- หน้าแรก
- ผมมีระบบจำลองการจีบสาว
- บทที่ 16 โรคซึมเศร้า
บทที่ 16 โรคซึมเศร้า
บทที่ 16 โรคซึมเศร้า
บทที่ 16 โรคซึมเศร้า
หลังจากกดปุ่มชักโครก เสิ่นอี้ก็เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน
ดูเหมือนว่าการพิชิตใจฟู่หนานจือ เจตนาจะโจ่งแจ้งเกินไปไม่ได้
รูปลักษณ์ภายนอกของเธอโดดเด่นขนาดนั้น ย่อมไม่ขาดแคลนผู้ตามจีบอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นอายุ 27 ปีแล้วกลับไม่มีประสบการณ์การมีความรักเลยแม้แต่น้อย
ถ้าหากคว้ามาครองได้ง่ายขนาดนั้น จะหลุดรอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เสิ่นอี้ก็คลายความกังวลลง เขาเปิดเกมจำลองการเดตขึ้นมาอีกครั้งแล้วใช้สิทธิ์การจำลองครั้งสุดท้ายของวันทิ้งไป
[เริ่มการจำลอง!]
[แม้คุณจะเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา แต่ก็ใช้ชีวิตมาถึงชาติที่สามแล้ว ในชาตินี้คุณก็ยังคงไม่ลืมเป้าหมายของตัวเอง]
[...]
[เผชิญหน้ากับคำถามของฟู่หนานจือ คุณเลือก...]
ตัวเลือกก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เสิ่นอี้จึงเลือกที่จะกวาดตามองอย่างรวดเร็วแล้วกดข้ามไป
ครั้งที่แล้วตายเพราะเลือกข้อ b ครั้งนี้เสิ่นอี้จึงตัดสินใจที่จะลอบดำเนินการ
[คุณตัดสินใจที่จะปิดบังความรู้สึกของตัวเอง โดยใช้การติดต่อประสานงานทางธุรกิจเพื่อค่อยๆเข้าใกล้เธออย่างเงียบๆ]
[หลังจากคิดทบทวนดีแล้ว คุณก็แต่งเรื่องข้อพิพาทเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับสัญญาขึ้นมาเพื่อขอคำปรึกษาจากเธอ เนื่องจากคุณต้องสัมผัสกับสัญญาของลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือสำหรับคุณ]
[ฟู่หนานจือไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติจริงๆ เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของคุณ เธอก็ตอบข้อสงสัยของคุณอย่างละเอียด และยังอธิบายเงื่อนไขแต่ละข้อให้คุณฟังอย่างเข้าใจง่าย]
[ท่าทีที่จริงจังและมีความรับผิดชอบของฟู่หนานจือทำให้คุณซาบซึ้งใจ คุณเริ่มชอบเธอมากขึ้นไปอีก]
[หลังจากกล่าวขอบคุณสั้นๆแล้ว คุณก็ไม่ได้อ้อยอิ่งอยู่นานและเดินจากไปทันที]
[ในวันเวลาต่อจากนั้น คุณมักจะใช้ข้ออ้างในการปรึกษาปัญหาเพื่อไปหาฟู่หนานจือ เนื่องจากคุณปกปิดเจตนาเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ไปพบเธอคุณก็มักจะวางท่าทีเป็นงานเป็นการอยู่เสมอ ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกคุณจึงราบรื่นมาโดยตลอด]
[ไปๆมาๆ คุณกับฟู่หนานจือก็เริ่มคุ้นเคยกัน แม้ว่าเธอจะยังจำหน้าคุณไม่ได้ แต่เธอก็สามารถจดจำเสียงของคุณได้อย่างแม่นยำแล้ว]
[เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ การที่คุณหาข้ออ้างไปปรึกษาปัญหาที่ชั้น 11 บ่อยครั้งนั้น ในที่สุดก็ดึงดูดความสนใจของใครหลายคน]
[ฟู่หนานจือเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนและปัญหาของคุณที่มีมาไม่ขาดสาย]
[เพียงแต่ท่าทีของคุณไม่เคยทำให้ฟู่หนานจือจับผิดได้เลย เธอจึงไม่สามารถเป็นฝ่ายพูดเปิดอกได้]
[ฟู่หนานจือตัดสินใจที่จะหาวิธีทำให้คุณล่าถอยไปเอง]
[ในตอนที่คุณเข้ามาขอคำปรึกษาอีกครั้ง ฟู่หนานจือไม่ได้ตอบคำถามของคุณในทันที แต่กลับจดรายชื่อหนังสือมาให้คุณยาวเหยียด]
[เธอชี้ไปที่รายชื่อหนังสือแล้วบอกว่า สิ่งที่คุณอยากรู้สามารถหาคำตอบได้จากในนี้ทั้งหมด]
[คุณเพิ่งจะยื่นมือออกไปเตรียมจะรับเอาไว้ ฟู่หนานจือก็ใช้นิ้วเรียวยาวของเธอกดทับลงไปบนกระดาษใบนั้น]
[เห็นเพียงฟู่หนานจือจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคุณแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจังว่า คุณอยากจะมาปรึกษาปัญหาข้อกฎหมายกับฉันจริงๆงั้นเหรอ]
[คำตอบของคุณคือ...]
[a. นิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ รับรายชื่อหนังสือมาแล้วบอกว่าจะตั้งใจอ่าน]
[b. ฉันไม่เสแสร้งแล้ว ฉันขอหงายไพ่เลยแล้วกัน ฉันชอบคุณ]
[c. สีหน้าสงบผ่าเผย บอกเธอไปว่าคุณแค่มาขอคำปรึกษาเท่านั้น]
[d. เคลื่อนไหวอย่างอิสระ]
ทางเลือกแบบระเบิดพลีชีพต้องถูกตัดทิ้งเป็นอันดับแรก อย่าเห็นว่าในเกมจำลองตัวเองจะสนิทสนมกับฟู่หนานจือพอสมควรแล้ว เสิ่นอี้กล้ารับประกันเลยว่าถ้าเลือกข้อ b ปุ๊บก็ต้องระเบิดตู้มทันที
หลังจากคิดพิจารณาดูแล้วเสิ่นอี้ก็ตัดสินใจเลือกข้อ a
ส่วนเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ c นั้น เสิ่นอี้รู้สึกว่าในเมื่อฟู่หนานจือเตรียมจะทำให้ตัวเองล่าถอยไปเองแล้ว หากยังทำตัวไม่รู้ประสีประสาอีกก็คงจะทำให้สถานการณ์ที่อุตส่าห์ทะนุถนอมมาอย่างดีต้องพังทลายลงอย่างง่ายดาย
[คุณไม่ได้ตอบคำถามของฟู่หนานจือตรงๆ แต่กลับดึงกระดาษรายชื่อหนังสือที่ถูกเธอกดทับไว้ออกมาอย่างแผ่วเบา]
[คุณทำตัวราวกับว่าไม่รู้สึกถึงการหยั่งเชิงของเธอเลยแม้แต่น้อย คุณบอกฟู่หนานจือด้วยท่าทีเรียบเฉยว่าคุณจะตั้งใจอ่าน]
[ฟู่หนานจือถึงกับอึ้งไปกับทางเลือกที่เหนือความคาดหมายของคุณ]
[ถึงขนาดที่ว่าไม่ทันสังเกตเลยว่ากระดาษรายชื่อหนังสือในมือถูกคุณดึงออกไปแล้ว]
[คุณเดินจากไป]
[ในวันเวลาต่อจากนั้น คุณก็ไม่เคยไปที่ชั้น 11 อีกเลย แต่กลับเทียบรายชื่อหนังสือของฟู่หนานจือแล้วกว้านซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาศึกษาด้วยตัวเอง]
[คุณมีความคิดที่เรียบง่ายว่าหากคิดจะตามจีบใครสักคน อันดับแรกก็ต้องทำตัวเองให้ยอดเยี่ยมเสียก่อน]
[หากคุณเบ่งบาน หมู่มวลผีเสื้อก็จะบินมาหาเอง]
[คุณซึมซับความรู้ราวกับฟองน้ำ ถึงขั้นที่ว่าพอกลับถึงบ้านก็ยังซื้อคอร์สเรียนออนไลน์มาเรียนเพิ่มเติมอีกด้วย]
[การทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทำให้คุณได้ค้นพบความรู้สึกในตอนที่กำลังศึกษาเล่าเรียนกลับคืนมา สิ่งนี้ทำให้คุณรู้สึกอิสระเป็นอย่างมาก]
[หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ความรู้ทางทฤษฎีของคุณก็เพียบพร้อมแล้ว]
[คุณเป็นฝ่ายรับหน้าที่ประสานงานระหว่างแผนกโฆษณาทั้งหมดกับแผนกกฎหมายด้วยตัวเอง เพื่อนร่วมงานและหัวหน้ากลุ่มต่างก็มองการเปลี่ยนแปลงของคุณด้วยความทึ่ง]
[สัญญาที่คุณร่างให้ลูกค้านั้นทั้งรวดเร็วและมีคุณภาพ แม้แต่เพื่อนร่วมงานจากแผนกกฎหมายที่ตรวจสอบซ้ำก็ยังเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก โดยชมว่าคุณช่วยประหยัดเวลาของพวกเขาไปได้มากทีเดียว]
[ฟู่หนานจือก็รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณเช่นกัน เธอแสดงท่าทีประหลาดใจเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจ และเธอก็ดีใจกับการเปลี่ยนแปลงของคุณด้วย]
[เนื่องจากผลงานอันโดดเด่นของคุณ คุณจึงถูกย้ายไปประจำที่แผนกกฎหมาย]
[เมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้าฟู่หนานจืออีกครั้ง ทั่วทั้งร่างของคุณก็แผ่ซ่านไปด้วยความมั่นใจที่ดุดัน]
[ฟู่หนานจือดูซูบซีดลงไปบ้าง แต่เธอก็ยังคงแสดงความยินดีกับคุณ]
[คุณยิ้มอย่างถ่อมตัวแล้วบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะการชี้แนะของเธอ คุณถึงได้เดินมาบนเส้นทางสายนี้ คนที่ควรจะกล่าวคำขอบคุณก็คือคุณต่างหาก]
[เมื่อมีเรื่องงานมาเป็นข้ออ้าง พวกคุณก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ]
[แม้ว่าจะยังคงเป็นเพียงผิวเผิน แต่คุณก็เชื่อว่าหากยืนหยัดต่อไปก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง]
[นิสัยความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ของฟู่หนานจือทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ เธอไม่เคยยอมประนีประนอมง่ายๆ]
[เธอไม่เพียงแต่เข้มงวดกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังมักจะคอยแก้ไขข้อผิดพลาดของผู้อื่นอยู่เสมอ]
[เรื่องหน้าที่การงานก็มักจะต้องการให้สมบูรณ์แบบที่สุด มีหลายคนที่ถูกความจริงจังของเธอ 'ทรมาน' จนแอบนินทาลับหลังว่าเธอเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ]
[คุณเองก็ทำได้เพียงแค่ฝืนใจตามจังหวะของเธอให้ทัน]
[โชคดีที่เธอเป็นเพียงที่ปรึกษาทางกฎหมาย และในบริษัทก็ไม่ได้มีที่ปรึกษาเพียงแค่เธอคนเดียว ทุกคนจึงแทบจะไม่เข้าไปหาเรื่องใส่ตัว นานวันเข้าก็มีเพียงคุณเท่านั้นที่คอยติดต่องานกับเธอ]
[แต่งานก็คืองาน ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างพวกคุณแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย]
[เธอทุ่มเทให้กับการทำงานและไม่สนใจการหาความสุขใส่ตัว คุณแทบจะหาข้ออ้างไปชวนเธอกินข้าวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ]
[ไม่ว่าจะพบเธอเมื่อไหร่เธอก็มักจะแต่งตัวเรียบร้อยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือทรงผมก็ล้วนแต่เป๊ะทุกระเบียดนิ้ว]
[เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ต่อให้เป็นคนที่มีความอดทนสูงอย่างคุณก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้ และเริ่มสงสัยในตัวเอง]
[ในวันที่มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง คุณก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการสอบเนติบัณฑิต โดยคิดอยากจะสู้เพื่ออนาคตของตัวเองสักตั้ง]
[ในระหว่างที่ตั้งใจเตรียมตัวสอบ คุณก็ค่อยๆลดจำนวนครั้งที่ไปหาฟู่หนานจือลง]
[การทำงานไปพร้อมกับการเตรียมตัวสอบได้กินพละกำลังของคุณไปจนหมดสิ้น]
[สามปีต่อมา คุณก็สามารถสอบผ่านเนติบัณฑิตได้สำเร็จ]
[ความปีติยินดีในใจไม่มีใครให้ร่วมแบ่งปัน จู่ๆคุณก็นึกถึงฟู่หนานจือขึ้นมา หากตอนนั้นไม่ได้รับการชี้แนะจากเธอ คุณก็คงไม่ได้เดินมาบนเส้นทางสายนี้ คุณจึงอยากจะไปกล่าวคำขอบคุณกับเธอ]
[เมื่อมายืนอยู่หน้าประตูห้องของเธอ คุณก็เคาะประตูห้องที่ไม่ได้มาเยือนเสียนาน]
[หลังจากเปิดประตูเข้าไปคุณกลับพบว่าเป็นที่ปรึกษาชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่ง คุณงุนงงเป็นอย่างมากจนคิดว่าตัวเองเข้าผิดห้อง]
[หลังจากสอบถามดูแล้วถึงได้รู้ว่าฟู่หนานจือไม่ได้มาทำงานสักพักใหญ่แล้ว]
[คุณปิดประตูห้องลงด้วยความผิดหวัง]
[หลังจากนั้นเมื่อสืบข่าวจากหลายๆฝ่าย คุณถึงได้รู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน]
[เมื่อได้ยินดังนั้นคุณก็ตกใจเป็นอย่างมาก และตัดสินใจว่าจะไปเยี่ยมเธอ]
[เธอปฏิเสธที่จะพบคุณ]
"การจำลองสิ้นสุดลง!"
"ระบบกำลังประมวลผล..."
..
[การประเมินผลรวม: C+]
[รางวัล: แต้มการพิชิต*1 คุณได้รับความรู้ทางกฎหมายเป็นจำนวนมาก]
[ประสบการณ์การพิชิตของคุณเพิ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้คุณสามารถเพิ่มเลเวลในหน้าต่างสถานะของคุณได้แล้ว]
[คำวิจารณ์จากระบบ: การตั้งใจเรียนมากเกินไปทำให้คุณละเลยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ไม่มีใครรู้ เรื่องงานพวกคุณเข้าขากันได้ดีมาก แต่สภาพจิตใจกลับหยุดนิ่งไม่คืบหน้า แต่ถึงอย่างนั้นอย่างน้อยคุณก็เริ่มต้นได้ดี]
[ต้องการทบทวนฉากเหตุการณ์หรือไม่]