เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 398 จำยอม

ตอนที่ 398 จำยอม

ตอนที่ 398 จำยอม


ตอนที่ 398 จำยอม

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวได้นึกถึงทุกอย่างในตอนที่ตัวเขากำลังนั่งสมาธิเพื่อทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

เป็นเพราะเฉินเหลียงชูมีชื่ออยู่บนอันดับสูงสุดของบัญชีขาว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขากลับไม่คำนึงถึงสิ่งที่ทำเลย การกระทำของเขาในหมู่บ้านแห่งนี้ช่างขัดกับหลักความดี ยังไงซะเฉินเหลียงชูคงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้แพร่งพรายไปสู่โลกภายนอกได้แน่ ดังนั้นการลงโทษทั้งสามอย่างของลู่โจวจึงเพียงพอแล้วที่จะทำให้ชายคนนี้รู้สึกผิด

เมื่อเฉินเหลียงชูและคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้ว

ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในหมู่บ้านต่างก็สบตากัน

ชายเพียงแค่คนเดียวกำลังพูดจาเสียมารยาทต่อหน้าผู้เป็นเจ้านายของพวกเขาอยู่ ชายชราคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน

ความรู้สึกถึงลางไม่ดีผุดขึ้นในใจของพ่อบ้านโจว ตัวเขาได้ถอยหลังกลับไปด้วยความกังวลเล็กน้อย ในตอนนี้ตัวเขาได้รับบาดเจ็บตั้งแต่แรก ถ้าหากมีการต่อสู้เริ่มจริงตัวเขาก็มีแต่จะต้องเป็นฝ่ายสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น

แทนที่จะโกรธเคือง เฉินเหลียงชูกลับหัวเราะออกมา ตัวเขาได้ปรบมือก่อนที่จะพูดขึ้น “ผู้อาวุโส...ท่านช่างมีอารมณ์ขันซะจริง แต่ข้าว่าตอนนี้มันไม่เหมาะหรอกนะ”

“ข้าไม่เคยล้อเล่น” ลู่โจวพูดออกมาด้วยเสียงที่จริงจัง

เฉินเหลียงชูขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีเพียงคนไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่จะทำให้ข้าประทับใจได้ ตราบที่ข้ามีชีวิตอยู่ข้าก็รู้สึกประทับใจคนอยู่ 2 คนเท่านั้น”

“หืม?”

“คนแรกที่ข้าชื่นชมก็คือจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน หย่งชิง” เฉินเหลียงชูยังคงพูดต่อ “ส่วนคนที่สองที่ข้าชื่นชมก็คือปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าผู้ชั่วร้าย นั่นแหละคือคนที่ข้าล้วนชื่นชม”

“...”

‘พ่อบ้านโจวไม่ได้พูดโกหก เจ้านี่มีฉันเป็นไอดอลจริงๆ ด้วย’

เป็นเรื่องน่าขันสำหรับผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีขาวจะชื่นชมผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำ

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้หัวเราะก่อนที่จะพูดขึ้น “ถ้าหากเป็นแบบนั้นเจ้าก็รีบคุกเข่าและคร่ำครวญต่อหน้าอาจารย์ของข้าซะ!” หยวนเอ๋อได้พูดออกมาอย่างจริงจัง

แต่ถึงแบบนั้นมันก็ฟังดูเป็นเหมือนกับการเยาะเย้ยตัวของเฉินเหลียงชูซะมากกว่า

“เฟิงปิง” เฉินเหลียงชูโบกมือ

เฟิงปิงเป็นผู้ที่มีสายตาเฉียบคม ตัวเขาที่เห็นสัญญาณมือรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

นี่มันวิชาเต๋าอำพราง วิชาพลังผืนฟ้าอย่างงั้นหรอ?

ทุกคนจ้องมองไปที่เฟิงปิงที่กำลังปลดปล่อยความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมา

หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นกำลังจะขยับตัว แต่นางก็ได้เห็นผู้เป็นอาจารย์ยกฝ่ามือขึ้นมาซะก่อน ‘ตั้งแต่ที่ท่านอาจารย์เริ่มเคลื่อนไหว ผลแพ้ชนะก็ถูกตัดสินแล้ว...’

แสงสีม่วงที่ดูคล้ายกับสายฟ้าได้ส่องสว่างอยู่ในมือของลู่โจว ตัวเขาง้างแขนของตัวเองก่อนที่จะผลักไปที่ด้านหน้า มันไม่ใช่การใช้การ์ดการโจมตีของเพชฌฆาต มันเป็นการใช้การ์ดคลื่นพลังสายฟ้านั่นเอง!

พลังฝ่ามือที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสีม่วงได้พุ่งตรงไปที่ด้านหน้า

“นี่มันผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์?” เฟิงปิงไม่ได้สนใจอะไร ตัวเขาจ้องมองลู่โจว แต่เมื่อสัมผัสกับพลังสีม่วงของลู่โจว ในตอนนั้นคลื่นพลังสายฟ้าก็ได้ซัดเข้าใส่ตัวเขาจากทางท้องฟ้า

ปั๊ง!

เฟิงปิงถูกพลังสายฟ้าโจมตีเข้าอย่างจังเข้าที่ใจกลางหน้าอก ก่อนที่ตัวเขาจะปล่อยพลังผืนฟ้าออกมา ร่างกายของเขาก็กระเด็นถอยกลับไปซะก่อน ในตอนนี้จิตใจของเขากำลังว่างเปล่า ในตอนที่กำลังจะถูกโจมตีเฟิงปิงเห็นเพียงสายฟ้าที่มีแสงสีม่วงตกลงมาจากท้องฟ้า เฟิงปิงได้อุทานออกมา “คลื่นพลังสายฟ้าอย่างงั้นหรอ?”

ตู๊ม!

เมื่อพลังคลื่นสายฟ้าสัมผัสกับเป้าหมาย

ในตอนนั้นเองเฟิงปิงก็ได้กระอักเลือดออกมา เลือดของเขาได้กระจายอยู่ทั่วทั้งท้องฟ้า ตัวเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกใครทุบตีด้วยค้อนไปที่จุดตันเถียนอย่างเต็มแรง เฟิงปิงไม่มีวิธีการอะไรที่จะโต้กลับได้เลย

แม้ว่าอัตราการสังหารของการ์ดคลื่นพลังสายฟ้าจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ถ้าหากมันจู่โจมเข้าจุดสำคัญของเป้าหมายได้ อัตราการสังหารก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ทั่วทั้งลานเงียบราวกับสุสานล้าง

พ่อบ้านโจวสั่นไปทั้งขา ตัวเขาล้มลงกับพื้นด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว ‘นี่คือพลังของผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นเหรอ? นี่ยังเป็นพลังของผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นสินะ? ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนจะสามารถรับมือกับยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัว 4 กลีบอย่างเฟิงได้? นี่มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่!’

พ่อบ้านโจวไม่ใช่คนเดียวที่ตกใจ เฉินเหลียงชูเองก็ตกใจเช่นกัน

พลังวรยุทธที่เฉินเหลียงชูมีสูงกว่าเฟิงปิงเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เฉินเหลียงชูเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบนั่นเอง แต่เมื่อเจอกับชายชราผู้ที่สามารถเอาชนะเฟิงปิงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้ความมั่นใจทั้งหมดที่เฉินเหลียงชูเคยมีก็สั่นคลอนไป น่าเสียดายที่ตัวเขาย้อนกลับไปไม่ได้อีก ในตอนนั้นเฉินเหลียงชูได้แต่โบกมืออีกครั้ง

ผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆ ที่ยังคงลอยอยู่ได้พุ่งไปที่ด้านหน้าก่อนที่จะล้อมรอบลู่โจวและหยวนเอ๋อเอาไว้

“ดื้อด้านซะจริง” ลู่โจวส่ายหัว

หยวนเอ๋อเองกลอกตามองก่อนที่จะพูดตามมา “เจ้ามันโง่ซะจริง เจ้าน่ะชื่นชมอาจารย์ของข้ามาก ตอนนี้เจ้าคงจะใช้เหตุผลนั้นขอความเมตตาจากอาจารย์ของข้าไม่ได้แล้วล่ะ!”

‘หืม?’ เฉินเหลียงชูจามก่อนที่จะพูดออกมา “สาวน้อย เจ้าน่ะคิดว่าใจเสาะจนเกินไปแล้วนะ ข้าน่ะมีชื่ออยู่ในบัญชีขาวอันดับสูงสุด จับพวกมันเอาไว้ซะ!”

ด้วยคำสั่งนี้เองทำให้ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายพุ่งเข้าหาทั้งสองคน

เป็นธรรมดาที่เฉินเหลียงชูจะไม่เชื่อในสิ่งที่หยวนเอ๋อพูด สำหรับเฉินเหลียงชู เขามีรูปเหมือนของจีเทียนเด๋า ตัวเขาได้เฝ้ามองใบหน้านั้นตลอดทุกวัน ชายชราที่อยู่ตรงหน้านี้ดูไม่เหมือนกับจีเทียนเด๋าแม้แต่เพียงนิดเดียว!

ลู่โจวเองไม่สามารถตำหนิใครได้ ท้ายที่สุดแล้วจีเทียนเด๋าก็ไม่เคยสนใจที่จะดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นทรงผมของเขาก็มักจะไม่เป็นระเบียบ ในทางตรงกันข้ามชายชราที่อยู่ตรงหน้ากับดูสงบนิ่ง ตัวเขาที่เป็นแบบนี้จึงดูแตกต่างจากจีเทียนเด๋าในอดีตอย่างสิ้นเชิง

เมื่อผู้ฝึกยุทธก้าวไปที่ด้าหน้า เฉินเหลียงชูก็ได้บินออกมาจากรถม้าลอยฟ้าของตัวเอง

“บี่เอี๊ยน!”

โฮรกกก!

ไม่มีใครรู้ว่าเสียงคำรามที่ดังขึ้นมาจากทิศทางไหน

บี่เอี๊ยนได้พุ่งตัวเองออกมาจากเงามืด มันได้พุ่งใส่ผู้ฝึกยุทธที่อยู่รอบๆ

ผู้ฝึกยุทธรู้สึกกลัวจนหมดปัญญา ผู้ฝึกยุทธคนแล้วคนเล่าได้ถูกบี่เอี๊ยนเข้าจัดการไป ต่อหน้าบี่เอี๊ยนผู้ฝึกยุทธที่ไม่ได้มีพลังแข็งแกร่งอะไรต่างก็ถูกจัดการไปในทันที

“ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 10”

“ติ้ง! สังหารเป้าหมาย ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 10”

ลู่โจวไม่ได้คิดสนใจอะไรแต้มบุญเพียงน้อยนิดพวกนี้ ตัวเขากำลังจ้องมองไปที่รถม้าที่กำลังลอยขึ้นไปมากกว่า

เฉินเหลียงชูได้พูดขึ้น “ข้าจะจำหนี้แค้นในครั้งนี้เอาไว้...พวกเราได้พบกันอีกแน่” ตัวเขามั่นใจว่ารถม้าลอยฟ้าจะต้องพาตัวเองให้หนีรอดไปได้แน่

สีหน้าของลู่โจวในตอนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป ตัวเขายกมือซ้ายก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นมา มันเป็นการบีบอัดพลังลมปราณของตัวเอง ในตอนนั้นเองคันธนูสีน้ำเงินจางๆ ก็ได้ปรากฏขึ้น ลูกศรพลังงานเองก็ปรากฏขึ้นที่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางเช่นเดียวกัน

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีต้นกำเนิดมาจากความว่างเปล่า และทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ในสังสารวัฏ

ภาพของลู่โจวที่ได้ยิงลูกศรพุ่งทะลุผ่านหมู่เมฆไปเพื่อที่จะจัดการสัตว์ขี่ของไป่มาได้ปรากฏอยู่ภายในใจ

พลังวิเศษจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ได้พันรอบลูกศรของลู่โจวเอาไว้

พรึ๊บ!

ในที่สุดลูกศรพลังงานก็ถูกปล่อยออกไป มันได้แล่นไปในอากาศราวกับว่าเป็นการแสดงของดอกไม้ไฟ แสงสว่างของมันได้ส่องสว่างอย่างโดดเด่นภายใต้แสงจันทร์

เฉินเหลียงชูได้ยินเสียงแปลกๆ ที่กำลังไล่ตามหลังของตัวเองมา ตัวเขาได้หันไปมองเสียงที่ว่า “นั่นมันอะไรกัน? ลูกศรพลังงานอย่างงั้นเหรอ?”

ตัวเขาได้เปิดใช้งานพลังอวตารของตัวเองในทันที ร่างกายของเฉินเหลียงชูได้ปกคลุมไปด้วยพลังป้องกันอย่างแน่นหนา

แม้ว่าจะเจอกับพลังป้องกัน ลูกศรพลังงานก็ยังเจาะทะลุเป้าหมายของมันได้อยู่ดี พลังอวตารและจุดตันเถียนของเฉินเหลียงชูถูกลูกศรยิงทะลุไปไม่เหลือชิ้นดี

รถม้าเองก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เช่นกัน

เฉินเหลียงชูได้ตกลงมาจากฟากฟ้า

หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นก็รีบปรบมือของนาง “ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านอาจารย์ ข้าเองก็อยากจะเรียนวิชาธนูเหมือนกัน!

ลู่โจวส่ายหัว ตัวเขารู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก ถ้าหากตัวเขาเลือกโจมตีโดยใช้พลังจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์พร้อมๆ กับอาวุธนิรนาม ตัวเขาจะต้องฆ่ายอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบได้แน่ ตัวเขาได้ใช้พลังหนึ่งในสามจากพลังทั้งหมดในการจู่โจมครั้งนี้ ในอดีตเมื่อตัวเขาได้ใช้พลังส่วนนี้กับอาวุธนิรนาม การโจมตีของลู่โจวก็สามารถจัดการกับผู้คลั่งไคล้แห่งดาบลั่วฉางชิงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ในตอนนี้เฉินเหลียงชูเป็นผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบเท่านั้น พลังของเขายังด้อยกว่าพลังของลั่วฉางชิงด้วยซ้ำไป ถ้าหากไม่มีอาวุธระดับสรวงสวรรค์ จึงเป็นธรรมดาที่การโจมตีของเขาจะอ่อนกำลังลง แต่ยังไงซะลูกศรพลังงานก็ยังเจาะทะลุจุดพลังลมปราณของเฉินเหลียงชูได้ นี้ก็เท่ากับว่าชายคนนี้ได้ถูกทำลายพลังวรยุทธไปจนหมดสิ้น

ตู๊ม!

เฉินเหลียงชูได้ตกลงใส่หลังคาก่อนที่จะกลิ่นลงไปบนพื้น ตัวเขามองไปที่ใบหน้าของลู่โจวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ในเวลาเดียวกันบี่เอี๊ยนก็เกือบที่จะกวาดล้างผู้ฝึกยุทธทั้งหมดได้แล้ว

ทั่วทั้งหมู่บ้านเงียบสงบอีกครั้ง

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองในขณะที่มองไปยังเฉินเหลียงชูที่อยู่บนพื้น “ข้าได้ให้โอกาสเจ้าแล้วแท้ๆ ...แต่ถึงแบบนั้นเจ้ากลับไม่คิดรับไว้”

สีหน้าของเฉินเหลียงชูมีแต่ความสิ้นหวัง ตัวเขาพยายามฝืนทนต่อความรู้สึกเจ็บปวดก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้ามาจากสำนักลั่วอย่างงั้นสินะ?”

หยวนเอ๋อตอบออกมาซะก่อน “ถุ้ย! ไม่มีทางที่จะเป็นสำนักลั่วเส็งเคร็งนั่นแน่”

เฉินเหลียงชูนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น “ข้าจะทำ ข้าจะทำตามที่เจ้าพูด”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 398 จำยอม

คัดลอกลิงก์แล้ว