เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 - กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้

บทที่ 61 - กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้

บทที่ 61 - กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้


บทที่ 61 - กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้

"เพื่อนเอ๋ย~ ฉันเห็นนายเป็นเพื่อนแค่เสี้ยววิ เพื่อนเอ๋ย~ ฉันเห็นนายเป็นเพื่อนไปตลอดกาล"

บนท้องฟ้าเหนือเส้นทางจากฐานทัพทหารเมืองเหวินโจวมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเหวินโจว

ยานบินอันหรูหรากำลังพุ่งทะยานไปในอากาศด้วยความเร็วสูง ภายในห้องโดยสารมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงที่เปิดคลออยู่

"ซีอิน! นายเป็นคุณชายรองตระกูลเฉินจริงๆ ด้วย!"

"…@#@…"

"เชี่ยเอ๊ย! ปิดบังฉันมาตั้งนาน นายแม่งโคตรเกินไปเลย!"

"…#¥@…"

"นายเคยบอกฉันก็จริง แต่เรารู้จักกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่เคยรู้เลยว่ารังหมาของนายอยู่ที่ไหน?"

"…¥%…"

"สรุปก็คือ นายเป็นนายน้อยคนนั้นจริงๆ สิเนี่ย!!"

หลินอู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เฉินซีอิน บ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดปาก

แถมยังพ่นคำด่าที่มีคำว่า 'แม่' ผสมอยู่เต็มไปหมดออกมาเป็นระยะๆ

บางทีในบางครั้ง

มิตรภาพระหว่างลูกผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ!

ทั้งกลัวว่าเพื่อนจะตกระกำลำบาก แต่ก็กลัวว่าเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้ ความอิจฉามันทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้จริงๆ!

ครู่ต่อมา

"ฟังฉันบอกขอบคุณเธอนะ ช่างอบอุ่นหัวใจฉันไปทั้งสี่ฤดู"

หลินอู่ถอนหายใจ ลูบคลำเบาะหนังแท้ของยานบินที่ทำจากหนังสัตว์อสูรระดับหก สัมผัสถึงความนุ่มลื่นละมุนมือ สายตาจับจ้องไปยังห้องนักบินด้านหน้า มองดูนักบินที่กำลังบังคับเครื่องอยู่

ตอนนี้เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปนั่งแทนที่นักบินคนนั้นซะให้รู้แล้วรู้รอด

เข้าไปนั่งในห้องนักบิน เข้าเกียร์ เหยียบคันเร่ง สัมผัสถึงแรงพุ่งทะยานอันรุนแรง

น่าเสียดาย!

เขาไม่มีคุณสมบัติ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่

แถมยานบินแบบนี้ ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีปัญญาซื้อ และไม่มีสิทธิ์ซื้อด้วย ทำได้แค่ปาดน้ำลายที่มุมปากเท่านั้น

และในวินาทีนี้เอง เปลวไฟในใจของเขาก็ถูกจุดประกายขึ้น แอบสาบานกับตัวเองอย่างเงียบๆ

สักวันหนึ่ง!

เขาจะต้องมียานบินเป็นของตัวเองให้ได้ และจะพุ่งทะยานฝ่ากำแพงเสียงไปในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต!

และทั้งหมดนี้ เขาจะใช้หัวของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวและสัตว์อสูรลูกหมาพวกนั้น มาสานฝันให้เป็นจริงด้วยสองมือของเขาเอง

"พอได้แล้ว"

ตอนนั้นเอง เฉินซีอินก็ตบไหล่หลินอู่ที่กำลังเหม่อลอยอยู่ แล้วพูดว่า "เลิกมองได้แล้วไอ้หมา วันข้างหน้าพวกเราก็จะมีเหมือนกันหมดนั่นแหละ ภายใต้การนำอันชาญฉลาดของฉัน สักวันหนึ่งเผ่าพันธุ์ต่างดาวจะต้องถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก!"

อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ที่ดึงสติกลับมาได้ก็พูดแหย่ว่า "เป็นไง นายน้อยฝันเป็นจริงแล้ว ความฝันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกแล้วเหรอ?"

"นั่นไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือเป้าหมายที่ฉันจะทำให้สำเร็จต่างหาก!"

มุมปากเฉินซีอินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม "ไอ้หมา นายต้องรู้นะว่าฉันน่ะเก่งมาก ขอแค่มีเวลาให้ฉันได้เติบโต เผ่าพันธุ์ต่างดาวมาคู่ฉันก็ฆ่าคู่ มาเป็นรังฉันก็ล้างบางให้หมดรัง!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินอู่มองดูเฉินซีอินที่มีประกายแสงในดวงตา ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากความมั่นใจของเขา

หรือว่าเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจาก 'กลิ่นอายแห่งผู้นำ' กันแน่

ตอนนี้เขาราวกับมองเห็นว่าบนร่างของซีอินตรงหน้ามีแสงสว่างปกคลุมอยู่ ภาพนิมิตปรากฏขึ้นในสายตา เป็นภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ประชาชนต้าเซี่ยมายืนเรียงรายต้อนรับอยู่สองข้างทาง

จากนั้นเขาก็ตบหน้าอกตัวเอง ยิ้มกว้าง "ฮ่าๆ วางใจเถอะ ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างนาย ขอแค่ฉันยังไม่ล้มลง ก็จะไม่มีใครทำอันตรายนายได้!"

สิ้นคำพูด เฉินซีอินก็ยิ้มตอบกลับไป "มีฉันอยู่ จะไม่มีใครต้องล้มลง ต่อให้มีคนล้มลง ฉันก็จะข้ามผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปช่วยพวกนายกลับมาให้ได้...."

วินาทีต่อมา ทั้งสองคนมองหน้ากัน ต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา มองออกไปนอกหน้าต่าง วาดฝันถึงอนาคต

ในขณะเดียวกัน จ้าวหานอวิ๋นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มีแววตาปลาบปลื้มใจ รอยยิ้มปรากฏขึ้นลึกๆ ในดวงตา เมื่อมองดูภาพตรงหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจแทนคุณชายรองที่มีเพื่อนแท้ที่ดีเช่นนี้

จากนั้นเขาก็หวนนึกถึงอดีตด้วยความเศร้าใจเล็กน้อย

เมื่อก่อนเขาก็เคยมีกลุ่มเพื่อนฝูงแบบนี้เหมือนกัน

เพียงแต่ส่วนใหญ่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวบัดซบนั่น

ทันใดนั้น แววตาของเขาก็เลื่อนลอย ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา นึกถึงตอนที่เธอบอกกับเขาในตอนนั้นว่า "ขอแค่พวกเราได้รอดชีวิตกลับไป ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ..."

ทว่ามาจนถึงตอนนี้ ก็เหลือเพียงเขา เหวินอวิ๋น และพวกตาเฒ่าอีกไม่กี่คนเท่านั้น

เมื่อดึงสติกลับมา จ้าวหานอวิ๋นที่รู้สึกอ้างว้างในใจก็มองดูสองคนที่ยังคงหยอกล้อกันอยู่ด้านหน้า แล้วลอบถอนหายใจ

หวังว่าโศกนาฏกรรมจะไม่ซ้ำรอยเดิม....

.......

ไม่นานนัก

ยานบินก็ร่อนลงจอดภายในเขตบ้านพักตากอากาศสุดหรูของเมืองเหวินโจว

เฉินซีอินและหลินอู่เดินลงมาจากยานบินพร้อมกับจ้าวหานอวิ๋น จากนั้นก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์

"ว้าว!"

นี่เป็นครั้งแรกที่หลินอู่ได้เข้ามาในบ้านที่หรูหราขนาดนี้ สายตาอดไม่ได้ที่จะกวาดมองไปรอบๆ

รอจนกระทั่งจ้าวหานอวิ๋นเดินจากไป

หลินอู่ก็กระชากตัวเฉินซีอินเข้ามาหา ใช้แขนล็อกคอเขาไว้ แล้วพูดอย่างดุดัน "นายมันน่าโดนอัดจริงๆ! ใช้ชีวิตสุขสบายแบบนี้ก็ไม่เคยคิดถึงฉันเลย เสียแรงที่ฉันเห็นนายเป็นเพื่อน นายทำกับเพื่อนแบบนี้เหรอ?"

"ดูโซฟานี่สิ ดูความกว้างของบ้านนี่สิ ดูไม้หนานมู่เกลียวทองนี่สิ แบ่งห้องแขกให้ฉันอยู่สักห้องก็ยังดี!"

"ตอนที่นายกำลังหลงระเริงอยู่กับความหรูหรา นึกถึงฉันที่ต้องแทะหมั่นโถวเปล่าๆ ในใจนายไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรือไง?"

"ปกติยังไปขลุกอยู่ในรังหมาของนาย เล่นละครตบตาฉันใช่ไหมล่ะ!"

หน้าของเฉินซีอินแดงก่ำ หายใจแทบไม่ออก มือขวาตบแขนหลินอู่รัวๆ เป็นสัญญาณให้ปล่อย

เมื่อเห็นดังนั้น หลินอู่ก็คลายวงแขนออก มองเฉินซีอินด้วยสีหน้าที่แฝงความโกรธเคืองเล็กน้อย

"แฮ่ก แฮ่ก~"

เฉินซีอินหลุดจากการล็อกคอของหลินอู่มาได้ ก็มองค้อนเขาแวบหนึ่ง หอบหายใจแฮ่กๆ พลางพูดว่า "ไอ้หมา... บัดซบ..... เกือบส่งฉันไปเฝ้ายมบาลแล้วไหมล่ะ....... ฉันก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันแหละว่าเป็นคุณชายรองตระกูลเฉินน่ะ!"

หลินอู่กะพริบตาปริบๆ มองเขาด้วยความงุนงง

วินาทีต่อมา

เฉินซีอินก็อธิบายสถานการณ์ของตัวเองให้ฟังคร่าวๆ

"สรุปก็คือ นายเพิ่งจะได้ความทรงจำคืนมาในวันที่ปลุกพลังงั้นเหรอ?" หลินอู่ทำหน้าครุ่นคิด

เฉินซีอินพยักหน้า ขณะที่กำลังจะพูดอะไรต่อ เสียงทุ้มหนักก็ดังขึ้นข้างหู

"นายน้อยครับ ผู้นำตระกูลโทรมาครับ......"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 61 - กลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ดีมีรถบินได้

คัดลอกลิงก์แล้ว