เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 235 โชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง

ตอนที่ 235 โชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง

ตอนที่ 235 โชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง


ตอนที่ 235 โชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ทันทีที่สีวู่หยาได้ยินแบบนั้น เขาก็ได้แต่ส่ายหัว ตัวเขารู้ดีว่าเสียที่ได้ยินเป็นเสียงของใคร

"ไม่มีอะไรหรอก เจ้าออกไปได้แล้ว"

"ครับท่านเจ้าสำนัก..."

"เขาเป็นสหายของข้าเอง"

"ถ้าเป็นแบบนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน"

ในเวลาเดียวกันชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าแปลกประหลาดก็ได้เดินเข้ามา ชายคนนี้ไว้เครายาว เสื้อคลุมยาวของเขาทำให้ชายคนนี้ดูเหมือนพ่อค้าที่มาจากภูมิภาคอื่น

เมื่อเขาเดินเข้ามา สีวู่หยาถึงกับผงะเล็กน้อย ตัวเขารีบพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะศิษย์พี่สี่"

'สหายแซ่หลี่อย่างงั้นหรอ นั่นมันก็แค่ชื่อสุ่มๆ เท่านั้นสินะ! '

หมิงซี่หยินถอดเสื้อคลุมรวมไปถึงหนวดเคราปลอมๆ ออกมา ในตอนนี้ตัวเขามีรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยดังเดิมแล้ว "เจ้าไม่แปลกใจเลยอย่างงั้นหรอ? "

แม้ว่าสีวู่หยาจะยังคงสงบเยือกเย็น แต่ถึงแบบนั้นเขากลับรู้สึกประหลาดใจอยู่ข้างใน

"คำสั่งของท่านอาจารย์อย่างงั้นสินะ? "

"ท่านอาจารย์บอกให้ข้าพาเจ้ากลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

สีวู่หยาจับได้ว่าคำพูดของหมิงซี่หยินดูแปลกไป ตัวเขากำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สำนักแห่งความบริสุทธิ์ สีวู่หยาในตอนนี้รู้สึกสับสน อาจารย์ของเขาไปที่สำนักนั่นด้วยรถม้าลอยฟ้าและยังใช้เคล็ดวิชาผนึกมนตราออกมา แล้วเหตุใดกันทำไมถึงต้องส่งศิษย์พี่สี่มาเพียงลำพังแบบนี้ด้วย? ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์พี่คนนี้ยังรอตัวเขาอยู่ที่หุบเขาราชพฤกษ์กว่า 2 วันแล้ว แม้ว่าสีวู่หยาจะมีปัญญาที่เหนือกว่าคนธรรมดาแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่อาจที่จะเข้าใจได้ 'หนีเสือปะจระเข้อย่างงั้นสินะ? '

สีวู่หยาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา ตัวเขาได้ถามออกไปอย่างใจเย็น "ท่านรู้ได้ยังไงกันว่าข้าอยู่ที่นี่ศิษย์พี่สี่? "

หมิงซี่หยินได้เดินไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกเกรงใจอะไร ตัวเขาได้เดินไปอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ ตัวเขาได้รินชาให้กับตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา "เรื่องง่ายๆ น่ะ ข้าก็แค่สืบข่าวคราวของเจ้าก็แค่นั้น ในโลกใบนี้มันมักจะมีหน้าต่างมีรู ประตูมีช่อง เจ้ายังจำรถม้าลอยฟ้าที่ใช้เดินทางไปยังเจดีย์ลอยฟ้าได้ไหม? ศิษย์น้อง เจ้าน่ะประมาทเกินไป...ไม่ว่าเจ้าจะจ้างคนมาอีกมากมายขนาดไหน แต่คนธรรมดาน่ะไม่อาจที่จะเป็นเจ้าของรถม้าลอยฟ้าได้หรอกนะ"

สีวู่หยาพยักหน้าก่อนที่จะปรบมือชมเชยขึ้นมา "แล้วท่านรู้รหัสผ่านได้ยังไงกัน? "

"ข้าอาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหมอบเป็นเวลา 2 วัน ข้าต้องขอโทษจริงๆ ...ที่ไม่สามารถรอคอยเจ้าอยู่เฉยๆ ได้ ข้าก็เลยตรวจสอบหุบเขามังกรหมอบทั้งหมดไป" หมิงซี่หยินได้พูดต่อ "ข้าได้เดินเล่นไปทั่วจนมาเจอหุบเขาลูกนี้"

"..." สีวู่หยาถึงกับพูดไม่ออก ตัวเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไป เขาไม่คาดคิดว่าหมิงซี่หยินจะใช้ทั้งเวลาและความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะตามหาตัวเขาแบบนี้

สีวู่หยาได้พูดออกมาอย่างใจเย็น "ถ้าหากศิษย์พี่มีความสุขข้าก็ดีใจ ศิษย์พี่สี่"

หมิงซี่หยินได้กลืนชาหมดถ้วย หลังจากนั้นตัวเขาก็จ้องมองไปที่สีวู่หยา "เอ๊ะ? เจ้าน่ะดูไม่ดีเท่าไหร่เลยนะ"

สีวู่หยายังคงเงียบ

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "อย่ามัวแต่ทำหน้าแบบนั้นเลยศิษย์น้อง ข้าไม่ได้มีมันสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องเหมือนกับเจ้าหรอกนะ"

หมิงซี่หยินรู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นสีวู่หยาไม่ได้ตอบโต้อะไร ความรู้สึกนี้คงจะเป็นความรู้สึกที่มาจากการที่ตัวเขามีอำนาจเหนือกว่าผู้เป็นศิษย์น้องแล้วนั่นเอง

"ศิษย์พี่สี่ ข้าไม่มีเรื่องที่อยากจะถามท่าน" สีวู่หยาได้พูดขึ้น

"...อะไรกันล่ะ? " ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่ตัวเขาก็ไม่รู้ได้ หมิงซี่หยินรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ ถ้าหากเขาจะพูดตามตรง หมิงซี่หยินไม่เคยเห็นสีวู่หยาตกต่ำขนาดนี้มาก่อน สีวู่หยาเป็นเหมือนกับแมวที่ตาบอด แม้ว่าเรื่องนี้โชคจะมีส่วนสำคัญ แต่ถึงแบบนั้นโชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่งอยู่ดี การที่หมิงซี่หยินสามารถตามจับคนที่ทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์อย่างสีวู่หยาจนมาถึงตรงนี้ได้ยังไงซะนี่ก็ถือเป็นเรื่องจริง

"ม่านพลังของศาลาปีศาจลอยฟ้าได้อ่อนแรงลงเป็นอย่างมาก ข้าได้ยินมาว่าท่านอาจารย์ได้ดูดซับพลังจากม่านพลังเอาไว้ก็เพื่อที่จะรักษาพลังวรยุทธของตัวเอง นั่นเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นหรอ? " สีวู่หยาได้ถามขึ้น

แม้ว่าหมิงซี่หยินจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง แต่ตัวเขาก็ยังไม่ได้กลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเลยนับตั้งแต่เกิดเรื่อง และเพราะเขาไม่ได้เห็นเรื่องนี้กับตาตัวเองหมิงซี่หยินจึงไม่กล้าที่จะยืนยันมัน "ข้าขอโทษด้วยศิษย์น้อง ถ้าหากเจ้าอยากที่จะรู้เจ้าจะต้องกลับไปพิสูจน์ด้วยตัวเองซะแล้วล่ะ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อพาเจ้ากลับศาลาปีศาจลอยฟ้า"

สีวู่หยายิ้มพลางพยักหน้าให้ "ข้าต้องบอกท่านเลยศิษย์พี่ ท่านน่ะเปลี่ยนไปมาก..."

"หืม? "

"ข้ายังจำได้ดีในอดีตท่านมักจะมีความคิดที่สวนทางกับท่านอาจารย์เสมอ"

"อดีตก็เป็นเรื่องของอดีต พวกเราน่ะอยู่ในปัจจุบัน..."

"ถ้าหากเป็นแบบนั้น...ทำไมท่านไม่ใช้กำลังข้าพากลับไปตั้งแต่ตอนนั้นกันล่ะ? " สีวู่าหยาได้ถามออกมาด้วยความสับสน "มันจะต่างอะไรกับในตอนนี้กันถ้าหากท่านต้องการจะพาข้ากลับไปด้วย? " ที่เป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าหมิงซี่หยินในอดีตยอมรับว่าตัวเขาอ่อนแอกว่าที่จะทำเช่นนั้นได้

สีวู่หยาได้หัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเราทั้งคู่ต่างก็เป็นศิษย์จากสำนักเดียวกัน เหตุใดท่านจะต้องทำเรื่องยุ่งยากกับข้าแบบนี้ด้วยศิษย์พี่? "

"คนทรยศก็คือคนทรยศอยู่วันยังค่ำ...เจ้าควรจะขอบคุณที่ข้ามาเพื่อเจ้าในวันนี้ ถ้าหากท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ เจ้าก็คงจะต้องกลายเป็นร่างอันไร้วิญญาณหลังจากที่ถูกฝ่ามือไปแล้ว ข้าน่ะจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากท่านอาจารย์จะทำแบบนั้นกับเจ้า"

"พลังวรยุทธที่ท่านอาจารย์มีลึกล้ำเกินกว่าที่จะหยั่งถึง ข้าไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องสงสัยในพลังของท่านอาจารย์...แต่ในตอนนี้ข้ายังมีหลายอย่างที่จะต้องสะสางให้เสร็จสิ้น ข้ารู้สึกลังเลเหลือเกินที่จะกลับในตอนนี้"

"ข้าไม่ได้สนใจเรื่องแผนการของเจ้าหรอกนะ...วันนี้เจ้าจะต้องกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้ากับข้า" หมิงซี่หยินลุกขึ้นยืน ในตอนนั้นเองพลังลมปราณก็ได้ไหลพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

สีวู่หยาไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวแต่อย่างใด ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นได้พูดออกมาอย่างใจเย็น "ท่านคิดจริงๆ น่ะหรอกว่าข้ากลับไปแล้วอะไรๆ จะเปลี่ยนไป? ถ้าหากเป็นอีก 5 ปีข้างหน้าล่ะ? " สีวู่หยาได้ประเมินเวลาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะล่มสลายให้รวดเร็วขึ้นเพราะม่านพลังในตอนนี้อ่อนแรงลงแล้ว

อีก 5 ปีข้างหน้าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะต้องพบกับศึกรอบด้าน สีวู่หยาพยายามบอกหมิงซี่หยินมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน

"ปัญหาของวันพรุ่งนี้ก็คือปัญหาของวันพรุ่งนี้" หมิงซี่หยินพูดขึ้น

สีวู่หยาได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง "อนาคตที่ข้าบอกเป็นชะตาที่ไม่อาจเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นท่าน หรือแม้แต่ท่านอาจารย์เองก็ไม่อาจที่จะขัดขืนต่อชะตาได้"

หมิงซี่หยินกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะ "เจ้าคนทรยศ! ข้าจะจัดการเจ้าในนามของท่านอาจารย์ตั้งแต่วันนี้เอง"

โต๊ะที่ถูกพลังฝ่ามือได้แตกเป็นเสี่ยงๆ ถ้วยชาทั้งหลายเองก็เละไม่มีชิ้นดี

หมิงซี่หยินที่เห็นสีวู่หยายังคงสงบเยือกเย็นรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม "สามหาว! เจ้าคิดว่าข้ายังคงเป็นเหมือนเดิมอย่างงั้นสินะ? " หมิงซี่หยินได้ซัดฝ่ามือเข้าใส่สีวู่หยา ในตอนนั้นเองเขาก็เห็นตัวหนังสืออะไรบางอย่างอยู่บนหน้าอก

ตู๊ม!

สีวู่หยาได้กระเด็นลอยไปก่อนที่จะกระแทกกับเสาไม้

"หืม? " หมิงซี่หยินรู้สึกสับสน ตัวเขาคาดคิดเอาไว้ว่าจะต้องได้ประมือกับสีวู่หยาผู้เป็นศิษย์น้อง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าสีวู่หยาจะยืนนิ่งและยอมโดนฝ่ามือของเขาแบบนี้

ไกลออกไป ณ ศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลู่โจวในตอนนี้กำลังยุ่งอยู่กับการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ ตัวเขากำลังอยู่ในศาลาทางตะวันออก ในตอนนั้นเองตัวเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ

"ลงโทษสีวู่หยา ได้รับรางวัล: 200 แต้มบุญ"

หลังจากที่เห็นการแจ้งเตือน ลู่โจวก็คิดว่าหมิงซี่หยินจะต้องเป็นผู้ลงมืออย่างแน่นอน แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็รู้สึกสับสน หมิงซี่หยินเพิ่งจะผลิกลีบดอกบัวในร่างอวตารได้แท้ๆ แล้วทำไมเขาถึงสู้กับสีวู่หยาได้กัน?

หมิงซี่หยินได้เดินไปหาสีวู่หยา ในตอนนี้สีวู่หยาได้กระอักเลือดออกมา ตัวเขาพยายามพยุงตัวเองจนนั่งขึ้นมาอีกครั้งได้

หลังจากที่ประเมินสีวู่หยาได้ครู่หนึ่ง หมิงซี่หยินก็ได้พบกับความจริง สีวู่หยาไม่ได้ตั้งใจที่จะปกปิดพลังของตัวเองเอาไว้ พลังวรยุทธของสีวู่หยาถูกผนึกอยู่ ตัวเขาได้ย่อตัวลงก่อนที่จะพูดกับสีวู่หยา "วรยุทธของเจ้าถูกผนึกเอาไว้...ข้าไม่คิดเลยว่าจะอยู่จนถึงวันที่เห็นเจ้าตกต่ำแบบนี้ศิษย์น้องเจ็ด"

สีวู่หยาไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร "ท่านมีพลังมากกว่าเมื่อก่อนอีกนะศิษย์พี่...แต่ถ้าหากพลังของข้าไม่ได้ถูกผนึกเอาไว้ล่ะก็ ข้าขอบอกตามตรงท่านก็คงจะไม่ใช่คู่มือของข้า"

"น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนนี้เจ้าน่ะแพ้แล้ว" หมิงซี่หยินพูดขึ้น

"ลืมมันไปซะเถอะ..." สีวู่หยาได้ส่ายหัวอย่างเยือกเย็น "แพ้ก็คือแพ้ ทำสิ่งที่ท่านอยากจะทำเถอะศิษย์พี่"

"เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าอย่างงั้นหรอ? " หมิงซี่หยินคว้าคอเสื้อของสีวู่หยาเอาไว้ก่อนที่จะยกฝ่ามือขึ้นมาอีกครั้ง

"ลงมือเลย" สีวู่หยาไม่ได้เกรงกลัวอะไร ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หมิงซี่หยินอย่างไม่ละสายตา

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 235 โชคก็ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว