราประทับทั้งหกออกมาก่อนที่จะปลดปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง

การโจมตีเพียงครั้งเดียวมันก็มากพอแล้ว ความพยายามที่จะผสานพลังกันของผู้อาวุโสถูกทำลายไปในที่สุด

ตู๊ม!

ทุกๆ คนต่างก็ถูกผลักออกไปโดยพลังผนึกตราประทับของฮั๊ววู่เด๋า

...

“เจ้าทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ !”

“ท่านเองก็ทำได้ดีเช่นกัน ผู้อาวุโส!”

นี่คือความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า!

...

ผู้อาวุโสทั้ง 10 ล้มลงกับพื้น

ในขณะเดียวกันพลังฝ่ามือของเล้งลั่วก็ได้จู่โจมโดนตัวของฟางเหวินเซียน

ฟางเหวินเซียนถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวโดยไร้ซึ่งความช่วยเหลือใดๆ ตัวเขาถูกการโจมตีของเล้งลั่วเข้าไปเต็มๆ ใบหน้าของเขาในตอนนี้ปวดบวมและช้ำไปทั่วทั้งหน้า

ผั๊วะ! ผั๊วะ! ผั๊วะ!

ฟางเหวยเซียนถูกการโจมตีต่อเนื่องของเล้งลั่วเข้าให้ ร่างกายของเล้งลั่วเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว ตัวเขามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือฟางเหวินเซียน

แม้ว่าฟางเหวินเซียนจะพยายามใช้พลังปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ แต่เมื่อได้พบกับการโจมตีของเล้งลั่ว ฟางเหวินเซียนได้แต่สิ้นหวัง การป้องกันอย่างเต็มรูปแบบของเขาเป็นการป้องกันที่เปล่าประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบ

ตู๊ม!

ฟางเหวินเซียนล้มลงไปกับพื้น

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 437 ความภาคภูมิใจของผู้อาวุโส

คัดลอกลิงก์แล้ว