เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......

บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......

บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......


บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......

"โฮกกก!!!"

เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งบนเวที ดึงดูดความสนใจของเฉินซีอินและหลินอู่ไปพร้อมๆ กัน

ทั้งสองเพ่งสายตามองไปข้างหน้า ก็พบว่ารูปลักษณ์ของฮ่วน 6 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

และที่มุมทั้งสี่ของเวที ก็มีพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวรูปร่างหน้าตาประหลาดๆ ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน แต่ละตัวถูกห้อมล้อมไปด้วยสมาชิกหน่วยนับสิบคน

ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ราวกับกำลังรุมตีบอสในเกมไม่มีผิด การประสานงานระหว่างสายเสริมกำลัง สายเวท สายรักษา สายแทงก์ และสายซัพพอร์ต เป็นไปอย่างลื่นไหล คอยสกัดกั้นพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวเอาไว้ ภายใต้การระดมโจมตีอย่างหนักหน่วง บาดแผลบนร่างของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวก็ยิ่งทวีความสาหัสขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกัน เฉินซีอินก็รู้สึกว่าบรรยากาศการต่อสู้มันเริ่มแปลกๆ ทะแม่งๆ ขึ้นมาแล้ว

เห็นสมาชิกหน่วยทางฝั่งทิศใต้คนหนึ่ง ถืออาวุธหน้าตาคล้ายๆ ปืนกลแกตลิงกำลังสาดกระสุนรัวๆ ลำกล้องปืนหมุนติ้วๆ ปากกระบอกปืนเปล่งแสงห้าสี พ่นทั้งคมมีดลม ศรน้ำแข็ง ลูกไฟ และการโจมตีจากธาตุต่างๆ ออกมาไม่ยั้ง

ภาพนี้ทำเอาเฉินซีอินถึงกับอ้าปากค้าง หันไปมองข้างๆ ก็เห็นว่าหลินอู่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก บนหน้าเขียนคำว่า "กูไม่รู้เรื่อง" เอาไว้ชัดเจน

"หรือว่าโลกนี้เขาไม่ได้สู้กันด้วยพลังพิเศษเพียวๆ หรอกเหรอเนี่ย?"

ความสงสัยผุดขึ้นในใจของเฉินซีอิน เมื่อตั้งสติได้ เขาก็หันไปมองทิศทางอื่นต่อ

เห็นว่าฮ่วน 6 ทางฝั่งทิศตะวันออกมีลักษณะพิเศษมาก ผู้แข็งแกร่งระดับห้ากว่ายี่สิบคนพยายามจะขวางเอาไว้ แต่ก็ดูจะตึงมืออยู่ไม่น้อย

อีกฝ่ายกลายร่างเป็นมนุษย์ครึ่งเสือตัวสูง 2 เมตร ผิวหนังทั่วร่างเปล่งประกายมันวาวราวกับโลหะ มีเปลวเพลิงสีแดงลุกท่วม กรงเล็บทั้งสองข้างแหลมคมสาดประกายเย็นเยียบ

ทักษะโจมตีที่ทุกคนสาดเข้าใส่ตัวมัน กลับสร้างความเสียหายได้เพียงหยิบมือ

แต่มันตวัดกรงเล็บเข้าใส่สมาชิกหน่วยคนไหน เกราะของคนนั้นเป็นต้องแตกกระจาย กลายเป็นประกายแสงล่องลอยไปในอากาศทันที

ตอนนี้ ฮ่วน 6 กำลังอาละวาดหนัก พุ่งชนซ้ายทีขวาที ฟาดกรงเล็บอย่างบ้าคลั่ง!

สมาชิกหน่วยคนไหนที่โดนเข้าไป เป็นต้องปลิวลอยละลิ่วไปไกลหลายสิบเมตร ล้มลงไปนอนกองกับพื้น ลุกแทบไม่ขึ้น

โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ดึงพวกเขาให้พ้นจากขีดอันตรายมาได้

ในขณะเดียวกัน สมาชิกหน่วยคนที่จัดการคู่ต่อสู้ของตัวเองเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งเข้ามาสมทบ ทำให้สามารถยื้อเวลามันไว้ได้แบบฉิวเฉียด

ตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็สังเกตเห็นว่าฮ่วน 6 ยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หางที่สะบัดฟาดลงพื้น ทิ้งรอยบุ๋มลึกเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเขาตกใจไม่น้อย

ต้องรู้ไว้นะว่าเวทีนี้ตระกูลเฉินใช้วัสดุพิเศษสร้างขึ้นมา การโจมตีระดับห้าทั่วไป ไม่มีทางสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้เลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ตอนนี้กลับเกิดรอยขึ้นมาจากการโจมตีของฮ่วน 6 แสดงว่าพลังโจมตีของมันไปแตะถึงมาตรฐานระดับหกแล้ว!

"จะยืนดูเฉยๆ ก็คงไม่ได้การละ ขอแจมสูบแต้มพลังพิเศษสักหน่อยก็แล้วกัน"

เฉินซีอินที่รู้สึกว่าพลังวิญญาณในร่างฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว จับจ้องไปที่สมรภูมิเบื้องหน้า คิดคำนวณในใจ ก่อนจะยกขลุ่ยซีเหยียนขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง

— อู้ฮูฮู~

เสียงขลุ่ยอันกังวานใสลอยล่อง คลื่นเสียงแผ่กระจายออกไป

เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ระดับทองแดงขั้นกลาง ครั้งนี้ท่วงทำนองเสียงช่วยเพิ่มบัฟให้กับทุกคนได้มากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

แต่ทว่าสมาชิกหน่วยส่วนใหญ่กลับไม่ได้ใส่ใจนัก

เพราะบัฟเพิ่มขึ้น 1% กับ 1.5% มันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรมากนักหรอก

และในเวลานั้นเอง ฮ่วน 6 ก็พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของฝูงชน พุ่งตรงเข้ามาทางเฉินซีอิน

เมื่อเห็นดังนั้น เสี่ยวเฮยจื่อแห่งหน่วยที่สี่สิบสี่ก็พุ่งตัวออกไปขวางหน้า สกัดกั้นเส้นทางการบุกของอีกฝ่าย ยืนหยัดอย่างมั่นคง เตรียมรับแรงกระแทก

"ตู้ม!"

วินาทีต่อมา ร่างของเสี่ยวเฮยจื่อก็ปลิวว่อนไปตามแรงปะทะมหาศาล ไถลครูดไปกับพื้นไกลหลายสิบเมตร ทิ้งรอยลากยาวเป็นทาง

ส่วนฝีเท้าของฮ่วน 6 ก็ชะงักลงเพราะแรงกระแทกนี้เช่นกัน จังหวะที่มันกำลังจะรวบรวมพลังเพื่อพุ่งทะยานอีกครั้ง หนวดและโซ่ตรวนหลายเส้นก็พุ่งเข้ามาพันธนาการตัวมันเอาไว้ ทำให้มันตกอยู่ในวงล้อมของฝูงชนอีกครั้ง

"แค่กๆ!"

อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเฮยจื่อที่เกราะพลังพิเศษแตกกระจายลงไปนอนกองกับพื้น เลือดไหลซึมมุมปาก ไอค่อกแค่กออกมา

ราชันลิชที่อยู่ไม่ไกล รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเขาทันที

"เป็นไงบ้าง? เสี่ยวเฮยจื่อ นายยังไหวไหม?"

"ยังไม่ตายโว้ย! ฉันยังพอช่วยได้ รีบเรียกสายรักษามาเร็วเข้า!"

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเฮยจื่อยังพูดได้ ราชันลิชก็พยักหน้า รีบร้องเรียกเพื่อนร่วมทีมทันที

ตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยจื่อก็หันไปมองฮ่วน 6 เห็นว่ามันถูกสมาชิกหน่วยคนอื่นๆ สกัดเอาไว้อีกครั้ง ก็ลอบดีใจที่ตัวเองเข้าไปขวางมันไว้ได้จังหวะนึง ช่วยซื้อเวลาให้ทุกคนตั้งตัวได้ทัน จากนั้นสายตาก็ทอดมองไปยังหน่วยที่แปดที่อยู่ไกลออกไป พึมพำกับตัวเองว่า:

"ที่เหลือฝากพวกนายด้วยนะ เสี่ยวเฮยจื่อคนนี้ไม่กลัวตายหรอก ต่อให้เสี่ยวเฮยจื่อตายไปคนนึง บนโลกนี้ก็ยังมีเสี่ยวเฮยจื่ออีกนับพันนับหมื่นคนที่พร้อมจะถวายชีวิตรับใช้นายน้อยรอง!"

สิ้นคำพูด ความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้าใส่ ภาพตรงหน้าดับวูบ แล้วเขาก็สลบเหมือดไป!

อีกด้านหนึ่ง มองดูเสี่ยวเฮยจื่อที่หลับตาลง ราชันลิชที่กำลังรอสายรักษาอยู่ ก็ตะโกนอย่างสุดแสนจะเศร้าสร้อย:

"ไม่นะ~~ ไอ้ดำ!"

.....

ในเวลาเดียวกัน

หลินอู่หันไปมองผนึกมารที่อยู่ข้างๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "ลูกพี่.. ผนึกมาร.. จะไหวไหมครับเนี่ย?!"

"วางใจได้เลย อย่าได้ประเมินหน่วยของตระกูลฉันต่ำไปเชียวล่ะ!"

เฉินซีอินหยุดเป่าขลุ่ย ยิ้มบางๆ แล้วชิงตอบขึ้นมาก่อน

ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจว่าโหมดระเบิดพลังของฮ่วน 6 ไม่น่าจะอยู่ได้นาน อีกสักพักเดี๋ยวมันก็คงจะปวกเปียกไปเอง

ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินกวาดตามองสมรภูมิรอบด้าน เอ่ยขึ้นว่า:

"ผนึกมาร พวกนายไม่ต้องเฝ้าอยู่ตรงนี้หรอก ออกไปจัดการพวกมันซะ จะได้ลดการบาดเจ็บล้มตายลง"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ บรรดาผู้คุ้มกันเฉินซีอินต่างหันมามองด้วยสีหน้าลังเล แม้ว่าสมาชิกหน่วยในลานประลองจะบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับนายน้อยรองแล้ว ความปลอดภัยของเขาย่อมสำคัญที่สุด

"เอ่อ… ไม่ได้หรอกครับ… นายน้อยรอง… ความปลอดภัยของท่านต้องมาก่อน…"

ยังพูดไม่ทันจบ เฉินซีอินก็โบกมือปฏิเสธ แววตาจริงจัง ขัดจังหวะขึ้นว่า "ฉันเชื่อว่าม่านพลังนี้ไม่ได้ถูกทำลายง่ายๆ หรอก..... ให้สมาชิกคนที่บาดเจ็บถอยมาฟื้นฟูอาการที่ฝั่งฉันดีกว่า มีพวกเขาคอยคุ้มกันอยู่ก็เหมือนกันนั่นแหละ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในเวลานั้นเอง ผนึกมารปรายตามองเงาเบื้องหลังเฉินซีอิน เห็นเงานั้นขยับไหว ราวกับเป็นการพยักหน้าตอบรับ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที มีท่านผู้นี้อยู่ด้วย ความปลอดภัยของนายน้อยรองรับรองว่าหายห่วง

"ตกลงครับ นายน้อยรองห้ามออกนอกเขตม่านพลังเด็ดขาดนะครับ กระบี่อสนีกับผมจะรับมือกับเผ่าแปลงกายตัวนั้นเอง ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายไปจัดการทางอื่น"

"รับทราบ!"

เมื่อหัวหน้าหน่วยออกคำสั่ง ทุกคนก็ขานรับพร้อมเพรียงกัน

วินาทีต่อมา ผนึกมารก็ส่งกระแสจิตไปหาหน่วยที่สิบสามและสี่สิบสี่ที่อยู่ไกลออกไป:

"พวกนายรีบมาคุ้มกันนายน้อยรองด่วน เผ่าแปลงกายตัวนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง"

สิ้นคำพูด ผนึกมารและกระบี่อสนีก็สบตากัน ก่อนจะพุ่งทะยานออกไป

อีกด้านหนึ่ง หน่วยที่สิบสามและสี่สิบสี่ที่ได้รับข้อความกระแสจิต พอสังเกตเห็นหน่วยที่แปดพุ่งทะยานออกมา ก็รีบถอยฉาก มุ่งหน้ากลับไปคุ้มกันเฉินซีอินทันที

ราชันลิชถึงขั้นแบกเสี่ยวเฮยจื่อที่เพิ่งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นขึ้นบ่า วิ่งหูดับตับไหม้ แรงกระแทกจากการวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ทำเอาเสี่ยวเฮยจื่อตื่นขึ้นมากลางทาง

"อั้ก!"

เสี่ยวเฮยจื่อกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ทุบหลังราชันลิชรัวๆ ปากก็ร้องโวยวาย "เบาๆ หน่อย เบาๆ หน่อย เปลี่ยนท่าอุ้มที ศอกนายมันทิ่มกระเพาะฉัน...…"

......

ขณะที่สมาชิกหน่วยที่แปดพุ่งทะยานออกไป เกราะและชุดคลุมพลังพิเศษก็เริ่มปรากฏขึ้นปกคลุมร่างกายของพวกเขาอย่างช้าๆ

เพียงเห็นผนึกมารที่ตอนแรกมือเปล่า บัดนี้มีพลังวิญญาณปริมาณมหาศาลทะลักออกมาจากร่างกาย ควบแน่นกลายเป็นชุดคลุมสีดำสนิท บนเนื้อผ้ามีแสงสีของพลังอาร์เคนเร้นลับไหลเวียนอยู่

ระหว่างที่เขาวิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก สองมือก็ร่ายรำไปมาไม่หยุด พลังงานลึกลับบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น

กระบี่อสนีที่วิ่งประกบอยู่ข้างๆ อยู่ในชุดเกราะหนังแบบเรนเจอร์ คุ้มครองจุดตายสำคัญ พลังวิญญาณจำนวนมากถูกสูบฉีดเข้าใส่อาวุธในมือ

กระบี่ยาว 1.5 เมตรแปรสภาพกลายเป็นกระบี่สายฟ้าความยาว 2 เมตรในพริบตา ประจุไฟฟ้าดังเปรี๊ยะๆ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ฮ่วน 6 พร้อมกับเพิ่มการอัดฉีดพลังวิญญาณ เตรียมพร้อมปลดปล่อยท่าไม้ตายเผด็จศึกในดาบเดียว

ส่วนดาบผีเสื้อที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือก็สวมเกราะหนังเช่นกัน ดาบใหญ่ในมือแผ่คลื่นพลังจิตออกมา มีผีเสื้อสีม่วงบินวนเวียนอยู่รอบกาย ดูงดงามราวกับภาพลวงตา

มีดสั้นพิษที่มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ มีเกราะรัดรูปสีม่วงปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกาย รอบตัวมีควันสีเขียวจางๆ ลอยกรุ่น ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้น ทิ้งรอยไหม้กรดจางๆ เอาไว้

มีดสั้นสองเล่มในมือ ภายใต้การเสริมพลังจากพลังวิญญาณ กลายเป็นมีดยาวที่อาบไปด้วยแสงสีม่วงอ่อน

อีกด้านหนึ่ง เคียวแดงที่พุ่งไปทางทิศตะวันตก มีเกราะรัดรูปสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกาย ในมือถือเคียวขนาดยักษ์ ภายใต้การเสริมพลังจากพลังวิญญาณ คมเคียวก็ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ ปลายเคียวที่ครูดไปกับพื้นดินเกิดประกายไฟแลบ ลากยาวเป็นเส้นทางสายอัคคี

"ทุกคนถอยไป!"

เสียงตวาดก้องของสมาชิกหน่วยที่แปดดังกังวานไปทั่วลานประลอง

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันไปมองสมาชิกหน่วยที่แปดที่กำลังลงมือ สีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี รีบถอยฉากออกมาทันที

สิบหน่วยแรกของตระกูลเฉินล้วนเป็นยอดฝีมือระดับหก การได้คนกลุ่มนี้ที่ก้าวขึ้นสู่สิบอันดับแรกด้วยระดับพลังเพียงแค่ห้ามาช่วยลงมือ

พวกเขาก็ไม่ต้องทนสู้แบบหืดขึ้นคออีกต่อไปแล้ว

.........

อีกด้านหนึ่ง ฮ่วน 6 มองดูผนึกมารและกระบี่อสนีที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวทั้งสอง ก็ลอบถอนหายใจในใจ

เดิมทีแผนการของมันคือ แสร้งทำเป็นสู้ยิบตาจนสะบักสะบอม เพื่อล่อให้เฉินซีอินกับพวกที่ซ่อนอยู่ในม่านพลังใจกลางเวทีออกมา

จากนั้นค่อยฉวยโอกาสลงมือสังหารเขาแบบสายฟ้าแลบ

แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมนุษย์จะไม่เล่นตามน้ำเลย

กองกำลังคุ้มกันเฉินซีอินพุ่งออกมาซะดื้อๆ

ส่วนพวกที่รุมล้อมมันอยู่กลับถอยไปคุ้มกันเขาแทน

นี่ถ้าเป็นพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวด้วยกัน ถือว่าหยามเกียรติกันสุดๆ เลยนะ!

ทุกคนควรจะดวลกันตัวต่อตัวสิฟะ!

"บัดซบ ไอ้สองตัวที่พุ่งมานั่นฝีมือคงไม่เบาไปกว่าฉันแน่ ขืนมัวแต่ซ่อนไพ่ตายไว้มีหวังตายหยังเขียด"

ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด ฮ่วน 6 ที่รับรู้ได้ถึงอันตรายจากผนึกมารและพรรคพวก ก็ใช้ภาษาของเผ่าพันธุ์ต่างดาวแผดเสียงคำรามลั่น "บาลาจีกูจี ทุกคนยกเว้นนักฆ่าเงา เลิกซ่อนตัวได้แล้ว สู้ตายโว้ย!"

"โฮกกก!"

"จี๊จี๊จี๊"

เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ทั่วทุกสารทิศก็พากันส่งเสียงขานรับ ขณะเดียวกันในแววตาก็ฉายแววฉงน

การลอบสังหารครั้งนี้มันไม่เหมือนกับที่พวกมันคิดไว้เลย ผ่านมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่มีเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับสูงโผล่มาสมทบเลยสักตัว

ชั่วพริบตานั้น พวกมันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งเสียแล้ว!

ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......

คัดลอกลิงก์แล้ว