เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 261 พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า

ตอนที่ 261 พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า

ตอนที่ 261 พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า


ตอนที่ 261 พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ไม่นานหลังจากนั้นลู่โจวก็ได้เดินทางไปถึงถ้ำแห่งเงาสะท้อน

เมื่อมาถึงตัวเขาก็มองเห็นฝานซงที่กำลังยืนอยู่หน้าถ้ำแห่งเงาสะท้อนที่มีสีหน้าอันว่างเปล่า

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ทันทีที่พวกลู่โจวมาถึง ในตอนนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้ง

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

"อะไรกัน!? นี่มันเป็นไปไม่ได้! มันเป็นไปไม่ได้! " ฝานซงได้พึมพำออกมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน

"เจ้ากำลังพูดถึงอะไรกัน? อะไรที่เป็นไปไม่ได้? " หมิงซี่หยินที่มาถึงได้ถามออกมาในทันที

"ข้าเป็นคนที่ผนึกพลังวรยุทธของท่านซู่ฮ่องกงเอาไว้แท้ๆ แล้วทำไมพลังถึงได้คลายออกมากัน? " ฝานซงรู้สึกว่าความมั่นใจที่มีกำลังสูญหายไป สีหน้าของเขาตื่นตกใจเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากที่จะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นเลย

"แบบนั้นหรอกหรอ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าประหลาดใจ..." หมิงซี่หยินได้กลอกตามองบน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

พลังของซู่ฮ่องกงที่เอ่อล้นออกมาได้จู่โจมเข้าใส่ผนังถ้ำ

"นี่มันพลังแปรปรวน พลังที่เอ่อล้นมาจากผู้ที่ถูกผนึกพลังวรยุทธเอาไว้สินะ พวกเราต้องรีบควบคุมพลังนี่ให้เร็วที่สุด! " ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดออกมาหลังจากที่จ้องมองพลังที่อยู่รอบตัวซู่ฮ่องกง

"พลังแปรปรวนอย่างงั้นหรอ? "

"ถ้าหากการฝึกยุทธได้ฝึกฝนตัวเองต่อไปอย่างผิดวิธี จะทำให้เกิดพลังแปรปรวนแบบนี้ได้ มันเป็นพลังที่มาจากการที่ผู้ฝึกยุทธคนนั้นต้องการที่จะเติมเต็มพลังในจุดพลังลมปราณที่ว่างเปล่าด้วยวิธีการที่ไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าหากคนคนนั้นเป็นอัจฉริยะ วิธีการแบบนี้อาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้ แต่ถึงแบบนั้นถ้าหากคนนั้นไม่ใช่อัจฉริยะพวกเราก็ไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าผลจะออกมาเป็นยังไง" ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดขึ้น

คำว่า 'การฝึกฝนตัวเองด้วยวิธีการที่ไม่สมบูรณ์แบบ' ทำให้เหล่าศิษย์สาวกถึงกับตัวสั่น พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดคุยกันอีกต่อไป เหล่าศิษย์สาวกทั้งหลายต่างก็จ้องมองไปยังผู้เป็นอาจารย์

ลู่โจวส่ายหัว ตัวเขาจ้องมองไปที่ซู่ฮ่องกงที่อยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อนก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้านี่มันทำตัวเองแท้ๆ " หลังจากพูดจบลู่โจวก็ได้เดินเข้าไปภายในถ้ำ

ในตอนนั้นเองซู่ฮ่องกงก็ได้เงยหน้าขึ้นมอง "ท่านอาจารย์? "

ในตอนนั้นซู่ฮ่องกงกำลังจะใช้พลังฝ่ามือจากเคล็ดวิชาสายฟ้าหายนะทั้งเก้าออกมา แต่เมื่อเห็นลู่โจวเดินเข้ามา ตัวเขาก็รีบที่จะเปลี่ยนพลังฝ่ามือนั้นโจมตีไปที่อกของตัวเอง แรงกระแทกที่เกิดมาจากการโจมตีได้ทำให้ซู่ฮ่องกงกระเด็นกลับไปด้านหลังก่อนที่จะล้มลงกับพื้น

"โอ๊ย! " ซู่ฮ่องกงได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดในขณะที่กลิ้งอยู่บนพื้น

'อย่างน้อยเจ้านี่ก็ยังจำฉันได้สินะ เขาเลือกที่จะหยุดโจมตีฉันแล้วเลือกที่จะโจมตีตัวเองแทน อย่างน้อยๆ เขาก็ยังมีจิตสำนึกอยู่'

ลู่โจวยกฝ่ามือขึ้นมาก่อนที่จะถ่ายโอนพลังไป

พลังอันอ่อนโยนของลู่โจวได้กระทบเข้ากับหน้าอกของซู่ฮ่องกงไป

ซู่ฮ่องกงรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกน้ำเย็นราดตัว ตัวเขาเริ่มสงบลง ความร้อนและพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกายในตอนนี้ดูเหมือนจะบรรเทาลงแล้ว

เมื่อเห็นแบบนั้นทุกคนต่างก็ตื่นตกใจกัน

ฮั๊ววู่เด๋ามองไปที่จ้าวยู่, หมิงซี่หยินและคนอื่นๆ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้พูดออกมา "นี่คือสิ่งที่ข้าหมายความก่อนหน้านี้ มันเป็นเรื่องของประสบการณ์และทักษะยังไงล่ะ ซู่ฮ่องกงเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ แต่ถึงแบบนั้นในร่างกายของเขากลับมีพลังลมปราณแปรปรวน การที่จะใช้พลังอันแข็งแกร่งห้ามปรามพลังแบบนี้ก็จะมีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง ดังนั้นการใช้พลังที่อ่อนพลังกว่าเข้าช่วยจึงถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มากกว่า อย่าได้ดูถูกพลังฝ่ามือนั้นเชียว ถ้าหากไม่มีคนที่ควบคุมพลังของตัวเองอย่างแม่นยำเป็นพิเศษได้ คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้อีกฝ่ายอย่างซู่ฮ่องกงไม่เป็นอันตรายไปแบบนี้"

จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดออกมา "ข้าได้เรียนรู้จากท่านจริงๆ ผู้อาวุโสฮั๊ว"

ฮั๊ววู่เด๋าที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าน่ะไม่มีค่าพอที่จะให้พูดถึงซะด้วยซ้ำ...ข้าน่ะลึกๆ กลับคิดอิจฉาพวกเจ้าทุกคนมากกว่า"

"อิจฉาอย่างงั้นหรอ? "

"แม้ว่าอาจารย์ของพวกเจ้าจะยุ่งอยู่กับการฝึกฝนตัวเองรวมไปถึงงานต่างๆ จนแทบที่จะไม่มีเวลาที่จะชี้แนะพวกเจ้าด้วยซ้ำไป แต่ถึงแบบนั้นการกระทำของเขากลับมีค่ามากกว่าการชี้แนะซะด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ ที่ข้าอายุมากแล้ว ข้าเกรงว่าจะไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซะแล้วล่ะ" ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดออกมาก่อนที่จะถอนหายใจอย่างเสียดาย

"เอ่อ..."

'ทำไมมันฟังดูแย่มากกว่าจะเป็นเรื่องดีได้กัน? '

ไม่ว่าจะคิดแบบไหนจ้าวยู่และคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าตอบรับไป คำพูดของฮั๊ววู่เด๋าไม่ได้ผิดพลาดแม้แต่น้อย แต่เพราะคำพูดของเขามันฟังดูน่าอึดอัดเกินไปซะมากกว่า หรือแค่บางทีคำพูดของฮั๊ววู่เด๋าคนนี้ต้องการที่จะประจบผู้เป็นอาจารย์ของพวกเขากันแน่?

ในขณะเดียวกันนั้นลู่โจวกำลังยืนเอามือไขว้หลังก่อนที่จะจ้องมองศิษย์คนที่แปดซู่ฮ่องกงอย่างเงียบๆ ตัวเขาพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของฮั๊ววู่เด๋าเมื่อครู่นี้ ความจริงลู่โจวไม่ได้คิดอะไรกับพลังฝ่ามือของตัวเองเลย สิ่งที่ทำให้ตัวเขาใช้พลังฝ่ามือออกไปเป็นเพราะแค่อยากจะหยุดพลังแปรปรวนก็เท่านั้น เขาไม่ได้คำนึงถึงเรื่องพลังฝ่ามือนี้จะทำร้ายซู่ฮ่องกงซะด้วยซ้ำ ยังไงซะร่างกายของซู่ฮ่องกงก็แข็งแรงดีอยู่แล้ว

หลังจากที่ซู่ฮ่องได้รู้แบบนั้น ตัวเขาก็รีบคุกเข่าก่อนที่จะพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "ท่านอาจารย์...ท่านอยู่ที่นี่แล้ว! " ตัวเขารู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่ได้เปลี่ยนทิศทางการโจมตีก่อนหน้านี้ให้มาโจมตีตัวเองแทน ถ้าหากตัวเขาได้โจมตีผู้เป็นอาจารย์ไป ซู่ฮ่องกงไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงผลที่จะตามมาได้เลย

ลู่โจวได้มองไปที่ซู่ฮ่องกงก่อนที่จะพูดออกมาอย่างจริงจัง "พูดออกมาซะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? "

"ท่านอาจารย์...สามวันก่อนพวกหนูขโมยทั้งห้าได้ขโมยเสื้อคลุมวิถีเซนของศิษย์ไป...เสื้อคลุมตัวนั้นช่วยระงับพลังที่แปรปรวนของศิษย์ได้...ได้โปรดช่วยศิษย์ด้วยท่านอาจารย์! " ซู่ฮ่องกงได้พูดออกมาอย่างหวาดกลัว

"หนูขโมยทั้งห้าแห่งเมืองทางตอนเหนืออย่างงั้นหรอ? "

ซู่ฮ่องกงศิษย์คนที่แปดได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโอ้อวด "เจ้าพวกนั้นพยายามที่จะพาศิษย์ออกไปจากภูเขาทองแห่งนี้ ศิษย์ปฏิเสธข้อเสนอของพวกมันอย่างไม่ลังเล! หนูขโมยทั้งห้าที่ได้ฟังแบบนั้นก็เลยรู้สึกโกรธมาก พวกเขาก็เลยใช้กำลังแย่งเสื้อคลุมวิถีเซนของศิษย์ไป เจ้าพวกนั้นมันช่างน่ารังเกียจซะจริง! ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จะต้องเป็นพยานให้กับความภักดีของศิษย์ที่มีต่อท่านอาจารย์ได้แน่! "

หมิงซี่หยินถึงกับพูดไม่ออก 'แม้ว่าศิษย์น้องแปดจะโง่เง่าสักแค่ไหนแต่ถึงแบบนั้นเขาก็มีลิ้นที่ปลิ้นปล้อนจนเอาชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้สินะ! '

ลู่โจวได้ถามออกไป "เจ้าฝึกเคล็ดวิชาสายฟ้าหายนะทั้งเก้าถึงขั้นที่เท่าไหร่กันแล้ว? "

"เอ่อ..." หน้าผากของซู่ฮ่องชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตัวเขาได้พูดออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ "ศะ...ศิษย์...ฝึกฝนตัวเอง...ยะ...อยู่ที่ปรากฏการณ์ขั้นที่เจ็ดแล้วครับ"

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไม่พอใจ "ช่างอวดดีจริงๆ ...เจ้าคิดจะเติมเต็มเคล็ดวิชาส่วนที่ว่างอยู่ 2 ขั้นด้วยการฝึกฝนตามลำพังและจากการพึ่งพาประสบการณ์อย่างงั้นหรอ? "

"ศิษย์ไม่กล้า! " ซู่ฮ่องกงรีบก้มหน้าก่อนที่จะพูดต่อไป "ศิษย์โง่เขลา ในตอนที่กว่าที่ศิษย์จะฝึกฝนตัวเองไปถึงขั้นสี่ศิษย์ได้ศิษย์ต้องพบกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ส่วนการฝึกไปถึงขั้นที่ห้าได้ศิษย์เองก็พบกับความยากลำบากไม่แพ้กับขั้นที่สี่ แต่มีอะไรบางอย่างผิดพลาดไป ศิษย์เกือบที่จะธาตุไฟเข้าแทรกจนเกือบมีพลังวรยุทธเข้าถดถอยลง"

ลู่โจวได้พูดต่อไป "ทำไมเจ้าศิษย์ทรยศนั่นทำไมถึงได้เอาเสื้อคลุมวิถีเซนที่เคยมอบให้เจ้ากลับไปด้วยล่ะ? "

"..." ตอนนี้ซู่ฮ่องกงดูเหมือนกับลูกโป่งยวบที่ไร้ซึ่งอากาศ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากพยักหน้าก่อนที่จะยอมรับออกมา "ถูกแล้วครับท่านอาจารย์"

หมิงซี่หยินคารวะลู่โจวในขณะที่อยู่นอกถ้ำ หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้พูดออกมา "ท่านอาจารย์...พวกเราจะปล่อยให้ศิษย์น้องเจ็ดมาหลอกพวกเราไม่ได้ ตอนนี้เจ้านั่นถูกพลังผนึกมนตราผนึกพลังวรยุทธของตัวเองเอาไว้ เขาต้องการหลอกล่อให้ท่านต้องเคลื่อนไหวแน่"

"หืม? " ลู่โจวได้หันกลับมาอย่างช้าๆ

"ศิษย์เดาเอาไว้ว่าศิษย์น้องแปดคงจะมีอะไรบางอย่างที่สามารถขจัดพลังผนึกมนตราได้ เรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นอีก แม้ว่าท่านอาจารย์จะเป็นคนเดียวที่สามารถคลายพลังได้ก็ตามแต่ถึงแบบนั้นข้าก็ได้แต่สงสัยศิษย์น้องเจ็ด เขาอาจจะกำลังวางแผนเพื่อใช้ศิษย์น้องแปดเพื่อใช้วิชาอย่าง อย่างเช่นวิชาพลังแห่งการเชื่อมต่อรวมไปถึงศิลปะลึกลับจากลัทธิเต๋าเพื่อคลายผนึกของท่านอาจารย์" หมิงซี่หยินได้พูดออกมา

สิ่งที่เรียกว่าเคล็ดวิชาแห่งการเชื่อมต่อเป็นศิลปะลึกลับรูปแบบหนึ่งของลัทธิเต๋า มันเป็นพลังที่จะทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถแชร์ความเสียหายหรือแชร์การรักษาในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งได้ แต่เมื่อชาวพุทธได้ปรับแต่งพลังนี้ไปพวกเขาก็ได้ใช้มันเพื่อรักษาบาดแผลคนจำนวนมากพร้อมกันได้ แต่เมื่อใช้พลังกับคนหมู่มากขึ้น คนที่ใช้พลังก็จะต้องสูญเสียพลังไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง เพราะแบบนี้จึงไม่ค่อยมีใครได้ใช้เคล็ดวิชาแบบนี้

ซู่ฮ่องกงที่ถึงพูดถึงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของหมิงซี่หยิน หมิงซี่หยินจ้องมองไปที่ซู่ฮ่องกงในขณะที่คิดเย้ยหยันสีวู่หยาผู้เป็นศิษย์น้อง 'ศิษย์น้องเจ็ด เจ้าน่ะไม่สามารถใช้กลอุบายแบบนี้หลอกข้าได้หลอกข้าได้หรอกนะ เจ้าคิดว่าท่านอาจารย์โง่มากอย่างงั้นหรอ? ฝันไปเถอะ! '

"หมิงซี่หยินพูดมีเหตุผล" ฮั๊ววู่เด๋าเห็นด้วย

ลู่โจวไม่ทั้งพยักหน้าตอบรับหรือส่ายหัวปฏิเสธไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่ซู่ฮ่องกงก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าแปด...ข้ารอฟังคำอธิบายของเจ้าอยู่" เห็นได้ชัดว่าสีวู่หยาคงจะใช้วิธีแบบนี้ไม่ได้ถ้าหากซู่ฮ่องกงไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย

ใบหน้าของซู่ฮ่องกงเปียกโชกไปด้วยน้ำตา ตัวเขาได้พูดออกมาอย่างน่าสงสาร "ท่านอาจารย์...ศิษย์ถูกกล่าวหา! ศิษย์ถูกใส่ความท่านอาจารย์..."

"ใส่ความอย่างงั้นหรอ สาระเลว...ศิษย์น้องเจ็ดช่วยเจ้ามากี่ครั้งกันแล้ว เจ้าน่ะมีเหตุผลมากพอที่จะช่วยเขากลับคืนไป" หมิงซี่หยินพูดขึ้น

"สอบสวนเขาซะ" ลู่โจวได้สั่งการออกมา

ท้ายที่สุดแล้วเรื่องแบบนี้ก็จะต้องมีการตรวจสอบอยู่ดี ถ้าหากเรื่องถูกใส่ความเป็นความจริง ที่ตัวของซู่ฮ่องกงก็จะไม่มีวิชาแห่งการเชื่อมต่อใดๆ อยู่ในตัว ข้อสงสัยของหมิงซี่หยินก็จะถูกปัดตกไป แต่ถ้าหากข้อสงสัยเป็นความจริง ซู่ฮ่องกงก็จะมีโทษสถานหนักนั่นเอง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 261 พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า

คัดลอกลิงก์แล้ว