เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 - วาดฝัน, หน้ากากจากพี่ชาย

บทที่ 68 - วาดฝัน, หน้ากากจากพี่ชาย

บทที่ 68 - วาดฝัน, หน้ากากจากพี่ชาย


บทที่ 68 - วาดฝัน, หน้ากากจากพี่ชาย

เวลา 8 โมงเช้า

แสงแดดสาดส่องลอดช่องว่างของผ้าม่านลงมาบนเตียง ลำแสงอันอบอุ่นปลุกเฉินซีอินให้ตื่นจากภวังค์

"โอ๊ย!"

เฉินซีอินที่ค่อยๆ ได้สติ ร้องอุทานออกมา สัมผัสได้ถึงความอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงไปทั่วทั้งตัว

ความรู้สึกเหมือนเพิ่งไปส่องกล้องกระเพาะอาหาร แล้วโดนฉีดยาสลบยังไงอย่างงั้นเลย

เข็มเดียวจอด สติหลุดลอยหายวับไปเลย

พอตื่นขึ้นมาอีกที ก็มานอนแหมะอยู่บนเขียงซะแล้ว

เขาสะบัดหัวที่ยังคงมึนงงอยู่เล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความเหนอะหนะตามร่างกาย จากนั้นพอก้มมองดูผ้าห่ม ก็พบว่ามีคราบสกปรกสีดำเกาะอยู่เป็นชั้นบางๆ

ลองคิดใคร่ครวญดูครู่หนึ่ง

ก็น่าจะเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนสภาพร่างกาย ขับเอาสารพิษออกทางรูขุมขนล่ะมั้ง

วินาทีต่อมา

เฉินซีอินตบหัวที่ยังมึนๆ ของตัวเอง เดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวอาบน้ำแล้วถอดเสื้อผ้าออก

จากนั้นก็บีบครีมอาบน้ำพลังวิญญาณรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผลิตโดยบริษัทของตระกูลตัวเองลงบนฝ่ามือ ยกมือขึ้นขยี้สระผม

ฟองสบู่ไหลไปตามร่องน้ำ ลากผ่านหัวไหล่ของเขาลงไป…

ผ่านไปครู่ใหญ่

เฉินซีอินที่อาบน้ำเสร็จแล้วเดินกลับมาที่ห้อง เมื่อมองดูผ้าห่มที่เปื้อนคราบดำ ก็มีเส้นดำผุดขึ้นเต็มหน้าผากทันที

จากนั้นด้วยท่าทางเหมือนเพิ่งไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรมา เขาก็ยัดผ้าห่มผืนนั้นเก็บเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนจะเดินหน้านิ่งออกจากห้องไป

จากนั้นก็สั่งให้คนรับใช้ในบ้านเปลี่ยนผ้าห่มผืนใหม่ให้

คนรับใช้ที่ถูกเรียกตัวรีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็โบกมือไล่ แล้วก้าวเดินลงบันไดตรงไปยังห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

ในขณะเดียวกัน คนรับใช้ก็เดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะยืนอึ้งอยู่กับที่

"???"

ผ้าห่มผืนเก่าหายไปไหนแล้วล่ะ?

.......

อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องนั่งเล่น

หลินอู่ที่นั่งประจำที่อยู่ที่โต๊ะกินข้าวมาตั้งนานแล้ว กำลังสวาปามอาหารเลิศรสที่ทำจากสัตว์อสูรระดับสองและระดับสามอย่างเอร็ดอร่อย

อาหารทุกจานที่นำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของตระกูลเฉิน ล้วนเป็นอาหารวิญญาณที่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนทั้งสิ้น

"แจ๊บๆ แจ๊บๆ ซู้ด ซู้ด!"

ตอนนี้ หลินอู่กินจนปากมันแผล็บ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นเฉินซีอินกำลังเดินลงบันไดมา เขาจึงหยิบน่องไก่บนโต๊ะขึ้นมาโบกไปมาทักทาย

เมื่อเห็นภาพนั้น มุมปากของเฉินซีอินก็กระตุก ลอบส่ายหน้า แต่พอนึกย้อนไปก็รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก

จำได้ว่าตอนที่เขาเจอพ่อแม่แท้ๆ ของตัวเองเป็นครั้งแรก

พวกเขากลับหลอกเขาว่าเป็นเพื่อนร่วมรบของพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว

พอพาเขามาที่คฤหาสน์เพื่อกินอาหารหรูหราราคาแพงสารพัดอย่าง

ท่าทางของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากหลินอู่ในตอนนี้สักเท่าไหร่เลย

น่ารำคาญจริงๆ!

ไอ้ไอเดียหลอกลูกตัวเองแบบนี้!

ต้องเป็นความคิดของไอ้แก่หน้าเหม็นผู้เป็นพ่อของฉันแน่ๆ!

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

วันพระไม่ได้มีหนเดียว สักวันฉันจะทำหน้าที่ลูกกตัญญูสั่งสอนพ่อให้ได้

ความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหากล่ะที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด!

วินาทีต่อมา เฉินซีอินก็เข้ามาร่วมวงสวาปามด้วย ต้องกินให้อิ่มถึงจะมีแรงไปฝึกซ้อม

ผ่านไปครู่หนึ่ง

หลินอู่ลูบพุงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าอิ่มเอมใจสุดๆ "โคตรฟินเลย นี่เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมาในชีวิตเลยนะ"

เฉินซีอินหยิบไม้จิ้มฟันขึ้นมาแคะฟัน เหลือบมองหลินอู่แวบหนึ่ง ก่อนจะลอบถอนหายใจยาว

เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ!

โตมาในสลัม นี่ก็ถือว่าอร่อยที่สุดในชีวิตแล้วเหรอเนี่ย?

วินาทีต่อมา เฉินซีอินก็ลุกขึ้นยืน โบกมือทำท่าทางยิ่งใหญ่แล้วพูดว่า:

"แค่นี้มันจะไปนับเป็นอะไรได้ วันข้างหน้าเราจะได้กินเนื้อหงส์เพลิงชาดระดับเก้า เอาอุ้งตีนมังกรระดับเทพมาเกาหลัง ตุ๋นน้ำแดงอุ้งตีนหมีระดับเก้า........ กินขาตุ๋นวัวมารระดับแปด......."

ในวินาทีนี้ หลินอู่ถึงกับตะลึงงันไปกับภาพวาดฝันที่เฉินซีอินบรรยายออกมา!

อืม....

เป็นภาพฝันที่สวยงามมาก...

แต่แค่ฟังก็รู้สึกน่ากินสุดๆ แล้ว!

ความคิดแล่นผ่าน หลินอู่พยักหน้ารัวๆ มองเฉินซีอินด้วยแววตาเป็นประกาย แสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า "นายเคยกินเหรอ?"

"อะแฮ่มๆ... เคยกินมานิดหน่อยน่ะ!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็แกล้งไอกระแอม แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ น้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเรื่อง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง:

"เอาล่ะๆ เรื่องพวกนี้เอาไว้ก่อน! ตอนนี้พวกเรายังเป็นแค่ไก่อ่อนตัวเล็กๆ พักเรื่องพวกนี้ไว้ก่อนดีกว่า จริงสิ นายคิดว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะเลื่อนระดับได้?"

ทันทีที่สิ้นคำพูด แววตาของหลินอู่ก็สาดประกาย เขาลองสัมผัสถึงพลังพิเศษในร่างกายดู ก่อนจะตอบกลับไปว่า "น่าจะประมาณ 1 วันนะ พอมีทรัพยากรพร้อม ฉันรู้สึกว่าความเร็วในการฝึกฝนมันเพิ่มขึ้นเยอะเลย"

เฉินซีอินตกใจ ถามด้วยความสงสัย "1 วันเหรอ?"

ต้องรู้ไว้นะว่าหลินอู่ไม่ใช่พวกมีโปรแกรมโกงเหมือนเขานะ!

ขนาดเฉินซีเนี่ยน พี่ชายของเขา ตอนที่เลื่อนเป็นระดับทองแดงยังต้องใช้เวลาตั้ง 10 วันเลย

นับวันดู วันนี้ก็เพิ่งจะเข้าสู่วันที่ 9 เอง หลินอู่ที่มีพลังสองสายกลับเลื่อนขั้นได้เร็วกว่าคนที่มีพลังสายเดียวซะอีก?

เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่นะ!

พวกที่มีพลังสองสายก็ดูดซับทรัพยากรได้เร็วกว่าเป็นสองเท่านี่นา ยิ่งมีพรสวรรค์สูง ความเร็วในการฝึกฝนก็ยิ่งเร็วขึ้นเป็นธรรมดา

แถมตอนนี้เขามีกายาห้าสุรเสียง พลังต่อสู้เพิ่มขึ้น แต่ความเร็วในการฝึกฝนกลับช้าลงถึงสิบเท่า

พอหักลบกลบหนี้กันแบบนี้ การพัฒนาของไอ้หมาอู่ก็เร็วกว่าเขาไปแล้วน่ะสิ?!

แต่ก็ยังดีที่เขามีระบบกับแต้มพลังพิเศษคอยช่วยอยู่

ถ้างั้นก็มาประลองความเร็วกันดูสักตั้ง ระหว่างคนมีโปรแกรมโกงกับลูกรักสวรรค์!

แถมเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพื่อนร่วมทีมจะได้ตามความเร็วในการเลื่อนขั้นของเขาทัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินซีอินเห็นหลินอู่พยักหน้า เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก กลับรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า:

"ไปกันเถอะ ที่คฤหาสน์ไม่มีห้องฝึกซ้อม เดี๋ยวฉันจะพานายไปที่หอพลังพิเศษตระกูลเฉิน จะเปิดห้องฝึกซ้อมที่ใหญ่ที่สุดให้นาย จะได้ให้นายเห็นด้วยตาตัวเองเลยว่าอำนาจบารมีของเพื่อนคนนี้มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน!"

พอหลินอู่ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบลุกพรวดขึ้นยืน หัวเราะร่า "ดีๆๆ กินของเสี่ย ใช้ของเสี่ย ไปๆๆ ลุยกันเลย!"

ตอนนั้นเอง จ้าวหานอวิ๋นก็เดินเข้ามาส่งยิ้มให้ "หลินอู่ เรื่องเงินลงทุนจากบอร์ดดาวรุ่ง ทางผู้นำตระกูลของเราจัดการให้เรียบร้อยแล้ว โอนเงินทุนตั้งต้นให้เธอ 1,000 ล้านแล้วนะ"

จากนั้นเขาก็ยื่นบัตรสีทองกับแหวนวงหนึ่งมาให้หลินอู่ พร้อมกับอธิบายว่า "บัตรใบนี้คือบัตรลงทุนสำหรับอัจฉริยะของตระกูลเฉินเรา เอาบัตรใบนี้ไปใช้จ่ายที่หอพลังพิเศษของตระกูลเฉินทุกสาขา จะได้รับส่วนลด 70%"

"ส่วนแหวนวงนี้เป็นแหวนมิติขนาดเล็ก มอบให้เธอเลย หวังว่าพวกเธอทุกคนจะรีบๆ เติบโตขึ้นมาให้เร็วที่สุดนะ!"

หลินอู่ยืนหน้าเหวอ รับบัตรกับแหวนมาอย่างงงๆ ลอบคิดในใจ

หอมกรุ่น!

ช่างหอมหวานอะไรเช่นนี้!

เงิน 1,000 ล้าน ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันเป็นตัวเลขที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงเลยด้วยซ้ำ

นี่เขาต้องไปฆ่าสัตว์อสูร เผ่าพันธุ์ต่างดาวไปตั้งเท่าไหร่ ต้องทำภารกิจมากขนาดไหน ถึงจะได้เงินจำนวนนี้มา

แถมซีอินก็เพิ่งจะให้เขามาหมาดๆ อีกตั้ง 20,000 ล้าน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรวมกับความตกตะลึงเมื่อคืนแล้ว วินาทีนี้...

หลินอู่รู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเองถูกทุบทำลายจนแตกสลายไปหมดแล้ว

ที่แท้บางคนก็เกิดมาก็อยู่บนกองเงินกองทองแล้วจริงๆ

เส้นชัยที่บางคนดิ้นรนไขว่คว้ามาทั้งชีวิต มันก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นของคนอื่นเท่านั้นเอง

น่าเจ็บใจนัก!!

อยากจะต่อยคนชะมัด!

ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด หลินอู่แอบกำหมัดแน่น แต่พอลองคิดดูอีกที เขาก็ปล่อยวางได้

เชื่อมั่นว่าอนาคตของตัวเองจะต้องไม่ด้อยไปกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน!

ในเมื่อเกิดมาเป็นลูกเศรษฐีรุ่นที่ N ไม่ได้ งั้นก็เป็นเศรษฐีรุ่นแรกด้วยตัวเองซะเลยสิ เหมือนกับเทพหมัดหลี่ชิงซานไง!

เขาจะใช้สองมือของตัวเองสร้างฝันให้เป็นจริง!

และอีกอย่าง ก็คือการได้เป็นพี่น้องกันไปตลอดชีวิต!

ฉัน หลินอู่ ขอสาบานว่าจะปกป้องเฉินซีอินด้วยชีวิต!

.....

เฉินซีอินมองดูหลินอู่ที่จู่ๆ ก็ทำหน้าซื่อบื้อ ทำท่าทางโง่ๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ด้วยแววตาสงสัย รู้สึกแปลกๆ เหมือนหมอนี่เส้นสมองกระตุกอีกแล้ว

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปตบไหล่หลินอู่ เร่งเร้าว่า "เลิกคิดอะไรเพ้อเจ้อได้แล้ว ไปกันเถอะ ไปหอพลังพิเศษกัน"

หลินอู่ที่ได้สติกลับมา เหลือบมองเฉินซีอิน เก็บความคิดฟุ้งซ่านแล้วพยักหน้าตอบรับ

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินซีอินก็ยิ้มบางๆ หันหลังเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ ระหว่างเดินก็หันมาพูดว่า "ลุงจ้าวครับ พวกผมจะไปแล้ว รบกวนลุงช่วยจัดการเรื่องรถให้หน่อยนะครับ ช่วงนี้เวลาออกไปไหนมาไหน ผมกลัวจะโดนคนรุมล้อมน่ะครับ"

"ฉันคาดการณ์สถานการณ์แบบนี้ไว้อยู่แล้วล่ะ วางใจได้เลย"

สิ้นคำพูด จ้าวหานอวิ๋นก็ยิ้มพลางล้วงเอาหน้ากากสองอันออกมาจากแหวนมิติบนนิ้ว แล้วยื่นส่งให้

"นี่คือหน้ากากปกปิดกลิ่นอายและซ่อนใบหน้า ที่พี่ชายนายประดิษฐ์ขึ้นมาเมื่อตอนนั้น ใช้ได้ผลกับคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับหก พวกเธอเอาติดตัวไว้เถอะ เผื่อจำเป็นต้องใช้"

เมื่อพูดจบ จ้าวหานอวิ๋นก็ยัดหน้ากากใส่มือทั้งสองคนคนละอัน พร้อมกับยื่นหนังสือให้เฉินซีอินอีกสองเล่ม แล้วพูดต่อว่า "จริงสิ เดี๋ยวลุงจะอธิบายรายละเอียดของแผนการตกปลาให้พวกเธอฟังนะ......."

ผ่านไปครู่ใหญ่ หลังจากทั้งสองคนฟังแผนการจนจบ ก็พยักหน้าเข้าใจ

ตอนนั้นเอง หลินอู่ก็มองเฉินซีอินด้วยสายตาเป็นกังวล แอบคิดในใจ

เท่าที่เขารู้มา ผลกรรมที่พลเอกซีเนี่ยนเคยก่อไว้ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่เอาการเลยนะ

ถึงจะบอกว่าจัดการเคลียร์ไปจนหมดจดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่....... ช่างมันเถอะ ตัวเขาคอยปกป้องเพื่อนให้ดีก็พอ

อีกด้านหนึ่ง เฉินซีอินรับหน้ากากมา ก้มมองดูหน้ากากลายมังกรในมือ แล้วสลับไปมองหน้ากากลายพยองคฆ์ในมือของหลินอู่ ถึงกับมีเส้นดำผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

พี่ฉันนี่ช่างรู้จักรังสรรค์ของเล่นจริงๆ!

นี่มันอุปกรณ์สำหรับการฆ่าคนวางเ..... เอ่อ ปล้นชิงทรัพย์สินชัดๆ...

ผิดแล้ว!

มันคือของดีสำหรับการส่งมอบความรักความห่วงใยต่างหาก!

สมแล้วที่มีร่มไม้ใหญ่ให้พักพิง คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ คนรุ่นหลังได้อาศัยร่มเงาจริงๆ

แต่ว่าลายมังกร ลายพยัคฆ์เหรอ?

แล้ว.... ลายกระต่าย.. ลายสุนัข.... พวกนี้ล่ะมีไหม?

หรือว่า..... จะมีลายเสือดาวด้วย?

สลัดความคิดพิลึกพิลั่นออกจากหัว เฉินซีอินเก็บหน้ากาก แล้วเดินออกไปข้างนอก

เมื่อเห็นดังนั้น หลินอู่ก็ถามด้วยความสงสัย "ไม่ใส่เหรอ?"

วินาทีต่อมา เฉินซีอินก็ตอบกลับด้วยมาดสุดเท่ว่า

"จะใส่ไปทำไม ฉันยังกลัวว่าพวกมันจะไม่มาหาฉันซะด้วยซ้ำ!"

แต่ในความเป็นจริง ภายในใจของเขากำลังบ่นอุบอิบอยู่

ต้องใช้อักขระระดับเก้าในแหวนมิติไหมนะ?

คงไม่ต้องหรอกมั้ง!

ถ้าขนาดเป็นแบบนี้แล้วฉันยังโดนลอบสังหารสำเร็จอีก!

ตระกูลใหญ่ระดับท็อปก็คงจะเสียชื่อแย่เลยล่ะสิ?

ในขณะเดียวกัน หลินอู่ก้มมองหน้ากากในมือ แล้วเหลือบมองเฉินซีอิน ก้มหน้าครุ่นคิด

ถ้างั้นฉันก็ไม่ใส่เหมือนกันแล้วกัน

ขนาดซีอินยังไม่กลัวเลย แล้วฉันจะไปกลัวอะไร?!

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อทั้งสองคนเดินลับสายตาจ้าวหานอวิ๋นไปแล้ว เขาก็เอ่ยสั่งการกับอากาศธาตุว่า "เจียเสวี่ย ฝากด้วยนะ"

พริบตาต่อมา เด็กสาวสวมหน้ากากลายกระต่ายก็ปรากฏตัวขึ้นจากในเงามืด พยักหน้ารับคำ "รับทราบค่ะ ลุงจ้าว!"

สิ้นคำพูด ร่างนั้นก็อันตรธานหายไป

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 68 - วาดฝัน, หน้ากากจากพี่ชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว