- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 53 - ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว) เค้าลางแห่งแผนการร้าย
บทที่ 53 - ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว) เค้าลางแห่งแผนการร้าย
บทที่ 53 - ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว) เค้าลางแห่งแผนการร้าย
บทที่ 53 - ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว) เค้าลางแห่งแผนการร้าย
ภายในถ้ำ
เฉินซีอินหยิบขลุ่ยซีเหยียนรูปลักษณ์ใหม่ออกมาจากแหวน แล้วมองสำรวจขึ้นลง
เพียงเห็นขลุ่ยขนาดยาว 80 เซนติเมตร โปร่งแสงทั่วทั้งเลา ด้านข้างทั้งสองฝั่งประดับด้วยลวดลายเส้นไหมสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้า
จากนั้นเขาก็ตรวจสอบคุณสมบัติ
【ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว)】
(ร่างเซียว) การใช้ทักษะประเภทสนับสนุนจะเพิ่มผลลัพธ์ขึ้น 100% และสามารถปัดเป่าสถานะผิดปกติได้
ระดับทองแดง ต้องการแร่หายากขั้นสองเพื่อวิวัฒนาการ ความคืบหน้าปัจจุบัน (0/100)
คุณสมบัติพิเศษ: 【ทำลายไม่ได้】 【แปลงรูปแบบ (ร่างเซียว)】
โบนัสเสริม: 【ระยะการแพร่กระจายเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า】
ตอนนี้ เฉินซีอินกำขลุ่ยซีเหยียนที่เปลี่ยนรูปร่างไปอย่างสิ้นเชิงไว้แน่น รู้สึกมึนงง
หลังจากนี้ควรจะเรียกว่าขลุ่ยซีเหยียน หรือเซียวซีเหยียนดีล่ะเนี่ย?
ในอนาคตคงจะไม่มีฉินซีเหยียน กู่เจิงซีเหยียน ผีผาซีเหยียน เอ้อร์หูซีเหยียน หรือสั่วหน่าซีเหยียนโผล่มาหรอกนะ?!
ขณะที่ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เฉินซีอินก็มีแววตาอยากรู้อยากเห็น มือขวาโบกแกว่งไปมาในอากาศอย่างลวกๆ
— ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
ตามการขยับข้อมือ กระแสอากาศก็ถูกดึงดูด เซียวซีเหยียนส่งเสียงฝ่าอากาศแหวกดังลั่น
หลังจากหยอกล้อเล่นอยู่ครู่หนึ่ง เฉินซีอินก็หยุดมือ มองดูอาวุธชิ้นใหม่ในมือ จู่ๆ ในหัวก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมา
เพลงเซียวระยะประชิด!
ฮาซากิ!
หยุดนะ รับเซียวของฉันไปซะ!
ข้าชูเซียวตั้งตระหง่านบนยอดเขา เหล่าขุนพลทั้งหลายพร้อมจะติดตามข้าหรือไม่!
วินาทีต่อมา
เฉินซีอินส่ายหน้าสลัดภาพแปลกๆ ทิ้งไป ตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ จากนั้นก็มองไปที่หน้าต่างสถานะ
【ระดับ】: ระดับทองแดงขั้นต้น (0%)
【ร่างกาย】: 365 พลังเลือดลม (+)
【จิตวิญญาณ】: 500 เฮิร์ตซ์ (+)
【สิ่งของ】: ขลุ่ยซีเหยียน (ร่างเซียว)
【แต้มพลังพิเศษ】: 11000
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขารู้สึกว่าเก็บสะสมแต้มพลังพิเศษไว้ก่อนแล้วค่อยใช้ทีหลังดีกว่า
สามารถใช้ทรัพยากรการฝึกฝนทดแทนการสูญเสียได้
ก็พยายามใช้พวกมันทดแทนไปให้มากที่สุด
ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็ไม่ขาดแคลนทรัพยากรการฝึกฝน รอจนถึงระดับสูงๆ แล้วค่อยว่ากัน
ไม่แน่ว่าอาจจะไปช้อปปิ้งแบบศูนย์หยวนตามที่ต่างๆ ก็ได้
คิดไปคิดมา เฉินซีอินก็ตระหนักถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมากะทันหัน
แย่แล้ว!
ลืมไปเลยว่าหลินอู่ยังอยู่ข้างนอก!
จากนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนเรียก:
"หลินอู่ เข้ามาเถอะ!"
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ที่ได้ยินเสียงก็รีบเดินเข้ามาจากนอกถ้ำ สองมือกอดอกลูบแขน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย แล้วก็จามออกมาอีกครั้ง
"ฮัดเช่ย!"
เฉินซีอินเห็นดังนั้นก็ลูบหัวแก้เขิน ก่อนจะพูดยิ้มๆ เชิงหยอกล้อ "ร่างกายของนายไม่ไหวเลยนะเว้ย แค่แป๊บเดียวก็หนาวซะแล้ว? เสียแรงที่ตัวโตขนาดนี้ ร่างกายนายจะอ่อนแอไปถึงไหนเนี่ย!"
"แค่แป๊บเดียวอะไรกัน ฉันยืนมาเกือบสามชั่วโมง ขาเมื่อยไปหมดแล้วเนี่ย"
หลินอู่กลอกตาบ่น "ฉันยังแค่ระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์นะ ไม่ใช่ระดับเงินที่สามารถใช้พลังพิเศษสร้างเกราะบางๆ ป้องกันอุณหภูมิภายนอกได้ ตอนนี้ก็แค่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาไม่กี่เท่าเอง"
เมื่อสิ้นเสียง หลินอู่ก็สังเกตเห็นเซียวซีเหยียนในมือของเฉินซีอิน จึงถามด้วยความสงสัย "นั่นมันอะไร ขลุ่ยของนายล่ะ ทำไมเปลี่ยนเป็นเซียวแล้ว?"
เฉินซีอินยืดอก พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบไม่ค่อยจะจริงจังนัก "เล่นขลุ่ยจนเบื่อแล้ว เปลี่ยนมาเล่นเซียวบ้าง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินอู่ก็เดินไปที่กองไฟพลางส่ายหน้า "ตามใจนายเถอะ หนาวจะตายชัก ขอผิงไฟอุ่นร่างกายหน่อย"
ในเวลานั้นเอง เฉินซีอินตั้งเซียวซีเหยียนขึ้นจรดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มเป่า พร้อมกับใช้พลังจิตล็อคเป้าไปที่หลินอู่ ใช้งานบทเพลงโซนาตาสง่างาม!
— อู้ฮูฮู~!
เสียงเซียวอันนุ่มนวลกังวานขึ้นภายในถ้ำ
เมื่อได้ยินเสียง หลินอู่ก็หันไปมองเฉินซีอินด้วยสีหน้างุนงง "ทำอะไรน่ะ ดึกดื่นป่านนี้ยังจะมาเป่าเซียวอยู่อีก?!"
ทว่าพูดไม่ทันขาดคำ เสียงเซียวอันนุ่มนวลก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายตามท่วงทำนอง หลินอู่เบิกตากว้างขึ้นทันที
"นี่มัน......"
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เขาก็ตระหนักว่าความหนาวเหน็บที่ได้รับจากข้างนอกเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น
วินาทีต่อมา
หลินอู่รีบกลับมาหาเฉินซีอินด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ผลของการฟื้นฟูพละกำลังเร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย! แถมยังขับไล่ความหนาวเหน็บได้ด้วย!"
เฉินซีอินอธิบายยิ้มๆ "เวลาฉันเป่าเซียว มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทักษะสายสนับสนุน และยังช่วยปัดเป่าสถานะผิดปกติบางอย่างได้ด้วย"
สิ้นคำพูด หลินอู่ก็วางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่เฉินซีอิน จับเขาเขย่าไปมาซ้ายขวาอย่างสงสัยว่ามีของสกปรกอะไรเข้าไปสิงอยู่ในตัวเพื่อนหรือเปล่า อยากจะเขย่ามันออกมา
ในวินาทีนี้ ไม่ว่าหลินอู่จะคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนสนิทคนนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้
"พอแล้วๆ เลิกเขย่าได้แล้ว สมองจะไหลมากองรวมกันหมดแล้วเนี่ย" เฉินซีอินผลักหลินอู่ออกไป ปัดไหล่ตัวเองอย่างรังเกียจ
อีกด้านหนึ่ง หลินอู่ถอยหลังไปสองก้าว จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นายยังเล่นเครื่องดนตรีอะไรเป็นอีกบ้าง?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินซีอินก็ขมวดคิ้ว ตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก "น่าจะ... อาจจะ... คงจะ... เล่นเป็นหมดเลยมั้ง?"
พอสิ้นเสียง หลินอู่ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ยกมือไม้ขึ้นทำท่าประกอบพลางพูดอย่างตื่นเต้น "ถ้างั้นนายเล่นเบส กีตาร์ไฟฟ้าได้ไหม?! แบบนั้นเลย... เบส! เบส! ถ้าฉันไม่ใช่ดีเจ..."
มองดูหลินอู่ที่กำลังเต้นแร้งเต้นกา เฉินซีอินอยากจะตบกะโหลกสักฉาด ก่อนจะขัดจังหวะเปลี่ยนบทสนทนาอย่างดุดัน "เลิกทำตัวน่าขายหน้าได้แล้ว โชคดีนะที่กล้องวงจรปิดในถ้ำ คนข้างนอกมองไม่เห็น ทำตัวให้มันจริงจังหน่อย ฉันเล่นแต่เครื่องดนตรีที่มีสาระเฟ้ย!"
"เอ่อ... ก็ได้"
หลินอู่แบมือทั้งสองข้างทิ้งตัวลง ก่อนจะเสริมเป็นประโยคสุดท้าย "ฉันว่าดีเจก็เป็นงานเป็นหลักเป็นการนะ โคตรได้อารมณ์ พระโพธิสัตว์สายอิเล็กทรอนิกส์!"
เฉินซีอินกลั้นความรู้สึกอยากจะเดินเข้าไปเตะสักป้าบเอาไว้ แล้วพูดว่า "วันนี้นอนให้ไวหน่อย! พรุ่งนี้พวกเราต้องรีบหาเผ่าพันธุ์ต่างดาวกับสัตว์อสูรระดับทองแดง ถึงเวลาต้องพุ่งชนทำคะแนนแล้ว"
"ตกลง"
หลินอู่พยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหัวโยกย้ายส่ายสะโพก ยกมือขึ้นลงราวกับมีสัมผัสดนตรีประหลาดๆ กลับไปนั่งข้างกองไฟ หาที่อุ่นๆ เอนตัวลงนอน
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเขา เฉินซีอินก็มีเส้นดำขึ้นเต็มหัว กำหมัดขวาแน่นพลางคิดในใจ:
"เมื่อก่อนหมอนี่เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในผับหรือเปล่าเนี่ย?"
เฉินซีอินถอนหายใจ หยิบยันต์ป้องกันและแจ้งเตือนที่ไม่ถือว่าผิดกฎระเบียบออกมาจากแหวน เดินไปที่ปากถ้ำ เปิดใช้งานแล้วติดตั้งลงไป
จากนั้นก็กลับมาที่กองไฟ หาที่เอนกายนอน เตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา ขณะเดียวกันเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างจากพื้นด้านล่าง ก็ลอบทอดถอนใจ
"หลังจากนี้เวลาออกเดินทางต้องจำไว้ว่าต้องซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันให้ครบ แหวนออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องหาเตียงมาใส่ไว้บ้าง พื้นบ้านี่ทำเอาปวดหลังไปหมด!"
........
ในขณะเดียวกัน
ณ พื้นที่ส่วนบนของสนามสอบเขตเหวินโจว ในสถานที่แห่งหนึ่ง มีลำธารน้ำไหลริน ด้านข้างคือผืนป่าทึบ
ในป่า มารยักษ์ระดับทองแดงขั้นสูงสองตัวขยับจมูกฟุดฟิด ราวกับได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จากนั้นก็เงยหน้ามองตากัน แล้วเริ่มสื่อสาร
"กีกีก้าก้า ฟาบาจาเฮย มิตซึโยะคาวาชิดาสุ"
(มามอน·กู่): "ข้าได้กลิ่นหอมสดใหม่ของเผ่ามนุษย์ คนที่เข้ามาถึงพื้นที่ส่วนบนได้ จะต้องเป็นอัจฉริยะระดับสุดยอดของเผ่ามนุษย์ในระดับเหล็กดำแน่ๆ!"
(มามอน·ฮุย): "ใช่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเราอยู่ในสนามสอบเขตไหนของมนุษย์เท่านั้นเอง"
(มามอน·กู่): "ช่างมันปะไร! เพื่ออุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์เรา ต้นกล้าอัจฉริยะพวกนี้จะต้องถูกทำลายทิ้ง!!"
(จบแล้ว)