เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 375 แผนกำจัดปีศาจ

ตอนที่ 375 แผนกำจัดปีศาจ

ตอนที่ 375 แผนกำจัดปีศาจ


ตอนที่ 375 แผนกำจัดปีศาจ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

รถม้าล่องเมฆาได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วคงที่ มันเป็นเหมือนกับเรือที่ล่องไปยังคูน้ำ

ลู่ปิงเป็นผู้อาวุโสผู้ที่เด็กที่สุดจากสำนักลั่ว แม้ว่าเขาจะมีความเชี่ยวชาญในการขัดเกลาอาวุธรวมไปถึงการสร้างอาวุธก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นการควบคุมรถม้าก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเขาเลย นอกเหนือจากพื้นที่ที่พืชพรรณดูเหี่ยวเฉา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลือกลับดูปกติ

หลังจากสังเกตเห็นผืนดิน มันมีต้นไม้เขียวที่เหี่ยวเฉาเกิดขึ้นมาเป็นหย่อมๆ

ลู่ปิงได้ยิ้มออกมาระหว่างที่ควบคุมรถม้า มันเป็นการแสดงความรู้สึกมุ่งมั่นที่ตัวเขาจะรับใช้เหล่าบรรดายอดคนทั้งหลาย ตัวเขาได้มองย้อนไป หลังจากที่สังเกตมาสักระยะเวลาหนึ่งดูเหมือนว่าศิษย์ที่อายุน้อยมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นคนที่ใสซื่อและพูดคุยง่ายที่สุดแล้ว ดังนั้นตัวเขาจึงเลือกที่จะยิ้มอย่างสดใสก่อนที่จะถามออกมาเบาๆ “ท่านศิษย์คนที่เก้า ท่านคิดยังไงกับทักษะการขับรถม้าลอยฟ้าของข้ากัน?”

หยวนเอ๋อกลอกตามองบนก่อนที่จะตอบกลับ “ธรรมดาเกินไป” ถ้าหากเป็นหยวนเอ๋อในอดีต นางคงจะตบหน้าลู่ปิงทันทีที่ได้ฟังคำถาม แต่หลังจากที่ฟังคำพูดของหมิงซี่หยิน หยวนเอ๋อเลยเลือกที่จะให้คำตอบที่เป็นประโยชน์กับลู่ปิงไปแทน

“หะ? ธรรมดาอย่างงั้นหรอ?” ลู่ปิงเกาหัวของตัวเอง ‘นั่นเป็นไปไม่ได้เลย ข้าเพิ่งจะควบคุมรถม้าลอยฟ้าได้สองครั้งเท่านั้น ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่นแบบนี้ ทำไมนางถึงได้ให้คะแนนข้าต่ำแบบนี้?’

“เจ้ายังอยู่อีกไกลเมื่อเทียบกับทักษะของศิษย์พี่สี่ข้า” หยวนเอ๋อพูดเสริม

ลู่ปิงเหลือบมองไปที่หมิงซี่หยินที่ยินอยู่ข้างๆ ตัวเขาได้แต่คิดสงสัย ‘นี้คงจะเป็นน้ำใจของศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นสินะ แม้แต่ศิษย์คนที่สี่เองยังไว้วางใจให้ข้าควบคุมพังงารถม้าอยู่แบบนี้? ช่างเป็นงานที่มีเกียรติซะจริง!’

หมิงซี่หยินกำลังสังเกตพืชพรรณที่เหี่ยวเฉาที่อยู่ด้านล่าง “ท่านอาจารย์ ดูเหมือนว่าพืชที่เหี่ยวเฉาจะดูเบาบางบ้างแล้วจากพื้นที่ด้านหน้า”

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพยักหน้า

ในตอนนั้นเองเล้งลั่วก็ได้สังเกตพื้นด้านล่างได้พูดขึ้น “นี่มันดูไม่ปกติ...มีใครบางคนเป็นคนทำอย่างงั้นสินะ?”

ฝานลี่เทียนเป็นผู้ที่จำทิวทัศน์ของป่าทมิฬได้ ตัวเขาจำได้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหี่ยวเฉาหลังจากที่ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ไป “ข้าสงสัยว่ามีใครบางคนพยายามที่จะต่อต้านเจตจำนงของสวรรค์เพื่อหยิบยืมเวลาให้กับตัวเอง”

ในที่สุดเหล่ายอดคนก็เริ่มที่จะพูดคุยกันอีกครั้ง ลู่ปิงเริ่มเงี่ยหูฟังในทันที ลู่ปิงได้ฟังการสนทนาของพวกเขาอย่างจริงจัง

ลู่โจวพูดต่อ “มีผู้คนมากมายที่อยากจะหยิบยืมชีวิตจากสวรรค์ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีใครจบลงด้วยดี”

ตลอดเวลาของประวัติศาสตร์ในโลกยุทธภพ เหล่าผู้ฝึกยุทธมักจะคิดค้นวิธีต่างๆ นาๆ ก็เพื่อที่จะยืดอายุขัยของตัวเอง...แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีใครสามารถข้ามผ่านพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบไปได้ ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็จบลงแบบเดียวกัน

“ท่านอาจารย์ ให้ศิษย์ลงไปตรวจสอบไหม?” หมิงซี่หยินได้เสนอตัวขึ้นมา

“ไม่จำเป็น” ลู่โจวมองไปที่ยังทิศที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าตั้งอยู่ก่อนที่จะพูดขึ้น “ตอนนี้กลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้ากันก่อนเถอะ”

ณ สำนักอเวจีประจำมณฑลยี่

ยู่เฉิงไห่ชี้ไปที่ดินแดนทางฝั่งตะวันตกของแผนที่ก่อนที่จะพูดออกมา “พื้นที่มณฑลยี่ส่วนใหญ่ในตอนนี้ถูกสำนักอเวจีของพวกเราควบคุมไว้ได้แล้ว คนของเหวยซู่หยานล้วนอ่อนแอ มณฑลยี่ทั้งหมดจะต้องตกเป็นของสำนักอเวจีภายในระยะเวลา 1 เดือนแน่”

สีวู่หยาได้พูดต่อ “เหวยซู่หยานได้รับคำสั่งให้มาปราบปรามความวุ่นวายที่นี่ น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่แม่ทัพตัวจริง แต่ไม่ว่าจะยังไงพวกเราก็ต้องระหว่างหลี่จิงยี่ให้ดี...”

“ศิษย์น้องเจ็ด เจ้าพูดมีเหตุผล หลี่จิงยี่เป็นคนที่เคลื่อนไหวได้อย่างเฉียบคม...นางเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ” ยู่เฉิงไห่พูดต่อ

“ไม่มีอะไรจะต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องทหารของเหวยซู่หยาน...เพียงแต่...” สีวู่หยาชี้ไปยังลั่วหลาน

“ชนเผ่าอื่นอย่างงั้นหรอ?” ยู่เฉิงไห่ขมวดคิ้วของตัวเองเล็กน้อย

“ถ้าลั่วหลานสามารถลักลอบเข้ามา มณฑลยี่จะต้องตกอยู่ในความวุ่นวายแน่เมื่อต้องรับมือกับศึกทั้งสองด้าน” สีวู่หยาพูดขึ้น

ยู่เฉิงไห่พยักหน้า “เรื่องนี้พวกเราจะตัองจัดแจงให้คนไปสังเกตการณ์ดูอีกที...” เมื่อคิดถึงการต่อสู้ทั้งสองด้านตัวเขาก็ได้ถามออกมา “มีข่าวเกี่ยวกับศาลาปีศาจลอยฟ้าบ้างไหม?”

สีวู่หยาตอบกลับ “ในตอนแรกสำนักฝ่ายธรรมะวางแผนที่จะใช้โอกาสนี้ในการเข้าโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้าหลังจากที่ได้ข่าวม่านพลังของภูเขาทองได้หายไป...”

ยู่เฉิงไห่ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน “แผนที่จะจำกัดศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ? พวกเขาต้องการที่จะฆ่าท่านอาจารย์อย่างงั้นสินะ?”

สีวู่หยาพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น “แต่ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์กับศิษย์พี่รองจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นแล้ว พวกเขากำลังร่วมมือกัน”

เมื่อยู่เฉิงไห่ได้ยินแบบนั้นตัวเขาก็ขมวดคิ้วหนักขึ้นก่อนที่จะนั่งลง เมื่อยู่ฉางตงกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า สำนักฝ่ายธรรมะทั้งหลายก็ยังไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอะไร

ตุ๊บ!

จู่ๆ ยู่เฉิงไห่ก็ได้ฟาดกำปั้นของตัวเองลงบนโต๊ะ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ตะคอกขึ้น “ข้าไม่ควรอ่อนข้อให้ศิษย์น้องรองเลยจริงๆ ...ข้าเคยบอกไปแล้วว่านิสัยของศิษย์น้องรองจะต้องสร้างปัญหาให้กับพวกเรา เจ้าเชื่อข้าได้รึยังล่ะศิษย์น้องเจ็ด?”

‘เอ่อ...’ สีวู่หยาผงะไปเล็กน้อย ‘แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้ากัน?’ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้พูดออกมา “ศิษย์พี่รองได้สร้างรายชื่อของคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา มันเป็นชื่อของผู้ที่เคยบุกโจมตีภูเขาทองเมื่อในอดีต ใครก็ตามที่มีรายชื่ออยู่นั้นจะต้องถูกดาบของศิษย์พี่พรากเอาวิญญาณไป”

ยู่เฉิงไห่ได้พูดออกมาอย่างไม่พอใจ “เจ้านั่นคงจะคิดว่าตัวเองจะไม่แพ้ให้กับใครแล้วสินะ...เจ้านั่นคิดว่าไม่มีใครแตะต้องมันได้ก็เพราะพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบอย่างงั้นหรอ?”

ถ้าหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเขตแดนพลัง, ม่านพลัง, ยาพลังวิเศษ สำนักอเวจีก็คงจะพิชิตสำนักทุกแห่งในโลกก่อนที่จะรวบรวมมันไว้ด้วยกันได้แล้ว

ยู่เฉิงไห่ได้ใช้เวลาของตัวเองไปหลายปีในการศึกษาเขตแดนพลังทั้งสิบที่มีอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังหาทางจัดการกับมันไม่ได้

“ศิษย์พี่ใหญ่...คงจะดีกว่าถ้าหากพวกเรายึดมณฑลยี่ได้ หลังจากที่พิชิตมณฑลยี่ได้ข้าขอแนะนำให้พวกเราเดินทางต่อไปที่ทางเหนือเพื่อพิชิตมณฑลเหลียงต่อ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นยู่เฉิงไห่ก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง “ได้!” ยู่เฉิงไห่ได้เดินไปตบไหล่สีวู่หยาก่อนที่จะพูดออกมาอย่างมีพลัง “ในเมื่อมีเจ้าข้าก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป การจะยึดครองโลกใบนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม”

ณ สุสานแห่งดาบ

ภายในสุสานแห่งดาบที่มืดสนิทมีลำแสงอ่อนๆ กำลังสอดส่องเข้ามา มันเป็นเพียงแสงเพียงแสงเดียวที่อยู่ภายในนั้น ที่สุดขอบม่านพลังแห่งดาบ มีใครสองคนกำลังยืนอยู่ พวกเขาต่างก็มองไปยังเขตแดนพลัง มันเป็นเขตแดนที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“เจ้าแน่ใจเหรอ...ว่าสิ่งนี้จะช่วยทำให้ตัวเองฝึกฝนไปถึงอวตารดอกบัวเก้ากลีบได้?” หนึ่งนั้นได้มองไปที่ซากศพที่เกลื่อนกลาดก่อนที่จะพูดเกี่ยวกับเขตแดนพลังออกมา

ใครอีกคนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “เจ้าคิดว่าพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบเป็นของธรรมดาๆ อย่างงั้นหรอไงกัน? เจ้าคิดว่าพวกเราทุกคนจะสามารถฝึกฝนตัวเองไปถึงขั้นนั้นได้สินะ? การที่จะไปถึงขั้นนั้นได้มันไม่มีทางเลย แต่...ของสิ่งนี้จะช่วยทำให้ข้าเอาชนะผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบได้”

“ไป่มา ถ้าหากเจ้าทำไม่ได้ เจ้าก็อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นจะดีกว่า!”

“จางหยวนฉาน...เจ้าเองก็มีชื่ออยู่ในรายชื่อที่ยู่ฉางตงมี เจ้าน่ะไม่มีทางเลือก! ถ้าหากเจ้ามีความคิดที่ดีกว่านี้เจ้าก็เดินออกไปได้เลย!” ไป่มาได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ

คนที่อยู่ข้างๆ ไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือจางหยวนฉาน เจ้าสำนักเที่ยงธรรม

หลังจากที่สำนักเที่ยงธรรมถูกกวาดล้างไป จางหยวนฉานก็ไม่มีที่ให้ไปอีก ตัวเขาไม่ได้มีทางเลือกอะไรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ในตอนนี้จางหยวนฉานยังตกเป็นเป้าของยู่ฉางตงอีกด้วย ตัวเขาต้องอาศัยอยู่อย่างหวาดผวาจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ในตอนนี้ยอดฝีมือที่มีรายชื่อก็ถูกยู่ฉางตงสังหารไปเป็นจำนวนมากแล้ว จางหยวนฉานที่เห็นแบบนั้นยิ่งสิ้นหวัง

“ข้าจะอยู่ต่อ” จางหยวนฉานพูดออกมาอย่างไม่มีทางเลือกในขณะที่จ้องไปยังไป่มา

“ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อศึกษาเรื่องนี้...ข้าได้รวบรวมพลังชีวิตด้วยเวทมนตร์คาถามา เจ้ากับข้าน่ะอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้ว เชื่อข้าซะ!” ไป่มาพูดออกมาอย่างมั่นใจ

“แล้วจะมาที่นี่เพื่ออะไรกัน?” จางหยวนฉานไม่เข้าใจเลยว่าจะต้องทำอะไรกันแน่ เขาไม่เข้าใจเลยว่าไป่มาพูดอะไร ไป่มาได้ยกแขนขึ้นมาอย่างช้าๆ ในตอนนั้นเองพลังสีม่วงก็ได้ปรากฏขึ้นบนเขตแดนพลัง เมื่อถูกพลังเวทมนตร์คาถาไปม่านพลังทั้งเจ็ดก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรกลับมา

“นี่คือที่ที่มีพลังหยางที่มากที่สุด ที่แห่งนี้มียอดฝีมือฝึกฝนอยู่ แต่น่าเสียดายที่พวกเราไม่มีโอกาสได้พบเขา ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม...” น้ำเสียงของไป่มาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ตัวเขาได้ชี้ไปที่ซากศพที่มีอยู่ในม่านพลังดาบทั้งเจ็ด “แต่ไม่ว่าจะยังไงข้าก็จะทำ”

“ซากศพน่ะหรอ?” จางหยวนฉานไม่เข้าใจอะไรเลย

ทันใดนั้นเองซากศพก็เริ่มเคลื่อนไหว

“วิชาเชิดหุ่น!” จางหยุนฉานตกใจ

“ชายคนนี้ก็คือนักบวชยอดฝีมือของชาวพุทธ...” ไป่มาสัมผัสพลังที่ศพมีได้

“เจ้าคิดที่จะทำอะไรกัน?” จางหยวนฉานถามออกมา

ไป่มามองไปที่จางหยวนฉานก่อนที่จะพูด “ข้าจะใช้พลังชีวิตทั้งหมดเพื่อเพิ่มพลังของเจ้า จำไว้ว่าเจ้ามีโอกาสเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น”

ในตอนนั้นเองดวงตาของจางหยวนฉานก็เริ่มกลับขึ้นมามีความหวังอีกครั้ง ตัวเขายอมพยักหน้าตอบรับแต่โดยดี

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 375 แผนกำจัดปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว