เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 267 คนของศิษย์พี่ใหญ่

ตอนที่ 267 คนของศิษย์พี่ใหญ่

ตอนที่ 267 คนของศิษย์พี่ใหญ่


ตอนที่ 267 คนของศิษย์พี่ใหญ่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เนื่องจากผู้เป็นอาจารย์ของจ้าวยู่ได้พูดทุกอย่างไปแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกมาอีก จ้าวยู่ไม่ได้สนใจอะไรกับการเดินทางไปยังเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้เท่าไหร่ ยังไงซะนางก็ได้ขับพิษเย็นที่มีอยู่ในร่างกายออกมาจนหมดแล้ว ในตอนนี้จ้าวยู่สนใจเรื่องการฝึกฝนตนมากกว่าสิ่งอื่นใด

ในทางกลับกันหยวนเอ๋อรู้สึกกระตือรือร้นกว่าใครเพื่อน นางรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ออกมาจากภูเขาทอง นางรู้สึกมีความสุขมากกว่าการฝึกฝนตัวเองซะอีก ที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนพลุกพล่านมากที่สุดแล้ว หยวนเอ๋อที่เป็นเด็กอยากที่จะมาเยือนเมืองแห่งนี้มาโดยตลอด แต่ถึงแบบนั้นท่านอาจารย์ของนางก็ไม่เคยที่จะพานางมาเลย แต่ในวันนี้หยวนเอ๋อได้มีโอกาสมาที่นี่แล้ว เพราะแบบนั้นนางจะไม่รู้สึกดีใจได้ยังไงกัน?

ลู่โจวไม่อยากให้การเดินทางนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเขาทั้งสามจึงไม่ได้เลือกใช้รถม้าลอยฟ้ามานั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นรถม้าลอยฟ้าในตอนนี้ยังได้รับความเสียหายที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม

เมื่อพวกเขาทั้งสามมาถึงชานเมือง พวกเขาทุกคนก็พบกับสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง บนถนนเป็นระเบียบมากกว่าเมืองไหนๆ ทั่วทุกมุมมีฝูงชนพลุกพล่านเกินความคาดหมายของหยวนเอ๋อไปมาก

แม้แต่ลู่โจวก็ประหลาดใจเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่จะสั่งการขึ้น "พวกเรารีบไปกันเถอะ"

หยวนเอ๋อไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากจะเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ในใจก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นอาจารย์ไป

จ้าวยู่เองเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์โดยที่ไม่ได้เห็นต่างอะไร นางเดินตามไปอย่างเชื่อฟัง

"ท่านอาจารย์ พวกเราจะไปที่ไหนกัน? " หยวนเอ๋อได้ถามออกมาอย่างสงสัย

"พวกเราจะไปที่คฤหาสน์ขององค์ชายแห่งพลัง" [หมายเหตุนักแปล: ขอเปลี่ยนจากคฤหาสน์องค์ชายฉีเป็นคฤหาสน์องค์ชายแห่งพลังแทนนะครับ]

"คฤหาสน์องค์ชายแห่งพลังอย่างงั้นหรอ? " หยวนเอ๋อรู้สึกสับสน

จ้าวยู่ได้เดินไปหาหยวนเอ๋อก่อนที่จะกระซิบอะไรบางอย่าง "เขาเป็นสหายของท่านอาจารย์เอง"

"หืม? ท่านอาจารย์มีสหายแบบนั้นด้วยหรอ? "

จ้าวยู่ได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ แท้จริงแล้วนางก็ได้แต่ตัวสั่นไปด้วยความกลัว จ้าวยู่ไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ให้กับเรื่องนี้ดี 'ข้าควรจะอยู่ห่างๆ ศิษย์น้องเล็กเอาไว้จะดีกว่า ข้าน่ะไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของท่านอาจารย์เหมือนกับเจ้า...' ถ้าหากจ้าวยู่พูดแบบนี้ออกไปโดยที่อาจารย์ของนางได้ยิน นางจะต้องถูกลงโทษสถานหนักแน่

ทั้งสองจ้องมองผู้เป็นอาจารย์ของตัวเอง เมื่อเห็นว่าลู่โจวไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร พวกนางทั้งคู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ลู่โจวยังคงเดินต่อไปในขณะที่ลูบเคราตัวเองไปด้วย "หยวนเอ๋อ"

พรึ๊บ!

หยวนเอ๋อรีบคุกเข่าลงก่อนที่จะเอามือปิดหูตัวเองเอาไว้ "ท่านอาจารย์...ศิษย์ผิดไปแล้ว! ศิษย์จะไม่ทำอีก"

ในตอนนั้นเองฝูงชนบนถนนก็ได้แต่จ้องมองนาง

'ทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงได้คุกเข่ากลางถนนกัน? '

'เจ้าพวกนี้เป็นพวกประหลาดจริง! '

ลู่โจวได้หันกลับมาพร้อมกับสีหน้าสงสัย 'ทำไมนางถึงได้คุกเข่าแบบนั้นด้วยล่ะ? '

"ลุกขึ้นได้แล้ว" ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างเฉยเมย

"ข้าว่าตาเฒ่านั้น...คงจะใจร้ายเกินไปหน่อยละมั้ง ก็แค่เด็กสาวคนเดียว ไม่เห็นจะต้องดูแลนางอย่างเย็นชาขนาดนั้นเลยแท้ๆ "

"ใช่แล้ว...สาวน้อยคนนั้นก็ยอมรับผิดแต่โดยดีแล้วแท้ๆ ถ้าหากเปรียบเทียบกับลูกสาวที่บ้านข้า สาวน้อยคนนี้คงจะเป็นนางฟ้าเลยก็ว่าได้"

"สาวน้อย รีบลุกขึ้นยืนเร็วเข้า ปู่ของเจ้าน่ะแก่มากแล้ว เพราะแบบนั้นจิตใจของเขาถึงได้คับแคบแบบนี้ยังไงล่ะ"

ลู่โจวที่ได้ยินเสียงพูดของชาวบ้านถึงกับพูดไม่ออก 'พวกชาวบ้านพวกนี้ทำไมถึงมีจินตนาการล้ำลึกขนาดนั้นกันได้ล่ะ'

'เจ้าพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ ' หยวนเอ๋อลุกขึ้นมาด้วยความร้อนรนก่อนที่จะกระทืบเท้าลงบนพื้น

ตู๊ม!

พื้นที่อยู่ใต้เท้าของหยวนเอ๋อได้แตกกระจาย ฝูงชนตกใจมากจนอ้าปากเหวอ

'นี่มัน...ช่างขัดกับรูปร่างของนางอะไรแบบนี้'

'แท้จริงแล้วนางเป็นเด็กสาวที่ป่าเถื่อนหรอกหรอ! '

"ถ้าหากกล้าว่าปู่ของข้าอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าทั้งหมดเอง! " หยวนเอ๋อได้ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

เหล่าชาวบ้านที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้กระจัดกระจายไปในทันที 'ความใจดีของพวกเราถือเป็นเจตนาร้ายอย่างงั้นหรอ? ทำไมพวกเราถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

ลู่โจวที่ได้ฟังหยวนเอ๋อพูดแบบนั้นก็ได้แต่ลูบเครา ตัวเขารู้สึกพอใจกับการกระทำของหยวนเอ๋อมาก ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้นางก็คงจะสังหารชาวบ้านทั้งหมดไปแล้ว

ในครั้งนี้หยวนเอ๋อทำได้เพียงคู่ชาวบ้านทั้งหลาย นี้ถือว่าเป็นการปรับปรุงตัวของเด็กสาวครั้งใหญ่ก็ว่าได้

"ไปกันต่อได้แล้ว" ลู่โจวพูด

"ค่ะ" หยวนเอ๋อและจ้าวยู่ได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่จะเดินต่อไป

เมื่อมาถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็ได้เดินผ่านสี่แยกไป หยวนเอ๋อได้ชี้ไปยังกลุ่มผู้ฝึกยุทธที่ไม่ได้มีพลังสูงส่งอะไรก่อนที่จะพูดขึ้นมา "ท่านอาจารย์ เจ้าพวกนั้นมาจากสำนักอเวจี"

ลู่โจวมองไปที่ทิศทางที่หยวนเอ๋อชี้

หลังจากนั้นหยวนเอ๋อก็ได้พูดต่อ "สำนักอเวจีถือเป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุทธภพ แม้ว่าจะไม่มีผู้ฝึกยุทธคนไหนอยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับสำนักนี้ แต่สำนักอเวจีกลับกล้าที่จะแสดงตัวในที่แจ้งแบบนี้เลยอย่างงั้นหรอ? แล้วทางจักรวรรดิจะไม่ลงมือทำอะไรกับเรื่องนี้จริงๆ สินะ? "

"ไม่จำเป็นจะต้องสนเจ้าพวกนั้นหรอก" ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะเดินต่อไปในเมือง

จ้าวยู่ได้พูดต่อ "สำนักอเวจีถือเป็นสำนักฝ่ายอธรรม แต่สำหรับจักรวรรดิพวกสำนักอเวจีก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสิบสำนักฝ่ายธรรมะ โดยปกติแล้วพวกเขาก็มักที่จะต่างคนต่างอยู่กัน ยิ่งไปกว่านั้นข้ารู้จักศิษย์พี่ใหญ่ดี...มันเป็นวิธีของเจ้าคนทรยศนั่น...ข้าแน่ใจเลยว่าเจ้านั่นจะต้องผ่านมาแถวนี้แน่"

"เป็นอย่างงั้นนี่เอง" หยวนเอ๋อได้พยักหน้าไปทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

สำนักอเวจีไม่เคยแทรกแซงเรื่องของจักรวรรดิมาก่อน สำนักอเวจีมักจะเลือกรวมตัวกับสำนักฝ่ายอธรรมที่เล็กกว่าเพื่อขยายพลังอำนาจออกไป

เมื่อทั้งสามคนเดินผ่านเขตเมืองไป พวกเขาก็พบว่าตัวเองในตอนนี้กำลังอยู่ในเขตย่านของที่พักอาศัยแล้ว สภาพแวดล้อมรอบตัวของพวกเขาได้เปลี่ยนไปจนเงียบกว่าเดิมมาก

แม้ว่าความทรงจำเดิมของลู่โจวจะเลือนรางมากแค่ไหน แต่ทั้งสามก็ยังเดินตรงไปยังคฤหาสน์องค์ชายแห่งพลังได้ แม้ว่าจะผ่านมากว่าหลายปีแต่เส้นทางแห่งนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

"ท่านอาจารย์ ศิษย์จะไปเคาะประตูเอง"

คฤหาสน์ที่อยู่ตรงหน้าเป็นที่พักของผู้ที่มีฐานะสูงส่งมากเกินไป เพราะแบบนั้นบันไดที่อยู่ตรงหน้าบ้านจึงสูงชันกว่าบ้านธรรมดาทั่วไป

ก่อนที่หยวนเอ๋อจะวิ่งไปเคาะประตู ในตอนนั้นประตูก็ได้เปิดออกมาช้าๆ ซะก่อน

คนใช้กว่าหลายคนได้ออกมาจากคฤหาสน์หลังนี้ และในที่สุดคนใช้สูงวัยคนหนึ่งก็ได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้าก่อนที่จะเอ่ยปากพูดขึ้น "พวกเจ้าเป็นใครกัน? "

หยวนเอ๋อได้หันไปมองอาจารย์

"ฉินจานอยู่ไหนกัน? " ลู่โจวได้ถามออกมาอย่างเยือกเย็น

ชายชราคนรับใช้คนนั้นรู้สึกโกรธ เหล่าผู้มาเยือนมากมายหลายคนต่างก็รู้สึกกังวลเสมอเมื่อต้องเอ่ยนามผู้เป็นเจ้านายของคนรับใช้คนนี้ออกมา คนรับใช้คนนี้ไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดา คนรับใช้คนนี้อยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้มากว่าสองทศวรรษแล้ว เขาเป็นคนรับใช้ผู้เป็นที่รักของสมาชิกในคฤหาสน์ทุกคน ชายชราคนนี้เป็นคนรับใช้ที่พิถีพิถันกับเรื่องทุกๆ อย่าง และแน่นอนว่าเขายังจำเหล่าผู้มาเยือนส่วนใหญ่ได้ คนรับใช้สูงวัยคนนี้ยังเป็นชายผู้มากประสบการณ์ที่สามารถอ่านความคิดจิตใจของผู้อื่นได้อีกด้วย ตัวเขาหรี่ตาลงมองลู่โจว แขกผู้มาเยือนใหม่คนนี้

'หืม? ' ดวงตาของพ่อบ้านที่จับจ้องไปที่ลู่โจวเบิกกว้างขึ้น! ดูเหมือนว่าเขาพอจะจำชายคนนี้ได้บ้าง ตัวเขาไม่กล้าที่จะสบประมาทชายชราคนนี้อีกต่อไป "สวัสดีนายท่าน ถ้าหากข้าน้อยจำไม่ผิดท่านก็คงจะมาจากภูเขาทองอย่างงั้นสินะ? "

แม้ว่าชายชราคนรับใช้คนนี้จะมีความเฉลียวฉลาดและการควบคุมอารมณ์ที่ดีมากแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ขอเอ่ยชื่อของลู่โจวออกมาตรงๆ การจะเรียกชื่อของมหาวายร้ายผู้ที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งใต้หล้าคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ดังนั้นคนรับใช้ชราจึงเลือกที่จะเรียกชื่อของสถานที่ที่ลู่โจวจากมาแทน ด้วยวิธีนี้จะทำให้ตัวเขาดูไม่ก้าวก่ายลู่โจว

ลู่โจวลูบเคราก่อนที่จะพยักหน้า "เจ้าจำข้าได้สินะ? "

เมื่อได้ยินคำยืนยันแบบนั้น คนรับใช้ชราก็ได้คุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล

พรึ๊บ!

"ทะ...ท่านผู้อาวุโส! " แม้ว่าจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของลู่โจว แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะเรียกชื่อของลู่โจวตรงๆ ออกมา คนรับใช้ชราคนนี้ฉลาดมากพอจนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงวิธีการทำไม่ให้แขกไม่พอใจได้

หยวนเอ๋อและจ้าวยู่ต่างก็ตกใจกับภาพที่ได้เห็น อาจารย์ของพวกนางมีชื่อเสียงจนคนทั้งโลกรู้จักกันอย่างแพร่หลาย อาจารย์ของพวกนางเป็นถึงมหาวายร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก เพียงแค่ได้ยินชื่อเท่านั้นเหล่าผู้ฝึกยุทธทั่วโลกก็จะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหลบหนีผู้เป็นอาจารย์คนนี้ แต่คนรับใช้สูงวัยที่อยู่ตรงหน้านี้กลับเลือกที่จะคุกเข่าก่อนที่ก้มหน้าทำความเคารพให้ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ของพวกนางมีความสัมพันธ์พิเศษบางอย่างเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้

จ้าวยู่ได้พูดขึ้น "ตอบคำถามมา"

หยวนเอ๋อเองก็พยักหน้าก่อนจะพูดตามผู้เป็นศิษย์พี่ "ใช้แล้ว ตอบคำถามมาซะ"

ในพระราชวังมีกฎเกณฑ์มากมายหลายอย่าง แต่ถึงแบบนั้นที่นี่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ แแล้วผู้คนทั้งหลายก็ยังเลือกใช้วิธีการคุกเข่าของทางจักรวรรดิ

คนรับใช้ชราได้พูดออกมา "ข้า...เคยเห็นท่าน...ท่านผู้อาวุโส ภาพเหมือนของท่านตั้งอยู่ในห้องเจ้านายของข้า"

"ภาพเหมือนอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวพยายามนึกย้อนไปที่ความทรงจำ ตัวเขาจำภาพที่เคยพบกับเจ้าชายแห่งพลังลมฉีจานครั้งแรกได้ แต่ในตอนนั้นที่รอบตัวของฉินจานไม่ได้มีใครที่ดูเหมือนกับนักวาดภาพอยู่เลย ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะจ้างนักวาดภาพวาดภาพเหมือนของตัวเขาขึ้นมาทีหลัง 'แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไร'

แม้ว่าลู่โจวจะเคยใช้การ์ดพลังชีวิตจนทำให้ตัวเองดูเปลี่ยนแปลงไป แต่ถึงแบบนั้นรูปร่างของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจนดูเป็นเหมือนกับคนละคน เพราะแบบนั้นคนรับใช้สูงวัยคนนี้จึงสามารถจดจำคนพิเศษแบบลู่โจวได้ ถ้าหากลู่โจวมีการ์ดพลังชีวิตที่มากกว่านี้ ตัวเขาในอนาคตก็จะดูอ่อนกว่าวัยไปอีกมาก เมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่ผู้ที่มีความจำเป็นเลิศก็ยากที่จะจดจำตัวเขาได้

"ขอเชิญทางนี้ท่านผู้อาวุโส! "

คนรับใช้สูงวัยคนนี้รู้วิธีดูแลแขกคนสำคัญดี เมื่อรู้สถานะที่แท้จริงของแขกแล้วตัวเขาจึงเลือกที่จะนำทางแขกทั้งสามไปล่วงหน้า

ลู๋โจวพยักหน้ามาอย่างพอใจหลังจากนั้นตัวเขาก็ได้เดินเข้าไปในคฤหาสน์องค์ชายแห่งพลัง ภายในห้องนั่งเล่น คนรับใช้สูงวัยคนนี้เลือกที่จะเสิร์ฟชาที่ดีที่สุดในคฤหาสน์ให้กับพวกของลู่โจว

ลู่โจวไม่ได้สนใจเรื่องของชาเลย ตัวเขาได้เลือกที่จะถามออกมาแทน "ฉินจานอยู่ไหนกัน? "

คนรับใช้สูงวัยที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้พูดตอบกลับมาด้วยความเคารพ "ท่านผู้อาวุโส เจ้านายของข้าได้เดินทางไปยังเมืองจักรวรรดินานแล้ว เจ้านายของข้าคงจะมาถึงที่นี่ในอีกครึ่งวัน ท่านผู้อาวุโสได้โปรดพักผ่อนตามสบาย"

ในตอนที่เสียงคนรับใช้สูงวัยยังไม่จางหาย ในตอนนั้นเสียงที่เปี่ยมพลังก็ได้ดังขึ้นมา "เฒ่าหง...ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าพวกเรามีแขกคนสำคัญอยู่ไม่กี่คนน่ะ? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 267 คนของศิษย์พี่ใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว