- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 95 - ฉันถอนหายใจให้กับบุปผาวสันต์และจันทราสารทฤดู ชี้แนะหลินอู่
บทที่ 95 - ฉันถอนหายใจให้กับบุปผาวสันต์และจันทราสารทฤดู ชี้แนะหลินอู่
บทที่ 95 - ฉันถอนหายใจให้กับบุปผาวสันต์และจันทราสารทฤดู ชี้แนะหลินอู่
บทที่ 95 - ฉันถอนหายใจให้กับบุปผาวสันต์และจันทราสารทฤดู ชี้แนะหลินอู่
【ตัวเลือกที่ 1: กำขลุ่ยซีเหยียนขนาดสองฟุตไว้ในมือ ใต้หล้านี้ใครเล่าจะหาญกล้าต่อกร! ใช้ความสามารถของตัวเองคว้าอันดับหนึ่งนักศึกษาใหม่ของสถาบันพลังพิเศษนักรบมาครองให้ได้แบบไร้ข้อกังขา
รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 50,000 แต้ม, บทเพลง 【ปู้เวิ่นซิอาก้า】 (สามารถทดลองฟังได้)】
【ตัวเลือกที่ 2: ซ่อนคมงำประกาย หากไม่จำเป็นก็อย่าลงมือ สงวนท่าทีให้ถึงที่สุด!
รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 70,000 แต้ม, ฉายา 【ซ่อนไว้หนึ่งหมัด】 (สามารถเรียกดูได้)】
【ตัวเลือกที่ 3: เพื่อเกียรติยศ! เข้าร่วมการแข่งขันระดับทองแดงในเกม 【เกียรติยศแห่งรูอาลู】 และคว้าฉายาอันดับหนึ่งระดับทองแดงมาครองให้ได้
รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 100,000 แต้ม, ฉายา 【บรอนซ์สุดแกร่ง】 (สามารถเรียกดูได้)】
เฉินซีอินกวาดตามองตัวเลือกทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า
เขาเริ่มจากการเข้าไปดูรายละเอียดของฉายาในตัวเลือกที่ 2 และ 3 ก่อน
【ซ่อนไว้หนึ่งหมัด】
เมื่อสวมใส่ฉายานี้ จะสามารถทบซ้อนผลลัพธ์ของทักษะใดทักษะหนึ่งได้ โดยจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าในทุกๆ สองเดือน สามารถทบซ้อนได้สูงสุดห้าเท่า
【บรอนซ์สุดแกร่ง】
เมื่อสวมใส่ฉายานี้ ไม่ว่าจะเป็นในโลกแห่งความจริงหรือโลกเสมือนจริง ผู้ใช้พลังระดับทองแดงทุกคนจะไม่มีทางเอาชนะคุณได้ แม้จะโดนโจมตีถึงตายก็จะถูกฉายานี้หักล้างให้
หลังจากนั้นเขาก็หยุดคิดไปชั่วครู่
ตัวเลือกที่ 2 มันก็เหมือนกับการสะสมเกจพลังไม้ตายไว้ปล่อยทีเดียว
แต่เวลาในการรอมันก็นานไปหน่อย
ส่วนตัวเลือกที่ 3 เขาเองก็เตรียมตัวจะเลื่อนขั้นเป็นระดับเงินอยู่รอมร่อแล้ว
จะมัวมาจมปลักอยู่กับระดับทองแดงไปทำไม!
แถมต้องมาเสียเวลาไปกับเกมเสมือนจริงอีก
การได้พัฒนาฝีมือในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่หอมหวานกว่าหรือไง!
จากนั้น เขาก็ลองกดฟังเพลง 【ปู้เวิ่นซิอาก้า】 ในตัวเลือกที่ 1 ดู
【ฉันถอนหายใจให้กับบุปผาวสันต์และจันทราสารทฤดู ไม่เอ่ยถามถึงการจากลา...........】
ในวินาทีนี้ เฉินซีอินราวกับมองเห็นภาพลวงตา ท่ามกลางแสงสลัวๆ มีเด็กหนุ่มนักล่าผู้ฆ่าเผ่าพันธุ์ต่างดาวปรากฏกายขึ้น เขาค่อยๆ ปรือตาขึ้น ในแววตาสะท้อนภาพสมรภูมิรบอันกว้างใหญ่
นั่นคือศัตรูที่มากมายจนนับไม่ถ้วน!
คือความมืดมิดที่ไม่อาจปัดเป่าให้จางหาย!
คือความเจ็บปวดและความเคียดแค้น!
คือความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
และมันคือความจงรักภักดีและความเสียสละอันบริสุทธิ์ใจ!
วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็พุ่งทะยานเข้าฟาดฟันกับกองทัพศัตรูนับหมื่นนับแสนเพียงลำพัง……
พอตั้งสติได้ เฉินซีอินก็ไม่ลังเลเลยที่จะเลือกข้อ 1
แค่ได้ฟังเพลง เลือดในกายมันก็สูบฉีดพลุ่งพล่านแล้ว!
ถ้าไม่เลือกข้อนี้ จะให้ไปเลือกข้อไหนล่ะ?
เขามันเป็นผู้ใช้พลังพิเศษสายเสียงนะเฟ้ย
จะไปหลงทางผิดเลือกของที่ไม่จำเป็นได้ยังไง!
อีกอย่าง เขาก็อยากจะรู้ใจจะขาด ว่าถ้าได้เพลง 【ปู้เวิ่นซิอาก้า】 มาครอบครองแล้ว มันจะส่งผลยังไงกับเขาบ้าง!
หลังจากตัดสินใจเลือกเสร็จสรรพ เฉินซีอินก็เงยหน้ามองฝูงชนที่กำลังส่งเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่เต็มลานจัตุรัส จากนั้นก็ส่งกระแสจิตออกไปครอบคลุมพวกเด็กรุ่นหลังของตระกูลเฉินเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย:
"เอาล่ะ ทุกคน! ในเมื่อผลของเพลงยังอยู่ ก็รีบฉวยโอกาสนี้ไปฝึกซ้อมกันซะ!"
"ตั้งแต่นี้ต่อไป ทุกเช้าตอนแปดโมงตรง พวกเธอทุกคนต้องออกมาเต้นออกกำลังกายกันให้พร้อมเพรียง เพื่อรับประกันว่าผลลัพธ์ในการเร่งความเร็วการฝึกซ้อมจะยังคงอยู่!"
"ส่วนคนที่ยังไม่ได้ปลุกพลัง ก็ต้องมาเต้นไปพร้อมๆ กันด้วยนะ นอกจากจะได้ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายและจิตใจแล้ว ไม่แน่ว่าพวกเธออาจจะปลุกพลังพิเศษได้เร็วกว่ากำหนดก็ได้นะ!"
พอพูดจบ เฉินซีอินก็แอบยิ้มกริ่มในใจ
จะปลุกพลังได้เร็วกว่ากำหนดหรือเปล่าเขาก็ไม่รู้หรอก
แต่ขอคุยโวโอ้อวดไว้ก่อนก็แล้วกัน!
พวกเด็กๆ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บางทีอาจจะขี้เกียจสันหลังยาวเพราะเห็นว่าตัวเองยังไม่ได้ปลุกพลัง!
ถ้าไม่ขู่ให้เว่อร์วังเข้าไว้!
พวกต้นกล้าน้อยพวกนี้จะยอมมาเต้นออกกำลังกายกันอย่างว่าง่ายได้ยังไงล่ะ!
ถ้าพวกมันไม่เต้น!
แล้วฉันจะมีแต้มพลังพิเศษไหลมาเทมาไม่ขาดสายได้ยังไงเล่า!
วินาทีต่อมา เฉินซีอินก็หันไปทางบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลเฉิน เอ่ยกำชับว่า:
"ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายครับ หลังจากนี้ รบกวนช่วยกวดขันแผนการฝึกซ้อมของพวกเด็กรุ่นหลังตระกูลเราให้เข้มงวดด้วยนะครับ"
"ต้องบังคับให้พวกเขาฟังเพลง 'ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ' แล้วก็เต้นออกกำลังกายทุกเช้าตอนแปดโมงตรงให้ได้นะครับ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาผู้อาวุโสตระกูลเฉินก็พยักหน้ารับ เฉินเหวินชิงยิ้มแล้วตอบว่า:
"วางใจได้เลย เดี๋ยวเราจะเพิ่มกฎข้อนี้เข้าไปในกฎของตระกูล เด็กทุกคนต้องตื่นมาเต้นออกกำลังกายก่อน แล้วค่อยเริ่มฝึกซ้อมทุกเช้าตอนแปดโมง!"
เมื่อเห็นว่าตกลงกันได้แล้ว เฉินซีอินก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปเรียกหลินอู่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล "อู่จื่อ มานี่สิ!"
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ที่ได้ยินเสียงเรียกก็เดินผละออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ เข้ามาหาเขาแล้วถามว่า "มีอะไรวะ ซีอิน?"
เฉินซีอินดึงเสื้อหลินอู่เบาๆ หันไปสบตากับบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลเฉิน แล้วเอ่ยแนะนำว่า:
"ท่านผู้อาวุโสครับ นี่คือหลินอู่ เพื่อนซี้และว่าที่เพื่อนร่วมทีมของผมในอนาคตครับ ต่อจากนี้เขาจะเข้ามาฝึกซ้อมอยู่ที่ตระกูลเฉินของเรา ส่วนทรัพยากรพลังวิญญาณที่เขาใช้ ให้หักออกจากโควตาของผมได้เลยครับ จะได้ไม่ไปเบียดเบียนทรัพยากรส่วนกลางของตระกูล รบกวนพวกท่านช่วยดูแลเขาด้วยนะครับ!"
"ซีอินพูดจาห่างเหินไปได้ วางใจเถอะ ความสามารถของหลินอู่ พวกเราก็เห็นกันมากับตาแล้ว เขาเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากเลยทีเดียว!"
ตอนนั้นเอง เฉินเหวินมู่ที่ได้รับรู้เรื่องราวมาล่วงหน้าแล้ว ก็ยิ้มออกมา
เฉินเหวินชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เสริมขึ้นมาทันที "ฮ่าๆ อัจฉริยะก็ควรจะได้รับการสนับสนุนให้เปล่งประกายอย่างเจิดจรัสสิ จะปล่อยให้พรสวรรค์สูญเปล่าได้ยังไง ตระกูลเฉินของเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนอัจฉริยะแบบนี้ ทรัพยากรสำหรับผู้ใช้พลังระดับต่ำกว่าหก ตระกูลเฉินของเรามีปัญญาซัพพอร์ตให้สบายมาก!"
พูดจบ เฉินเหวินมู่ก็หันไปส่งยิ้มให้หลินอู่ "หลินอู่ หลานก็คิดซะว่าตระกูลเฉินเป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกันนะ ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกพ่อบ้านจ้าวได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ!"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หลินอู่ก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก รีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว "ได้ครับ! ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสตระกูลเฉินทุกท่านมากเลยนะครับ!"
อีกด้านหนึ่ง เฉินเหวินชิงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ตบไหล่หลินอู่เบาๆ "จะมาเรียกผู้อาวุสโสอะไรกันเล่า หลานก็เรียกพวกเราว่าคุณลุงคุณอาเหมือนซีอินนั่นแหละ ไม่แน่ว่าในอนาคตหลานอาจจะได้เป็นเพื่อนร่วมรบ หรือเป็นผู้บังคับบัญชาของพวกเราในสนามรบเผ่าพันธุ์ต่างดาวก็ได้นะ!"
"ลุงเชื่อมั่นในตัวหลานนะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลินอู่ก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก รีบตอบกลับด้วยความเกรงใจ "ฮะๆ... คุณลุงก็ชมผมเกินไปแล้วครับ นี่มัน...... มันยังอีกยาวไกลเลยนะครับ!"
มุมปากของเฉินเหวินชิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
เขามองดูหลินอู่โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงแค่ตบไหล่ให้กำลังใจเขาอีกครั้ง
เขามั่นใจว่า ขอเพียงอัจฉริยะระดับ SSS ไม่ด่วนจากไปเสียก่อน
หากสามารถเติบโตขึ้นมาได้อย่างเต็มที่
อนาคตจะต้องไปได้ไกลอย่างแน่นอน!
ตระกูลเฉินของเขาก็ไม่ใช่พวกตระกูลคร่ำครึหัวโบราณ การสนับสนุนอัจฉริยะแห่งต้าเซี่ยถือเป็นสิ่งที่พวกเขายินดีทำอย่างยิ่ง
แต่หากเกิดการทรยศหักหลังขึ้นมา การตามล่าสังหารก็จะดำเนินต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เช่นกัน!
"เอาล่ะๆ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว"
ดวงตาทอประกายแวววับ เฉินเหวินชิงหมุนตัวกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะหันไปทางจ้าวหานอวิ๋น พร้อมเอ่ยสั่งการ "เหล่าจ้าว ช่วงนี้ฝากนายดูแลเรื่องทางบ้านด้วยนะ พวกเราต้องไปพักฟื้นกันต่อแล้วล่ะ!"
พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกจากจัตุรัส มุ่งหน้าไปทางโซนทิศตะวันออก
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาผู้อาวุโสตระกูลเฉินคนอื่นๆ ก็พากันแยกย้ายกันไป
มีทั้งคนที่เดินไปไล่จับพวกเด็กๆ ในจัตุรัสให้กลับไปฝึกซ้อม และคนที่เดินไปทางโซนทิศตะวันออก เพื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านของตน
มองดูแผ่นหลังของทุกคนที่กำลังเดินจากไป เฉินซีอินหันไปถามจ้าวหานอวิ๋นว่า:
"ลุงจ้าวครับ อาการบาดเจ็บของคุณลุงรองกับคุณลุงห้ายังไม่หายดีอีกเหรอครับ? มันเป็นยังไงกันแน่ครับ? ยาและของวิเศษของตระกูลเฉินเรารักษาไม่ได้เลยเหรอครับ?"
"มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ หลังจากศึกครั้งนั้น คนส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บที่วิญญาณจากการเผาผลาญวิญญาณ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่สมุนไพรวิเศษหรือยาทั่วไปจะรักษาได้ ต้องอาศัยการพักฟื้นเงียบๆ หรือค่อยๆ ฟื้นฟูเอาเองเท่านั้น!"
จ้าวหานอวิ๋นถอนหายใจยาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงสลด:
"เฮ้อ~ ถ้าหายเร็วกว่านี้ พวกเขาก็คงมีโอกาสทะลวงขึ้นสู่ระดับแปด หรือระดับเก้าได้แล้ว น่าเสียดายจริงๆ ตอนนี้พวกเขาสามารถงัดพลังออกมาใช้ได้แค่สองสามส่วนเท่านั้นเอง!"
หลังจากดึงสติกลับมาได้ จ้าวหานอวิ๋นก็ตบไหล่เฉินซีอินเบาๆ พร้อมกับมองไปทางหลินอู่และหวังเจียเสวี่ย "เอาล่ะ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอควรจะมาใส่ใจในตอนนี้ เดี๋ยวลุงจะไปเตรียมห้องฝึกซ้อมให้พวกเธอทั้งสามคนนะ!"
เฉินซีอินถามด้วยความแปลกใจ "สามคนเหรอครับ? เจียเสวี่ยก็จะมาฝึกด้วยเหรอครับ?"
จ้าวหานอวิ๋นพยักหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ใช่แล้ว พวกเธอจะมัวแต่เอาแต่ฝึกพลังอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญกับการต่อสู้ด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นแค่คนที่มีพลังแต่ไร้ประสบการณ์ ไร้น้ำยาตอนเจอของจริง!"
"จนกว่าจะถึงวันเปิดเทอม เจียเสวี่ยก็จะอยู่ฝึกซ้อมที่ตระกูลตลอด ถือโอกาสให้เธอช่วยชี้แนะเทคนิคการต่อสู้ให้พวกเธอไปด้วยเลย!"
"พวกค่ายฝึกของทางการต้าเซี่ย พวกเธอไม่ต้องไปสนใจแล้วล่ะ ทรัพยากรของตระกูลจะจัดเตรียมไว้ให้พวกเธออย่างเต็มที่!"
"อ้อ แล้วก็หาเวลาแวะไปศึกษาหาความรู้ที่หอสมุดของตระกูลบ้างล่ะ การต่อสู้ไม่ได้ใช้แค่กำลังอย่างเดียวนะ แต่ต้องใช้สมองด้วย!"
"ลุงหวังว่าในการแข่งขันนัดเปิดสนามของสถาบันพลังพิเศษนักรบ พวกเธอจะยังคงสามารถคว้าอันดับหนึ่งและอันดับสองมาครองได้เหมือนเดิมนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น
หลินอู่ก็มองจ้าวหานอวิ๋นและคนอื่นๆ พลางนึกถึงเพื่อนร่วมทางอีกสองคนของเฉินซีอิน เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก:
"เอ่อ...... ผมจะไหวเหรอครับ แถมยังมีจางจื่อหานกับเซี่ยชิงอวี่อยู่ด้วย ถึงตอนนั้นถ้าต้องดวลกันตัวต่อตัว ไม่มีซีอินคอยซัพพอร์ตให้ ผม........."
ตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็เดินกระแทกไหล่หลินอู่ ขัดจังหวะคำพูดของเขา
หลินอู่เซถลาไปก้าวหนึ่ง หันขวับมามองด้วยความงุนงง เอียงคอถามทางสายตา
เฉินซีอินโบกมือปัด "อู่จื่อ เลิกดูถูกตัวเองได้แล้ว นายต้องเชื่อสิว่าตัวเองน่ะเก่งจะตาย นายเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ SSS ถึงสองสายเลยนะ ความเร็วในการฝึกซ้อมก็เร็วกว่าพวกที่มีสายเดียวตั้งเยอะ แถมฉันยังให้เคล็ดวิชาฝึกพลังระดับ SSS นายไปแล้วด้วย นายไม่เป็นรองใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ!"
"ตั้งแต่นี้ไป เลิกคิดลบ เลิกพูดตัดพ้อตัวเองได้แล้ว อย่าลืมสิว่านายคือ 【ราชาแห่งการต่อสู้】 ประจำเมืองเหวินโจวนะเว้ย!"
"ฉันอยากให้นายเอาฉายา 【ราชาแห่งการต่อสู้】 ไปสร้างชื่อเสียงให้กระฉ่อนที่เมืองหลวงมังกรด้วย!"
"ส่วนเรื่องของยัยแม่มดน้อยกับไอ้ทึ่ม ฉันจะเป็นคนจัดการเอง!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอู่ก็ตั้งสติได้ จ้องมองเฉินซีอิน ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะกังวาน พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น:
"ฉันเข้าใจแล้ว! วางใจเถอะ ฉันจะใช้สองมือของฉันสร้างความฝันให้เป็นจริงให้ได้!"
อีกด้านหนึ่ง จ้าวหานอวิ๋นมองดูเด็กหนุ่มทั้งสองแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ภาพในอดีตตอนที่เขากับเพื่อนพ้องร่วมสาบานก็ผุดขึ้นมาในหัว เขากลั้วหัวเราะแล้วพูดว่า:
"เอาล่ะ วันนี้พวกเธอพักผ่อนให้เต็มที่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปเริ่มฝึกซ้อมกันที่โซนทิศใต้!"
"ครับ!"
"ได้ครับ ลุงจ้าว!"
"ค่ะ!"
(จบแล้ว)