- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 8 - พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด หรือจะแกล้งหมูกินเสือ
บทที่ 8 - พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด หรือจะแกล้งหมูกินเสือ
บทที่ 8 - พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด หรือจะแกล้งหมูกินเสือ
บทที่ 8 - พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด หรือจะแกล้งหมูกินเสือ
เมื่อเดินออกมานอกประตูโรงเรียน มาถึงบริเวณที่จอดรถจักรยาน เฉินซีอินก็เข็นจักรยานคันเก่งที่ส่งเสียงดังก๊อบแก๊บออกมา
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือก็ดังติ๊ดๆ ขึ้นมา พอเหลือบมองข้อความเสร็จ เฉินซีอินก็เงยหน้าขึ้น ยิ้มพลางโบกมือลาหลินอู่
วินาทีต่อมา
เขาปั่นจักรยานออกจากที่จอด พอเลี้ยวพ้นมุมตึก หลบพ้นสายตาผู้คน เขาก็จอดรออยู่ตรงนั้น
ไม่นานนัก รถยนต์พลังวิญญาณยี่ห้อปอร์เช่ คาเยนน์ แบบลีมูซีน ก็เบรกเอี๊ยด มาจอดเทียบตรงหน้าเขา
ชายวัยกลางคนท่าทางเหมือนพ่อบ้านก้าวลงมาจากรถ ยืนกุมมืออย่างนอบน้อมอยู่ข้างรถ ด้านข้างยังมีชายฉกรรจ์ในชุดรบยืนประกบอยู่อีกหลายคน ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า:
"คุณชาย นายท่านให้กระผมมารับกลับบ้านแล้วครับ!"
ชายวัยกลางคนเปิดประตูรถ โค้งคำนับครึ่งตัว พร้อมกับผายมือเชิญ
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็กระโดดลงจากรถจักรยาน ปัดฝุ่นที่ขากางเกง แล้วพูดยิ้มๆ ว่า "ได้เลยครับลุงจ้าว อย่าลืมเอารถจักรยานของผมกลับบ้านไปด้วยนะ นี่รถลูกรักผมเลยนะ~!"
"ได้ครับคุณชาย ไม่มีปัญหาครับ"
ลุงจ้าว หรือชื่อจริงคือ จ้าวหานอวิ๋น ผู้ใช้พลังสายเสริมกำลังระดับ 8 ขั้นปรมาจารย์ ติดตามเฉินเหวินหยวน พ่อของเฉินซีอินมานานกว่า 50 ปี เป็นขุนศึกผู้กล้าหาญที่สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนในสนามรบเผ่าพันธุ์ต่างดาว และเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสรับใช้ของตระกูลเฉิน
มองดูเฉินซีอินขึ้นไปนั่งบนรถ จ้าวหานอวิ๋นก็ยืดตัวตรง แล้วปิดประตูรถ หันไปมองรถจักรยานเก่าๆ สนิมเขรอะ สีหน้าดำคล้ำ แอบโอดครวญอยู่ในใจ:
"เอาล่ะสิ คุณชายยังห่วงไอ้จักรยานผุพังคันนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย!"
เขาตั้งสติ เรียกชายชุดรบคนหนึ่งเข้ามา แล้วสั่งการว่า "ปั่นรถกลับไป เอาไปเก็บไว้ในโรงรถ"
"ครับ! ผู้อาวุโสจ้าว!"
จ้าวหานอวิ๋นพยักหน้ารับ หันหลังเดินไปที่ฝั่งคนขับ เปิดประตู ขึ้นรถ ปิดประตู สตาร์ทเครื่อง เหยียบคันเร่งมิดไมล์……
——ฟิ้ว!
ขณะที่รถพลังวิญญาณพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังเขตคฤหาสน์ ชายฉกรรจ์หลายคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ตาปริบๆ
"นายปั่นสิ?"
"นายนั่นแหละปั่น!"
"ไม่ได้หรอก ฉันกลัวว่าออกแรงปั่นทีเดียวรถมันจะแหลกคามือเอาน่ะสิ ถึงตอนนั้นถ้าคุณชายเอาเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง?!"
"งั้นช่างมันเถอะ แบกไปก็แล้วกัน…"
หลังจากปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ชายหลายคนก็ถอนหายใจออกมา
วินาทีต่อมา ชายคนหนึ่งก็แบกจักรยานขึ้นบ่า ส่วนคนอื่นๆ ก็ออกแรงที่เท้า พุ่งตัววิ่งฉิวตามไปทางเขตคฤหาสน์
ในเวลานี้ เฉินซีอินกำลังนั่งอยู่บนเบาะที่นั่งอันแสนสบาย ลูบไล้เบาะหนังแท้นุ่มๆ พลางคิดในใจ
นี่สิถึงจะเป็นวิธีการเดินทางที่คู่ควรกับเขา ชีวิต 5 ปีในความทรงจำนี่มันบัดซบเกินไปแล้ว
แต่ว่า.... ฉันคือฉัน? หรือฉันคือเขา? หรือฉันก็คือฉันมาตลอด?
ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า ความลำบากที่ควรจะเจอ 5 ปีก็ไม่ได้เจอ ส่วนความสุขในอนาคต ตอนนี้ก็ขอเสวยสุขให้เต็มที่ไปเลย
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินซีอินก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันไปมองจ้าวหานอวิ๋นที่อยู่เบาะหน้า แล้วพูดขึ้นว่า:
"อ้อ จริงสิ ลุงจ้าว ช่วยส่งคนไปดูแลหลินอู่ให้ผมหน่อย วันนี้พี่น้องของผมเพิ่งปลุกพลังระดับ SSS ได้ ห้ามให้เกิดเรื่องเด็ดขาดนะ"
"วางใจได้เลยครับคุณชาย กระผมจัดการเรียบร้อยแล้ว"
"จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?"
"ใช่ครับ เมื่อกี้กระผมก็อยู่แถวๆ นั้นแหละ ถ้าไม่รีบควบคุมสถานการณ์ล่ะก็ พรุ่งนี้ข่าวที่เมืองเหวินโจวมีคนระดับ SSS โผล่มาสองคน คงกระฉ่อนไปทั่วต้าเซี่ยแน่ๆ"
"……โอเค งั้นผมนอนพักแป๊บนะ ถึงแล้วเรียกด้วย"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินซีอินก็ค่อยเบาใจลง เขายอมหลับตาลง ไม่นานก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปราวๆ ยี่สิบนาที
"คุณชายตื่นเถอะครับ ถึงบ้านแล้ว"
เฉินซีอินที่กำลังเล่นหมากรุกกับโจวกงอยู่ในฝัน สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียก
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองดูวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พบว่ามาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
เห็นเพียงสวนดอกไม้อันร่มรื่นอยู่ไม่ไกล ดอกไม้หลากสีสันส่งกลิ่นหอมหวนชวนดม
ละสายตากลับมา เฉินซีอินลุกขึ้นเปิดประตูรถ หลังจากลงจากรถก็บิดขี้เกียจ ก้าวยาวๆ ขึ้นบันได มาถึงประตูคฤหาสน์ ทาบนิ้วลงบนเครื่องสแกนลายนิ้วมือ แล้วผลักประตูเข้าไป
เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพื้นบ้านที่เปล่งประกายราวกับอัญมณี ส่องแสงระยิบระยับยามต้องแสงแดด การตกแต่งภายในก็หรูหราอลังการสุดๆ
ภาพนี้ทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ บ้านที่เขตชุมชนอวี้หลงของเขามันก็แค่รังหมาดีๆ นี่เอง
ขณะที่กำลังเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นตามความทรงจำ เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
"กลับมาแล้วเหรอ?!"
"พ่อ…"
เฉินซีอินเงยหน้ามอง ก็เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสง่างาม แผ่กลิ่นอายแห่งความน่าเกรงขามออกมาโดยไม่รู้ตัว โผล่พรวดมาอยู่กลางห้องนั่งเล่น
คนผู้นี้ก็คือตาแก่ของเขาเอง ผู้ใช้พลังสายเสริมกำลังระดับ 8 ขั้นปรมาจารย์ ผู้นำตระกูลเฉินคนปัจจุบัน เฉินเหวินหยวน
และยังมียศเป็นถึงพลโทแห่งต้าเซี่ย เป็นหนึ่งในกำลังรบหลักที่สนามรบเผ่าพันธุ์ต่างดาว เคยบุกโจมตีและต้านทานเผ่าพันธุ์ต่างดาวมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง สังหารพวกมันไปหลายแสนตัวที่แนวหน้า!
ชายผู้ใช้ดาบเล่มเดียว โค่นศัตรูข้ามระดับจากระดับ 8 ฆ่าระดับ 9 ได้ จนได้รับฉายาว่าเป็นยอดคนราชันดาบ
ขณะที่ความคิดกำลังแล่นผ่านหัว เฉินเหวินหยวนก็เข้ามาถึงตัวเฉินซีอินแล้ว เขาดึงลูกชายไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน แล้วยิ้มพูดว่า:
"สมกับเป็นลูกพ่อจริงๆ พี่ชายแกปลุกพลังสายพลังจิตระดับ SSS ได้ก็เก่งมากแล้ว ไม่นึกเลยว่าแกก็จะได้ระดับ SSS เหมือนกัน"
"แต่น่าเสียดายนะ ที่แกเป็นสายเสียงระดับ SSS คนแรก พวกเราไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องสายเสียงเท่าไหร่…… ถ้าเป็นสายอื่นล่ะก็ ที่บ้านยังพอหาคนมาคอยสั่งสอนแกได้บ้าง……"
"เพียะ!"
เสียงตบดังฉาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เฉินเหวินหยวนที่กำลังรำพึงรำพันอยู่ตรงหน้าเฉินซีอิน หัวทิ่มคะมำไปกระแทกกับขอบโซฟาดังปึก พร้อมกับเสียงตวาดดังลั่น
"น่าเสียดายกะผีอะไรล่ะ! พรสวรรค์ระดับ SS อย่างแกเนี่ย ถ้าไม่ได้พรสวรรค์ระดับ SSS ของฉันช่วยค้ำจุนไว้ แกจะมีปัญญามีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างซีเนี่ยนกับซีอินออกมาได้ไหมหา?"
สิ้นเสียงตวาด ร่างของคนคนหนึ่งก็โผล่มาอยู่ข้างโซฟา เฉินซีอินเงยหน้าขึ้นไปมอง
คนที่มาก็คือแม่ของเขาเอง หลินซืออวี่
เธออยู่ในชุดรบสีแดง ท่าทางทะมัดทะแมงองอาจ เครื่องหน้าสวยคม ดงตาใสกระจ่างดั่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
ซึ่งมันทำให้เฉินซีอินรู้สึกแปลกๆ ว่า การที่แม่แต่งงานกับตาแก่นี่ มันเหมือนดอกไม้เสียบขี้วัวชัดๆ
ชื่อของหลินซืออวี่นั้นฟังดูอ่อนโยนและนุ่มนวล แต่ทว่านิสัยกลับดุดันเอาเรื่อง เธอเป็นถึงยอดฝีมือสายธาตุระดับ 9 (ธาตุสายฟ้าและไฟ) ที่เฉียบขาดว่องไว อีกทั้งยังเป็นลูกสาวสายตรงของอดีตผู้นำตระกูลหลิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ระดับสูงสุดของต้าเซี่ย
และมียศเป็นถึงพลเอกแห่งต้าเซี่ย เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ด่านจูเชวี่ย
"ไว้หน้ากันหน่อยสิ! ลูกก็อยู่ตรงนี้นะ"
เฉินเหวินหยวนเงยหน้าขึ้นมาจากโซฟา มือขวาลูบบริเวณกลางกระหม่อมที่โดนตบ สีหน้าดูกระอักกระอ่วน
อีกด้านหนึ่ง หลินซืออวี่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เบียดเฉินเหวินหยวนกระเด็นไปอยู่ข้างๆ เธอหันไปมองเฉินซีอิน น้ำเสียงหนักแน่น แฝงไปด้วยความให้กำลังใจ
"ลูกรัก ไม่ต้องไปสนใจพ่อแกหรอก ถึงจะเป็นสายเสียงแล้วยังไง?"
"พวกเราสามารถบุกเบิกเส้นทางของตัวเองได้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเราก็ไปฝึกวิทยายุทธ์กัน ไม่ว่ายังไงแม่ก็สนับสนุนลูกเต็มที่!"
"ถ้าตระกูลเฉินไม่มีทรัพยากรให้ หาคนมาสอนลูกไม่ได้ เดี๋ยวแม่กลับไปจะไปดึงหูลุงของลูก บังคับเอาทรัพยากรมาให้ลูกเอง……!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเหวินหยวนก็หันขวับมามอง พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "ที่รักพูดอะไรเนี่ย เรื่องแบบนี้จะให้คนอื่นมาทำแทนได้ยังไง ครอบครัวเราจะเตรียมทรัพยากรให้ซีอินเอง……!"
"ฉันยังไม่ได้ชำระความกับแกเลยนะ!"
หลินซืออวี่จ้องหน้าเฉินเหวินหยวน แล้วกลอกตาบนใส่
"ตกลงว่าไอ้งั่งหน้าไหนในตระกูลเฉินของพวกแก ที่เป็นคนตั้งกฎทายาทสายตรงบ้าๆ บอๆ นี้น่ะ?"
"รู้อย่างนี้แต่แรก ฉันไม่แต่งงานกับแกให้ลูกเนี่ยนกับลูกอินต้องมาทนลำบากฟรีๆ หรอก!"
"เอ่อ.. ฉันก็ผ่านมันมาแบบนี้นี่นา.. นี่มันเป็นกฎที่บรรพบุรุษตั้งเอาไว้เลยนะ……"
เฉินเหวินหยวนบ่นอุบอิบ สีหน้าดูจำยอม
ในอดีต บรรพบุรุษของตระกูลเฉินเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ที่ต้องทนเห็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวบุกรุก สังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยม ด้วยความโกรธแค้น จึงสามารถปลุกพรสวรรค์ขึ้นมาได้
จากนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน ผ่านยุคมืดอันแสนหฤโหดและนองเลือด ภายนอกมีเผ่าพันธุ์ต่างดาวบุกรุก ภายในมีความวุ่นวาย ต้องทั้งคอยต้านทานเผ่าพันธุ์ต่างดาว และยังต้องระวังพวกไส้ศึกที่ไปสวามิภักดิ์กับเผ่าพันธุ์ต่างดาวอีก
ในช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายของต้าเซี่ย กว่าเขาจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดระดับเทพ และก่อตั้งตระกูลขึ้นมาได้ก็หืดขึ้นคอ
แต่ด้วยความที่ตัวเขาต้องอยู่ในสนามรบระดับเทพตลอดเวลา จึงละเลยการดูแลจัดการตระกูล ทำให้ในหมู่ทายาทสายตรงของตระกูลเฉิน เกิดมีพวกที่ชอบชุบมือเปิบ วางอำนาจบาตรใหญ่ มองคนธรรมดาเป็นแค่ขยะ ก่อให้เกิดพวกเหลือบไรและพวกไร้ความสามารถขึ้นมามากมาย
ท้ายที่สุด เมื่อบรรพบุรุษได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเจ็บปวดและสำนึกผิด จึงตัดสินใจใช้วิธีเด็ดขาดจัดการกับปัญหา หลังจากผ่านการกวาดล้างอย่างนองเลือดไปหนึ่งรอบ เขาก็ได้ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา
มาจากคนธรรมดา ก็ต้องกลับไปอยู่ท่ามกลางคนธรรมดา
เปลี่ยนจากความหรูหราฟุ้งเฟ้อมาสู่ความมัธยัสถ์ แล้วค่อยเปลี่ยนจากความมัธยัสถ์ไปสู่ความหรูหราฟุ้งเฟ้อ ถึงจะรู้ซึ้งว่ามันไม่ได้มาง่ายๆ
แน่นอนว่าทายาทสายรองกับทายาทสายตรง ไม่ได้มีข้อเรียกร้องเยอะแยะขนาดนี้ ทายาทสายตรงคือผู้ที่จะเป็นคนกุมพวงมาลัยเรือใหญ่ของตระกูลในอนาคต
ในขณะที่ยืนอยู่ในจุดสูงสุด ก็ต้องรู้จักความทุกข์ยากของโลกใบนี้ด้วย
ในตอนนั้นเอง ณ พื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ชายชราที่กำลังนั่งแคะง่ามนิ้วเท้าอยู่ จู่ๆ ก็จามออกมาเสียงดังลั่น
"ฮัดเช่ย! ใครนินทาข้าเนี่ย??"
………
"เอาล่ะๆ เลิกโกรธได้แล้ว ลองถามซีอินดูสิว่าคิดยังไง จะเลือกเปิดเผยตัวตน หรือว่าจะปกปิดตัวตนต่อไป"
เฉินเหวินหยวนเดินเข้าไปกุมมือหลินซืออวี่ นวดคลึงไปมาเพื่อปลอบใจ
วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็หันขวับมามองเฉินซีอินพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยคำถาม
"เอ่อ… นี่มันภารกิจหลักชัดๆ"
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ตัวเลือก 2 ข้อก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเฉินซีอิน
【ตัวเลือกที่ 1: เลือกเส้นทางเปิดเผยตัวตน เป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุค ไร้เทียมทานในรุ่นเดียวกัน กวาดล้างศัตรูในยุคปัจจุบัน ยกระดับเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งต้าเซี่ย กวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่างดาว รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มพลังพิเศษ 10000 แต้ม, ทักษะแบบสุ่ม (เทียบเท่าทักษะการต่อสู้ระดับ SSS)】
【ตัวเลือกที่ 2: เลือกเส้นทางปกปิดตัวตน แกล้งหมูกินเสือ โชว์เทพตบหน้า ให้ตัวร้ายไร้สมองเหยียบหัวร้องก๊าบๆ ตีลูกเดี๋ยวพ่อก็มา ตีพ่อเดี๋ยวปู่ก็มา รางวัลเมื่อสำเร็จ: วิชาปกปิดกลิ่นอาย, วิชาแปลงกายสารพัดนึก】
(จบแล้ว)