เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 372 เวลา 20 ปีภายในพริบตาเดียว

ตอนที่ 372 เวลา 20 ปีภายในพริบตาเดียว

ตอนที่ 372 เวลา 20 ปีภายในพริบตาเดียว


ตอนที่ 372 เวลา 20 ปีภายในพริบตาเดียว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวไม่ได้วางหินของตัวเขาลงบนกระดานในทันที ตัวเขากำลังจ้องมองหยุนเทียนลั่วที่อยู่ตรงข้ามกับตัวเองแทน แววตาของเขายังดูไร้อารมณ์อยู่เช่นเคย

ส่วนเหล่าสาวกจากทั้งสามสำนักเองมองเห็นเพียงชายชราทั้งสองที่ผลัดกันเดินหมากกันไปมา เมื่อดาบพลังงานบนท้องฟ้าได้จางหายไป พวกเขาก็เห็นท่าทีของชายชราทั้งสองแปลกไปเป็นเวลานาน

เรื่องแบบนี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกชั่วครู่หนึ่ง

ทุกคนเริ่มสังเกตเห็นนิ้วของหยุนเทียนลั่วกำลังสั่นเครือ หินสีดำที่อยู่ในระหว่างนิ้วของเขากำลังหลุดออกจากนิ้วไป มันได้ตกลงบนกระดานที่อยู่ด้านหน้า

แกร๊ก!

เขตแดนพลังที่อยู่บนกระดานเริ่มดูอ่อนพลังลง พลังรัศมีสีทองเองก็เริ่มที่จะจางหายไปเช่นกัน

กระดานที่เคยดูดีบัดนี้ได้เปลี่ยนไป มันดูเก่าแก่เหมือนกับผ่านเวลามาอย่างเนิ่นนาน เส้นแบ่งกระดานทั้ง 19 เส้นยังคงอยู่ชัดเจนเหมือนเดิม แต่ในตอนนี้เขตแดนพลังทั้งหมดบนกระดานกำลังจะจางหายไปแล้ว

“ท่านปรมาจารย์!” เมื่อเฟิงอี้จือเจ้าสำนักลั่วเห็นแบบนั้น ตัวเขาก็รู้สึกกังวลจนอยากที่จะเข้าไปช่วย

หยุนเทียนลั่วได้พูดออกมา “หนานกงเหว่ย”

“ครับท่านปรมาจารย์?”

“จัดการกับทุกคนที่กล้าเข้ามาใกล้ข้า ลงโทษทุกคนด้วยโทษสถานหนักที่สุดจากสำนักของพวกเรา” หยุนเทียนลั่วพูดขึ้น

หนานกงเหว่ยผงะ ตัวเขากำลังรู้สึกสับสน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็โค้งคำนับก่อนที่จะยอมรับคำสั่งแต่โดยดี “ครับท่านปรมาจารย์”

หนานกงเหว่ยได้ก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อที่จะขวางทางทุกคนเอาไว้

เหล่าสาวกจากทั้งสามสำนักรวมไปถึงผู้อาวุโสเองต่างก็หยุดอยู่กับที่ พวกเขาได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะส่ายหัว

หยุนเทียนลั่วมองไปที่ลู่โจวก่อนที่จะพูดขึ้น “ข้าแพ้แล้ว” ตัวเขาส่ายหัวเบาๆ สภาพจิตใจของเขาดูย่ำแย่ลงเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา

“ข้ามีเหตุผล 2 ประการในการเล่นหมากรุกกับท่าน...อย่างแรกข้าต้องการที่จะประมือกับท่าน พี่จี แต่ท่านก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นแบ่งกระดานทั้ง 19 เส้นเลย เหตุผลประการที่สองข้าหวังว่าข้าจะได้เห็นสิ่งที่ถูกผนึกเอาไว้บนกระดาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับความทรงจำของข้าได้เลือนหายไป...ข้าไม่แน่ใจว่าท่านจะเห็นความทรงจำนั้นไหม พี่จี” หยุนเทียนลั่วได้หัวเราะเย้ยหยันให้กับตัวเอง “ข้าทำตัวเองแท้ๆ”

ลู่โจวมองไปที่หยุนเทียนลั่วด้วยสีหน้าที่เงียบสงบ “ข้าได้เห็นสิ่งที่เจ้าพยายามจะแสดงให้ข้าได้เห็นแล้ว พวกเราจำเป็นที่จะต้องเล่นหมากกระดานนี้ต่อไปด้วยหรอ?”

“เป็นข้าเองที่ได้พ่ายแพ้ไปกับหมากกระดานนี้...เวลากว่า 30 ปี...ข้าได้เสียมันไปกับการวางหมากหมดแล้ว” หยุนเทียนลั่วได้พูดขึ้น หยุนเทียนลั้วได้ปิดผนึกความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับความพยายามที่จะฝึกฝนตัวเองให้บรรลุไปถึงขั้นที่เก้า ในที่สุดหยุนเทียนลั่วก็ตัดสินใจที่จะเปิดเผยทุกอย่างด้วยหมากกระดาน ราคาในการเปิดเผยความทรงจำก็คือ...ชีวิตของเขานั่นเอง

ลู่โจวสามารถเดาถึงสิ่งนี้ได้เมื่อเห็นความเหนื่อยล้าที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนของหยุนเทียนลั่ว “ไม่ว่าจะวางหินไว้ที่ใด เจ้าก็เต็มใจที่จะจ่ายราคาตอบแทนให้กับมันอย่างงั้นหรอ?” ลู่โจวได้ถามในขณะที่จ้องไปยังหยุนเทียนลั่ว

“ความพ่ายแพ้ของข้าเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะวางหินอยู่ที่ไหนผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิม” ที่แววตาของเขาดูไร้พลังในขณะที่จ้องกลับมาที่ลู่โจว “ถึงแม้ว่าข้าจะอยู่ต่อ แต่มันก็เป็นการอยู่ต่ออย่างไร้ความหมาย”

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้น ‘ชายคนนี้โง่เขลาพอๆ กับหยวนดู่ไม่มีผิด’

แม้ว่าจะโง่เขลาเหมือนกันแต่หยวนดู่ก็มีความต่างกับหยุนเทียนลั่ว หยวนดู่ต้องการที่จะตายส่วนหยุนเทียนลั่วเองต้องการที่จะมีชีวิต ‘ชายคนนี้เต็มใจที่จะใช้อายุขัยกว่า 30 ปีที่เป็นอายุขัยที่เหลืออยู่เพียงเพื่อโอกาสที่จะเอาชนะฉันในหมากกระดาน... ช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาจริงๆ’

ลู่โจวมองไปที่เกมกระดานที่กำลังสึกกร่อน ตัวเขากำลังวางแขนลงมาอย่างช้าๆ เมื่อหยุนเทียนลั่วคิดว่าลู่โจวกำลังจะวางหินอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด ลู่โจวก็ได้ขยับมือไปทางซ้ายก่อนที่จะวางหินสีขาวเอาไว้ระหว่างหินสีดำสี่ก้อน

แตะ!

หยุนเทียนลั่วผงะ

มีพลังงานพัดผ่านไปที่หมากกระดานก่อนที่มันจะสลายหายไป

แสงสว่างได้ส่องขึ้นมาบนเขตแดนพลังใต้พื้นของทุกๆ คน หยุนเทียนลั่วเอนตัวไปที่ด้านหลัง

หนานกงเหว่ยงุนงง ตัวเขาได้ถามออกมาด้วยเสียงอันแหบแห้ง “ท่านปรมาจารย์...ทำไมกัน?”

หยุนเทียนลั่วไม่ได้ตอบกลับ ตัวเขามองไปที่ลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา “ขอบคุณสำหรับความเมตตาที่มีให้ใครพี่จี”

“ด้วยวิธีนี้เจ้าจะสูญเสียพลังชีวิตไปน้อยกว่า 30 ปี ข้าจะเหลือเวลาให้เจ้าอีก 10 ปีในการใช้ชีวิตอยู่” ลู่โจวตอบกลับ ตัวเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตส่วนใหญ่ของหยุนเทียนลั่วกำลังถูกเขตแดนบนกระดานสูบไป

เหล่าสาวกจากสามสำนักต่างก็จ้องมองเหตุการณ์ทุกอย่างเพียงแค่ครึ่งวัน แต่ในตอนนี้สำหรับหยุนเทียนลั่วเวลาของเขาได้ผ่านไปกว่า 20 ปีภายในพริบตาเดียว “ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะทำแบบนั้น พี่จี...” หยุนเทียนลั่วขยับเล็กน้อย ตัวเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจีเทียนเด๋าผู้ซึ่งแก่กว่าตัวเองจะทำให้ตัวเชาได้พ่ายแพ้ไปแบบนี้ได้

หลังจากที่เงียบไปได้ชั่วครู่หนึ่งในที่สุดหยุนเทียนหลัวก็ได้พูดออกมา “พี่จี บอกข้าได้ไหมว่าท่านเห็นอะไรกันแน่?”

ลู่โจวถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมา “มันคลุมเครือน่ะ”

หยุนเทียนลั่วพยักหน้า “มีคนไม่มากนักที่จะฝึกฝนตัวเองไปถึงจุดสุดยอดของพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบได้ เป็นความจริงที่ประสบการณ์ไม่อาจยืนยันได้ทุกสิ่ง เป็นเพราะท่านได้มองเห็นอดีตของข้ามาแล้ว ท่านพอจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์บ้างไหม?”

“ข้าเองก็ไม่ค่อยได้อะไรที่ชัดเจนเท่าไหร่” ลู่โจวตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา

บางทีผู้ฝึกยุทธทุกคนเมื่อฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขีดสุดได้อาจจะต้องเผชิญกับสิ่งนี้ในท้ายที่สุด ไม่มีใครสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของกลีบดอกบัวทองคำของตัวเองได้อย่างชัดเจน แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้อะไร ใครจะคิดว่าทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้กัน? ลู่โจวไม่ได้เจตนาที่จะเห็นเลย

หยุนเทียนลั่วพยักหน้า ตัวเขาดูไร้ชีวิตชีวามากขึ้นในสองวินาทีที่ผ่านมา การสูญเสียอายุขัยไปกว่า 20 ปีส่งผลต่อสภาพร่างกายของตัวเขาเป็นอย่างมาก

“ท่านปรมาจารย์” คราวนี้แม้แต่หนานกงเหว่ยเจ้าสำนักเทียนเองก็ไม่สามารถที่จะหักห้ามใจได้อีกต่อไป เขาเป็นคนแรกที่วิ่งไปช่วยพยุงตัวของหยุนเทียนลั่วเอาไว้

หยุนเทียนลั่วขมวดคิ้วก่อนที่จะตะโกนออกมา “ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาในนี้กัน?”

ลู่โจวโบกแขนของตัวเอง “ไม่เป็นไร” อย่างน้อยที่สุดก็ยังพอจะมีคนที่มีจิตสำนึกอยู่บ้าง

เมื่อหนานกงเหว่ยเข้ามาช่วยพยุงตัวของหยุนเทียนลั่วเอาไว้ สีหน้าของตัวเขาก็ดูตื่นตกใจเป็นอย่างมาก “ท่านปรมาจารย์...อายุขัยของท่าน?!” ตัวเขารู้สึกตกใจที่อายุขัยที่เคยสัมผัสได้หายไปจากตัวของหยุนเทียนลั่ว ตัวเขาจ้องมองไปที่โต๊ะหินที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง ในตอนนี้กระดานที่เคยมีดูสึกกร่อนและแตกต่างไปจากเดิม

“ท่านผู้อาวุโสจี...ทำไมท่านต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?” หนานกงเหว่ยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลู่โจวถึงต้องการที่จะปลดผนึกบนกระดาน อายุขัยกว่า 20 ปีอาจจะไม่ได้สำคัญอะไรกับผู้ฝึกยุทธคนอื่น แต่สำหรับหยุนเทียนลั่วมันมีค่าเป็นอย่างมาก ลู่โจวเอามือไขว้หลังไว้ข้างเดียวก่อนที่จะเอามืออีกข้างลูบไปที่เคราของตัวเอง ตัวเขาไม่ได้สนใจอะไรหนานกงเหว่ย

สภาพของหยุนเทียนลั่วย่ำแย่ลงเป็นอย่างมาก ตัวเขายกมือก่อนที่จะคว้าแขนของหนานกงเหว่ยเอาไว้อย่างช้าๆ “อย่าเสียมารยาท”

“แต่ท่านปรมาจารย์ เรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้ว!”

ทันใดนั้นเองดาบพลังงานทั้งหลายก็ได้พุ่งเข้าหาพวกเขาจากบนท้องฟ้าที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ท่ามกลางดาบพลังงานที่ลอยอยู่นับไม่ถ้วนมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ในนั้น “เอาชีวิตของน้องชายข้าคืนมา!”

สาวกของสามสำนักต่างก็สูดหายใจเข้าพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

ทุกคนได้จ้องมองไปที่ยอดฝีมือที่อยู่ด้านบน ชายคนนั้นกำลังโจมตีทุกคนด้วยสุดยอดเคล็ดวิชา

“นั่นมันนักบุญแห่งดาบ เจ้าแห่งแท่นบูชาแห่งดาบ ลั่วฉีซาน!” มีใครบางคนอุทานออกมา

ลั่วฉีซานได้โจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยดาบนับพัน ดาบทั้งหมดได้บินขนานไปกับพื้นก่อนที่จะพุ่งเข้าหาใบหน้าของลู่โจว ลั่วฉีซานตั้งใจที่จะโจมตีปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าท่ามกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ อย่างงั้นหรอ? ดาบทุกเล่มที่อยู่บนอากาศเป็นพลังการโจมตีทั้งหมดของลั่วฉีซาน

“ท่านอาจารย์!” หยวนเอ๋อและหมิงซี่หยินอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

และแม้แต่เล้งลั่วและฝานลี่เทียนก็ยังขมวดคิ้ว

สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือการที่ลู่โจวยังไม่เคลื่อนไหวอะไร ตัวเขายังคงเอามือข้างเดิมลูบเครา ส่วนอีกข้างนั้นไขว้ไว้ที่ด้านหลังเช่นเดิม

ฟรึ๊บ!

ดาบพลังงานนับพันได้ผสานเข้ากับดาบในมือของลั่วฉีซานก่อนที่จะพุ่งไปที่หน้าของลู่โจว

“เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังแห่งความเงียบ พลังที่จะคงสมาธิเอาไว้ได้ เช่นเดียวกับแสงและเงาที่แทรกซึมไปทั่วทุกหนทุกแห่ง” มันคือพลังแห่งความเงียบจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์นั่นเอง ลู่โจวได้ยกแขนขึ้น พลังงานสีฟ้าจางๆ ได้หมุนวนรอบนิ้วของตัวเขา

สีหน้าของลู่โจวยังดูไม่แยแสอะไรในขณะที่ตัวเขาคว้าดาบของลั่วชีฉานด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลาง ดาบพลังงานนับพันที่กำลังตามเข้ามาโจมตีแตกสลายไปในคราวเดียว

ทุกคนที่เห็นแบบนั้นตกใจ นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน? สามารถสลายพลังทั้งหมดด้วยนิ้วเพียงแค่สองนิ้วอย่างงั้นหรอ?

แคล๊ง!

ดาบของลั่วฉีซานเองหักเป็นสองท่อน!

ด้วยการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวดุจดั่งสายน้ำทำให้ลู่โจวสามารถฟาดฝ่ามือสวนกลับไปที่ลั่วฉีซานได้ ลู่โจวยืนอยู่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พลังงานสีฟ้าของเขาได้ถูกส่งออกมาตามพื้น ดอกบัวสีฟ้าบานสะพรั่งออกมารอบๆ ตัว

ลั่วฉีซานดูเหมือนจะสูญเสียสติไปชั่วขณะ ตัวเขาได้ลืมทุกอย่างเกี่ยวกับการต่อสู้ไปจนหมดสิ้น

พลังฝ่ามือได้กระแทกเข้าตัวของลั่วฉีซานไปเต็มๆ ลั่วฉีซานที่ถูกโจมตีได้ล้มลงไปกับพื้นก่อนที่จะกระเด็นถอยกลับไป

ลั่วฉีซานได้ล้มลงไปกับพื้น ดาบที่หักเป็นสองเสี่ยงได้หล่นลงจากท้องฟ้าก่อนที่จะตกลงต่อหน้าลั่วฉีซาน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 372 เวลา 20 ปีภายในพริบตาเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว