เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 - ความจริงโหดร้ายกว่าอุดมคติ ทฤษฎีเสียงบรรลุถึงขั้นทะลุปรุโปร่ง

บทที่ 89 - ความจริงโหดร้ายกว่าอุดมคติ ทฤษฎีเสียงบรรลุถึงขั้นทะลุปรุโปร่ง

บทที่ 89 - ความจริงโหดร้ายกว่าอุดมคติ ทฤษฎีเสียงบรรลุถึงขั้นทะลุปรุโปร่ง


บทที่ 89 - ความจริงโหดร้ายกว่าอุดมคติ ทฤษฎีเสียงบรรลุถึงขั้นทะลุปรุโปร่ง

เหตุการณ์ในเมืองเหวินโจวจบลงอย่างรวดเร็ว

บรรดาสมาชิกหน่วยทักทายอำลาเฉินซีอินและคณะเสร็จ ก็แยกย้ายเดินทางออกจากเมืองเหวินโจวเพื่อไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อื่นต่อ

ส่วนวิดีโอเหตุการณ์บนเวทีของเฉินซีอินก็กลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนรู้จักเขามากขึ้น

ในเวลานี้ ประชาชนชาวต้าเซี่ยจำนวนนับไม่ถ้วนต่างเฝ้ารอคอยบทเพลงหล่อหลอมกายาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ!

อีกด้านหนึ่ง วิหารบริหารต้าเซี่ยและสถาบันวิจัยพลังพิเศษ ก็กำลังติดต่อไปยังตระกูลเฉิน เพื่อสอบถามเรื่องบทเพลงหล่อหลอมกายานี้เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน วิหารกฎหมายต้าเซี่ยและวิหารเทพต้าเซี่ย ก็ได้เพิ่มคะแนนสะสมและเงินรางวัลนำจับพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวให้สูงขึ้น ทำให้การกวาดล้างและค้นหาสายลับรวมถึงนักฆ่าของเผ่าพันธุ์ต่างดาวในทั่วทุกพื้นที่ของต้าเซี่ยมีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

……

เวลา 5 โมงเย็น

ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์

"อะไรนะ? เธอเป็นผู้ติดตามของนายงั้นเหรอ??"

หลินอู่เบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขามองหน้าเฉินซีอินสลับกับหวังเจียเสวี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงก็พยักหน้ารับ

"งั้น..... แล้วฉันเป็นอะไรล่ะ?"

หลินอู่ก้มหน้าลง อารมณ์ดิ่งวูบ รู้สึกอึดอัดใจอยู่ลึกๆ

หลังจากได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของบรรดาสมาชิกหน่วยตระกูลเฉินมาแล้ว

เขาก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองขึ้นมา

อีกด้านหนึ่ง เฉินซีอินมองดูหลินอู่ที่กำลังเศร้าซึม ก็ตบไหล่เพื่อนเบาๆ พูดให้กำลังใจว่า "นายก็เป็นเพื่อนซี้ฉันไง! คิดอะไรบ้าๆ เนียนาย!

ก็บอกแล้วไงว่าพวกเราเพิ่งจะเริ่มปลุกพลัง! หนทางยังอีกยาวไกล พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางไปเมืองหลวงมังกร ถึงที่นั่นก็เก็บตัวฝึกซ้อมให้หนักเลย ไม่ขึ้นระดับเงินก็ไม่ออกมา!"

เมื่อได้รับคำปลอบโยน หลินอู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเฉินซีอิน พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน แววตาสาดประกายมุ่งมั่น

ใช่แล้ว!

หนทางยังอีกยาวไกล!

ขอแค่มีซีอินคอยช่วยเหลือ!

ความเร็วในการเติบโตของฉันจะต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน!

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินอู่ก็ไม่มัวแต่คิดมากอีกต่อไป เอื้อมมือขวาไปล็อกคอเฉินซีอิน แล้วถามกลั้วหัวเราะว่า "วันนี้ที่บ้านมีอะไรอร่อยๆ กินบ้างวะ?"

และในเวลานี้ เฉินซีอินก็ไม่ใช่พวกไก่อ่อนไร้น้ำยาอีกต่อไปแล้ว เขาจับมือที่ล็อกคอตัวเองอยู่ แล้วดึงออกอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลินอู่ พลางทำหน้าเหม็นเบื่อ "มีอะไรก็กินๆ ไปเถอะน่า ยังไงก็ไม่มีทางปล่อยให้นายอดตายหรอกน่า!"

ในขณะเดียวกัน หลินอู่ก็จ้องมองมือตัวเองที่เพิ่งถูกดึงออกด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ชี้หน้าเฉินซีอินแล้วพูดตะกุกตะกักว่า "พะ..... พลัง..... พละกำลังของนาย.. มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

เฉินซีอินแบมือสองข้าง ยิ้มโดยไม่ตอบอะไร

เมื่อเห็นดังนั้น หลินอู่ก็พูดทีเล่นทีจริงว่า: "ฉันผู้เป็นถึงตัวท็อปเรื่องต่อยตีของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองเหวินโจว ดันโดนไก่อ่อนอย่างนายงัดมือออกได้เนี่ยนะ!"

"สารภาพมาซะดีๆ! นายแอบกินของวิเศษอะไรลับหลังฉันใช่ไหม!"

"เลิกพล่ามได้แล้วน่า ตั้งใจฝึกเพลงหล่อหลอมกายาให้ดีๆ นายก็ทำได้เหมือนกันแหละ!"

เฉินซีอินกลอกตาบน โบกมือปัดรำคาญ แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ

เรื่องเปิดโปรแกรมโกงอัปเกรดสเตตัสแบบนี้ จะให้ไปอธิบายให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ เก็บไว้เป็นความลับของตัวเองดีกว่า!

ปล่อยให้ความดีความชอบตกเป็นของเพลงหล่อหลอมกายาก็แล้วกัน!

ถึงยังไงไอ้เพลงนั่นมันก็ช่วยเพิ่มค่าพละกำลังกับจิตวิญญาณได้จริงๆ นี่นา!

หลินอู่ลูบหัวตัวเอง รู้สึกว่าสิ่งที่เฉินซีอินพูดมันก็มีเหตุผล แต่ก็เหมือนจะไม่มีเหตุผล

เพลงหล่อหลอมกายามันช่วยเพิ่มพละกำลัง จิตวิญญาณ แล้วก็ความเร็วในการฝึกฝนได้จริงๆ

แต่เขาก็ฝึกอยู่ทุกวันนะ แล้วทำไมช่องว่างมันถึงได้ห่างกันขนาดนี้ล่ะ!

แถมเขายังเป็นคนที่เดินสายเสริมกำลังเป็นหลักด้วยซ้ำ!

ความคิดแล่นผ่าน หลินอู่ก็ก้มมองดูไบเซปส์ที่ปูดเป็นมัดๆ ของตัวเอง สลับกับรูปร่างสมส่วนของเฉินซีอิน ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

ช่างเถอะ!

เรื่องไหนคิดไม่ออก ก็ไม่ต้องไปคิดมัน!

แค่ฝากสมองไว้ที่คนอื่น แล้วเกาะขาทองคำพุ่งชนอย่างเดียวก็พอ!

มีกินมีดื่มมีทรัพยากรฝึกฝนให้พร้อมสรรพ เรื่องปวดสมองให้คนอื่นเขาจัดการไปเถอะ!

แต่ฉันจะปล่อยให้ตัวเองล้าหลังไม่ได้เด็ดขาด ต้องพยายามไล่ตามพลังของซีอินให้ทัน

"งั้นก็ได้ ฉันไปฝึกซ้อมก่อนนะ"

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินอู่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีบัฟ 【ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ】 หลงเหลืออยู่ จึงหันหลังเดินกลับเข้าห้อง เตรียมจะฝึกซ้อมต่อ ระหว่างเดินก็หันมาบอกว่า "ถึงเวลากินข้าวแล้วค่อยมาเรียกฉันนะ!"

เฉินซีอินพยักหน้ารับ รอจนหลินอู่เดินลับสายตาไป เขาก็หันไปหาจ้าวหานอวิ๋นและหวังเจียเสวี่ย เอ่ยถามว่า "ลุงจ้าวครับ ผมขอไปที่ด่านชิงหลงด้วยได้ไหมครับ?!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวหานอวิ๋นและหวังเจียเสวี่ยก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ทำเอาเฉินซีอินรู้สึกแปลกใจไปตามๆ กัน

หลังจากบรรยากาศเงียบงันไปครู่หนึ่ง

จ้าวหานอวิ๋นก็ยกมือขวาขึ้นมา ใช้มือซ้ายกดลงบนห่วงวิญญาณสองสามที ภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ฉายวาบขึ้นมา ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฉินซีอิน

ภาพในนั้นคือฉากการบุกโจมตีของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว

เพียงเห็นว่ากองทัพเผ่าพันธุ์ต่างดาวนับหมื่นนับแสนตัวกำลังดาหน้าพุ่งทะยานเข้าใส่ด่านชิงหลงราวกับฝูงตั๊กแตน

และด่านชิงหลงก็ไม่ได้มีสภาพเป็นกำแพงเมืองโบราณๆ อย่างที่คิด แต่กลับดูเหมือนป้อมปราการที่ผสานเทคโนโลยีพลังวิญญาณเข้าไว้ด้วยกันอย่างล้ำสมัย

บนกำแพงเมืองมีทั้งปืนใหญ่พลังวิญญาณ ปืนกลเวทมนตร์ และอาวุธหน้าตาแปลกประหลาดอีกเพียบ

ที่ด้านหลัง ผู้ใช้พลังพิเศษบางส่วนคอยควบคุมอาวุธเหล่านั้น พวกเขาอัดฉีดพลังพิเศษของตัวเองเข้าไป ทำให้ปืนสามารถยิงการโจมตีธาตุต่างๆ ออกมาได้ ซึ่งอานุภาพรุนแรงกว่าการโจมตีด้วยตัวเองเสียอีก

ยังมีผู้ใช้พลังพิเศษอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่คอยสับเปลี่ยนแกนวิญญาณหรือผลึกต่างดาวในตัวอาวุธ ซึ่งก็ทำให้อาวุธเหล่านั้นยิงโจมตีออกไปได้เช่นกัน

บนสมรภูมิยังมีหุ่นยนต์รบยักษ์พลังวิญญาณหลายรูปแบบ ซึ่งดูคล้ายกับหุ่นกันดั้มในชาติก่อน กำลังสาดมิสไซล์พลังวิญญาณออกไปไม่ยั้ง

ภาพนี้ทำเอาเขาอดนึกถึงเซี่ยชิงอวี่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าพอหมอนั่นฝึกจนถึงระดับสูงแล้ว พลังแปรสภาพเป็นจริงของเขาจะสามารถเสกให้ตัวเองกลายร่างเป็นกันดั้มได้เลยหรือเปล่านะ!

แต่เฉินซีอินรู้สึกว่า ถ้าให้เขาสร้างลำโพงหรือเครื่องขยายเสียงขึ้นมา น่าจะมีประโยชน์กับตัวเองมากกว่า

ลองจินตนาการดูสิ ว่าในอนาคตเขาเป่าเพลงแค่เพลงเดียว ก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิ สะเทือนจนพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวนับหมื่นตายเรียบ ภาพนั้นมันต้องงดงามอลังการสุดๆ แน่!

ในเวลานั้นเอง ภาพโฮโลแกรมก็ตัดฉับ

"ตู้ม ตู้ม ตู้ม!"

เพียงเห็นว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับภาพที่พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวกระโดดข้ามกำแพงเมืองเข้ามาปะทะกับทหารต้าเซี่ยในระยะประชิด

ชั่วพริบตา สมรภูมิก็ถูกเติมเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้ใช้พลังพิเศษและทหารกล้า

ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดดูทั้งสับสนวุ่นวายและงดงามตระการตา ราวกับเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์ ที่กลืนกินชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลให้ดับสูญไปในชั่วพริบตา

เมื่อเห็นภาพนั้น เฉินซีอินก็อึ้งไปเลย สัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของสงครามอย่างแท้จริง

ขืนปล่อยให้ตัวเขาที่มีสภาพเป็นแค่เด็กน้อยแรงก์ต่ำในตอนนี้เข้าไป มีหวังคงโดนเคี้ยวกลืนจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่!

ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากเปิดวิดีโอให้ดูเป็นขวัญตาแล้ว จ้าวหานอวิ๋นก็ส่ายหน้า แล้วบอกกับเฉินซีอินว่า:

"ตอนนี้นายน้อยรองยังไม่ถึงเวลาหรอกครับ พรสวรรค์ของท่านมันคืออนาคต ไม่ใช่ตอนนี้!

ต่อให้พวกเราจะส่งคนไปคุ้มกันท่านได้ แต่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยพลังพิเศษและพลังวิญญาณที่สาดกระเซ็นไปทั่ว แถมยังมีเผ่าพันธุ์ต่างๆ ปะปนกันมั่วไปหมด แค่เศษเสี้ยวของพลังโจมตีที่หลุดรอดมา ก็อาจจะฆ่าท่านได้แล้ว

เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งคิดอะไรเกินตัวเลยครับ รีบๆ ฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น ถึงตอนนั้นแหละ จะเป็นเวทีให้ท่านได้แสดงฝีมืออย่างแท้จริง!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรเซ้าซี้อีก

ดูท่าแผนการของเขาคงต้องล้มพับไปซะแล้ว

คนเราอ่อนหัดได้ แต่จะทำตัวเป็นตัวถ่วงไม่ได้

ในระดับนี้ การคิดจะไปฟาร์มแต้มพลังพิเศษในสนามรบมันคือการหาเรื่องตายชัดๆ

"งั้นก็กลับไปฝึกที่ตระกูลก่อน แล้วค่อยไปเข้าสถาบัน รีบเรียนให้จบไวๆ ลากจื่อหาน, ชิงอวี่, จื่อหลง แล้วก็คนอื่นๆ มารวมตัวกันในอนาคต ตั้งทีมระดับหัวกะทิขึ้นมาสักทีม ไว้ไล่ล่าพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวสายพรสวรรค์โดยเฉพาะเลยดีกว่า"

ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด แผนการใหม่ก็ผุดขึ้นมาในหัวเฉินซีอิน จากนั้นเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่ห้อง พลางบอกว่า:

"ลุงจ้าวครับ ไว้ถึงเวลากินข้าวค่อยเรียกผมนะ ผมจะไปฝึกซ้อมเหมือนกัน"

จ้าวหานอวิ๋นพยักหน้า แววตาเปี่ยมไปด้วยความปลาบปลื้มใจ

เวลา 5 ปีที่นายน้อยรองมาอยู่ที่เมืองเหวินโจวไม่ได้สูญเปล่าเลยจริงๆ อย่างน้อยก็เลิกทำตัวดื้อด้านเอาแต่ใจ รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาบ้างแล้ว

.......

【โฮสต์ทำภารกิจในตัวเลือกที่ 2 สำเร็จ ได้รับรางวัล: แต้มพลังพิเศษ 30,000 แต้ม】

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เฉินซีอินก็เหลือบมองแต้มพลังพิเศษบนหน้าต่างระบบ ก่อนจะตัดสินใจกดอัปเกรดทฤษฎีเสียงที่ตั้งตารอมานาน

【การอัปเกรดทฤษฎีเสียงจากระดับสมบูรณ์แบบเป็นระดับขั้นทะลุปรุโปร่ง ต้องใช้แต้มพลังพิเศษ 50,000 แต้ม ยืนยันการอัปเกรดหรือไม่!】

【ยืนยัน!】

วินาทีต่อมา มวลความรู้มหาศาลก็หลั่งไหลออกมาจากส่วนลึกในร่างกายของเขา

ความรู้เกี่ยวกับความสูงต่ำ สั้นยาวของเสียง, โทนเสียง ความหนักเบา, ท่วงทำนอง จังหวะดนตรี, บันไดเสียง และอื่นๆ อีกมากมาย หลั่งไหลทะลักเข้าสู่สมอง ทำให้เขาเข้าใจลึกซึ้งขึ้น ว่าควรจะนำเอาบทเพลงและทักษะที่เรียนรู้มาไปประยุกต์ใช้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในเวลานี้

เมื่อเฉินซีอินลองมองดูบทเพลงต่างๆ บนหน้าต่างระบบอีกครั้ง

เขาก็พบว่าตัวเองสามารถนำมันมาสร้างให้กลายเป็นรูปธรรม สร้างเป็นโน้ตเพลงที่มีตัวตนจับต้องได้แล้ว

ในขณะเดียวกัน ด้วยทฤษฎีเสียงที่ถูกยกระดับขึ้น เขาก็ดูเหมือนจะสามารถคิดค้นและผสมผสานบทเพลงที่เคยเรียนรู้มาได้อย่างอิสระแล้ว

ซึ่งนั่นจะช่วยให้พลังของเขามีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไรให้ลึกซึ้ง เสียงของหวังเจียเสวี่ยก็ดังขึ้นข้างหู

"นายน้อยรองคะ ได้เวลากินข้าวแล้วค่ะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 89 - ความจริงโหดร้ายกว่าอุดมคติ ทฤษฎีเสียงบรรลุถึงขั้นทะลุปรุโปร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว