- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 70 - กายาห้าสุรเสียง, รูปแบบต่อสู้ระยะประชิด
บทที่ 70 - กายาห้าสุรเสียง, รูปแบบต่อสู้ระยะประชิด
บทที่ 70 - กายาห้าสุรเสียง, รูปแบบต่อสู้ระยะประชิด
บทที่ 70 - กายาห้าสุรเสียง, รูปแบบต่อสู้ระยะประชิด
ภายในห้องฝึกซ้อมหมายเลข 1
เฉินซีอินที่เพิ่งได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของบทเพลง 'ดวงตะวันยามรุ่งอรุณ' บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย ขยับนิ้วมือไปมา ก่อนจะหันหน้าไปถามว่า:
"ฉันจะลองทดสอบกระบวนท่าใหม่ของฉันดูหน่อย พวกเรามาลองประลองกันดูไหม?"
หลินอู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ถามด้วยความอยากรู้ "ทดสอบกระบวนท่าใหม่เหรอ นายปลุกทักษะใหม่ได้อีกแล้วเหรอ?"
เฉินซีอินพยักหน้ายิ้มๆ "ใช่แล้ว ทักษะนี้น่าจะคล้ายๆ กับกายาเทพอัสนีของนายเลยนะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินอู่ก็แอบตกใจในใจ
หมายความว่ายังไง?
ทักษะที่คล้ายกับกายาเทพอัสนีของเขางั้นเหรอ?
พลังสายเสียงมันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?
กายาเทพอัสนีของเขาเป็นผลผลิตที่เกิดจากการหลอมรวมพลังพิเศษสองสายเข้าด้วยกันเชียวนะ!
"ได้สิ งั้นเรามาลองประลองกันดู!"
ความคิดแล่นผ่าน หลินอู่ก็ไม่คิดอะไรให้มากความ หันไปมองเฉินซีอินพลางยิ้มกว้าง "พอดีเลย ตอนที่ฉันเลื่อนขั้นเมื่อกี้ ในหัวก็มีทักษะใหม่โผล่ขึ้นมาเหมือนกัน"
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของเฉินซีอินก็ดูพิลึกพิลั่น มองดูหลินอู่ที่หันตัวกลับไปพร้อมกับมีกระแสไฟฟ้าประทุขึ้นรอบตัว พลางลอบบ่นในใจ
"อะไรวะ นายก็มีโปรแกรมโกงเหมือนกันเหรอ?! ถึงได้มีทักษะโผล่มาให้เองตอนปลุกพลังแบบนี้น่ะ?!"
เฉินซีอินส่ายหน้า ถอยหลังไปสองสามก้าว รู้สึกว่าไม่เป็นไรหรอก
เพื่อนร่วมทีมยิ่งเก่ง เขาก็ยิ่งได้ประโยชน์
วันข้างหน้าจะได้พากันกระทืบรุ่นเดียวกันให้จมดิน แล้วก็พุ่งไปเตะยอดหน้ารุ่นพี่
สับสัตว์อสูร ล้างบางเผ่าพันธุ์ต่างดาว
ร่วมแรงร่วมใจกันแบกรับภาระปกป้องโลกใบนี้
แน่นอนว่า สำหรับรุ่นเดียวกัน เขาจะถือว่าอยู่นอกเหนือจากกลุ่มเพื่อนตัวเอง
ขอร้องล่ะ อย่ามาหลงใหลคลั่งไคล้พี่เลย พี่ก็เป็นแค่ตำนาน (คนมีโปรแกรมโกง) คนนึงเท่านั้นแหละ
วินาทีต่อมา
"เปรี๊ยะ ปัง เปรี๊ยะๆ!"
กลิ่นอายอันคุ้นเคยแผ่กระจายออกมา เฉินซีอินมองดูหลินอู่ที่มีกระแสสายฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ในใจอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
"พลังพิเศษนี่มันเป็นอะไรที่ไร้เหตุผลจริงๆ เลยนะ จะไม่ช็อตตัวเองจนสุกไปซะก่อนเหรอไง?"
แต่ก็ไม่มีใครไขข้อข้องใจนี้ให้เขาได้
"ฝ่ามืออสนีบาตคลั่ง!"
ในเวลานั้นเอง หลินอู่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้าสี่ทิศ กระทืบเท้าทั้งสองลงบนพื้นอย่างแรง พุ่งเข้าหาเครื่องทดสอบด้วยพลังอันดุดันเกรี้ยวกราดประดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับตะโกนก้อง ซัดฝ่ามือเข้าที่ตำแหน่งเป้าตรงกลางเครื่องทดสอบ
"ตู้ม!"
สิ้นเสียงระเบิดดังกึกก้อง หน้าจออัจฉริยะด้านข้างก็แสดงชุดตัวเลขออกมา
【3200】 ค่าพลังรบ
"ซี้ด~"
เฉินซีอินสูดอากาศที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณเข้าปอดเฮือกใหญ่ ลอบทึ่งอยู่ในใจ
ไม่เลวเลยนี่!
เพิ่งจะอยู่ระดับสองขั้นต้น ก็มีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับมาตรฐานของระดับสองขั้นสูงแล้ว!
เพียงแต่ว่า ทำไม?
เวลาจะออกท่าโจมตี ถึงชอบตะโกนชื่อท่าออกมาด้วยล่ะ?
หรือว่าทำแบบนั้นแล้วมันจะได้อารมณ์กว่า?
ในขณะเดียวกัน หลินอู่ที่ยืนอยู่หน้าเครื่องทดสอบ ก็เหลือบมองตัวเลขที่ปรากฏขึ้นด้านข้าง หันกลับมายิ้มถาม "เป็นไงล่ะ ไม่เลวใช่ไหม!"
เฉินซีอินพยักหน้า ปรบมือเปาะแปะ พูดจาหยอกล้อว่า "ไม่เลวๆ น้องชายข้าช่างมีท่วงท่าดุจเทพอัสนีจริงๆ!"
"เดี๋ยวก่อน ยังมีท่าที่แรงกว่านี้อีกนะ!"
สิ้นคำพูด หลินอู่ก็ถอยหลังไปสองก้าว โคจรพลังสายฟ้าอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้สายฟ้าที่ปรากฏขึ้นบนร่างกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เฉินซีอินก็มึนงงไปชั่วขณะ จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
สายฟ้าสีเขียว?!
เดี๋ยวก่อน!
ก่อนหน้านี้เปลวไฟของมารยักษ์ระดับทองแดงก็เป็นสีเขียวเหมือนกัน
ในบททดสอบความมุ่งมั่น มารยักษ์รูปแบบต่างๆ ก็มีทั้งสีทองหม่น สีดำ สีขาว สีแดง และสีอื่นๆ อีกมากมายที่แตกต่างกันออกไป
หรือว่า?!
สีขาว, เขียว, ฟ้า, ม่วง, แดง, ส้ม, ดำ, ทอง, รุ้ง ไม่ได้แค่บอกระดับ F ถึง SSS เท่านั้น
แต่ยังบอกถึงสถานะในแต่ละขั้นของการฝึกฝนด้วยเหรอ?
วินาทีต่อมา เฉินซีอินก็เริ่มค้นหาจุดเชื่อมโยงที่คล้ายคลึงกันในตัวเขาเอง ก่อนจะตระหนักถึงอะไรบางอย่าง
ขลุ่ยซีเหยียนมีสีขาว
เซียวซีเหยียนมีสีเขียวมรกต
ถ้างั้นขั้นต่อไปจะต้องเป็นอะไรสักอย่างที่เป็นสีฟ้าสิ?
......
"ค้อนอสนีบาต!"
อีกด้านหนึ่ง สายฟ้าสีเขียวมรกตบนมือของหลินอู่ก็ควบแน่นจนกลายเป็นค้อนสายฟ้าขนาดยักษ์อย่างรวดเร็ว เขากำค้อนแน่น เอี้ยวตัวเหวี่ยงค้อนเข้ากระแทกสุดแรง ราวกับได้ยินเสียงทุบปังใหญ่
"ตู้ม!!"
ค้อนสายฟ้าฟาดเข้าที่ใจกลางเครื่องทดสอบ ประจุไฟฟ้าสาดกระจาย เกิดเป็นรอยยุบสีดำไหม้เกรียม
ผ่านไปไม่กี่วินาที เครื่องก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็พยักหน้าเบาๆ
คุณภาพสินค้าของตระกูลตัวเองนี่มันทนทานจริงๆ แฮะ
ทางสาขาได้ใช้วัสดุที่มีหน่วยความจำพลังวิญญาณ ซึ่งสามารถทนรับความเสียหายทุกรูปแบบที่ต่ำกว่าระดับหกได้สบายๆ
ส่วนเครื่องทดสอบและอุปกรณ์ฝึกฝนระดับสูงกว่านี้ จะมีติดตั้งไว้เฉพาะในเมืองหลวงและด่านพรมแดนทั้งสี่เท่านั้น
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!"
ตอนนั้นเอง บนหน้าจออัจฉริยะก็แสดงตัวเลขชุดหนึ่งออกมา
【4200】
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็สีหน้าไม่เปลี่ยน ลอบพยักหน้าในใจ
เขากะไว้อยู่แล้วว่าการโจมตีครั้งนี้ของหลินอู่จะต้องทำดาเมจได้สูงขึ้นแน่ๆ
แต่ในโลกใบนี้ ไม่ได้วัดกันที่ค่าพลังรบเพียงอย่างเดียวหรอกนะ
จากสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาในช่วงนี้ มันก็เหมือนกับในเกมชาติก่อนนั่นแหละ
แต่ละคนก็มีค่าความต้านทาน เกราะป้องกัน และความต้านทานเวทที่ไม่เหมือนกัน
4200 เป็นแค่ดาเมจพื้นฐานเท่านั้น พอโจมตีใส่เป้าหมายที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่เหมือนกัน
บางทีถ้าไปสู้กับสายเสริมกำลังในระดับเดียวกัน อาจจะสู้กันได้อย่างสูสี
แต่ถ้าพุ่งเข้าไปซัดหน้าสายธาตุหรือสายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระวังตัว ก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายตายคาที่ได้เลยในหมัดเดียว
ในขณะเดียวกัน ตั้งแต่ระดับเงินเป็นต้นไป ผู้ใช้พลังจะสามารถสร้างเกราะคุ้มกายจากพลังวิญญาณได้ ซึ่งก็เหมือนกับการสวมชุดเกราะติดตัวนั่นเอง
ดังนั้นการต่อสู้ตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป
ไม่ได้วัดกันที่ค่าพลังรบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงไอเทมสวมใส่ บัฟจากสกิล หรือปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย
ระดับหนึ่งและสองเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งผู้ใช้พลังพิเศษเท่านั้น
"น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ โลกใบนี้มันช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน!"
เฉินซีอินยิ้มบางๆ รำพึงรำพันในใจ
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ที่เพิ่งจะใช้ท่า 'ค้อนอสนีบาต' เสร็จ ก็หันมาส่งสายตาให้เขา พร้อมกับทำหน้าตายียวน "เป็นไงล่ะ! เห็นหรือยังว่าพ่อบุญธรรมคนนี้เจ๋งแค่ไหน!"
เมื่อดึงสติกลับมา เฉินซีอินก็ทำหน้าเอือมระอา ส่ายหน้าแล้วตอบส่งๆ ไปว่า "ยังห่างชั้นกับฉันอีกเยอะเว้ย ไอ้ลูกชายเอ๊ย!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินอู่ก็ยังไม่ยอมแพ้ "นี่มันกลางวันแสกๆ นะ ฉันยังไม่เห็นวัวบินอยู่บนฟ้าเลยสักตัว!"
"พลังสายเสียงของนายน่ะมันก็ดูน่ากลัวดีอยู่หรอก แต่พลังสองสายของฉัน ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่านายสักเท่าไหร่หรอกนะเว้ย!"
"รอดูเถอะ คอยดู 'กายาเทพอัสนี' ของฉันให้ดี!"
พูดจบ หลินอู่ก็เบ่งกล้าม เตรียมจะระเบิดเสื้อผ้าให้ขาดกระจุย เพื่อเข้าสู่สภาวะ 'กายาเทพอัสนี'
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็รีบส่งเสียงห้ามทันที:
"พอแล้วไอ้หมา หลบไปฝึกพลังไป๊!"
"ถึงตาฉันทดสอบกระบวนท่าใหม่บ้างแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอู่ก็หยุดการโคจรพลังวิญญาณ เดินไปนั่งพักที่มุมหนึ่งด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น จ้องมองเฉินซีอินตาเป๋ง
เขาล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าปากอุณหภูมิ 37 องศาของซีอิน
จะทำอย่างที่โม้ไว้ได้ยังไง
วินาทีต่อมา
เมื่อเห็นว่าหลินอู่ถอยห่างออกไปเป็นสิบเมตรแล้ว เฉินซีอินก็หันหน้าไปมองข้างหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ โคจรพลังพิเศษในร่างกาย วินาทีถัดมา ในร่างกายของเขาก็ราวกับมีเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิดดังก้องขึ้น
มีทั้งเสียง ติ๊งต่อง ตึงตัง หวึ่งหวึ่ง เคร้งคร้าง กังวานใสสดใส ดังกังวานก้อง นุ่มลึกพลิ้วไหว..... เสียงตีกันมั่วซั่วไปหมดราวกับนกนับร้อยรวมฝูงเจ้านกตระกูลหงส์ และก็ดูสับสนปนเปเหมือนแกงโฮะของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จากนั้นเขาก็หยิบขลุ่ยซีเหยียนออกมา ใช้พลังจิตสั่นสะเทือนเพื่อบรรเลงท่วงทำนองอันหลากหลาย
พรสวรรค์สายเสียงอเนกประสงค์ ทำงาน!
บทเพลงโซนาตาสง่างาม!
คลื่นความถี่สั่นพ้องพึ่งพา!
รักทุกภพทุกชาติไป!
ทักษะติดตัว กง ซาง เจวี๋ย จื่อ อวี่ ซ้อนทับ!
เมื่อเตรียมการเสร็จสิ้น เฉินซีอินก็ขยับความคิด สะบัดมือส่งคมมีดเสียงรูปแบบกระบี่พุ่งเข้าใส่เป้าตรงกลางเครื่องทดสอบ เกิดเสียงดังสนั่น ทิ้งรอยบุบเอาไว้
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!"
ตัวเลขขยับรัวๆ
【2333】
เฉินซีอินเหลือบมองตัวเลข แววตาสั่นไหว
แค่ 2333 เองเหรอ?
สมแล้วที่เป็นทักษะสำหรับเคลียร์พวกลูกกระจ๊อกจริงๆ
"แค่นี้เนี่ยนะ?! วัวไม่เห็นจะบินขึ้นฟ้าเลย.... นาย......."
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่มองดูค่าพลังรบที่แสดงขึ้นมา มุมปากก็ยกขึ้น เตรียมจะเอ่ยปากแซวเฉินซีอิน
ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง
พลังเสียงในร่างกายของเฉินซีอินก็เริ่มปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขายกมือซ้ายและขวาขึ้นพร้อมกัน สายตาแหลมคมจ้องมองไปยังเป้าตรงกลางเครื่องทดสอบ
จากนั้นเขาก็ประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันอย่างแรง นำขลุ่ยซีเหยียนมาประกบไว้ตรงกลาง ท่วงทำนองเสียงรอบตัวหมุนวนไหลล้อมรอบตัวเขาราวกับสายน้ำที่จับต้องได้
"กายาห้าสุรเสียง, รูปแบบต่อสู้ระยะประชิด!"
สิ้นเสียงตวาด
เฉินซีอินก็ราวกับซุปเปอร์ไซย่าที่กำลังระเบิดพลัง ออร่าสีแดงพวยพุ่งขึ้นรอบกาย ผมสีดำสนิทค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ปลิวไสวไปทุกทิศทาง ในใจมีอารมณ์โกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นมา ราวกับว่าในการต่อสู้ระยะประชิด ใครโหดกว่า ใครดุดันกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ!
ในขณะเดียวกัน ฝ่ามือที่ประกบกันแน่นก็เริ่มแยกออกจากกัน มือขวากำหมัดแน่นจับที่ปลายขลุ่ยซีเหยียน ค่อยๆ ดึงแยกออกไปด้านข้าง เมื่อดึงเร็วขึ้น ขลุ่ยซีเหยียนที่ถูกลูบผ่านก็ถูกย้อมด้วยสีแดง กลายเป็นกระบี่ท่วงทำนองสีเลือดเล่มหนึ่ง
โดยมีพื้นฐานมาจากการผสมผสานระหว่าง 【คมมีดเสียง】 และบทเพลง 【รักทุกภพทุกชาติไป】
กระบี่ที่ดูเหมือนจะมีรูปร่างแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีรูปร่าง แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นมาจากท่วงทำนองและพลังพิเศษล้วนๆ ปรากฏขึ้นในมือขวาของเฉินซีอิน
ตัวกระบี่ยาวประมาณ 1.5 เมตร กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร บนตัวกระบี่มีคลื่นท่วงทำนองไหลเวียนอยู่ ดูงดงามอลังการสุดๆ
วินาทีต่อมา
เฉินซีอินตวัดกระบี่อย่างสวยงาม ตัวกระบี่เสียดสีกับอากาศจนเกิดเสียงต่างๆ นานา
ดั่งวงออร์เคสตรากำลังบรรเลงเพลง มีทั้งเสียงเศร้าสร้อยเคร้งคร้าง เสียงใสเสนาะหู เสียงกังวานพลิ้วไหว…
ตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็ชะงักคิดไปครู่หนึ่ง
ฉันก็น่าจะสามารถดึงกระบี่มือเปล่าออกมาจากหน้าอก เอว ขา หรือตรงไหนก็ได้สินะ?
ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินก็หันไปมองด้านข้าง
เพียงเห็นว่าตอนนี้หลินอู่กำลังเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง อึกๆ อักๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เมื่อเห็นภาพนั้น มุมปากของเฉินซีอินก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วพูดว่า "ไอ้หมา ดูเอาไว้ให้ดีนะ เดี๋ยวฉันจะโชว์ลีลาการต่อสู้สไตล์นักรบเสียงให้ดู!"
ทันทีที่พูดจบ เฉินซีอินก็หันกลับไปมองที่เป้าทดสอบ ตวัดมือขวาเป็นแนวโค้ง จรดปลายกระบี่ลงบนพื้น
จากนั้นเขาก็ย่อตัวลง กระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง พุ่งทะยานเข้าหาเป้าด้วยความเร็วแสง พร้อมกับแรงกดดันที่ดุดันราวกับจะทะลวงผ่านทุกสิ่ง!
เสียงตวาดกร้าวดังสนั่น!
"แตกไปซะ!"
............
ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องฝึกซ้อมหมายเลข 1 หวังเจียเสวี่ย ภายใต้หน้ากากกระต่ายริมฝีปากบางอ้ากว้าง ถึงแม้จะไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่ก็มองเห็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอและภาพเหตุการณ์เท่านั้น
แต่ทว่าภาพที่นายน้อยรองเปลี่ยนร่างไปอย่างกะทันหัน
ก็ทำให้เธอตื่นตะลึงไปเลยจริงๆ
เธอเคยคิดมาตลอดว่า พลังสายเสียงของนายน้อยรอง มีไว้แค่ใช้เครื่องดนตรีเป่าโจมตีแล้วก็เพิ่มบัฟพลังเท่านั้น
ไม่คิดเลยว่าจะมีโหมดระเบิดพลังผมแดงแบบนี้ด้วย…… แข็งแกร่งมาก!
ในเวลาเดียวกัน
ณ พื้นที่รกร้างนอกเมือง
"เร็วเข้า เร็วเข้า! ทุกคนเร่งฝีเท้าหน่อย ลอบเข้าไปในเมืองเหวินโจวให้ได้!"
(จบแล้ว)