เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 335 ดวงจันทร์ที่ยังส่องสว่าง

ตอนที่ 335 ดวงจันทร์ที่ยังส่องสว่าง

ตอนที่ 335 ดวงจันทร์ที่ยังส่องสว่าง


ตอนที่ 335 ดวงจันทร์ที่ยังส่องสว่าง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

“ติ้ง! จับศิษย์ทรยศยู่ฉางตง ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 1,000”

ในตอนนี้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ลู่โจวจะต้องเร่งรีบอะไรอีก

ภายใต้พลังของผนึกมนตรา ยู่ฉางตงในตอนนื้ไม่เหลือพลังวรยุทธอยู่ในตัวอีกต่อไป ถ้าหากไม่มีพลังลมปราณแล้วยู่ฉางตงจะหนีไปไหนได้อีก?

ยังไงซะอูฐที่ผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่ดี ลู่โจวเข้าใจดีว่าทำไมต้วนชิงและคนอื่นๆ ถึงรักษาระยะห่างเอาไว้ ท้ายที่สุดแล้วคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือผู้ที่เป็นถึงดาบปีศาจ การที่จะไปยั่วยุหรือท้าทายยอดฝีมือโดยไม่จำเป็นถือว่าเป็นอะไรที่ไม่ชาญฉลาดเอาซะเลย เมื่อเทียบดาบปีศาจกับวิหารปีศาจของต้วนชิงแล้ว วิหารปีศาจของตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรกับปลาเล็กปลาน้อยเลย

ต้วนชิงได้กลืนน่ำลายก่อนที่จะคารวะพร้อมกับพูดออกมา “สวัสดี ท่านดาบปีศาจ” คนอื่นๆ ต่างก็โค้งคำนับให้ไม่กล้าขยับไปไหน

หลังจากที่ยู่ฉางตงล้มลงไปกับพื้น ตัวเขาก็มองเห็นผู้คนจากวิหารปีศาจ ตัวเขารู้สึกประหลาดใจกับพลังที่ไม่ชอบมาพากลของพลังผนึกมนตรา ยู่ฉางตงลุกขึ้นก่อนที่จะคว้าดาบยืนยาวของตัวเขา ยู่ฉางตงได้แทงมันลงไปกับพื้นก่อนที่จะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง การแสดงออกของยู่ฉางตงยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป

ยู่ฉางตงไม่ได้มองไปที่ต้วนชิงและเหล่าลูกน้องของเขาอีกต่อไป ตัวเขารู้ดีว่าการจะพูดคุยกับคนเหล่านี้คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ยู่ฉางตงหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะหันกลับไปมองผู้ที่เป็นอาจารย์ที่กำลังเดินมาหา ชายชราคนนี้เป็นเพียงคนเพียงคนเดียวที่จะทำให้ยู่ฉางตงกลับมารู้สึกไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้าได้

ลู่โจวได้หยุดเดินโดยที่อยู่ห่างจากยู่ฉางตงเพียงไม่กี่เมตร

ในป่าเมฆากระจ่างยังคงเงียบสนิท

ลู่โจวมองไปที่ยู่ฉางตงอย่างเงียบๆ และเยือกเย็น

ก่อง! ก่อง! ก่อง!

ระฆังของวิหารเมฆาได้ดังขึ้นก่อนที่จะทำลายความเงียบสงบไป ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินแบบนั้น ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาตัวเขาคุ้นชินกับเสียงระฆังของวิหารแล้ว แต่มันเป็นเสียงระฆังที่จะดังขึ้นมาในช่วงรุ่งสางและช่วงพลบค่ำเท่านั้น นอกจากนี้สถานที่ที่ลู่โจวกำลังยืนอยู่ก็อยู่ห่างออกจากวิหารเมฆาจนเกินไป...แล้วเสียงระฆังมันดังมาจากไหนกัน? ในที่สุดลู่โจวก็เอ่ยปากออกมา “สีวู่หยาอยู่ไหนกัน?”

ยู่ฉางตงส่ายหัว “เขาจากไปแล้ว”

ลู่โจวเห็นได้ถึงความไม่เต็มใจที่อยู่ในดวงตาของยู่ฉางตง “ข้าเป็นผู้มอบพลังวรยุทธทั้งหมดให้กับเจ้า...และนี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนให้กับข้าอย่างงั้นสินะ?”

ยู่ฉางตงรู้สึกงุนงง ตัวเขากำลังสงสัยอยู่ว่าผู้เป็นอาจารย์กำลังหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ไม่ว่าจะยังไงยู่ฉางตงก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป

ยังไงซะผู้ชนะก็คือผู้คุมชะตากรรม สิ่งที่ผู้แพ้ทำได้ก็มีแต่จะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ต่อไป นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจเลี่ยงได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

“พาเขาไปซะ” ลู่โจวที่พูดเสร็จได้สะบัดแขนเสื้อ

“ครับ!” ต้วนชิงตอบรับในทันที

ยู่ฉางตงมองไปที่ต้วนชิงและเหล่าสาวก ตัวเขาได้สะบัดแขนเสื้อของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าเดินเองได้”

ต้วนชิงและคนอื่นๆ รีบถอยห่างในทันที พวกเขาก้มหน้าลงและไม่กล้าที่จะแตะตัวของยู่ฉางตงอีกต่อไป

ต้วนชิงรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ แม้ว่ายู่ฉางตงจะเป็นเหมือนกับนักโทษไปแล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังไม่อาจทำอะไรกับนักโทษคนนี้ได้ แต่ถึงแบบนั้นต้วนชิงก็รู้สึกโชคดี การที่จะได้เห็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานอย่างยู่ฉางตงถูกผู้เป็นอาจารย์ของตัวเองจับตัวกลับไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่หาได้ง่ายๆ เลย ในเวลาเดียวกันตัวเขาก็ระลึกถึงการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างศิษย์คนแรกและศิษย์คนที่สองของศาลาปีศาจลอยฟ้า การต่อสู้ที่เพิ่งจะผ่านมาทั้งน่าอัศจรรย์และยังน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ต้วนชิงที่ได้เห็นจะไม่มีวันลืมการต่อสู้นี้แน่

ยู่ฉางตงได้ถือดาบยืนยาวของตัวเองด้วยมือข้างเดียวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลู่โจวกวาดตามองคนอื่นๆ ก่อนที่จะสั่งการออกมา “กลับไปที่วิหารเมฆาก่อน”

ยู่ฉางตงที่ได้ฟังแบบนั้นพูดไม่ออก นี่ก็หมายความว่าผู้เป็นอาจารย์ของเขาคนนี้รอคอยอยู่ที่วิหารเมฆามาโดยตลอดอย่างงั้นหรอ? ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงทำไมอาจารย์คนนี้ถึงจะต้องซ่อนตัวเพื่อรอเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการต่อสู้กัน? น่าเสียดายที่คำถามเหล่านี้ต่างก็ไร้ความหมายไปซะแล้ว ตัวเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากติดตามลู่โจวกลับไปที่วิหารเมฆา

หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปจากพื้นที่การต่อสู้ ในส่วนลึกของป่าเมฆากระจ่าง สีวู่หยาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าหากตัวเขาไม่ได้สังเกตเห็นลู่โจวเร็วกว่านี้ ตัวเขาก็คงจะถูกจับไปแล้วเช่นกัน สีวู่หยาพยายามสงบสติอารมณ์ลง หลังจากที่กลับมาหายใจได้ตามเดิมแล้วตัวเขาก็ได้แต่พึมพำออกมาคนเดียว “ศิษย์พี่รองผู้น่าสงสาร...ตอนนี้ข้าควรจะทำยังไงดี?”

สีวู่หยารีบส่ายหัว ตัวเขายังคงจำพลังผนึกมนตราได้ดี มันเป็นพลังเดิมกับที่ตัวเขาเพิ่งจะโดนมา เมื่อเห็นพลังที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งสีวู่หยาก็กลับไปคิดถึงการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขา หรือว่าผู้เป็นอาจารย์จะสามารถเอาชนะขีดจำกัดอันยิ่งใหญ่ได้แล้ว?

เมื่อคิดต่อไปแบบนั้นสีวู่หยาก็ได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะส่ายหัว “ศิษย์พี่รอง ท่านที่ช่างดื้อรั้นจริงๆ ท่านพยายามทำเป็นสบายดีก็เพื่อที่จะคว้าชัยชนะนี้ไว้กับตัว...ศิษย์พี่รองไปเอาเรี่ยวแรงแกล้งทำเป็นแข็งแรงมาจากไหนกันแน่?”

ถ้าหากศิษย์พี่คนนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความภาคภูมิใจที่ตนมี ตัวเขาก็คงจะหนีจากการจับกุมได้แล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตาของยู่ฉางคงก็เป็นได้

ภายในวิหารเมฆาบนยอดวิหาร

ณ ห้องแห่งหนึ่งที่หันไปทางทะเลสาบร้อยกลีบ ลู่โจวเดินไปที่ขอบหน้าต่างในขณะที่เอามือไขว้หลังเอาไว้ ตัวเขาจ้องมองไปยังทะเลสาบที่ได้รับความเสียหาย

ในตอนนั้นเองมียู่ฉางคงยืนอยู่ที่ด้านหลัง ตัวเขายืนนิ่งไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งลู่โจวก็พูดออกมาอีกครั้ง “นั่งลง”

แคล๊ง!

ดาบยืนยาวของยู่ฉางตงตกลงบนพื้น ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ยู่ฉางตงไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ของตัวเขาอีกต่อไป ตัวเขาได้หยิบดาบยืนยาวขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าหากเป็นช่วงเวลาอื่น ดาบยืนยาวคงจะไม่มีวันหลุดมือของตัวเขาไปได้แน่ ความสัมพันธ์ระหว่างยู่ฉางตงกับดาบยืนยาวถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบแล้ว ถ้าหากยู่ฉางตงไม่ถูกผนึกพลังลมปราณเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ตัวเขาก็คงจะไม่มีทางเลยที่จะประคองดาบเล่มนี้เอาไว้ในมือไม่ได้

ลู่โวเหลือบมองดูดาบยืนยาวที่อยู่ในอ้อมแขนของยู่ฉางตง ดูเหมือนว่าตัวเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนที่จะพูดออกไป “เจ้าอยู่ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้ากับข้ามา 275 ปี...เจ้ายังจำได้ไหมว่ากฎข้อแรกที่ข้าเคยบอกเอาไว้คืออะไร?”

ยู่ฉางตงมองไปที่ทะเลสาบร้อยกลีบผ่านจากทางหน้าต่าง ตัวเขาตกตะลึงเล็กน้อยกับคำถามของผู้เป็นอาจารย์ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ตอบกลับไป “ห้ามต่อสู้กัน”

“เจ้าละเมิดกฏนั่น”

“ศิษย์พี่ใหญ่กับข้าแค่ประลองกันเท่านั้น...” ยู่ฉางตงตอบกลับ

“ประลองอย่างงั้นหรอ?” ลู่โจวหันหน้ากลับมาช้าๆ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้าง ตัวเขาจ้องมองไปที่ยู่ฉางตงก่อนที่จะพูดออกมา “ข้าเป็นคนที่มอบทั้งพลังวรยุทธกับอาวุธให้กับเจ้า ข้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะเอาพวกมันกลับมาได้เช่นกัน”

ยู่ฉางตงที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสิ้นหวัง ตัวเขาได้จับดาบยืนยาวแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ แม้ว่ายู่ฉางตงจะกลายเป็นสุดยอดฝีมือไปแต่ตัวเขาก็ไม่เคยลบล้างความกลัวที่มีอยู่ในใจต่อผู้เป็นอาจารย์ได้เลย ตัวเขานิ่งเงียบราวกับเด็กเกเรที่ทำผิดต่อหน้าพ่อแม่

ลู่โจวก้มมองไปที่ยู่ฉางตงก่อนที่จะถามออกมา “ทำไมเจ้าถึงได้ออกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าไป?”

“ท่านจำไม่ได้จริงๆ อย่างงั้นหรอ?” ยู่ฉางตงได้ถามออกมาก่อนที่จะเงยหน้ามองผู้เป็นอาจารย์

ลู่โจวพยายามนึกถึงความทรงจำที่ขาดหายไป ตัวเขาพยายามหาคำตอบนี้มาเนิ่นนานแล้ว ตัวเขาได้เลือกที่จะตอบตามความจริงไป “ข้าลืมไปแล้ว” มันเป็นความจริง ลู่โจวได้สูญเสียความทรงจำที่เคยมีบางส่วนไป

ยู่ฉางตงมองไปที่ชายชราด้วยแววตาอันซับซ้อน “ศิษย์น้องเจ็ดเคยบอกกับข้าว่าท่านน่ะเปลี่ยนไป...ในตอนนั้นข้าไม่เชื่อที่เขาพูด”

บางทีอาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ยู่ฉางตงมีโอกาสเผชิญหน้าต่อผู้เป็นอาจารย์หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน ยู่ฉางตงในตอนนี้หวนคิดถึงเรื่องราวมากมายจากอดีต ในตอนที่ตัวเขาได้เข้ามาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ตัวเขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาเท่านั้น แต่หลังจากที่สามศตวรรษผ่านไป ตอนนี้ตัวเขากลับกลายเป็นดาบปีศาจผู้ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทุกคนไปซะแล้ว ในทางกลับกันผู้ที่เป็นอาจารย์ของตัวเขา...ใกล้ที่จะสิ้นอายุขัยมากขึ้นไปทุกที ตัวเขาที่เป็นเพียงแค่ศิษย์ไม่อาจที่จะช่วยอะไรได้เลย ภายในใจของยู่ฉางตงเต็มไปด้วยอารมณ์และเรื่องราวมากมาย

“ช่างมันซะเถอะ” ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไร้เยื่อใย

ยู่ฉางตงได้พูดกลับมา “มันคงจะเป็นเรื่องดีแล้วที่ท่านลืมเรื่องนี้ไป”

“สารเลว!” ลู่โจวขมวดคิ้ว เสียงของเขาได้ดังขึ้นและฟังชัดมากกว่าเดิม ตัวเขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้โดยที่เอามือไขว้หลังเอาไว้อีกครั้ง

ยู่ฉางตงรีบคุกเข่าลงในทันที แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ยังคงนิ่งเงียบ

หลังจากที่ระเบิดอารมณ์ออกมาลู่โจวก็ได้จ้องไปที่ยู่ฉางตง “เจ้าจะไม่พูดสินะ?”

ยู่ฉางตงจ้องมองไปที่พื้นก่อนที่จะตอบกลับไป “มันคงจะดีกับท่านมากกว่าถ้าหากท่านอาจารย์ลืมเรื่องนี้ไป!”

ลู่โจวยกฝ่ามือขึ้นมา ในตอนนั้นเองพลังลมปราณก็ได้ไหลออกจากฝ่ามือเขา มันเป็นพลังที่ไม่ได้อ่อนแอและก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร

ผั๊วะ!

ยู่ฉางตงไม่ได้หลบ ตัวเขาที่ถูกตบได้กระเด็นถอยกลับไปอย่างเต็มกำลัง

“ติ้ง! ลงโทษยู่ฉางตง ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 300”

“ข้ายังมีเวลาตราบนานเท่านานที่จะอยู่ในโลกใบนี้...” ลู่โจวได้ตะคอกขึ้นมา “มีใครอยู่ไหม?”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 335 ดวงจันทร์ที่ยังส่องสว่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว