เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 256 คนทรยศไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเจรจา

ตอนที่ 256 คนทรยศไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเจรจา

ตอนที่ 256 คนทรยศไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเจรจา


ตอนที่ 256 คนทรยศไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเจรจา

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะถามออกมา "แล้วจะหาเจ้านั่นเจออย่างงั้นหรอ? "

"เอ่อ..." ใบหน้าของหมิงซี่หยินเต็มไปด้วยความอึดอัดใน ครั้งสุดท้ายที่พยายามตามหาสีวู่หยาได้ ตัวเขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก หมิงซี่หยินได้ใช้เวลากว่าหลายวันรวมไปถึงต้องพบกับปัญหามากมายหลายอย่างกว่าที่จะหาตัวสีวู่หยาเจอ หลังจากที่ทำให้สีวู่หยาตื่นกลัวไป ในตอนนี้เขาจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นแน่ ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าสีวู่หยามีมันสมองที่ชาญฉลาดไม่เป็นรองใคร

ในตอนนั้นเองลู่โจวก็นึกถึงกล่องใบเดิมที่อยู่ทางศาลาตะวันออกขึ้นมาได้ ตัวเขาได้ยกมือขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะพูดออกมา "งั้นก็พอได้แล้ว"

คนอื่นๆ ที่ได้ยินแบบนั้นได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะคารวะมาที่ลู่โจว

ในกระท่อมแห่งหนึ่งอันแสนเงียบสงบ

สีวู่หยากำลังนั่งสมาธิอยู่ที่ด้านในกระท่อมหลังนั้น "ท่านเจ้าสำนัก มีจดหมายมาจากหนูขโมยทั้งห้า"

"เจ้าพวกนั้นทำไม่สำเร็จสินะ? "

สีวู่หยาได้ลืมตาตื่นขึ้น ตัวเขารู้ดีว่าถ้าหากสำเร็จ ตัวเองจะไม่ได้จดหมายแบบนี้แน่ ตัวเขาจะต้องได้พัดขนนกยูงแทน

"ครับท่านเจ้าสำนัก...ผู้นำหนูขโมยทั้งห้าไป่ชินหยุนได้ส่งจดหมายมา เจ้านั่นเล่าว่าได้เจอกับเล้งลั่วที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะล่าถอยกลับมา"

"เล้งลั่ว...ท่านอาจารย์ทำให้คนที่เย่อหยิ่งแบบนี้ให้อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างงั้นหรอ..." สีวู่หยาได้ส่ายหัว

"คนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่ขับไล่พวกอัศวินดำในตอนที่อยู่แม่น้ำเรียวบางแน่ พวกหนูขโมยทั้งห้าเองก็เคยถูกพวกอัศวินดำเข้าขัดขวางมา ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะกลัวเล้งลั่วขนาดนี้"

"แต่ถึงแบบนั้นพัดขนนกยูงก็จะ..."

"พวกเราคงไม่มีโอกาสที่จะได้มันคืนแล้วล่ะ"

ถ้าหากลงมือขโมยในครั้งแรกไม่สำเร็จ การที่จะลงมือครั้งต่อไปคงจะเป็นอะไรที่ยากกว่าเก่าแน่

"แต่ถึงแบบนั้น...เจ้าพวกนั้นก็นำของสิ่งนี้กลับมา"

สาวกคนนั้นได้หยิบเศษกระดาษอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าก่อนที่จะส่งให้กับสีวู่หยาไป...มันเป็นภาพวาดของอะไรบางอย่าง แม้ว่ามันจะเป็นแค่ภาพวาดแต่สีวู่หยาก็ยังจดจำมันได้ดี สีวู่หยาได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะสั่งการ "ส่งจดหมายไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าซะ"

ในเช้าวันต่อมาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า

ณ ศาลาทางตะวันออก

ลู่โจวไม่ได้สะสมพลังพิเศษจากการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ในคืนที่ผ่านมา ตัวเขาได้ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะเรียกเมนูระบบออกมา

แต้มบุญ: 19,380

'ดูเหมือนจะได้แต้มบุญ 7,550 แต้มมาจากแท่นประลองดอกบัวสินะ...น่าเสียดายจริงๆ ยังขาดแต้มบุญอีก 620 แต้มก็สามารถซื้อพลังร่างอวตารร่างใหม่ได้แล้ว' ลู่โจวไม่ได้ตั้งใจที่จะซื้อร่างอวตารใหม่เป็นพิเศษ ในตอนนี้ตัวเขากำลังทำความเข้าใจพื้นฐานของระบบอยู่ ตัวเขารู้สึกว่าการจะจับฉลากนำโชคได้พลังร่างอวตารร่างใหม่มาจากการจับฉลากนำโชคคงจะเป็นอะไรที่เป็นไปได้ยากแน่ แต่ถึงแบบนั้นตราบใดที่มันยังมีโอกาสอยู่ มันก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี เพราะแบบนี้จึงทำให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ชื่นชอบการเสี่ยงโชคเป็นไหนๆ

"ฉันจะจับฉลากนำโชค 5 ครั้ง..." ลู่โจวไม่รอช้าเขารีบจับฉลากนำโชคในทันที

หลังจากที่จับฉลากนำโชคไปตัวเขาก็ได้พึมพำออกมาอย่างตัดพ้อ "ตามคาด ฉันควรจะเก็บแต้มบุญเอาไว้ซื้อร่างอวตารมากกว่าสินะ"

ลู่โจวกำลังศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไป ในตอนนั้นเองจ้าวยู่ก็ได้ทำความเคารพก่อนที่จะพูดออกมาจากด้านนอกศาลา "ท่านอาจารย์ มีจดหมายมาจากสีวู่หยาค่ะ"

"อ่านซะ"

หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของผู้เป็นอาจารย์ จ้าวยู่ก็อ่านจดหมายในทันที "สีวู่หยาได้บอกว่าตัวเองมีวิธีการในการปลดล็อกกล่องที่ท่านครอบครองอยู่...แต่ถึงแบบนั้นเขากลับยื่นข้อเสนอมาให้ สีวู่หยาต้องการพัดขนนกยูงที่ท่านอาจารย์ครอบครองอยู่กลับคืนไป นอกจากนี้เขายังอยากให้ท่านคลายพลังผนึกมนตราบนตัวของเขาให้เป็นการแลกเปลี่ยนกับข้อมูลนั่น"

หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ ลู่โจวก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก "เจ้าทรยศ! "

จ้าวยู่สัมผัสได้ถึงความโกรธของลู่โจว นางได้รีบพูดออกมาอย่างเร่งรีบ "ท่านอาจารย์โปรดระงับความโกรธของท่านเอาไว้ก่อน"

"เจ้าทรยศนั่นคิดว่าตัวเองสูงส่งมากแค่ไหนกัน...เจ้านั่นคิดว่าจะต่อรองกับข้าได้เพียงเพราะออกจากภูเขาทองไปสินะ? "

"ท่านพูดถูกแล้วท่านอาจารย์ สีวู่หยาดูเหมือนจะไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำเข้าซะแล้ว! " จ้าวยู่ได้พูดขึ้น

ในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้ถามออกมา "เจียงอาเฉียนได้ส่งข้อความอะไรกลับมารึยัง? "

นี่ก็ผ่านไปสักพักหนึ่งแล้ว ด้วยนิสัยที่เจียงอาเฉียนมีเขาจะต้องส่งข้อความกลับมาแล้วแน่

"ท่านอาจารย์ เจียงอาเฉียนยังไม่ได้ตอบจดหมายมาเลยค่ะ" จ้าวยู่ได้ตอบกลับมา

"งั้นไม่เป็นไร ไปได้แล้ว"

"ศิษย์ขอตัวก่อน" หลังจากนั้นจ้าวยู่ก็ได้จากไป

ทันทีที่จ้าวยู่จากไปลู่โจวก็ตรวจสอบเมนูภารกิจอีกครั้ง ในตอนนี้ภารกิจตามหากุญแจที่หายสาบสูญยังคงไร้เบาะแสเช่นเดิม ลู่โจวได้พยายามค้นหาเรื่องนี้จากในความทรงจำอดีตแทน บางทีตัวเขาอาจจะหาอะไรบางอย่างเจอก็เป็นได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วความทรงจำของเขาก็ดูจะเลือนลานเกินกว่าจะหาอะไรเจอได้ ในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้พูดออกมาอย่างสงสัย "หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่ขาดหายไปกัน? "

ตั้งแต่ได้ข้ามมิติมา ลู่โจวก็คุ้นเคยกับร่างอันแก่ชราร่างนี้แล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร ตราบใดที่ตัวเขายังมีการ์ดพลังชีวิตได้อยู่ ลู่โจวก็จะกลับมาเป็นหนุ่มได้อีกครั้ง แม้ว่าจะฟื้นคืนอายุขัยได้ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่อาจที่จะฟื้นคืนความทรงจำที่ขาดหายไปได้

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งลู่โจวก็ไม่พบกับอะไรที่มีประโยชน์ ตัวเขาได้ส่ายหัวอย่างหมดหวังก่อนที่จะกลับไปศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ต่อไป

ในเช้าวันรุ่งขึ้น ลู่โจวไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีกเลย ในตอนนั้นเองจ้าวยู่ก็ได้เดินมายังศาลาทางตะวันออกพร้อมกับจดหมายที่มีอยู่ในมือ

จ้าวยู่กำลังเห็นอาจารย์ของตัวเองเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด เพราะแบบนั้นนางจึงไม่กล้าที่จะขัดจังหวะลู่โจว นางได้รอสักพักก่อนที่ในที่สุดนางจะเดินมาโค้งคำนับให้กับลู่โจว "ท่านอาจารย์ มีจดหมายมาค่ะ"

ลู่โจวได้หยุดทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ก่อนที่จะถามออกมา "จดหมายจากใครกัน? "

"ตอนแรกศิษย์เองก็อยากที่จะอ่านก่อน แต่ดูเหมือนว่าเนื้อหาภายในมันจะสำคัญจนเกินไป ศิษย์ก็เลยคิดว่าไม่เหมาะ ดังนั้นศิษย์เลยรีบนำจดหมายมาให้ท่านอาจารย์แทน" จ้าวยู่ได้อธิบายทุกอย่าง

"อ่านซะสิ"

"ค่ะท่านอาจารย์" จ้าวยู่ได้คลี่จดหมายออกมาก่อนที่จะเริ่มอ่าน "เมื่อวานศิษย์ได้ผิดไปแล้ว ศิษย์หวังว่าท่านอาจารย์จะยกโทษให้กับศิษย์ผู้โง่เขลาคนนี้ แม้ว่าข้าจะได้ออกจากภูเขาทองไปแล้วแต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่เคยคิดเป็นศัตรูกับท่านอาจารย์เลย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจริงใจที่ศิษย์มี ศิษย์ได้ให้ใครบางคนส่งข้อมูลให้กับสิ่งที่ท่านอาจารย์ตามหาแล้ว"

หลังจากที่นางอ่านจดหมายเสร็จจ้าวยู่ก็ได้เก็บจดหมายฉบับนั้นไป "ในตอนนี้มีแม่ชีอยู่ที่เชิงเขา นางกำลังขอเข้าพบท่านอาจารย์อยู่ ข้าสงสัยว่าเจ้าพวกนั้นจะเป็นของศิษย์น้องเจ็ด เพราะแบบนั้นศิษย์ก็เลยยังไม่ให้เหล่าแม่ชีเข้ามา ศิษย์อยากจะขอคำสั่งจากท่านอาจารย์กว่า"

"แม่ชีอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวรู้สึกงุนงง "แม่ชีจากวิหารเมฆาสวรรค์อย่างงั้นสินะ"

เมื่อได้ยินคำว่าแม่ชี ลู่โจวก็คิดถึงแม่ชีแห่งวิหารเมฆาสวรรค์ ลู่โจวดูสงบนิ่ง ในตอนนี้ตัวเขากำลังใช้ความคิดอยู่ 'นี่มัน...บังเอิญอย่างงั้นหรอ? ความทรงจำที่เกี่ยวกับวิหารเมฆาสวรรค์ล้วนแต่เป็นอะไรที่แปลกประหลาด แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงลู่โจวก็คิดว่าแม่ชี้พวกนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกุญแจที่ตามหาอยู่

"ให้นางเข้ามา"'

"ศิษย์จะพานางมาเองค่ะ" จ้าวยู่ได้ออกจากศาลาทางตะวันออกไป

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้ยืดแขนยืดขารอ ไม่นานต่อมาจ้าวยู่ก็ได้พาแม่ชีมายังศาลาทางตะวันออก "ท่านอาจารย์ คนๆ นี้ก็คือแม่ชีเสวียนจิง แม่ชีจากวิหารเมฆาสว่าง"

"เสวียนจิงแห่งวิหารเมฆาสว่างขอคารวะท่านผู้อาวุโส ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะพบท่าน"

ลู่โจวได้หยุดใช้ความคิดก่อนที่จะมองไปยังแม่ชีคนนั้น

เสวียนจิงได้สวมเสื้อคลุมของเหล่าแม่ชีมา นอกจากนี้นางก็ยังใส่หมวกและยังถือลูกปัดในแบบชาวพุทธ นางเป็นแม่ชีที่มีอายุมากแล้ว ผมของนางเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีเงิน ลู่โจวที่เห็นแม่ชีผู้มาเยือนได้พูดต่อไป "ยืนและพูดธุระของเจ้ามาซะ"

เสวียนจิงได้ลุกขึ้นยืน นางหยิบกล่องผ้าสีแดงออกมาจากแขนเสื้อก่อนที่จะพูดออกมากอีกครั้ง "ข้ามาที่นี่ก็เพื่อคืนของให้กับท่านด้วยตัวเอง" ลู่โจวได้โบกแขน

กล่องบ้าใบนั้นได้ลอยเข้าหาฝ่ามือลู่โจว เสวียนจิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างช้าๆ "ปรมาจารย์จิงหยานเป็นผู้ทิ้งของสิ่งนี้เอาไว้เบื้องหลัง...เมื่อข้าได้รับแจ้งมาว่าท่านกำลังตามหามันอยู่ ข้าก็เลยนำของชิ้นนี้กลับมาคืนให้"

"จิงหยานทิ้งของสิ่งนี้เอาไว้อย่างงั้นหรอ? "

"หลังจากที่ท่านจิงหยางได้พบกับท่านในครั้งสุดท้าย ท่านก็ไม่เคยที่จะได้พบกับท่านผู้อาวุโสอีกเลยเป็นเวลากว่าหลายปีด้วยกัน เพราะแบบนั้นท่านก็เลยมิอาจที่จะนำของสิ่งนี้มาคืนท่านได้" เสวียนจิงได้พูดขึ้น

ลู่โจวมองไปที่กล่องผ้าที่อยู่ในมือ ตัวเขาได้ใช้พลังลมปราณไปที่ฝากล่อง กล่องใบนั้นได้เปิดขึ้น...

"ติ้ง! ภารกิจเสร็จสิ้น: ตามหากุญแจที่หายสาบสูญสำเร็จ 1/1 ได้รับแต้มบุญ: 1,000"

แท้จริงแล้วภายในกล่องใบนั้นมีกุญแจที่ดูโบราณดอกหนึ่งถูกเก็บอยู่ภายในกล่อง บางทีมันอาจจะเป็นของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีต เรื่องราวที่ลู่โจวไม่อาจจะนึกย้อนกลับไปได้

ลู่โจวได้เก็บกุญแจดอกนั้นก่อนที่จะถามออกมา "ตอนนี้สถานการณ์ที่วิหารเมฆาสว่างเป็นยังไงบ้างแล้ว? "

"ถ้าหากจะให้ข้าพูดตามตรง ข้าต้องขอบคุณท่านจริงๆ ที่ลงโทษวู่เหนียนไป...วู่เหนียนได้เพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์ที่วิหารเมฆาสว่างมีและก่อกรรมทำเข็ญไปทุกหนทุกแห่ง นางสมควรแล้วที่จะได้รับโทษทัณฑ์ ตอนนี้นางได้สูญเสียพลังวรยุทธทั้งหมดไป และวู่เหนียนก็ไม่ใช่แม่ชีแห่งวิหารเมฆาสวรรค์อีกต่อไปแล้วด้วย" เสวียนจิงได้อธิบายออกมา ผลลัพธ์นี้เองเป็นไปตามที่ลู่โจวคาดหวัง

ลู่โจวพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น "แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงกันว่าข้ากำลังตามหาของสิ่งนี้อยู่? "

เสวียนจิงที่ได้ฟังแบบนั้นดูสับสน "ประสกสีเป็นคนส่งข่าวนี้ให้กับข้าเอง ท่านไม่รู้หรอกหรอ? "

จ้าวยู่ได้พูดออกมา "เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ เจ้าทรยศนั่น! "

"ทรยศอย่างงั้นหรอ? " เสวียนจิงรู้สึกสับสน

จ้าวยู่ได้พูดต่อไป "ไม่มีอะไรเกี่ยวกับท่านหรอก ท่านแม่ชี ท่านน่ะอยู่ในวิหารมานานเกินไปแล้ว ท่านอาจจะไม่เข้าใจเรื่องที่พวกเราพูดไปบางเรื่อง ถ้าหากท่านเสร็จธุระแล้วข้าจะเป็นผู้ไปส่งท่านเอง"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 256 คนทรยศไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเจรจา

คัดลอกลิงก์แล้ว