เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 330 พลังที่แข็งแกร่งที่สุด

ตอนที่ 330 พลังที่แข็งแกร่งที่สุด

ตอนที่ 330 พลังที่แข็งแกร่งที่สุด


ตอนที่ 330 พลังที่แข็งแกร่งที่สุด

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ยู่เฉิงไห่และยู่ฉางตงต่างก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ ทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากันจากในระยะไกล

อาวุธของทั้งคู่ได้สั่นสะเทือนไปมาจากพลังที่ไหลอาบ

พรึ๊บ!

ทั้งสองได้หายไปในเวลาเดียวกัน ในวินาทีถัดมาพวกเขาก็ได้ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง ทั้งสองได้เข้าปะทะกันที่กลางทะเลสาบร้อยกลีบ

หลังจากที่ปะทะกันเกิดระเบิดพลังเป็นแนวกว้างครั้งใหญ่ พลังจากแรงระเบิดได้แยกทั้งสองฝ่ายให้กระเด็นกลับไปเล็กน้อย คลื่นพลังที่กระเพื่อมออกมาได้ทำให้น้ำในทะเลสาบถูกแยกออกมาเป็นสองฝั่ง น้ำทะเลสาบที่ทนรับพลังไม่ไหวส่วนหนึ่งได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศ

หลังจากนั้นเหนือทะเลสาบก็เต็มไปด้วยดาบพลังงานจำนวนมาก ดาบทุกเล่มถูกสร้างขึ้นมาจากหยดน้ำของทะเลสาบแห่งนี้ ไม่นานนักดาบทั้งหลายก็ได้พุ่งตรงไปหายู่ฉางตง ดาบพลังงานได้พุ่งตรงมาหาตัวเขาอย่างไม่ลดละ ดาบพลังงานนั้นล้อมรอบตัวของยู่ฉางตงไปเป็นที่เรียบร้อย ยู่ฉางตงในตอนนี้กำลังลอยอยู่ท่ามกลางดาบพลังงานโดยที่หลับตาเอาไว้ แม้ว่าจะปิดการมองเห็นไปแต่ดาบพลังงานทั้งหมดก็ยังอยู่ไกลเกินกว่าที่จะโจมตีโดนยู่ฉางตงได้อยู่ดี

สีวู่หยาได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เหมาะที่จะอยู่ใกล้ ตัวเขาตัดสินใจที่จะถอยกลับไปจากจุดที่ยืนอยู่ ‘ทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้ด้วย? มันจะไม่ดีกว่าหรอกถ้าหากทิ้งการใช้พลังลมปราณไปและนั่งพูดคุยกันเหมือนเมื่อก่อนแทนน่ะ?’

สีวู่หยาได้พุ่งตรงไปทางอื่นด้วยการก้าวกระโดดอย่างง่ายๆ ตัวเขาได้ถอยออกมากว่าหลายไมล์ก่อนที่จะหยุดลงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง ตัวเขาได้นั่งอยู่บนยอดเขาแห่งนั้นก่อนที่จะควบคุมลมหายใจและสมาธิของตัวเอง แม้ว่าจะโคจรพลังลมปราณของตัวเองอยู่แต่ตัวเขาก็ยังแอบดูการต่อสู้เป็นครั้งคราว “ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็คงจะต้องเกิดขึ้นแล้ว! แค่สู้กันอย่างสุดฝีมือ...การต่อสู้นี่ไม่มีวันที่จะจบลงได้แน่”

สีวู่หยารู้ดีว่าทั้งสองฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน การต่อสู้ครั้งนี้คงจะกินเวลาต่อไปอีกสักพัก สีวู่หยาตัดสินใจที่จะพักผ่อนจนกว่าช่วงเวลาตัดสินจะมาถึง

เหนือทะเลสาบร้อยกลีบ ดาบพลังงานได้ปกคลุมทั่วทั้งผืนผ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ถอยเร็วเข้า!” ฮั่วขงหยางได้ยกมือสั่งการออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าการปะทะกันครั้งนี้จะดูน่ากลัวมากกว่าเดิม

ไป่ยู่ชิงมองไปที่ทั้งสองคนด้วยสายตาอันซับซ้อน “นี่คือพลังที่ยอดฝีมือผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบสามารถใช้ได้อย่างงั้นหรอ?”

“ข้าคิดว่ามันก็แค่พลังส่วนหนึ่งก็เท่านั้น” ฮั๊วจงหยางเหลือบมองไปที่ผู้พิทักษ์ทั้งสามก่อนที่จะพูดออกมา “ยังหรอก พวกเขายังไม่ได้ใช้พลังอวตารออกมาซะด้วยซ้ำ”

ทั้งสามที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พยักหน้า ถ้าหากทั้งสองคนตัดสินใจที่จะปลดปล่อยพลังอวตารและพลังสุดยอดเคล็ดวิชาออกมาจริง การต่อสู้ในครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างมากแค่ไหนกัน?

รถม้าลอยฟ้าได้บินถอยกลับไปขึ้นไปบนฟ้า

ยู่ฉางตงได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว

ดาบพลังงานทั้งหมดล้วนแข็งตัว ดาบพลังงานทั้งหมดถูกดาบยืนยาวควบคุมเอาไว้ ดาบทุกเล่มล้วนแต่สั่นสะเทือนก่อนที่จะเริ่มการโจมตีประสาน

การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้น!

เหนือผืนทะเลสาบปกคลุมไปด้วยดาบพลังงาน

ดาบพลังงานของทั้งสองฝ่ายต่างก็โจมตีปัดป้องดาบพลังงานกันและกัน พลังที่เกิดจากแรงปะทะได้กระเพื่อมไปรอบๆ ผลจากการต่อสู้ของทั้งสองคนแผ่กระจายไปยังฝั่งทะเลสาบ ต้นไม้ขนาดใหญ่ใกล้ๆ กับทะเลสาบต่างก็โดนลูกหลงจากพลังไปด้วยเช่นกัน

ร่างของยู่ฉางตงและยู่เฉิงไห่ได้หายไปยังใจกลางทะเลสาบ

เหล่าผู้ชมรู้ดีว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้หายกันไปจริงๆ ทั้งสองคนกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุดอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สิ่งเดียวที่ผู้ชมสามารถมองเห็นได้ก็คือดาบพลังงานที่ดูเหมือนจะปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า มันเป็นการปะทะกันของดาบพลังงานจำนวนมากนั่นเอง

การต่อสู้เช่นนี้เป็นเรื่องอะไรที่น่าเบื่อสำหรับลู่โจว ตัวเขาได้ส่ายและไม่ได้ลูบเคราอีกต่อไป ลู่โจวได้เดินกลับไปที่วิหาเมฆาก่อนที่จะเอามือไขว้หลัง

ต้วนชิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้ถามออกมาด้วยความงุนงง “ท่านผู้อาวุโส...ทะ...ท่านไม่ต้องการตที่จะดูการต่อสู้แล้วหรอ?”

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรเขา ตัวเขากลับไปยังที่พักก่อนที่จะนั่งสมาธิในทันที ลู่โจวได้เข้าสู่สภาวะแห่งสมาธิเพื่อทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไป

การต่อสู้เป็นไปตามที่ลู่โจวได้คาดหวังเอาไว้ พลังวรยุทธของยู่ฉางตงและยู่เฉิงไห่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองคงจะยืดเยื้อไปอีกนาน เมื่อลู่โจวตรวจสอบเวลาคูลดาวน์ที่มีมันยังเหลือเวลาอีก 3 วันกว่าๆ ด้วยกัน ตัวเขาหวังไว้ว่าการต่อสู้ของศิษย์ทั้งสองจะยังไม่จบลงในเร็วๆ นี้

ในตอนนั้นเองแม่ชีคนสุดท้ายเสวียงจิ้งได้พูดออกมาจากด้านนอกห้อง “ท่านผู้อาวุโสจี”

“มีอะไรกัน?”

“มียอดฝีมือกำลังต่อสู้กันที่ทะเลสาบร้อยกลีบ และข้าคิดว่ามันอาจจะส่งผลกระทบกับวิหารเมฆาของข้าได้ดังนั้นข้าเลยอยากจะขอแนะนำท่านย้ายไปที่อื่นชั่วคราวผู้อาวุโสจี” เสวียงจิ้งได้ตอบกลับมา

“เจ้าเต็มใจที่จะเห้นวิหารเมฆาถูกทำลายหรือไม่?” ลู่โจวได้ตอบกลับมาด้วยคำถาม

“อืม...” เสวียงจิ้งในตอนนี้ยืนอยู่ใน่ลาน นางได้ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “วิหารเมฆาในปัจจุบันเป็นเพียงแค่วิหารที่ตกทอดมาจากอดีตเท่านั้น ในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้าหากมันถูกทำลายไปข้าก็คงไม่เสียดายอะไร”

ลู่โจวได้ตอบกลับมา “ข้าเข้าใจแล้ว” ตัวเขาไม่ได้บอกตกลงว่าจะเปลี่ยนสถานที่ดีไหม

เสวียงจิ้งรู้ดีว่าการจะถามออกมาอีกครั้งเป็นการเสียมารยาท ดังนั้นนางจึงหันหลังกลับก่อนที่จะเดินจากไปแทน

ในเวลาเดียวกันต้วนชิงก็เดินเข้ามาที่หน้าห้องของลู่โจว ตัวเขาได้ทักทายเสวียงจิ้งก่อนที่จะเดินเข้ามาหาลู่โว “ผู้อาวุโส...ข้ายังมีม่านพลังที่สามารถใช้ได้ในวิหารเมฆาแห่งนี้ ถ้าหากพวกเราใช้ด้วยพลังวรยุทธที่ข้ามีรวมเข้ากับระยะที่อยู่ห่างไกล เป็นไปได้ว่าพวกเราจะไม่ถูกลูกหลงได้ ท่านจะให้ข้า...”

“ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้น” ลู่โจวได้พูดแทรกขึ้น

“ข้าเข้าใจแล้ว” ถ้าหากม่านพลังถูกใช้งานขึ้น การทำแบบนั้นก็เท่ากับประกาศให้ศิษย์ทรยศทั้งคู่รู้ว่ามียอดฝีมืออยู่ที่วิหารเมฆา ในตอนนี้ไม่มีผู้ฝึกยุทธที่ไม่ใช่ยอดฝีมืออยู่ใกล้แน่ ถ้าหากทำแบบนั้นจริงความพยายามของลู่โจวที่เฝ้าอดทนรอก่อนหน้านี้คงจะต้องสูญเปล่าแน่

ลู่โจวได้หลับตาก่อนที่จะทำสมาธิอีกครั้ง ตัวเขามีทั้งความรู้และประสบการณ์ที่มีมากกว่าพันปี ดังนั้นลู่โจวจึงคุ้นเคยกับการต่อสู้เช่นนี้ดี...แต่สำหรับคนอื่นแล้วไม่ใช่แบบนั้น การที่พวกเขาจะมีโอกาสได้ชมการต่อสู้ยอดฝีมือระดับสุดยอดแบบนี้ไม่ใช่โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้บ่อย การที่จะได้สัมผัสและได้เรียนรู้จากการต่อสู้ได้คงจะต้องมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

นั่นคือเหตุผลที่ต้วนชิงและสี่สุดยอดผู้พิทักษ์แห่งสำนักอเวย์จียังคงเฝ้ามองการต่อสู้ตลอดทั้งคืน

วันที่สองได้มาถึง...

ลู่โจวลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะจ้องมองระบบ ตัวเขาได้ตรวจสอบสถานะดูอีกครั้งก่อนที่จะเหลือบดูการต่อสู้ที่ทะเลสาบร้อยกลีบเช่นกัน ภูเขาที่เคยซ้อนกันอยู่ที่นอกหน้าต่างตอนนี้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนว่าหุบเขาสีม่วงจะสูญเสียความสูงที่มันเคยมีไปกว่าครึ่ง นอกจากนี้ป่ารอบๆ ทะเลสาบร้อยกลีบก็ยังหายไป ที่ยอดเขาเองก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ ดูเหมือนวิหารเมฆาจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ยังไม่ได้รับอันตรายไป

ลู่โจวคิดว่าพวกเขาจะต้องโยกย้ายไปที่อื่นแน่ถ้าหากวิหารเมฆาได้รับความเสียหายในครั้งนี้ ใครจะไปรู้ว่าศิษย์ทรยศจะไม่กล้าแตะต้องแม่ชีแห่งวิหารเมฆากัน? เห็นได้ชัดว่าทั้งสองพยายามจงใจหลีกเลี่ยงไม่โจมตีวิหารแห่งนี้

เหตุใดทำไมผู้ฝึกยุทธผู้ที่มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบถึงมีพลังมากมายขนาดนี้? ในตอนนี้คำตอบทุกอย่างได้ถูกแสดงให้กับทุกคนที่ได้เฝ้ามอง

ต้วนชิงเกาใบหน้าตัวเอง ดูเหมือนว่าตัวเขาจะรู้สึกชาไปทั้งตัวจึงเริ่มตบหน้าตัวเอง

ผั๊วะ!

‘โอ๊ย! นี่มันเรื่องจริงอย่างงั้นสินะ!’

ยู่เฉิงไห่และยู่ฉางตงได้ต่อสู้กันมาตลอดทั้งวันทั้งคืน ในตอนนี้ทั้งคู่ได้เปลี่ยนสถานที่ต่อสู้จากทะเลสาบร้อยกลีบไปยังป่าเมฆากระจ่างแทนแล้ว

เหล่านกและสัตว์ร้ายนับพันต่างก็หนีไปด้วยความหวาดกลัว สัตว์ร้ายที่ไม่อาจหลีกหนีได้ทันถูกสังหารไปเป็นครั้งคราว

อีกวันผ่านไป ลู่โจวได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเช่นเดิม

ในวันนี้เงียบกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีเสียพลังที่เข้าปะทะกันอีกต่อไป เสียงการต่อสู้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ผ่านไปสองวันสองคืนด้วยกัน ทุกๆ คนต่างก็สงสัยกับเรื่องนี้

ลู่โจวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะมองไปยังทะเลสาบร้อยกลีบ

ยอดเขาของหุบเขาสีม่วงทั้งสองหุบเขาถูกแต่ละคนยึดครองเอาไว้ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่รุนแรงจะหยุดตัวลง

กระบี่นิลโลหิตกำลังโฉบไปทางขวาของมือยู่เฉิงไห่ ในตอนนั้นเองดาบยืนยาวก็ได้เลื่อนไปด้านหน้าของยู่ฉางตง “ศิษย์น้องรอง...เจ้าเหลือพลังลมปราณเท่าไหร่กันแน่?” ยู่เฉิงไห่ได้ถามออกมาอย่างเยือกเย็น

“ข้าแทบที่จะไม่ได้ใช้พลังไปเลย แล้วท่านละศิษย์พี่ใหญ่?” ยู่ฉางตงได้ตอบกลับมาก่อนที่จะถามด้วยรอยยิ้ม

“ข้าเองก็เช่นกัน...”

ยู่ฉางตงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง “งั้นพวกเรามาเอาจริงกันเถอะ

“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ”

ช่วงเวลาที่เสียงของทั้งคู่เงียบดับไป ในตอนนั้นก็เกิดการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

หวืดดด!

หวืดดด!

ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียงสะท้อนขึ้นในอากาศ อวตารที่สูงกว่า 100 ฟุตได้สูงตระหง่านอยู่เหนือทั้งสองคน มีดอกบัวทองคำแปดกลีบหมุนอยู่ด้านหลังของอวตารทั้งคู่

นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ที่สามารถฝึกฝนตนไปจนถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ มันคือพลังอวตารร้อยวิถีนั่นเอง พลังอวตารที่มีดอกบัวแปดกลีบเป็นสัญลักษณ์ของร่างอวตารร้อยวิถีที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อเห็นแบบนั้นฮั๊วจงหยางก็ได้สั่งการออกมาอีกครั้ง “ถอยอีก 10 ไมล์ซะ!”

ในตอนนั้นเองสีวู่หยาก็ได้ส่ายหัวก่อนที่จะถอนหายใจ “ในที่สุดก็เอาจริงกันสักที” สีวู่หยาลุกขึ้นยืนก่อนที่จะกระโดดถอยห่างด้วยเช่นกัน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 330 พลังที่แข็งแกร่งที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว