เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 285 พลังผสาน!

ตอนที่ 285 พลังผสาน!

ตอนที่ 285 พลังผสาน!


ตอนที่ 285 พลังผสาน!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลูกประคำถือเป็นอาวุธของชาวพุทธที่ไม่เหมือนกับอาวุธชิ้นไหนๆ มันสามารถใช้เป็นอาวุธลับในการโจมตีได้ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ป้องกันตัวเองได้อีกด้วย ลูกประคำถือเป็นอาวุธที่มีวิธีใช้หลายวิธีด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามมีเพียงผู้ฝึกยุทธยอดฝีมือเท่านั้นที่จะใช้งานมันได้ มันไม่เหมือนกับอาวุธอย่างกระบี่และดาบทั้งหลาย อาวุธอย่างลูกประคำจะต้องใช้การฝึกฝนเป็นพิเศษ

ลูกประคำได้พุ่งไปที่ด้านหน้า มันได้กลายสภาพไปจนดูเหมือนกับหินอุกกาบาตสีดำจำนวนมากแทน

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

"ปล่อยให้ข้าได้จัดการเอง" เจียงอาเฉียนได้พูดออกมา ตัวเขาไม่สามารถอดทนอดกลั้นได้อีกต่อไป เจียงอาเฉียนรีบชักดาบคีตะมังกรออกมาจากฝัก

ลู่โจวมองไปที่หยวนเอ๋อก่อนที่จะเอ่ยปากพูดออกมา "ปล่อยให้เขาจัดการซะ"

"ได้ค่ะ"

'ถ้าหากหยวนเอ๋อพุ่งไปด้านหน้าด้วย ก็คงจะฝากความหวังที่เหลือเอาไว้กับฉินจานไม่ได้แน่ ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงแล้วใครจะปกป้องฉันกัน? '

เจียงอาเฉียนได้เคลื่อนไหวไปด้วยความเร็วสูง พลังแสงสีทองจากดาบได้ทอแสงออกมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ลูกประคำทั้งหลายต่างก็ถูกปัดป้องไปได้

กงหยวนดูเหมือนจะคาดคิดเอาไว้แล้ว "เป็นดาบที่ดี" ตัวเขาเหลือบมองไปที่ดาบของเจียงอาเฉียน ใบหน้าของกงหยวนแสดงให้เห็นถึงความชื่นชมที่มีต่อดาบเล่มนั้น

เจียงอาเฉียนยิ้มให้ก่อนที่จะบินตรงไปที่กงหยวน

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธทั้งหลายต่างก็พยายามตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มดาบลอยฟ้า การโจมตีของดาบลอยฟ้าไม่ได้ปล่อยให้ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายมีเวลาได้หายใจ พวกเขาทั้งหลายต่างก็จ้องมองเจียงอาเฉียนที่บินผ่านไปอย่างมีความหวัง พวกเขารู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้เห็นแบบนั้น ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่กำลังรับมือกับดาบก็จะได้ผลประโยชน์ไปด้วยอยู่ดี

กงหยวนเองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน ร่างบกายของเขาส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยพลังมืด ส่วนร่างกายอีกส่วนหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งแสงสว่าง

"พลังพุทธผสมผสาน! ..."

ผู้คนทั่วไปต่างก็รู้ความรู้พื้นฐานนี้ดี ไฟกับน้ำเป็นพลังที่ไม่อาจจะเข้ากันได้ มีเพียงพลังหยินแหละหยางเท่านั้นที่ต่างออกไป แต่ถึงแบบนั้นกงหยวนจากวิหารแห่งความว่างเปล่ากลับสามารถผสมผสานวิชาพุทธทั้งสองเข้าด้วยกันได้ ชายคนนี้มีความสามารถมากแค่ไหนกัน?

มีข่าวลือมานานมากแล้วว่ากงหยวนเจ้าอาวาสวิหารแห่งความว่างเปล่าฝึกฝนตัวเองจนประสบความสำเร็จไปหลังจากที่แยกตัวฝึกยุทธอยู่นาน ในตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้เห็นความจริงนี้แล้ว ดูเหมือนข่าวลือจะเป็นจริง ทุกคนต่างก็จ้องมองดูกงหยวนด้วยความหวาดกลัว

"ไม่แปลกเลยที่นักบวชกงซุนจะมั่นใจถึงกับไปที่แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ได้"

"ถ้าหากใช้วิชาพุทธผสมผสานนั่นได้ แม้แต่ท่านเจ้าสำนักทั้งหลายเองก็คงไม่อาจหยุดยั้งกงหยวนได้แน่"

"เว้นแต่ว่าปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนั้นจะเคลื่อนไหว ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้นก็คงจะไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้"

"พลังวรยุทธที่กงหยวนมีพัฒนาขึ้นมาก แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะไปแก้แค้นศาลาปีศาจลอยฟ้า...ข้าคิดว่าคงจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดยั้งนักบวชเฒ่าคนนี้ได้ แต่น่าเสียดายที่นี่ถือสุสานแห่งดาบ ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคงจะไม่มีวันมาที่นี่ได้แน่" ภาพที่ได้เห็นเป็นอะไรที่ดูประหลาดเป็นอย่างมาก สำนักย่อยฝ่ายธรรมะต่างก็เลือกที่จะนับถือศาลาปีศาจลอยฟ้า ในตอนนี้ผู้ฝึกยุทธฝ่ายธรรมะทำได้เพียงฝากความหวังทั้งหมดที่มีให้กับสำนักฝ่ายอธรรมอย่างศาลาปีศาจลอยฟ้าเท่านั้น

เมื่อเจียงอาเฉียนลอยอยู่กลางอากาศ ในตอนนั้นพลังมุทราก็ได้ปรากฏขึ้นอยู่เหนือร่างกายของกงหยวน พลังมุทราสีทองได้ส่องสว่างจากครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนพลังมุทราสีดำก็ได้ส่องสว่างจากส่วนที่เหลือ พลังทั้งสองกำลังหลอมรวมเข้าหากัน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

เจียงอาเฉียนใช้ดาบที่มีแทงไปที่ด้านหน้าของกงหยวน ตัวเขารวดเร็วจนผู้ฝึกยุทธทั่วไปไม่อาจตามความเร็วได้ทัน แต่ถึงแบบนั้นพลังของเขาก็ถูกพลังมุทราของกงหยวนหยุดเอาไว้ได้

"ไสหัวไปซะ! " กงหยวนตะโกนออกมา

พลังมุทราที่มารวมตัวกันได้พองตัวขึ้น

หลังจากนั้นเองลมอันรุนแรงก็ได้ผลักให้เจียงอาเฉียนถอยหลังกลับไป!

"มีแต่จะต้องหลบเท่านั้น..." เจียงอาเฉียนรู้ดีว่าพลังป้องกันของนักบวชเฒ่าคนนี้แข็งแกร่งมากแค่ไหน และเพราะแบบนั้นตัวเขาจึงตัดสินใจหลบการโจมตี

แม้ว่าจะตัดสินใจหลบ แต่การที่จะหลบพลังมุทรานี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันได้ขยายขนาดขึ้นมาอย่างไม่หยุดพัก กงหยวนได้ฝึกฝนกระบวนท่านี้มากว่าหลายพันครั้งแล้ว

ตู๊ม!

เจียงอาเฉียนได้ยกดาบคีตะมังกรขึ้นมาก่อนที่จะกำมันเอาไว้ในมือไม่ปล่อยไปไหน เมื่อพลังมุทรามาบรรจบกันพร้อมที่จะจู่โจม เจียงอาเฉียนที่จะถูกการโจมตีก็ได้รีบตะโกนออกมา "อ๊าก...สาวน้อยช่วยจับข้าที! "

พรึ๊บ!

เจียงอาเฉียนที่ถูกพลังได้กระเด็นตกไปบนพื้น ตัวเขาในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ถ้าหากตัวเขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในการป้องกัน เจียงอาเฉียนก็คงจะบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว

"สมน้ำหน้า" หยวนเอ๋อได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

ในตอนนั้นเองกงหยวนยังคงลอยอยู่เหนือหลุมศพเช่นเคย ตัวเขารู้สึกดีใจที่พลังมุทราที่ใช้ออกไปสามารถจัดการกับเจียงอาเฉียนได้ แต่อย่างไรก็ตามตัวเขาก็ไม่คิดที่จะหยุดการโจมตีเพียงแค่นั้น ลูกประคำของเขายังคงจู่โจมผู้คนต่อไป

"ไม่มีทาง" เจียงอาเฉียนเบิกตากว้าง ตัวเขากระแทกฝ่ามือลงบนพื้นก่อนที่จะดีดตัวเองถอยหลังกลับมา

"แล้วยังไงกัน? ไปสู้ซะสิ" หยวนเอ๋อได้พูดขึ้น

"ไม่ไหว! ข้าทำดีที่สุดแล้ว...ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ใช่คู่มือของนักบวชเฒ่านั่นเลย! " เจียงอาเฉียนได้ตอบปฏิเสธออกมาอย่างไม่ลังเล

ทุกๆ คนต่างก็มองออกว่าเจียงอาเฉียนยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมา เจียงอาเฉียนจะไปใช้พลังทั้งหมดได้ยังไงถ้าหากตัวเขายังไม่ยอมใช้พลังร่างอวตาร? แต่แน่นอน เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับชายผู้รักชีวิตตัวเองยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นจึงได้ใช้พลังป้องกันทุกคนเอาไว้อีกครั้ง

ลูกประคำทั้งหลายได้กลับมาพุ่งโจมตีอีกครั้ง พวกมันได้เชื่อมโยงกันจากสายลูกประคำที่กงหยวนสวมใส่อยู่ "การจะนักการเจ้านักบวชนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย...พลังมุทราของเขาสามารถป้องกันได้แม้แต่การโจมตีของดาบคีตะมังกร" เจียงอาเฉียนได้พูดต่อ "ข้าเกรงว่าคงจะมีแต่ท่านเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ ท่านผู้อาวุโส"

"ท่านอาจารย์..." หยวนเอ๋อรู้สึกไม่พอใจนิดหน่อยหลังจากที่ได้ฟังคำพูดนั้น นางได้หันไปหาลู่โจวเพื่อเป็นการขออนุญาตแทน นางอยากที่จะลงมือสู้กับกงหยวนนั่นเอง

แม้ว่าหยวนเอ๋อจะมีสมบัติล้ำค่ามากมายหลายชิ้นติดตัว แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็ยังไม่ไว้วางใจนาง อันที่จริงเจียงอาเฉียนยังไม่เอาจริง แต่ถึงแบบนั้นเขาก็สามารถบอกได้ว่าคู่ต่อสู้ของตัวเองมันน่ากลัวมากแค่ไหน

นักบวชเฒ่าคนนี้เป็นคนที่มีฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าเขายังไม่ได้เอาจริงเช่นกัน ถ้าหากจะต้องสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังจะต้องเกิดความเสียหายครั้งใหญ่แน่

"ลืมมันไปซะเถอะ" ลู่โจวส่ายหัวปฏิเสธ

กงหยวนได้ยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น "มันยังไม่สายไปหรอกหรอ? ข้าน่ะมาที่นี่ก็เพื่อที่จะตั้งใจมารับดาบมาร พวกเจ้าน่ะไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลยด้วยซ้ำไป"

ลู่โจวไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไร "พลังวิถีพุทธปีศาจไม่ใช่พลังวิถีพุทธที่แท้จริง..."

"วิถีพุทธทุกอย่างก็ล้วนแต่เป็นวิชาที่เก่งกาจด้วยกันทั้งนั้น" กงหยวนโต้กลับ "ข้าเป็นเพียงคนเดียวในใต้หล้าแห่งนี้ที่สามารถฝึกฝนวิถีพุทธทั้งสองอย่างแบบนี้ได้"

ลู่โจวส่ายหัวอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่จะตอบกลับ "ข้าคิดว่าเจ้าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ซะอีกถึงคิดมั่นใจทำลายม่านพลังแห่งดาบทั้งเจ็ด...ท้ายที่สุดแล้วข้ากลับประเมินเจ้าสูงไปเอง"

"หืม? "

เมื่อลู่โจวยกมือขึ้นมาและกำลังจะใช้การ์ดการโจมตีของเพชฌฆาต...

แคล๊ก!

ในตอนนั้นเองหลุมศพขนาดยักษ์ก็ได้ถูกเปิดออก ชิ้นส่วนที่เคยถูกโจมตีบัดนี้ได้พังทลายไปแล้ว

คำจารึกที่อยู่หน้าหลุมศพได้ลอยขึ้นไปบนอากาศ มันอัดแน่นกันจนดูไม่เป็นรูปร่าง

แสงสว่างทั้งเจ็ดบัดนี้ได้ส่องสว่างมากกว่าเดิม

เมื่อเศษหินทั้งหลายได้ตกลงสู่พื้น...ดาบสัมฤทธิ์เล่มหนึ่งก็ได้ลอยขึ้นจากพื้น

เมื่อคำจารึกมาบรรจบกัน...มันก็เหมือนกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ คำจารึกทั้งหลายได้พุ่งเข้าหาดาบขนาดใหญ่เล่มนั้น

ในตอนนั้นเองมันเต็มไปด้วยควันสีดำ

ดาบใหญ่ได้ถูกคำจารึกทั้งหลายเปิดใช้งานขึ้นมา ที่ใบดาบกำลังสั่นไปมาเล็กน้อย

มีโซ่ถึงแปดเส้นด้วยกันที่ล้อมรอบดาบเล่มนั้นเอาไว้ คนอื่นๆ ที่เห็นแบบนั้นก็แต่ได้ตกใจ โซ่ทั้งแปดเดิมทีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้หลุมฝังศพถูกยึดอย่างมั่นคง! แท้จริงแล้วมันมีไว้เพื่อเก็บรักษาดาบขนาดใหญ่เท่านั้น

กงหยวนเองยังคงลอยอยู่ที่เดิม เมื่อเห็นดาบที่อยู่ตรงหน้าตัวเขาก็ได้หัวเราะอย่างตื่นเต้นก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "ในที่สุดข้าก็ได้รับรางวัลที่รอมาเนิ่นนาน! " เสียงหัวเราะของนักบวชเฒ่าได้ดังไปทั่วสุสานแห่งดาบ

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือจากดาบทั้งหมด พลังคลื่นเสียงนี้เองได้ทำให้พวกเขาถอยห่างมาจากดาบได้เล็กน้อย ผู้ที่ไม่สามารถต้านทานพลังการโจมตีได้ล้มลงไปกับพื้น

ในตอนแรกลู่โจวตั้งใจที่จะจบชีวิตกงหยวน แต่เมื่อเห็นดาบขนาดใหญ่ตัวเขาก็หยุดความคิดนี้เอาไว้ก่อน ดาบเล่มนั้นมันดูแปลก...

ดาบขนาดใหญ่ได้สั่นตัวเองราวกับมันพยายามที่จะหลุดออกจากพันธนาการ กงหยวนได้พูดย้ำด้วยน้ำเสียงอันนุ่มลึก "อย่างได้เกลียดข้าเลย ข้าจะเป็นผู้รับดาบเล่มนี้เอาไว้เอง" ตัวเขาได้พลิกตัวไปในกลางอากาศก่อนที่จะกางฝ่ามือออกมา ในระหว่างที่ลดตัวลงมาเพื่อจับดาบมาร ในตอนนั้นเองพลังของดาบก็ได้ล้อมรอบกงหยวนเอาไว้ซะก่อน!

ตู๊ม!

ราวกับว่าดาบมารมีสัมผัสนึกคิดเป็นของตัวเอง ทันทีที่กงหยวนเข้ามาใกล้เขาก็ถูกพลังจากดาบทำให้กระเด็นถอยกลับไป

กงหยวนเบิกตากว้าง

ตู๊ม!

ตัวเขากระเด็นถอยกลับมา

ในเวลาเดียวกัน ดาบทั้งหลายที่กำลังจู่โจมผู้ฝึกยุทธทั้งหลายเอาไว้ต่างก็กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง มันถูกดาบมารเรียกมานั่นเอง ดาบทั้งหมดได้เปลี่ยนทิศทางไปในทันที

ชิ๊ง! ชิ๊ง! ชิ๊ง! ชิ๊ง! ชิ๊ง!

ดาบทุกเล่มได้กลับมารวมตัวกันจากทุกหนทุกแห่ง

กงหยวนไม่คาดคิดมาก่อนว่าดาบมารจะเชื่อฟังตัวเขายากถึงเพียงนี้ กงหยวนรีบใช้พลังมุทราออกมาอีกครั้ง

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

กลุ่มดาบลอยฟ้าได้โจมตีไปที่กงหยวนแทน!

ยังมีดาบอีกส่วนหนึ่งโจมตีเข้าใส่ผู้ฝึกยุทธทั้งหลาย ในตอนนี้ผู้ฝึกยุทธเหลือกันไม่มากแล้ว

มันเป็นการโจมตีที่ไม่เลือกปฏิบัตินั่นเอง

"ช่างเป็นพลังดาบที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้" เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาด้วยความตกใจ

"ดาบพวกนี้มันได้สะสมพลังกักเก็บเอาไว้มานานกว่าหลายปีแล้ว ในคราวที่พวกมันเอาจริง พวกมันก็เลยปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาแบบนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ " ฉินจานได้พูดออกมาด้วยความหวาดกลัว

ในตอนนั้นเองดาบจำนวนมากก็ได้พุ่งใส่พวกเขาเช่นเดียวกัน

หยวนเอ๋อกำลังป้องกันดาบที่โจมตีเข้าใส่ด้วยม่านพลังของตัวเองอีกครั้ง

กงหยวนยังคงป้องกันตัวเองจากดาบมากมายหลายเล่มเอาไว้ได้

"นักบวชเฒ่านั้นแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ?! " เจียงอาเฉียนไม่เคยคิดเลยว่าพลังมุทราจะสามารถป้องกันดาบลอยฟ้านับไม่ถ้วนที่กำลังเข้ามาโจมตีพวกนั้นได้

ดาบขนาดใหญ่ยังคงไม่หยุดแค่นั้น มันใช้เวลาไม่นานกว่าที่โซ่ทั้งแปดจะหลุดออก

ดาบมารเป็นอิสระแล้ว!

ดาบมารที่ได้สะสมพลังอย่างเต็มที่ได้ส่องแสงประกายสีแดงเข้มออกมาจากใบดาบ

หลังจากที่สั่นสะเทือนได้ชั่วครู่ ดาบมารก็ได้เปลี่ยนทิศทางไป...

ดาบเล่มอื่นๆ ต่างก็หลีกทางให้กับมัน

พรึ๊บ!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 285 พลังผสาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว