เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 352 เจ้าเลือกผิดแล้วล่ะ

ตอนที่ 352 เจ้าเลือกผิดแล้วล่ะ

ตอนที่ 352 เจ้าเลือกผิดแล้วล่ะ


ตอนที่ 352 เจ้าเลือกผิดแล้วล่ะ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เล้งลั่วได้ยกมือขึ้นมาเพื่อที่จะห้ามไม่ให้ทุกคนพูดต่อ “ข้าได้ทำให้มันบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว เจ้านั่นมันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก..”

ฝานลี่เทียนไม่ได้สนใจอะไร ตัวเขาได้จิบเหล้าก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเกียจคร้าน “เจ้าหนูอา ไม่ต้องกังวลไปหรอก เจ้านั่นน่ะหนีไม่รอดแน่”

‘เรียกใครว่าเจ้าหนูอากัน? ข้ามีชื่อว่าเจียงอาเฉียนต่างหาก!’

“ชายคนนั้นคงจะฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าพรางตัวมาจากชนเผ่าอื่นแน่” เล้งลั่วได้พูดต่อ “ในช่วงยุคทองในอดีต ตอนนั้นชนเผ่าอื่นๆ ต่างก็ฝึกฝนตัวเองจากเคล็ดวิชาที่ดินแดนหยานมีไป ในบรรดาวิธีการฝึกฝนต่างๆ ชนเผ่าอื่นๆ ที่ว่าก็สามารถคิดค้นเคล็ดวิชาใหม่ขึ้นมาได้ มันเป็นเคล็ดวิชาที่ทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชาที่ว่าก็คือเคล็ดวิชาเต๋าพรางตัวยังไงล่ะ”

“ถ้าหากพูดแบบนี้แสดงว่าเจ้านั่นจะหนีไปได้อย่างงั้นสินะ?” ดวงตาของเจียงอาเฉียนเบิกกว้าง ชายคนนั้นเป็นชายผู้ที่มาลอบสังหารเขา! เพราะแบบนั้นคนอื่นๆ จึงดูไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่สำหรับเจียงอาเฉียนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับตัวเขา

“เจ้านั่นหนีไปไหนไม่ได้หรอก...” ฝานลี่เทียนหัวเราะก่อนที่จะพูดต่อไป “พวกเราก็แค่ต้องดูต่อไปเท่านั้นว่าใครจะจับหนูขโมยตัวนี้ได้”

ฮั๊ววู่เด๋าพูดออกมา “ผู้อาวุโสเล้งได้ทำให้เจ้านั่นบาดเจ็บสาหัสแล้ว...ชายคนนั้นจะหนีไปไหนได้ยังไงกันหลังจากที่ถูกพลังลมปราณจากร่างอวตารที่สูงกว่า 100 ฟุตเข้าโจมตีแบบนั้นน่ะ? การจับหนูขโมยที่บาดเจ็บแบบนี้คงจะง่ายจนน่าเบื่อ” แม้ว่าจะพูดแบบนั้น แต่ฮั๊ววู่เด๋าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตัวเขาได้ปลดปล่อยพลังผนึกตราประทับทั้งหกออกมา

เล้งลั่วเงยหน้าขึ้นมองไปที่ฮั๊วยู่จิงที่ลอยอยู่บนกลางอากาศก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ข้าจะฝากบนฟ้าเป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกัน”

ฮั๊วยู่จิงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที นางรีบคารวะก่อนที่จะตอบกลับไป “มั่นใจได้เลยผู้อาวุโสเล้ง...มาดูกันว่าเจ้านั่นจะกล้าโผล่ขึ้นมาบนฟ้าไหม”

เล้งลั่วได้ก้าวไปด้านหน้า ตัวเขาได้เอามือไขว้หลังเอาไว้ก่อนที่จะหายตัวไปในพริบตา

เจียงอาเฉียนที่มองไปรอบๆ ตัวต่างพูดไม่ออก ‘ทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นพวกขี้โม้กันหมดเลยสินะ? การที่ข้าหวังพึ่งทุกคนคงจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดหรอกนะ’

หมิงซี่หยินได้ตบไหล่ของเจียงอาเฉียนก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าเองก็เป็นยอดฝีมือผู้ที่มีอวตารดอกบัวห้ากลีบไม่ใช่หรอไงกัน?”

‘ยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวห้ากลีบแล้วไงกัน? ผู้ที่มีอวตารดอกบัวห้ากลีบจะกลัวไม่เป็นอย่างงั้นหรอไง?’ เจียงอาเฉียนได้แต่พูดกับตัวเองอยู่ภายในใจก่อนท้ายที่สุดแล้วตัวเขาจะพูดออกมา “ท่านพูดถูกแล้วท่านหมิงซี่หยิน ขอบคุณจริงๆ ที่เตือนสติข้า”

“ไปซะเถอะ อย่าเข้าใกล้ข้าให้มากกว่านี้เลย ข้าคิดว่าเจ้าคงจะเป็นเพื่อนได้ดีกับศิษย์น้องแปดของข้าแน่ ทั้งเจ้ากับข้าไม่ใช่คนประเภทด้วยกัน เจ้าไม่ได้มีความแข็งแกร่งแถมยังเป็นพวกขี้กลัว ข้าคิดว่าเจ้าน่ะเหมาะกับศิษย์น้องแปดมากที่สุดแล้ว” หมิงซี่หยินที่พูดจบก็หายตัวไปเช่นกัน

ที่หลังภูเขา ณ ด้านนอกของถ้ำแห่งเงาสะท้อน ภายใต้ค่ำคืนยามราตรี ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ต่างก็มืดมิด

มีใครคนหนึ่งกำลังเอามือกดหน้าอกของตัวเองอยู่ก่อนที่จะจ้องมองไปยังถ้ำแห่งเงาสะท้อน คนคนนั้นสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าอยู่คนเดียวคนคนนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ

ในตอนนั้นเองขวดน้ำเต้าสีทองก็ได้พุ่งผ่านไปบนอากาศ

เมื่อเห็นน้ำเต้าคนคนนั้นก็หมอบลงกับพื้นในทันที คนคนนั้นได้เก็บซ่อนพลังของตัวเองเอาไว้เมื่อเห็นน้ำเต้าสีทอง หลังจากที่น้ำเต้าหายไปคนคนนั้นก็ได้เงยหน้าขึ้นมอง ตัวเขาประเมินพลังศาลาปีศาจลอยฟ้าต่ำจนเกินไป ชายแปลกหน้าสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ขัดขวางเส้นทางการหลบหนีของตัวเขาจากทุกๆ ทาง ทิศทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือหลังภูเขาที่ตัวเขากำลังยืนอยู่นั่นเอง

ชายคนนั้นพยายามที่จะห้ามเลือดและพลังลมปราณที่พลุ่งพล่านของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะก้าวเดินต่อ ในตอนนั้นเองยู่ฉางตงก็กำลังนั่งสมาธิพร้อมกับปิดตาอยู่ ทันทีที่ตัวเขาสัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปยู่ฉางตงก็ได้เอ่ยปากออกมา “นั่นใครกัน?”

พรึ๊บ!

ชายคนนั้นเดินเข้าไปในถ้ำก่อนที่จะปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของยู่ฉางตง

เจียงเหลียนอยู่ในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เกือบตลอดเวลา ตัวเขาจะออกจากเมืองก็ต่อเมื่อได้รับภารกิจมาเท่านั้น ดังนั้นตัวเขาจึงรู้เกี่ยวกับเรื่องของศาลาปีศาจลอยฟ้าน้อยมาก น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รู้อะไรเลยจากก่อนหน้านี้ แต่ถึงแบบนั้นเจียงเหลียงก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าคนที่ถูกคุมขังเอาไว้ที่นี่จะต้องเป็นศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่

“อย่าส่งเสียงเชียว ไม่งั้นเจ้าได้ตายแน่”

เจียงเหลียงเอามือข้างหนึ่งจับไว้ที่หน้าอกของตัวเองก่อนที่จะจ้องมองไปยังยู่ฉางตง ในขณะที่ตรวจสอบชายที่อยู่ตรงหน้าเจียงเหลียงก็เริ่มคิดสงสัย ชายที่อยู่ตรงหน้าไร้ซึ่งพลังลมปราณใดๆ และเพราะแบบนั้นเจียงเหลียงจึงรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

“สหาย เจ้ากำลังบาดเจ็บอยู่” เสียงของยู่ฉางตงอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย

เจียงเหลียงที่ได้ยินแบบนั้นขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดออกมา “เจ้าถูกศาลาปีศาจลอยฟ้ากักขังไว้อย่างงั้นหรอ?”

“ถูกต้องแล้ว” ยู่ฉางตงตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา

“แล้วทำไมเจ้าไม่หนีไปซะล่ะ?” เจียงเหลียงถามออกมาอย่างสงสัย

“หนีอย่างงั้นหรอ?” ยู่ฉางตงส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าหากข้าทำได้ข้าก็คงจะทำไปนานแล้ว ข้าคงจะไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก”

เจียงเหลียงพยักหน้า “ดูเหมือนว่า...ข้าจะประเมินศาลาปีศาจลอยฟ้าต่ำไปซะแล้ว”

ยู่ฉางตงที่กำลังจะยืนขึ้นถูกเจียงเหลียงขัดเอาไว้ซะก่อน “อย่าขยับ”

“เจ้ากลัวอย่างงั้นหรอ?”

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ถ้าหากเจ้าพาข้าซวยไปด้วย ข้าก็จะพาเจ้าตายไปด้วยเช่นเดียวกัน” เจียงเหลียงได้พูดออกมา

ยู่ฉางตงมองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่ด้านนอกก่อนที่จะพูดขึ้น “เจ้าต้องการที่จะฆ่าข้าอย่างงั้นสินะ?”

เจียงเหลียงประเมินยู่ฉางตงอีกครั้ง ในตอนนั้นแสงจากดวงจันทร์ก็ได้ส่องกระทบใบหน้าของยู่ฉางตง เจียงเหลียงคิดว่ายู่ฉางตงดูอ่อนโยนกับเขา ตัวเขาจึงไม่คิดที่จะทำแบบนั้นจริงๆ “ข้าแค่พยายามเอาตัวรอดก็เท่านั้น อย่าทำให้ข้าขุ่นเคืองใจเลยจะดีกว่า”

“ไม่จำเป็นจะต้องกลัวไปสหาย...ถ้าหากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในอดีต เจ้าคงจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้หายใจอีกต่อไปแน่เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า” ยู่ฉางตงพูดออกมา

“...” เจียงเหลียงขมวดคิ้วอีกครั้ง ตัวเขาได้พูดเย้ยหยันออกมา “ถ้าหากข้าไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะความประมาท ข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องหนีไปได้แน่”

ยู่ฉางตงส่ายหัว “เจ้ากำลังประเมินพลังของศาลาปีศาจลอยฟ้าต่ำไป”

“เจ้าหมายความว่าอะไรกัน?”

“แม้ว่าข้าจะมีพลังวรยุทธอยู่ แต่แทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีไปจากที่นี้ได้ ไม่ต้องพูดถึงเจ้าเลย” ยู่ฉางตงพูดออกมาอย่างเยือกเย็น

เป็นธรรมดาที่เจียงเหลียงจะไม่เห็นด้วย “เจ้าก็ดีแต่พูดเข้าข้างตัวเองก็เท่านั้นแหละ”

“ความมั่นใจและความทะเยอทะยานเป็นหนึ่งในหายนะของเหล่าชายหนุ่ม” ยู่ฉางพูดออกมา มันเป็นคำพูดที่ตัวเขาคำนึงถึงคำพูดของผู้เป็นอาจารย์นั่นเอง คำพูดของอาจารย์ดูเหมือนว่าจะสมเหตุสมผลแล้ว

เจียงเหลียงมองออกไปที่ด้านนอกก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเริงร่า “นักโทษต่ำต้อยอย่างเจ้าจะเทียบอะไรกับข้าได้ พวกเราไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกันนะ เจ้าอย่าลืมไปซะสิ”

ยู่ฉางตงลุกขึ้นยืนก่อนที่จะยิ้มให้ “ข้าต้องขอโทษด้วย”

“หืม?”

“เจ้าเลือกผิดคนแล้วล่ะ” คำพูดของยู่ฉางตงแสนจะดูเรียบง่าย

เจียงเหลียงรู้สึกงุนงงกับคำพูดของยู่ฉางตง

ยู่ฉางตงก้าวไปที่ด้านหน้า

ในตอนนั้นเองเจียงเหลียงก็เริ่มขยับมือ ใบมีดที่อยู่ในมือของเขาได้ส่องแสงสว่างออกมาอย่างเย็นชา

ในตอนนั้นเองยู่ฉางตงก็ได้ยกดาบของตัวเองขึ้นมา ดาบยืนยาวไม่ได้ถูกชักออกมาซะด้วยซ้ำ ดาบยืนยาวของยู่ฉางตงถูกยกขึ้นมาในแนวเฉียง

พรึ๊บ!

ดาบที่อยู่ภายในฝักกำลังออกเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหวของดาบไหลลื่นดูเป็นธรรมชาติราวกับสายน้ำ

การต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว!

แกร๊ก!

มีดของเจียงเหลียงหักครึ่ง อีกครึ่งหนึ่งของมีดร่วงหล่นสู่พื้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของมีดอยู่บนมือของเจียงเหลียง ดวงตาของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เจียงเหลียงรู้สึกราวกับว่าจุดตันเถียนของตัวเองถูกเจาะทะลุไป ยิ่งไปกว่านั้นที่ท้องทางด้านซ้ายล่างและไหล่ขวา เจียงเหลียงรู้สึกว่ามันได้ถูกเฉือนไป คมดาบได้ตัดผ่านจุดตันเถียนไป พลังลมปราณที่เจียงเหลียงมีได้แพร่กระจายออกมาจากตัวอย่างช้าๆ ชายที่อยู่ตรงหน้าของเจียงเหลียงไม่ได้ใช้พลังลมปราณออกมาแม้แต่นิดเดียว ‘เจ้านี่โจมตีข้าด้วยกำลังกายของเขาเพียงอย่างเดียวอย่างงั้นหรอ?’

เจียงเหลียงหันมองไปที่ดาบยืนยาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง มันได้ส่องแสงสีแดงจางๆ ออกมาก่อนที่มันจะจางหายไป เห็นได้ชัดว่าดาบเล่มนั้นมันเป็นอาวุธระดับสรวงสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา

ยู่ฉางตงส่ายหัวออกมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ถ้าหากข้ามีพลังเต็มที่ เจ้าก็คงจะต้องตายไปในทันทีแล้ว ข้าขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เจ้าเจ็บปวดทรมานก่อนตายแบบนี้...”

เลือดเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของเจียงเหลียง “ถ้าหากข้าไม่ได้บาดเจ็บหนัก...เจ้าคงจะแตะตัวข้าไม่ได้แน่...”

“ถ้าหากเจ้าไม่ได้บาดเจ็บอย่างงั้นหรอ?” ยู่ฉางตงได้ยิ้มออกมาจางๆ ตัวเขาได้กลับไปนั่งทำสมาธิเช่นเดิมก่อนที่จะหลับตาเอาไว้ ยู่ฉางตงไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป

ชีวิตของเจียงเหลียงกำลังจะหายไปชั่วนิรันดร์ เจียงเหลียงได้ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างรุนแรง ในตอนนั้นเองจุดตันเถียนของเขาก็ถูกตัดขาดไปอย่างสมบูรณ์ เจียงเหลียงไม่มีความสามารถที่จะโคจรพลังลมปราณได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นเจียงเหลียงยังได้รับบาดเจ็บก่อนแล้ว ตอนนี้ตัวเขาได้แต่นั่งรอความตายเท่านั้น

ก่อนที่จะตายจากไป เจียงเหลียงก็ได้มองไปที่ชายตรงหน้า ชายคนนี้กำลังนั่งสมาธิอยู่ เจียงเหลียงได้ถามขึ้น “เจ้าคือใครกัน...อย่างน้อยๆ ก็ให้ข้ารู้ชื่อคนที่ฆ่าข้าเถอะ”

ยู่ฉางตงได้ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองไปยังเจียงเหลียง “ข้ามีชื่อว่าเจียงเหลียง”

เจียงเหลียงหัวเราะออกมาเบาๆ ‘ถ้าหากข้าไม่บาดเจ็บอย่างงั้นหรอ ในตอนนี้ถ้าหากข้าไม่ได้รับบาดเจ็บก็ไม่รู้แล้วว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม ถ้าหากข้าไม่ได้รับบาดเจ็บและยู่ฉางตงสามารถใช้พลังวรยุทธได้ ข้าก็คงจะถูกเขาสังหารไปอย่างน่าสยดสยองตั้งแต่แรกแล้ว’

ความคิดหลายอย่างได้ผุดขึ้นมาในใจของเจียงเหลียง ไม่ว่าจะเป็นความเสียใจ ความสิ้นหวัง ก่อนที่เจียงเหลียงจะตายตัวเขาก็ได้เอ่ยปากพูดคำสุดท้ายออกมา “ดี” ศีรษะของเจียงเหลียงเอนไปด้านข้าง เจียงเหลียงไม่ได้หายใจอีกต่อไป

ในคืนนั้นเองก็ยังมีแสงจันทร์สลัวๆ

หลังจากนั้นก็มีแสงจันทร์ส่องลงมาที่ถ้ำแห่งเงาสะท้อนอีกครั้ง ผมของยู่ฉางตงในตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสีขาวไปกว่าครึ่งแล้วนั่นเอง

จบบทที่ ตอนที่ 352 เจ้าเลือกผิดแล้วล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว