เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 318 ทะลุปรุโปร่ง

ตอนที่ 318 ทะลุปรุโปร่ง

ตอนที่ 318 ทะลุปรุโปร่ง


ตอนที่ 318 ทะลุปรุโปร่ง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวได้พักอยู่ในโรงเตี๋ยมของเมืองหรงเป่ย ในตอนนี้พระอาทิตย์ก็ยังไม่ตกดินไปซะทีเดียว ตัวเขาได้พูดกับหยวนเอ๋อออกมา “ส่งจดหมายหาเจียงอาเฉียนซะ บอกให้เขามาพบข้าที่นี่”

“เจ้านั่นจะมาหรอคะ?”

“ไปที่รับส่งจดหมายของคนธรรมดาที่ใกล้ที่สุดแล้วส่งจดหมายดู”

“หะ?” หยวนเอ๋อรู้ดีว่าสิ่งที่ได้ยินมันแปลก แน่นอนว่าการจะส่งนกพิราบสื่อสารด้วยตัวเองจะต้องเป็นวิธีการที่เร็วกว่าอยู่แล้ว ทำไมผู้เป็นอาจารย์ถึงเลือกส่งจดหมายด้วยวิธีของคนธรรมดาทั่วไปกันด้วย?

“ไปซะ”

“ค่ะ” หยวนเอ๋อที่ได้รับคำสั่งมาออกจากโรงเตี๊ยมไป

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะจ้องมองออกไปยังด้านนอก ตัวเขากำลังมองไปที่เมืองหรงเป่ยอยู่

เมืองหรงเป่ยกับเมืองรูหนานแท้จริงแล้วเป็นเหมือนเมืองๆ เดียวกัน เมืองทั้งสองอยู่ไม่ห่างกันมากนัก จากที่ลู่โจวรู้ เจียงอาเฉียนในตอนนี้อาศัยอยู่ที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลา

หยวนเอ๋อได้กลับมาจากการทำธุระ “ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำสิ่งที่ท่านมอบหมายให้เสร็จแล้ว”

“อืม...เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว”

ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า ค่ำคืนนั้นลู่โจวไม่ได้นอนหลับ ตัวเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนไปกับการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

มีคนเคาะประตูห้องของลู่โจว

“ผู้อาวุโส...ข้าเอง...”

ลู่โจวลืมตาขึ้น “เข้ามา”

เอี๊ยด!

เจียงอาเฉียนได้เปิดประตูก่อนที่จะเข้ามาภายในห้อง หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้โผล่หน้าไปมองทางขึ้นลงพร้อมกับโถงทางเดินก่อนที่จะปิดประตูอย่างระมัดระวัง ตัวเขาได้พิงประตูก่อนที่จะตบหน้าอกของตัวเอง เจียงอาเฉียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นี่มันน่ากลัวจริงๆ ...ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีใครตามข้ามา ข้านี่มันอัจฉริยะซะจริง!”

“เจียงอาเฉียน” ลู่โจวขึ้นเสียงเล็กน้อย

“ทะ...ท่านผู้อาวุโส” เจียงอาเฉียนได้โค้งคำนับให้ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะ

ตัวเขาได้หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะพูดออกมา “อย่าได้ถือสาข้าเลย”

“บอกข้ามาว่าเจ้าหมายความว่าอะไรกันแน่?”

“หมายความว่าอะไรอีก? องค์ชายองค์ที่สองต้องการที่จะเคลื่อนไหวต่อต้านองค์ชายสี่ เรื่องทั้งหมดนี้ถูกเตรียมการมาแล้ว มันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเลย จ้าวยู่เองก็ปลอดภัยดี” เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“หืม?” ลู่โจวขมวดคิ้ว “เป็นอย่างที่คาดไว้”

“อย่างที่คาดไว้?” เจียงอาเฉียนมองไปที่ลู่โจวด้วยความสับสน ตัวเขาไม่รู้เลยว่าลู่โจวกำลังพูดอะไรอยู่กันแน่

“มีคนแอบอ้างเป็นเจ้าเพื่อส่งจดหมายไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้า...”

“หะ?” เจียงอาเฉียนที่ได้ยินแบบนั้นสั่นไปทั้งตัว ตัวเข่าได้แต่เกาหัว “เพราะแบบนั้นเองสินะ ข้าถึงสงสัยว่าทำไมท่านจู่ๆ ก็ใช้วิธีส่งจดหมายของคนธรรมดามาแทน ถูกของท่าน วิธีที่ธรรมดาที่ดูโง่ที่สุดก็มักจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยไปด้วย...เอ่อ คือว่าข้าไม่ได้หมายตั้งใจว่าท่านแบบนั้น ท่านผู้อาวุโส ท่านคิดว่าผู้ที่ทำแบบนั้นต้องการอะไรกัน?”

ลู่โจวเหลือบมองไปที่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะเดินตรงไปยังหน้าต่าง ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นจากทางทิศตะวันออก

“หรือว่าคนคนนั้นจะเป็นศิษย์คนที่เจ็ดของท่านอย่างสีวู่หยากัน?” เจียงอาเฉียนยังคงคาดเดาต่อไป “ศิษย์ของท่านเพิ่งจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของข้าเมื่อไม่นานมานี้...เขายังสังหารผู้ที่คอยให้ข้อมูลของข้าไปกว่าหลายคนอืกด้วย ข้ายังไม่ได้พบกับศิษย์ของท่านเลย ศิษย์ของท่านกล้าหลอกลวงท่านมาที่นี่ได้ยังไงกัน? หรือว่าเขาพยายามที่จะฆ่าผู้เป็นอาจารย์ของตัวเองอยู่? ช่างโอหังยิ่งนัก!”

ลู่โจวยังคงนิ่งเงียบ ตัวเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เจียงอาเฉียนพูดมีส่วนที่จะเป็นไปได้อยู่ แต่ถึงแบบนั้นสีวู่หยาก็คอยทำงานเคียงข้างกับยู่เฉิงไห่มาโดยตลอด พวกเขาทั้งคู่คงจะไม่ช่วยพวกราชสำนักเพื่อต่อสู้กับศาลาปีศาจลอยฟ้าแน่ สิ่งนี้ทำให้การคาดเดาของเจียงอาเฉียนดูไม่สมเหตุสมผล ทั้งคู่ไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะต้องทำแบบนี้ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คนร้ายจะเป็นสีวู่หยา

“เจ้าแน่ใจแล้วหรอว่าคนของเจ้าเชื่อถือได้น่ะ?” ลู่โจวมองไปที่เจียงอาเฉียน

เจียงอาเฉียนที่ได้ฟังแบบนั้นก็ตกตะลึง โดยปกติแล้วตัวเขาไม่เคยคิดสงสัยใครและไม่คิดที่จะจ้างใครก็ตามที่ตัวเขารู้สึกสงสัย แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีใครสามารถไว้ใจได้ตลอดไป เจียงอาเฉียนเองก็ยืนยันไม่ได้ว่าคนของเขาจะจงรักภักดีกับตัวเขาตลอดไป

เจียงอาเฉียนมองไปที่ลู่โจวก่อนที่ตัวเขาจะพูดออกมาด้วยความสงสัย “ถ้าหากไม่ใช่สีวู่หยาก็จะต้องเป็นคนอื่นแน่ เฮ่อ...ใครกันที่โง่เขลามากพอที่จะแอบอ้างเป็นข้าแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะยังไงท่านก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แล้วท่านจะมาที่หรงเป่ยทำไมกัน?” เจียงอาเฉียนได้พูดต่อไปโดยที่ไม่รอฟังคำตอบ “หรือว่าจะมาพยายามฆ่าม่อหลี่สินะ?”

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองในขณะที่มองไปยังทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่าง “มีคนที่จะฆ่าม่อหลี่อยู่แล้ว”

“ว้าว ถ้าหากเป็นแบบนั้นพวกเราก็จะเข้าไปร่วมเป็นสักขีพยานอย่างงั้นสินะ?” เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“พระอัครมเหสีทรงประทับอยู่ที่หมู่บ้านฤดูร้อนแล้ว ส่วนองค์ชายสองและองค์ชายสี่เองก็เดินทางไปยังพื้นที่ล่าสัตว์เช่นกัน...ข้าพนันว่าองค์ชายสองจะต้องเป็นฝ่ายชนะ แล้วท่านผู้อาวุโสละ ท่านคิดว่ายังไง?” เจียงอาเฉียนพูดออกมา

ลู่โจวมองไปยังเจียงอาเฉียน สีหน้าของเขายังดูเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลงไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่เจียงอาเฉียน

เจียงอาเฉียนไม่ได้รู้สึกตกใจที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาอันเยือกเย็นนี้ ตัวเขาได้โบกมือก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเร่งรีบ “ข้าก็แค่ล้อเล่น ล้อเล่นเท่านั้น...”

ท้ายที่สุดแล้วองค์ชายทุกคนก็เป็นพี่น้องของเจียงอาเฉียน คนดีๆ ที่ไหนจะเอาพี่ชายน้องชายของตัวเองมาเดิมพันแบบนี้กัน?

“เจ้าพาข้าไปที่นั่นได้ใช่ไหม?” ลู่โจวไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้ แผนเดิมของเขาก็คือการที่อยู่ในโรงเตี๊ยมต่อไป แผนที่ตัวเขาได้วางเอาไว้ก็คือรอฟังรายงานสิ่งที่เล้งลั่วได้ทำ แต่ท้ายที่สุดแล้วเล้งลั่วก็เป็นยอดฝีมือชั้นสูง ถ้าหากเล้งลั่วออกไปอาละวาดจริง เมื่อถึงตอนนั้นคงจะไม่มีใครหยุดเขาได้แน่

“ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองหรงเป่ยมีการก่อตัวของพลังเกิดขึ้น แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ยังแอบเข้าๆ ออกเมืองแห่งนี้ได้ ข้าได้ศึกษากลเม็ดของม่อหลี่มาอย่างละเอียดแล้ว” เจียงอาเฉียนพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงไปท่านผู้อาวุโส...มีทางลับมากมายที่เชื่อมต่อกับหมู่บ้านแห่งนั้นอยู่ แม้แต่หลิวหยวนเองก็ยังไม่อาจรู้ได้ ณ ที่แห่งนี้ถ้าหากพวกเราอยากจะหนีก็ย่อมที่จะทำได้ตลอดเวลา แต่เดี๋ยวก่อนนะ...ด้วยพลังวรยุทธที่ท่านผู้อาวุโสมีพวกเราก็คงจะไม่จำเป็นจะต้องหนีอะไรอีก”

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นไม่ได้ขยับไปไหน ตัวเขากำลังคิดถึงคำพูดของฉินจาน คำพูดที่เล่าถึงเรื่องของคนเผาพระราชวังจิงเหอ เห็นได้ชัดว่าเจียงอาเฉียนได้ทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างก็เพื่อที่จะหาทางต่อต้านม่อหลี่ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉินจานพูดจะสมเหตุสมผลทุกอย่าง

ลู่โจวเคยสงสัยอะไรบางอย่างก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ที่เจียงอาเฉียนออกมาจากพระราชวัง ทำไมเขาถึงยังต้องสนใจเรื่องในพระราชวังอยู่อีกกัน? ดูเหมือนว่าเจียงอาเฉียนตั้งใจที่จะล้างแค้นให้กับชีวิตนับพันที่ต้องสูญเสียไปในคืนวันนั้น

ลู่โจวมองไปที่เจียงอาเฉียนอย่างระมัดระวัง ที่สหายคนนี้มักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอๆ ใครจะไปรู้กันว่าเขาจะมีอดีตอันเลวร้ายถึงเพียงนี้? ถ้าหากเจียงอาเฉียนไม่ได้เกิดมาเป็นองค์ชาย ตัวเขาก็คงไม่ต้องพบกันเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ ท้ายที่สุดแล้วลู่โจวก็พูดออกมาอย่างไม่แยแส “นำทางไป”

ในช่วงบ่าย ที่ทางเข้าเมืองหรงเป่ย

ทหารสองนายได้เดินเข้ามาภายในเมืองด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผย

ประชาชนต่างก็หลีกทางให้กับพวกเขา

หลิวหยวนองค์ชายสองที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “น้องสี่ ข้าคิดว่าเจ้าน่ะใช้เวลาอยู่ในพระราชวังมากเกินไปแล้ว ที่นั่นน่ะไม่เหมาะสำหรับทหารผ่านศึกอย่างเจ้าหรอกนะ”

“ท่านพูดเกินไปแล้วท่านพี่ สิ่งที่ข้าได้เจอเป็นเพียงแค่การต่อสู้ธรรมดาทั่วไป...ข้าก็แค่จัดการกับพวกสัตว์ร้ายไปก็เท่านั้น” หลิวปิงองค์ชายสี่ได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

ในอีกความหมายหนึ่งตัวเขาได้เปรียบเปรยสนามรบที่ได้เจอว่าดูดุร้ายและบ้าคลั่งยิ่งไปกว่าสัตว์ร้ายซะอีก

หลิวหยวนพยักหน้า “เจ้าพูดถูกแล้วล่ะน้องสี่ พวกเรามาหาความสนุกใส่ตัวกันเถอะ เสด็จย่าจะพักอยู่ที่หมู่บ้านฤดูร้อนอีกกว่าหลายวันด้วยกัน นี่คงจะเป็นทางเดียวที่ชายหนุ่มของพวกเราจะพอสนุกเพลิดเพลินขึ้นมาได้”

“ใช่แล้วท่านพี่ อย่ามัวแต่คิดถึงอดีตเลย...ท่านพี่ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลังเตรียมการอะไรบางอย่างให้กับเสด็จย่า?”

“ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนไปน้องสี่ เมื่อเจ้าไปถึงหมู่บ้านเจ้าก็จะรู้เอง”

“ได้เลย!”

สองพี่น้องเริ่มเร่งฝีเท้าม้าก่อนที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านฤดูร้อนด้วยกัน

ที่ชั้นสองของบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านฤดูร้อน

“เจ้าสำนักสี เมื่อคืนเจ้าได้พักผ่อนเต็มที่หรือไม่?” ฮั่นยูวานได้พูดออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมย

สีวู่หยามองออกไปยังหมู่บ้านที่แสนจะเงียบสงบผ่านหน้าต่างก่อนที่จะพูดออกมา “มันก็ไม่ใช่คืนที่เลวร้ายอะไรหรอก...ข้าแค่อยากรู้ว่าโชว์ของเจ้าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่กัน?”

“เจ้ารู้สึกกังวลสินะ? ฮั่นยูวานพูดติดตลกออกมา

“บางทีข้าอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้...” สีวู่หยาที่พูดจบหันกลับมาก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังฮั่นยูวาน “แม่ทัพฮั่นผู้ใจกว้าง ข้ามั่นใจมากว่าท่านจะต้องยอมปลดพันธนาการของข้าให้แน่”

เมื่อได้ยินแบบนั้นลูกน้องทั้งสองที่อยู่ข้างๆ จึงตะคอกกลับมา “ไม่มีทาง เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อไร้สาระอีกเลย...คำพูดของเจ้ามันโน้มน้าวกับพวกเราไม่ได้ผลหรอก ยังไงซะพวกเราก็จะจบชีวิตอันน่าสมเพชของเจ้าอยู่ดี!”

ฮั่นยูวานมองไปที่ลูกน้องคนนั้น “รักษามารยาทด้วย!” หลังจากพูดจบรอยยิ้มอันเบิกบานก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในตอนนั้นฮั่นยูวานก็ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าอันมืดมน “แก้มัดให้เขาซะ”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 318 ทะลุปรุโปร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว