เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 306 พรสวรรค์ที่แสนน่ากลัว

ตอนที่ 306 พรสวรรค์ที่แสนน่ากลัว

ตอนที่ 306 พรสวรรค์ที่แสนน่ากลัว


ตอนที่ 306 พรสวรรค์ที่แสนน่ากลัว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ต้วนมู่เฉิงเป็นคนที่ดูเกรี้ยวกราดโดยเนื้อแท้ ในตอนที่แสดงพลังออกมาโดยไม่ใช้พลังลมปราณการเคลื่อนไหวของต้วนมู่เฉิงจึงดูติดๆ ขัดๆ แต่ในตอนนี้ก็มาถึงตอนที่ตัวเขาจะแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ ภายใต้การจับตามองของเหล่าฝูงชน ในตอนนั้นหอกราชันย์ก็ได้ลอยเข้าหาฝ่ามือของต้วนมู่เฉิงอีกครั้ง

ตู๊ม!

พลังลมปราณได้ไหลออกมาจากนิ้วมือของต้วนมู่เฉิง

เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงที่มารอรมเองต่างก็เบิกตากว้าง แม้แต่ฝานซงและโจวจี้เฟิงที่มีพรสวรรค์เองก็ยังต้องรู้สึกเกรงกลัวและประทับใจกับสิ่งที่ได้เห็น

เหล่าผู้ชมต่างก็จ้องมองไปที่พลังที่กำลังไหลเวียน ในศาลาที่ผู้อาวุโสทั้งสามและลู่โจวกำลังยืนอยู่ได้ถูกสั่นไหวไปเพราะพลังของต้วนมู่เฉิง

ในตอนนี้ต้วนมู่เฉิงจะได้แสดงพลังที่แท้จริงของเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว

พลังของต้วนมู่เฉิงได้แผ่ไปทั่วทั้งศาลาและบริเวณโดยรอบ

ต้วนมู่เฉิงที่กำลังจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาหันมาตักเตือนผู้เป็นศิษย์น้องซะก่อน "ศิษย์น้องเล็ก ถอยไปเร็วเข้า! " ต้วนมู่เฉิงได้กระโจนขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะพลิกตัวเพื่อให้หอกพุ่งทะลวงสู่พื้นเบื้องล่าง

เมื่อเห็นเช่นนั้นฮั๊ววู่เด๋าก็ได้แต่ขมวดคิ้ว "นั่นมันเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ย้อนกลับอย่างงั้นสินะ? " ตัวเขาได้ประลองกับต้วนมู่เฉิงอยู่บ่อยครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวของต้วนมู่เฉิงเป็นธรรมดาที่ฮั๊ววู่เด๋าจะรู้จักมันดี

พลังยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ย้อนกลับถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ทรงพลังที่สุดของเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ ลู่โจวเองก็เคยใช้ทักษะนี้สังหารผู้ฝึกยุทธนับร้อยของสิบสุดยอดสำนักไปแล้ว ในตอนนั้นลู่โจวได้ใช้พลังเคล็ดวิชานี้ไปพร้อมๆ กับพลังร่างอวตารแห่งร้อยวิถี เพราะแบบนั้นพลังของเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ลู่โจวใช้จึงทรงพลังอย่างมหาศาล

ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าต้วนมู่เฉิงจะใช้สุดยอดเคล็ดวิชาแบบนี้ได้ ถ้าหากต้วนมู่เฉิงใช้เคล็ดวิชานี้เข้าโจมตีศัตรู คงจะไม่มีศัตรูคนไหนที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้

ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่นี่เป็นเพียงแค่การสาธิตเท่านั้น เพราะแบบนั้นแล้วฮั๊ววู่เด๋าจึงไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร ก่อนที่ต้วนมู่เฉิงใกล้จะถึงพื้น ในตอนนั้นเงาของหอกนับพันเล่มก็ได้หลอมรวมกันจนกลายเป็นหนึ่ง

ตู๊ม!

หอกราชันย์ของต้วนมู่เฉิงได้แทงทะลุพื้น ตัวเขาเสร็จสิ้นการสาธิตไปแล้วนั่นเอง

ต้วนมู่เฉิงรีบลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะพลิกตัวและลงสู่พื้นอย่างช้าๆ "ท่านอาจารย์ศิษย์ได้แสดงพลังให้กับท่านอาจารย์ได้ดูไปหมดแล้ว"

ฝานซงและโจวจี้เฟิงที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็ปรบมือให้

เหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงที่ยืนมองอยู่ก็ทำเช่นกัน

ในขณะเดียวกันทั่วทั้งศาลาเต็มไปด้วยความเงียบสงบ สีหน้าของลู่โจวเองยังคงดูไร้อารมณ์เช่นเคย ตัวเขาได้ลูเคราของตัวเองก่อนที่หันไปพูดกับผู้อาวุโสทั้งสาม "พวกเจ้าคิดว่ายังไงกัน? อย่าได้ลังเลที่จะพูดสิ่งที่คิดออกมาเลย" ลู่โจวกังวลว่าทั้งสามคนจะไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา ตัวเขาจึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการพูดดักเอาไว้ซะก่อน

ฮั๊ววู่เด๋าดูเหมือนกับจะเป็นผู้ที่อยากพูดที่สุดแล้ว "งั้นให้ข้าพูดจะได้ไหม? "

"เชิญ"

"แม้ว่ามันจะดูมีพลังแต่ถึงแบบนั้นมันกลับว่างเปล่า" ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดออกมาสั้นๆ

ต้วนมู่เฉิงที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกสับสน ฝานซง, โจวจี้เฟิงและเหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงเองก็เป็นเช่นเดียวกัน

ลู่โจวมองไปที่เล้งลั่ว

เล้งลั่วที่เห็นสายตาของลู่โจวได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินไปยังริมศาลา ตัวเขาได้จ้องมองหอกราชันย์ที่ฝังตัวลงอยู่บนพื้น ตัวเขาได้ส่ายหัวก่อนจะพูดออกมา "มันดูดุร้ายเกินเหตุไปหน่อย"

ลู่โจวมองไปที่ฝานลี่เทียน

ฝานลี่เทียนได้ยกน้ำเต้าขึ้นมาจิบก่อนที่จะพูดออกมา "ถึงจะมีความพยายามแต่นั่นมันก็ยังดูผิวเผินจนเกินไป"

แก้มของต้วนมู่เฉิงร้อนไปทั้งสองข้าง ตัวเขารู้สึกละอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แม้ว่าจะถูกติแต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่รู้ว่ามันผิดพลาดได้ยังไง ตัวเขาทำได้เพียงรวบรวมความกล้าก่อนที่จะโค้งคำนับผู้เป็นอาจารย์ ในตอนนี้ก็เหลือลู่โจวที่จะให้คำแนะนำแล้ว

ผู้อาวุโสทั้งสามที่ให้ความเห็นเสร็จต่างก็กลับไปยังที่นั่งตน ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็หันไปมองท่าทีของลู่โจว

ลู่โจวยังคงสงบนิ่ง ตัวเขาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองอะไรกับความคิดเห็นก่อนหน้านี้ ลู่โจวมองไปที่ต้วนมู่เฉิงก่อนที่จะถามออกมา "เจ้าได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสทั้งสามพูดออกมาแล้วรึยัง? "

"ศิษย์...ศิษย์ได้ยินแล้ว"

"ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้ายังไม่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์จนไปถึงแก่นแท้ แต่ถึงแบบนั้นเจ้าก็ยังฝืนใช้ทักษะใหม่ๆ ออกมาเพื่ออะไรกัน? "

ใบหน้าของต้วนมู่เฉิงเปลี่ยนไปเป็นสีแดงด้วยความละอาย ตัวเขาไม่กล้าที่จะโต้เถียงอะไรกลับมา ต้วนมู่เฉิงกำลังลุ้นว่าผู้เป็นอาจารย์ของเขาจะไล่ทำร้ายเหมือนกับที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ไหม?

"เจ้ายังจำครั้งสุดท้ายที่ข้าแสดงพลังจากเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าได้รึเปล่า? " ลู่โจวถามออกมา

"ศิษย์จำได้ดี"

"จงฝึกฝนโดยคำนึงถึงสิ่งนั้นซะ ถ้าหากเจ้าทำมันได้เจ้าจะต้องทำลายพลังผนึกตราประทับทั้งหกได้แน่" ลู่โจวพูดให้คำแนะนำ

ฮั๊ววู่เด๋าถึงกับผงะ ทันใดนั้นเองความรู้สึกอันเป็นลางร้ายก็ได้ก่อตัวขึ้นมาในใจของตัวเขา "ครับ ท่านอาจารย์ ข้าจะต้องฝึกฝนเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์จนเชี่ยวชาญให้ได้! " ต้วนมู่เฉิงได้คารวะลู่โจว

"แค่นั้นแหละ"

"ครับ"

ต้วนมู่เฉิงได้กระทืบเท้าของตน หอกราชันย์ที่เสียบคาพื้นอยู่ก็ได้หลุดขึ้นมาอีกครั้ง

"ติ้ง! ให้คำชี้แนะต้วนมู่เฉิง ได้รับรางวัลแต้มบุญ: 300"

ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจที่ตัวเขาได้รับแต้มบุญขึ้นมาอีกครั้ง ลู่โจวจะต้องแก้ไขปัญหาของผู้เป็นอาจารย์ที่สะสมมานานตั้งแต่ที่จีเทียนเด๋ายังคงมีชีวิต ดูเหมือนว่าปัญหานี้จะไม่ได้เรียบง่ายเหมือนกับที่ตัวเขาคิดซะแล้ว

ในตอนนั้นเองก็มีลมกระโชกแรงพัดผ่านภูเขาทองไป ลู่โจวเงยหน้ามองขึ้นทองฟ้า ลมในตอนนั้นก็ได้พัดแรงมากยิ่งขึ้น

ฮั๊ววู่เด๋าได้คารวะก่อนจะพูดออกมา "ท่านปรมาจารย์ ม่านพลังของภูเขาทองบัดนี้ได้สลายหายไปแล้ว...ถ้าหากเป็นเช่นนี้ข้าเกรงว่าพวกสำนักฝ่ายธรรมะคงจะรวมตัวกันบุกมาที่นี่อีกครั้งแน่"

เล้งลั่วเองส่ายหัวไม่เห็นด้วยก่อนจะพูดขึ้น "ข้าไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ"

"หืม? "

"ท่านปรมาจารย์สามารถเอาชนะสำนักดาบสวรรค์ที่แท่นประลองดอกบัวไปได้ และยังได้ช่วยชีวิตผู้ฝึกยุทธมากมายเอาไว้อีก ข้าแน่ใจว่าข่าวนี้จะต้องแพร่ไปทั่วยุทธภพแน่ สำนักฝ่ายธรรมะได้ทำพลาดมาโดยตลอดก็เพราะความโลภที่หมายตาทรัพย์สมบัติของศาลาปีศาจลอยฟ้าเอาไว้ ตอนนี้ม่านพลังได้หายไปแล้ว...ถ้าหากเป็นเจ้า เจ้าจะรีบวิ่งขึ้นมาบนภูเขารึเปล่าล่ะ? " เล้งลั่วได้ถามออกมา

ฝานลี่เทียนหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดเป็นคนต่อไป "ผู้อาวุโสฮั๊ว เจ้าน่ะมาจากสำนักหยุน เจ้าเองก็ควรจะเข้าใจพวกสำนักฝ่ายธรรมะดีนะ..."

ฮั๊ววู่เด๋าพยักหน้ายอมรับก่อนจะถอนหายใจออกมา

ลู่โจวรู้ดีว่าสิ่งที่ฝานลี่เทียนพูดคืออะไร ก่อนหน้านี้สำนักฝ่ายธรรมะได้บุกโจมตีที่นี่มาถึงสองครั้งแล้ว แต่ถึงแบบนั้นสำนักฝ่ายธรรมะต่างก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูปไป การที่จะมีการรวมตัวกันเป็นครั้งที่สามในเวลาแบบนี้ได้จึงเป็นเรื่องยาก

ลู่โจวได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพูดอย่างไม่แยแส "เจ้าพวกนั้นมันก็แค่หนูสกปรกเท่านั้น ตราบใดที่ข้ายังอยู่ย่อมไม่มีใครเหยียบเข้ามาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้ได้" แม้ว่าคำพูดของลู่โจวจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงน้ำเสียงไป แต่คำพูดของเขาก็แฝงไปด้วยพลังอะไรบางอย่าง

แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งสามเองก็ยังรู้สึกถึงพลังนั้นได้

ฝานลี่เทียนเป็นคนที่พูดต่อ "สำนักแห่งความบริสุทธิ์, สำนักดาบสวรรค์ และสำนักเที่ยงธรรมต่างก็ถูกกวาดล้างไปจนหมดแล้ว การที่สำนักฝ่ายธรรมะจะมาบุกที่นี่ได้พวกเขาก็คงจะต้องคิดแล้วคิดอีก"

คนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น

"ท่านอาจารย์ ตาศิษย์แล้ว! " หยวนเอ๋อในตอนนี้ยืนอยู่ที่ใจกลางลานแห่งหนึ่งเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ชายชราทั้งสี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หยุดการสนทนาเกี่ยวกับม่านพลังลงก่อนที่จะจ้องมองไปยังหยวนเอ๋อ

เล้งลั่วได้พูดขึ้น "นั่นมันเสื้อคลุมขนเมฆา"

"แล้วนั่นก็รองเท้าเหยียบเมฆา" ฝานลี่เทียนพูดเสริม

"แล้วนั่นสายสะพายนิพพาน" ฮั๊ววู่เด๋าพูดต่อ

ทุกๆ คนที่เห็นแบบนั้นต่างก็ถอนหายใจพร้อมเพรียงกัน

เมื่อทุกคนได้เห็นแบบนั้นต่างก็ถอนหายใจออกมายกใหญ่ ของวิเศษที่ได้เห็นแม้ว่าคนบางคนจะใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตในการหา แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ต้องพบกับความผิดหวังไป แต่ไม่ใช่สำหรับหยวนเอ๋อ นอกจากนางจะมีพรสวรรค์ที่แสนน่ากลัวอยู่ นางก็ยังมีสมบัติล้ำค่ามากมายหลายชิ้น ลู่โจวมองไปที่หยวนเอ๋อก่อนที่จะพูดออกมา "เอาล่ะเจ้าเริ่มสาธิตได้"

หยวนเอ๋อพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นก่อนที่นางจะเริ่มสาธิต

การเคลื่อนไหวของนาง, ทั้งเท้า เพลงหมัด ลื่นไหลดุจดั่งสายน้ำ การเคลื่อนไหวของนางไม่มีที่ติ โดยเฉพาะวิชาเจ็ดดวงดาวล่องเมฆาบดขยี้ของนาง และด้วยเท้าที่ได้เสริมพลังมาจากรองเท้าเหยียบเมฆาทำให้นางสามารถปลดปล่อยพลังลมปราณได้อย่างเต็มที่ การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วจนทิ้งไว้แต่เงาให้เห็น

หยวนเอ๋อยังคงสาธิตวิชาที่มีต่อไป คนอื่นๆ ต่างก็มองด้วยความหวาดกลัว "ท่านอาจารย์ศิษย์แสดงทุกอย่างเสร็จแล้ว! " หยวนเอ๋อกำลังรอคำชมจากผู้เป็นอาจารย์อยู่นั้นเอง นางได้แต่รออย่างกระตือรือร้น

เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ลู่โจวไม่ได้รีบร้อนที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา ตัวเขาได้หันไปหาผู้อาวุโสทั้งสามเช่นเคย "พวกเจ้าคิดยังไงกัน? "

เล้งลั่วได้พูดออกมาเป็นคนแรก "เคล็ดวิชาหยกแห่งความบริสุทธิ์อย่างงั้นหรอ? "

"ค่ะ" หยวนเอ๋อตอบกลับ

เล้งลั่วหันไปหาลู่โจวก่อนที่จะคารวะและพูดขึ้น "มีเรื่องที่ข้าอยากจะขอคำแนะนำกับท่าน ท่านปรมาจารย์"

"อะไรกันล่ะ? " ลู่โจวไม่ได้แปลกใจถ้าหากสาวกของเขาจะขอคำแนะนำ แต่ถึงแบบนั้นผู้อาวุโสคนนี้กลับขอคำแนะนำเอง จู่ๆ ตัวเขาก็รู้สึกถึงการเป็นอาจารย์ที่ดีขึ้นมา

เล้งลั่วได้ถามออกมา "การจะฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกแห่งความบริสุทธิ์ได้ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่การฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทั้งจังหวะเท้า, เพลงหมัด...แต่ทำไมนางถึงได้ฝึกฝนโดยใช้เทคนิคล่องหนแบบนี้กัน? ท่านเองก็ใช้สุดยอดพลังฝ่ามือทั้งเก้าได้ในตอนที่สู้กับสิบสุดยอดคนทรง การฝึกฝนด้วยเทคนิคเต๋าล่องหนมันคงจะเป็นอะไรที่ไม่ต่างจากเสียเปล่า"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 306 พรสวรรค์ที่แสนน่ากลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว