เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 298 การต่อสู้แห่งดาบ

ตอนที่ 298 การต่อสู้แห่งดาบ

ตอนที่ 298 การต่อสู้แห่งดาบ


ตอนที่ 298 การต่อสู้แห่งดาบ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

โลงศพที่ไม่มีพลังพิเศษอะไรก็เป็นแค่เพียงโลงศพ ชายคนเดียวในโลงศพไม่มีอะไรที่น่ากลัว หยวนดู่แสดงท่าทีอย่างชัดเจนออกมาแล้ว หลังจากที่รูปแบบพลังหายไปจากโลงศพ ตัวเขาก็ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วทั้งศาลาปีศาจลอยฟ้า

"ข้าฝึกฝนดาบในวิถีแห่งเต๋ามาโดยตลอด..."

'ข้าฝึกฝนดาบในวิถีแห่งเต๋ามาโดยตลอด? ' คนอื่นๆ ที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็สบตากัน ในโลกแห่งยุทธภพ ไม่ว่าจะฝึกฝนตัวเองด้วยวิธีการแบบไหนก็แล้วแต่ แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็พบกับจุดจบเดียวกัน

โดยหลักการแล้วผู้ฝึกยุทธแต่ละแขนงมักจะมีพลังลมปราณรอบตัวที่ดูแตกต่างกัน

ขงจื๊อ, พุทธ และลัทธิเต๋าต่างก็มีแนวคิดในการฝึกฝนที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงมีวิธีการฝึกยุทธมากมายหลายวิธีอยู่ในโลกใบนี้ ลัทธิเต๋าเป็นลัทธิที่สามารถฝึกฝนดาบได้ยิ่งใหญ่มากที่สุด ดังนั้นผู้ฝึกยุทธหลายคนที่ชื่นชอบในดาบจึงมักจะฝึกฝนตัวเองตามแบบของลัทธิเต๋า ทั้งเจียงอาเฉียน, ลั่วฉีซานและลั่วฉางชิงจากสำนักหยุน, เฉินเหวินเจี๋ยหนึ่งในผู้คลั่งไคล้แห่งดาบ หรือแม้แต่เล้งลั่วและฝานลี่เทียน ทุกๆ คนต่างก็ฝึกฝนตัวเองโดยมีรากฐานมาจากลัทธิเต๋า การที่จะถือว่าทุกคนมีต้นกำเนิดเดียวกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มีแต่การตีความเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

เป็นเพราะการตีความที่ไม่เหมือนกันทำให้ชาวลัทธิเต๋าแตกแยกออกเป็นสำนักมากมายหลายสำนักขึ้นมาในภายหลัง บ้างก็เป็นคนที่ชื่นชอบในการป้องกัน บ้างก็เป็นคนที่เก่งกาจในการโจมตี แน่นอนว่ามีผู้ที่ชื่นชอบในดาบด้วยเช่นกัน หยวนดู่ถือเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้นนั่นเอง

"เห็นทีพวกเราจะต้องใช้ดาบพูดคุยกันแล้วสินะ? " ฝานลี่เทียนหัวเราะออกมา

"ข้าคิดว่าท่านอาจจะสู้กับพวกเราจะตัวตายไปก็ได้"

ภายในโลงศพยังคงเงียบสนิท

ต้วนมู่เฉิงได้สูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะพูดออกมา "ถ้าหากจะเป็นแบบนั้นจริงเห็นที่นี่คงจะไม่ใช่ที่ของข้า ศิษย์น้องสี่เป็นผู้ที่เก่งกาจในการพูดคุยมากที่สุดแล้ว แต่ข้านั้นกลับไร้ความสามารถ"

'ไหนเจ้านี่ถึงคิดว่าการพูดคุยกันด้วยดาบจะเป็นการพูดคุยกันจริงๆ ล่ะ? '

หยวนเอ๋อได้พูดออกมา "ข้าเองก็ไม่เก่งเรื่องต่อล้อต่อเถียงเช่นกัน ข้าไม่อยากโตมาเป็นหญิงสาวที่ชอบต่อล้อต่อเถียงน่ะ"

เล้งลั่วและฝานลี่เทียนจ้องมองไปตรงโลงศพ ทั้งคู่กำลังสงสัยว่าหยวนดู่จะคิดยังไงกับเรื่องนี้

ฝานลี่เทียนได้ยิ้มก่อนจะพูดออกมา "สำหรับข้า ถ้าหากพวกเราจะมีการพูดคุยกันด้วยดาบจริงๆ ข้าว่าหยวนเอ๋อคงจะทำมันได้ดีที่สุดแล้ว"

"ข้าเองก็เห็นด้วย" เล้งลั่วพยักหน้าก่อนที่จะพูดออกมา

"ข้าเองก็เห็นด้วย" โจวจี้เฟิงและฝานซงเองพูดเสริมอย่างพร้อมเพรียงกัน

หยวนเอ๋อรู้สึกสับสนที่ได้ฟังแบบนั้น

ซู่ววว!

โลงศพใบนั้นสั่นสะเทือนเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสียงแปลกๆ ออกมา ในตอนนั้นเองพลังลมปราณอันเบาบางรอบๆ โลงก็เริ่มหมุนเวียน ที่รอบๆ โลงศพมันเต็มไปด้วยใบมีดพลังงานจำนวนหนึ่ง ใบมีดพวกนั้นมันดูคล้ายกับเกล็ดน้ำแข็งเป็นอย่างมาก มันได้ลอยสักพักก่อนที่จะหายไป เห็นได้ชัดว่าหยวนดู่รู้สึกรำคาญ ตัวเขาได้ใช้น้ำเสียงอันแหบแห้งพูดออกมา "การพูดคุยกันด้วยดาบ ไม่ใช่แค่การพูดคุยถกเถียงเท่านั้น แต่มันจะต้องสู้กันด้วย"

"หะ? " ฝานลี่เทียนรู้สึกสับสน "ท่านจะบอกให้พวกเราคุยกันในระหว่างสู้กันอย่างงั้นหรอ? "

"ถูกแล้ว"

คนอื่นๆ ถึงกับผงะเล็กน้อย ทุกๆ คนต่างก็ตั้งท่าขึ้นมาอีกครั้ง

'เจ้านี่กำลังจะทำให้ข้าบ้า! '

หยวนดู่ได้พูดต่อ "แม้ว่ามันจะเป็นการต่อสู้ แต่มันก็ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเข่นฆ่า ผู้ฝึกยุทธที่ฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้นับว่าคนคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการฝึกยุทธ...ส่วนผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้จะเป็นผู้ฝึกยุทธที่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว และนั่นแหละพวกเราจะต่อสู้กันด้วยวิถีแห่งดาบโดยที่ใช้ระดับพลังวรยุทธสังหรณ์หยั่งรู้เท่านั้น"

ฝานลี่เทียนหัวเราะก่อนที่จะพูดออกมา "ตอนนี้ข้าคิดว่าข้าเข้าใจแล้ว พวกเราจะใช้พลังยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้โดยที่ไม่ใช่พลังอวตารรวมไปถึงอาวุธในการสู้กัน ถูกแล้วสินะ? "

ถ้าหากจะพูดตามตรง การจำกัดระดับพลังวรยุทธในการประมือกันถือว่าเป็นการประลองที่ดูสมน้ำสมเนื้อที่สุดแล้ว นี้เป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย เล้งลั่วและฝานลี่เทียนยังไม่ฟื้นคืนพลังทั้งหมดกลับคืนมา แม้ว่าพลังวรยุทธของต้วนมู่เฉิงและหยวนเอ๋อจะดูดลึกล้ำแต่ถึงแบบนั้นถ้าหากสู้กันด้วยพลังทั้งหมดที่มี การที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องตายไปคงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง แม้ว่าหยวนดู่จะไม่ใช่ฝ่ายที่เหนือกว่าในการต่อสู้นี้ แต่สำหรับคนใกล้ตายอย่างเขา หยวนดู่ไม่มีอะไรที่จะต้องให้เสียอีกแล้ว

"ถูกต้อง..." ทันทีที่หยวนดู่พูดจบโลงศพก็ได้พลิกกลับ ในตอนนี้มันนอนราบลงกับพื้นแล้ว ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของโลงศพกำลังลอยขึ้นมา มันกำลังตั้งสูงเพื่อเผชิญหน้ากับทุกคนนั่นเอง

มีตัวหนังสืออยู่ที่ด้านบนโลงศพ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นตัวหนังสือที่เป็นคำผสมผสานระหว่างตัวหนังสือจาก 'คำสั่งราชวงศ์' การที่จะมองไปตรงนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกไม่มั่นคง

"พวกเราจะใช้วิธีประลองด้วยดาบตัดสินผู้แพ้ผู้ชนะ...เริ่มได้" เสียงของหยวนดู่ได้ดังก้องไปทั่วทั้งศาลาปีศาจลอยฟ้า

ฮั๊ววู่เด๋าได้โบกมือให้กับผู้ที่อยู่ด้านหลัง "รุ่นเยาว์อย่างพวกเจ้าไม่ต้องเข้าร่วมหรอก...ใช้โอกาสนี้เฝ้ามองและเรียนรู้จะดีกว่า..."

คนอื่นๆ ที่ได้ฟังแบบนั้นได้แต่คารวะให้

ฝานลี่เทียนและเล้งลั่วต่างก็สบตากัน

"ข้าจะไปก่อนเอง..." เล้งลั่วได้พูดก่อนที่จะก้าวออกมาข้างหน้า

เมื่อเข้าไปใกล้ ใบดาบพลังงานที่มีรูปร่างคล้ายน้ำแข็งก็ได้ปรากฏขึ้นรอบๆ โลงศพอีกครั้ง ใบมีดพลังงานที่ปรากฏออกมาดูไม่สม่ำเสมอและดูแปลกตาเป็นอย่างมาก "การต่อสู้ด้วยวิถีแห่งดาบที่ดั้งเดิมจะใช้พลังควบแน่นให้กลายเป็นดาบขึ้นมา ผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้จะสามารถสร้างดาบพลังงานออกมาได้แค่ 2 เล่มเท่านั้น

ทันทีที่เล้งลั่วพูดจบ ดาบพลังงานทั้งสองใกล้ๆ โลงศพก็ได้หายไป

เล้งลั่วยกมือขวาขึ้นมาก่อนที่จะชูขึ้นไปบนท้องฟ้า "คุณภาพยังไงก็อยู่เหนือปริมาณ..." ใบมีดพลังงานได้ปรากฏขึ้นมาจากฝ่ามือของเขา มันทั้งดูหนาและใหญ่กว่าใบมีดพลังงานทั่วไป แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังอยู่ในพลังระดับสังหรณ์หยั่งรู้เท่านั้น

เมื่อฮั๊ววู่เด๋าได้ฟังแบบนั้น ตัวเขาก็ได้พูดออกมา "นี่คือการต่อสู้กันด้วยวิถีแห่งดาบ...มาดูกันว่าในรอบนี้ใครกันแน่จะเป็นผู้ชนะ"

ในวินาทีถัดมา ใบมีดพลังงานจากโลงศพก็ได้ถูกยิงออกไป

ดาบพลังงานของเล้งลั่วเองก็พุ่งออกไปโจมตีเช่นกัน

ในตอนนั้นเองทุกๆ คนต่างก็เห็นความแตกต่างดี

เนื่องจากรูปทรงที่ดูผิดปกติของมันทำให้ใบมีดพลังงานที่พุ่งออกไปเปลี่ยนวิถีในกลางอากาศ ใบมีดทั้งหมดเล็งตรงไปที่เล้งลั่ว

โลงศพได้กลับพลิกขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าหยวนดู่จะมีพลังวรยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็สามารถหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย

เล้งลั่วเองก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนหลบใบมีดพลังงานเล่มแรกไป

พรึ๊บ!

แต่การที่จะหลบใบมีดพลังงานเล่มที่สองได้ไม่ใช่เรื่องง่ายแบบนั้น มันได้เปลี่ยนวิถีของมันไปก่อนจะพุ่งถึงตัวเล้งลั่ว

เล้งลั่วได้ยกมือขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ตัวเขากำลังใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจับใบมีดพลังงานเอาไว้ ใบมีดพลังงานเล่มนั้นหายไป ในตอนนั้นเองทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

คนอื่นๆ ต่างก็งุนงง ไม่มีใครรู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายชนะกันแน่ ทุกๆ คนจ้องมองไปยังโลงศพสีดำ

ไม่มีการต่อสู้ที่เคลื่อนไหวเกินความจำเป็น ไม่มีทั้งพลังอันมหาศาลของพลังลมปราณ และก็ยังไม่มีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้ มีเพียงการต่อสู้กันด้วยวิถีแห่งดาบเท่านั้น

"ข้าแพ้แล้ว" เล้งลั่วได้ยกมือคารวะให้ ตัวเขาไม่ต้องการที่จะอธิบายอะไรออกมา

ทุกๆ คนเห็นได้ว่าเล้งลั่วดูประมาท ความประมาทหรือการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไปมักจะทำให้คนคนนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

เมื่อเล้งลั่วจับใบมีดพลังงานด้วยนิ้วของเขา ตัวเขาก็ต้องประเมินคู่ต่อสู้คนนี้ใหม่อย่างจริงจัง อย่างมากตัวของเล้งลั่วก็สามารถรับการโจมได้อีกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ถ้าหากผลลัพธ์ยังเป็นต่อไปแบบนี้ยังไงซะตัวเขาก็คงจะต้องพ่ายแพ้ไปอยู่ดี

"..." ในเมื่อไม่มีใครอธิบายฮั๊ววู่เด๋าก็ต้องรับหน้าที่อธิบายออกมาอีกครั้ง "ผู้อาวุโสเล้งได้ใช้นิ้วของตัวเองหยุดยั้งพลังใบมีดดาบได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่น่าเสียดาย ถ้าหากนี่เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้จริง พลังใบมีดดาบจะต้องเฉือนทะลุนิ้วของผู้อาวุโสเล้งไปแล้ว"

ทุกๆ คนต่างก็พยักหน้า

"เป็นไปตามคาด พลังดาบที่ถูกใช้ออกมาโดยอัจฉริยะผู้ใช้ดาบแห่งเมืองหลวงทางตอนเหนือจะเป็นพลังที่แข็งแกร่งแบบนี้...ใบมีดพลังงานที่ใช้ในการโจมตีดูผิดแปลกยากที่จะคาดเดา ข้ารู้สึกประทับใจจริงๆ ..." เล้งลั่วได้ถอยออกมาหลังจากที่พูดเสร็จ

ฝานลี่เทียนเป็นผู้ที่ก้าวไปด้านหน้าต่อไป ตัวเขาได้จิบเหล้าที่พกมาด้วยก่อนที่จะโยนมันไปให้ฝานซง "รับไว้ซะ" ฝานซงรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ที่จะต้องโยนอาวุธของตัวเองทิ้งไปแบบนี้ "ข้าไม่ใช่เล้งลั่ว...เจ้านั่นแม้จะพอมีฝีมือแต่ถึงแบบนั้นก็ยังไร้ประสบการณ์..."

เล้งลั่วยังคงนิ่งเงียบ ยังไงซะความพ่ายแพ้ก็ยังเป็นความพ่ายแพ้อยู่ ไม่จำเป็นจะต้องให้เหตุผลหรือแก้ตัวใดๆ สำหรับหยวนดู่ ฝานลี่เทียนก็เป็นแค่เพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น

"ตาต่อไปเป็นขอทานเฒ่าอย่างงั้นหรอ? "

"ถูกแล้ว"

"การต่อสู้ด้วยวิถีแห่งดาบในขั้นสังหรณ์หยั่งรู้มักจะเกิดมาจากการควบคุมพลังหยินและหยาง เมื่อพลังทั้งสองสมดุลมันก็จะเปลี่ยนกลายเป็นพลังอันแข็งแกร่ง แต่ในทางกลับกันปรากฏการณ์ทั้งสี่มันยังคงเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด..." หยวนดู่ได้พูดออกมา

ฝานลี่เทียนได้พูดขึ้น "ถ้าหากเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ คนคนนั้นจะสร้างดาบพลังงานได้เพียงแค่ 2 เล่มเป็นอย่างมาก แน่นอนว่ามันไม่สามารถสร้างปรากฏการณ์ทั้งสี่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันจะเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรไปได้ตลอด"

ฝานลี่เทียนยังพูดต่อ "ข้าทั้งท่องเหนือและล่องใต้มาแล้ว ข้าได้เห็นเหล่ายอดฝีมือผู้ใช้ดาบมาต้องมากมาย เจ้าพยายามที่จะใช้ดาบพลังงานเพื่อสร้างเป็นพลังแห่งดาบที่แท้จริง พลังที่เป็นเหมือนกับปรากฏการณ์ทั้งสี่ที่เกิดขึ้นจนได้เป็นวัฏจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุดสินะ? "

"น่าสนใจ" หยวนดู่รู้สึกสนใจในสิ่งที่ได้ยิน

"ข้าบอกเจ้าแล้ว...ข้าไม่ใช่เล้งลั่ว" ฝานลี่เทียนมองไปที่เล้งลั่ว ที่หางตาของเขาตกราวกับกำลังเศร้าสร้อยอยู่

หยวนดู่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดออกมา "แสดงให้ข้าดูทีเถอะว่าเจ้าจะรับมือกับมันยังไง..."

ภายในโลงศพ ในตอนนั้นพลังหยินหยางที่รวมตัวกันก็ได้ขยายออกมา พลังที่เปลี่ยนกลายเป็นใบมีดเองก็ได้ปรากฏออกมาเช่นกัน

เล้งลั่วปรบมือ "ดูเหมือนว่าเจ้าจะบรรลุพลังขั้นสังหรณ์หยั่งรู้อย่างถ่องแท้แล้ว...ตาเฒ่าฝานเจ้าน่ะลึกล้ำจริงๆ "

"หืม? "

ฝานลี่เทียนมองไปที่วงหยินหยางที่ปรากฏบนพื้น ตัวเขาดูตกใจเป็นอย่างมาก ฝานลี่เทียนนับว่าเป็นผู้ที่มีความรู้และเคยเห็นพลังแบบนี้มาแล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่เคยเห็นใครคนไหนที่ใช้พลังในขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ได้อย่างทรงพลังได้แบบนี้ ผู้ฝึกยุทธทั่วไปมักจะเร่งฝึกฝนตัวเองจนขาดความเข้าใจอันถ่องแท้ไป ภายใต้โลกใบนี้ยังมีคนที่ต้องใจฝึกฝนการใช้ดาบอย่างถ่องแท้โดยที่ไม่ได้ศึกษาแต่เคล็ดวิชาที่ทรงพลังที่สุดที่ใช้ในการเข่นฆ่าด้วยอย่างงั้นหรอ?

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 298 การต่อสู้แห่งดาบ

คัดลอกลิงก์แล้ว