- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......
บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......
บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......
บทที่ 85 - ปืนกลแกตลิงโผล่มาจากไหน? หน่วยที่แปดออกโรง......
"โฮกกก!!!"
เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งบนเวที ดึงดูดความสนใจของเฉินซีอินและหลินอู่ไปพร้อมๆ กัน
ทั้งสองเพ่งสายตามองไปข้างหน้า ก็พบว่ารูปลักษณ์ของฮ่วน 6 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
และที่มุมทั้งสี่ของเวที ก็มีพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวรูปร่างหน้าตาประหลาดๆ ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน แต่ละตัวถูกห้อมล้อมไปด้วยสมาชิกหน่วยนับสิบคน
ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ราวกับกำลังรุมตีบอสในเกมไม่มีผิด การประสานงานระหว่างสายเสริมกำลัง สายเวท สายรักษา สายแทงก์ และสายซัพพอร์ต เป็นไปอย่างลื่นไหล คอยสกัดกั้นพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวเอาไว้ ภายใต้การระดมโจมตีอย่างหนักหน่วง บาดแผลบนร่างของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวก็ยิ่งทวีความสาหัสขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน เฉินซีอินก็รู้สึกว่าบรรยากาศการต่อสู้มันเริ่มแปลกๆ ทะแม่งๆ ขึ้นมาแล้ว
เห็นสมาชิกหน่วยทางฝั่งทิศใต้คนหนึ่ง ถืออาวุธหน้าตาคล้ายๆ ปืนกลแกตลิงกำลังสาดกระสุนรัวๆ ลำกล้องปืนหมุนติ้วๆ ปากกระบอกปืนเปล่งแสงห้าสี พ่นทั้งคมมีดลม ศรน้ำแข็ง ลูกไฟ และการโจมตีจากธาตุต่างๆ ออกมาไม่ยั้ง
ภาพนี้ทำเอาเฉินซีอินถึงกับอ้าปากค้าง หันไปมองข้างๆ ก็เห็นว่าหลินอู่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก บนหน้าเขียนคำว่า "กูไม่รู้เรื่อง" เอาไว้ชัดเจน
"หรือว่าโลกนี้เขาไม่ได้สู้กันด้วยพลังพิเศษเพียวๆ หรอกเหรอเนี่ย?"
ความสงสัยผุดขึ้นในใจของเฉินซีอิน เมื่อตั้งสติได้ เขาก็หันไปมองทิศทางอื่นต่อ
เห็นว่าฮ่วน 6 ทางฝั่งทิศตะวันออกมีลักษณะพิเศษมาก ผู้แข็งแกร่งระดับห้ากว่ายี่สิบคนพยายามจะขวางเอาไว้ แต่ก็ดูจะตึงมืออยู่ไม่น้อย
อีกฝ่ายกลายร่างเป็นมนุษย์ครึ่งเสือตัวสูง 2 เมตร ผิวหนังทั่วร่างเปล่งประกายมันวาวราวกับโลหะ มีเปลวเพลิงสีแดงลุกท่วม กรงเล็บทั้งสองข้างแหลมคมสาดประกายเย็นเยียบ
ทักษะโจมตีที่ทุกคนสาดเข้าใส่ตัวมัน กลับสร้างความเสียหายได้เพียงหยิบมือ
แต่มันตวัดกรงเล็บเข้าใส่สมาชิกหน่วยคนไหน เกราะของคนนั้นเป็นต้องแตกกระจาย กลายเป็นประกายแสงล่องลอยไปในอากาศทันที
ตอนนี้ ฮ่วน 6 กำลังอาละวาดหนัก พุ่งชนซ้ายทีขวาที ฟาดกรงเล็บอย่างบ้าคลั่ง!
สมาชิกหน่วยคนไหนที่โดนเข้าไป เป็นต้องปลิวลอยละลิ่วไปไกลหลายสิบเมตร ล้มลงไปนอนกองกับพื้น ลุกแทบไม่ขึ้น
โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ดึงพวกเขาให้พ้นจากขีดอันตรายมาได้
ในขณะเดียวกัน สมาชิกหน่วยคนที่จัดการคู่ต่อสู้ของตัวเองเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งเข้ามาสมทบ ทำให้สามารถยื้อเวลามันไว้ได้แบบฉิวเฉียด
ตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็สังเกตเห็นว่าฮ่วน 6 ยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หางที่สะบัดฟาดลงพื้น ทิ้งรอยบุ๋มลึกเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเขาตกใจไม่น้อย
ต้องรู้ไว้นะว่าเวทีนี้ตระกูลเฉินใช้วัสดุพิเศษสร้างขึ้นมา การโจมตีระดับห้าทั่วไป ไม่มีทางสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ตอนนี้กลับเกิดรอยขึ้นมาจากการโจมตีของฮ่วน 6 แสดงว่าพลังโจมตีของมันไปแตะถึงมาตรฐานระดับหกแล้ว!
"จะยืนดูเฉยๆ ก็คงไม่ได้การละ ขอแจมสูบแต้มพลังพิเศษสักหน่อยก็แล้วกัน"
เฉินซีอินที่รู้สึกว่าพลังวิญญาณในร่างฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว จับจ้องไปที่สมรภูมิเบื้องหน้า คิดคำนวณในใจ ก่อนจะยกขลุ่ยซีเหยียนขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง
— อู้ฮูฮู~
เสียงขลุ่ยอันกังวานใสลอยล่อง คลื่นเสียงแผ่กระจายออกไป
เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ระดับทองแดงขั้นกลาง ครั้งนี้ท่วงทำนองเสียงช่วยเพิ่มบัฟให้กับทุกคนได้มากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย
แต่ทว่าสมาชิกหน่วยส่วนใหญ่กลับไม่ได้ใส่ใจนัก
เพราะบัฟเพิ่มขึ้น 1% กับ 1.5% มันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรมากนักหรอก
และในเวลานั้นเอง ฮ่วน 6 ก็พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของฝูงชน พุ่งตรงเข้ามาทางเฉินซีอิน
เมื่อเห็นดังนั้น เสี่ยวเฮยจื่อแห่งหน่วยที่สี่สิบสี่ก็พุ่งตัวออกไปขวางหน้า สกัดกั้นเส้นทางการบุกของอีกฝ่าย ยืนหยัดอย่างมั่นคง เตรียมรับแรงกระแทก
"ตู้ม!"
วินาทีต่อมา ร่างของเสี่ยวเฮยจื่อก็ปลิวว่อนไปตามแรงปะทะมหาศาล ไถลครูดไปกับพื้นไกลหลายสิบเมตร ทิ้งรอยลากยาวเป็นทาง
ส่วนฝีเท้าของฮ่วน 6 ก็ชะงักลงเพราะแรงกระแทกนี้เช่นกัน จังหวะที่มันกำลังจะรวบรวมพลังเพื่อพุ่งทะยานอีกครั้ง หนวดและโซ่ตรวนหลายเส้นก็พุ่งเข้ามาพันธนาการตัวมันเอาไว้ ทำให้มันตกอยู่ในวงล้อมของฝูงชนอีกครั้ง
"แค่กๆ!"
อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเฮยจื่อที่เกราะพลังพิเศษแตกกระจายลงไปนอนกองกับพื้น เลือดไหลซึมมุมปาก ไอค่อกแค่กออกมา
ราชันลิชที่อยู่ไม่ไกล รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเขาทันที
"เป็นไงบ้าง? เสี่ยวเฮยจื่อ นายยังไหวไหม?"
"ยังไม่ตายโว้ย! ฉันยังพอช่วยได้ รีบเรียกสายรักษามาเร็วเข้า!"
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเฮยจื่อยังพูดได้ ราชันลิชก็พยักหน้า รีบร้องเรียกเพื่อนร่วมทีมทันที
ตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยจื่อก็หันไปมองฮ่วน 6 เห็นว่ามันถูกสมาชิกหน่วยคนอื่นๆ สกัดเอาไว้อีกครั้ง ก็ลอบดีใจที่ตัวเองเข้าไปขวางมันไว้ได้จังหวะนึง ช่วยซื้อเวลาให้ทุกคนตั้งตัวได้ทัน จากนั้นสายตาก็ทอดมองไปยังหน่วยที่แปดที่อยู่ไกลออกไป พึมพำกับตัวเองว่า:
"ที่เหลือฝากพวกนายด้วยนะ เสี่ยวเฮยจื่อคนนี้ไม่กลัวตายหรอก ต่อให้เสี่ยวเฮยจื่อตายไปคนนึง บนโลกนี้ก็ยังมีเสี่ยวเฮยจื่ออีกนับพันนับหมื่นคนที่พร้อมจะถวายชีวิตรับใช้นายน้อยรอง!"
สิ้นคำพูด ความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้าใส่ ภาพตรงหน้าดับวูบ แล้วเขาก็สลบเหมือดไป!
อีกด้านหนึ่ง มองดูเสี่ยวเฮยจื่อที่หลับตาลง ราชันลิชที่กำลังรอสายรักษาอยู่ ก็ตะโกนอย่างสุดแสนจะเศร้าสร้อย:
"ไม่นะ~~ ไอ้ดำ!"
.....
ในเวลาเดียวกัน
หลินอู่หันไปมองผนึกมารที่อยู่ข้างๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "ลูกพี่.. ผนึกมาร.. จะไหวไหมครับเนี่ย?!"
"วางใจได้เลย อย่าได้ประเมินหน่วยของตระกูลฉันต่ำไปเชียวล่ะ!"
เฉินซีอินหยุดเป่าขลุ่ย ยิ้มบางๆ แล้วชิงตอบขึ้นมาก่อน
ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจว่าโหมดระเบิดพลังของฮ่วน 6 ไม่น่าจะอยู่ได้นาน อีกสักพักเดี๋ยวมันก็คงจะปวกเปียกไปเอง
ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินกวาดตามองสมรภูมิรอบด้าน เอ่ยขึ้นว่า:
"ผนึกมาร พวกนายไม่ต้องเฝ้าอยู่ตรงนี้หรอก ออกไปจัดการพวกมันซะ จะได้ลดการบาดเจ็บล้มตายลง"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ บรรดาผู้คุ้มกันเฉินซีอินต่างหันมามองด้วยสีหน้าลังเล แม้ว่าสมาชิกหน่วยในลานประลองจะบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับนายน้อยรองแล้ว ความปลอดภัยของเขาย่อมสำคัญที่สุด
"เอ่อ… ไม่ได้หรอกครับ… นายน้อยรอง… ความปลอดภัยของท่านต้องมาก่อน…"
ยังพูดไม่ทันจบ เฉินซีอินก็โบกมือปฏิเสธ แววตาจริงจัง ขัดจังหวะขึ้นว่า "ฉันเชื่อว่าม่านพลังนี้ไม่ได้ถูกทำลายง่ายๆ หรอก..... ให้สมาชิกคนที่บาดเจ็บถอยมาฟื้นฟูอาการที่ฝั่งฉันดีกว่า มีพวกเขาคอยคุ้มกันอยู่ก็เหมือนกันนั่นแหละ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในเวลานั้นเอง ผนึกมารปรายตามองเงาเบื้องหลังเฉินซีอิน เห็นเงานั้นขยับไหว ราวกับเป็นการพยักหน้าตอบรับ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที มีท่านผู้นี้อยู่ด้วย ความปลอดภัยของนายน้อยรองรับรองว่าหายห่วง
"ตกลงครับ นายน้อยรองห้ามออกนอกเขตม่านพลังเด็ดขาดนะครับ กระบี่อสนีกับผมจะรับมือกับเผ่าแปลงกายตัวนั้นเอง ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายไปจัดการทางอื่น"
"รับทราบ!"
เมื่อหัวหน้าหน่วยออกคำสั่ง ทุกคนก็ขานรับพร้อมเพรียงกัน
วินาทีต่อมา ผนึกมารก็ส่งกระแสจิตไปหาหน่วยที่สิบสามและสี่สิบสี่ที่อยู่ไกลออกไป:
"พวกนายรีบมาคุ้มกันนายน้อยรองด่วน เผ่าแปลงกายตัวนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเอง"
สิ้นคำพูด ผนึกมารและกระบี่อสนีก็สบตากัน ก่อนจะพุ่งทะยานออกไป
อีกด้านหนึ่ง หน่วยที่สิบสามและสี่สิบสี่ที่ได้รับข้อความกระแสจิต พอสังเกตเห็นหน่วยที่แปดพุ่งทะยานออกมา ก็รีบถอยฉาก มุ่งหน้ากลับไปคุ้มกันเฉินซีอินทันที
ราชันลิชถึงขั้นแบกเสี่ยวเฮยจื่อที่เพิ่งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นขึ้นบ่า วิ่งหูดับตับไหม้ แรงกระแทกจากการวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ทำเอาเสี่ยวเฮยจื่อตื่นขึ้นมากลางทาง
"อั้ก!"
เสี่ยวเฮยจื่อกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ทุบหลังราชันลิชรัวๆ ปากก็ร้องโวยวาย "เบาๆ หน่อย เบาๆ หน่อย เปลี่ยนท่าอุ้มที ศอกนายมันทิ่มกระเพาะฉัน...…"
......
ขณะที่สมาชิกหน่วยที่แปดพุ่งทะยานออกไป เกราะและชุดคลุมพลังพิเศษก็เริ่มปรากฏขึ้นปกคลุมร่างกายของพวกเขาอย่างช้าๆ
เพียงเห็นผนึกมารที่ตอนแรกมือเปล่า บัดนี้มีพลังวิญญาณปริมาณมหาศาลทะลักออกมาจากร่างกาย ควบแน่นกลายเป็นชุดคลุมสีดำสนิท บนเนื้อผ้ามีแสงสีของพลังอาร์เคนเร้นลับไหลเวียนอยู่
ระหว่างที่เขาวิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก สองมือก็ร่ายรำไปมาไม่หยุด พลังงานลึกลับบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น
กระบี่อสนีที่วิ่งประกบอยู่ข้างๆ อยู่ในชุดเกราะหนังแบบเรนเจอร์ คุ้มครองจุดตายสำคัญ พลังวิญญาณจำนวนมากถูกสูบฉีดเข้าใส่อาวุธในมือ
กระบี่ยาว 1.5 เมตรแปรสภาพกลายเป็นกระบี่สายฟ้าความยาว 2 เมตรในพริบตา ประจุไฟฟ้าดังเปรี๊ยะๆ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ฮ่วน 6 พร้อมกับเพิ่มการอัดฉีดพลังวิญญาณ เตรียมพร้อมปลดปล่อยท่าไม้ตายเผด็จศึกในดาบเดียว
ส่วนดาบผีเสื้อที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือก็สวมเกราะหนังเช่นกัน ดาบใหญ่ในมือแผ่คลื่นพลังจิตออกมา มีผีเสื้อสีม่วงบินวนเวียนอยู่รอบกาย ดูงดงามราวกับภาพลวงตา
มีดสั้นพิษที่มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ มีเกราะรัดรูปสีม่วงปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกาย รอบตัวมีควันสีเขียวจางๆ ลอยกรุ่น ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้น ทิ้งรอยไหม้กรดจางๆ เอาไว้
มีดสั้นสองเล่มในมือ ภายใต้การเสริมพลังจากพลังวิญญาณ กลายเป็นมีดยาวที่อาบไปด้วยแสงสีม่วงอ่อน
อีกด้านหนึ่ง เคียวแดงที่พุ่งไปทางทิศตะวันตก มีเกราะรัดรูปสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกาย ในมือถือเคียวขนาดยักษ์ ภายใต้การเสริมพลังจากพลังวิญญาณ คมเคียวก็ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ ปลายเคียวที่ครูดไปกับพื้นดินเกิดประกายไฟแลบ ลากยาวเป็นเส้นทางสายอัคคี
"ทุกคนถอยไป!"
เสียงตวาดก้องของสมาชิกหน่วยที่แปดดังกังวานไปทั่วลานประลอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันไปมองสมาชิกหน่วยที่แปดที่กำลังลงมือ สีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี รีบถอยฉากออกมาทันที
สิบหน่วยแรกของตระกูลเฉินล้วนเป็นยอดฝีมือระดับหก การได้คนกลุ่มนี้ที่ก้าวขึ้นสู่สิบอันดับแรกด้วยระดับพลังเพียงแค่ห้ามาช่วยลงมือ
พวกเขาก็ไม่ต้องทนสู้แบบหืดขึ้นคออีกต่อไปแล้ว
.........
อีกด้านหนึ่ง ฮ่วน 6 มองดูผนึกมารและกระบี่อสนีที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวทั้งสอง ก็ลอบถอนหายใจในใจ
เดิมทีแผนการของมันคือ แสร้งทำเป็นสู้ยิบตาจนสะบักสะบอม เพื่อล่อให้เฉินซีอินกับพวกที่ซ่อนอยู่ในม่านพลังใจกลางเวทีออกมา
จากนั้นค่อยฉวยโอกาสลงมือสังหารเขาแบบสายฟ้าแลบ
แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมนุษย์จะไม่เล่นตามน้ำเลย
กองกำลังคุ้มกันเฉินซีอินพุ่งออกมาซะดื้อๆ
ส่วนพวกที่รุมล้อมมันอยู่กลับถอยไปคุ้มกันเขาแทน
นี่ถ้าเป็นพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวด้วยกัน ถือว่าหยามเกียรติกันสุดๆ เลยนะ!
ทุกคนควรจะดวลกันตัวต่อตัวสิฟะ!
"บัดซบ ไอ้สองตัวที่พุ่งมานั่นฝีมือคงไม่เบาไปกว่าฉันแน่ ขืนมัวแต่ซ่อนไพ่ตายไว้มีหวังตายหยังเขียด"
ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด ฮ่วน 6 ที่รับรู้ได้ถึงอันตรายจากผนึกมารและพรรคพวก ก็ใช้ภาษาของเผ่าพันธุ์ต่างดาวแผดเสียงคำรามลั่น "บาลาจีกูจี ทุกคนยกเว้นนักฆ่าเงา เลิกซ่อนตัวได้แล้ว สู้ตายโว้ย!"
"โฮกกก!"
"จี๊จี๊จี๊"
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ทั่วทุกสารทิศก็พากันส่งเสียงขานรับ ขณะเดียวกันในแววตาก็ฉายแววฉงน
การลอบสังหารครั้งนี้มันไม่เหมือนกับที่พวกมันคิดไว้เลย ผ่านมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่มีเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับสูงโผล่มาสมทบเลยสักตัว
ชั่วพริบตานั้น พวกมันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งเสียแล้ว!
ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!
(จบแล้ว)