เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 230 แผนของสีวู่หยา

ตอนที่ 230 แผนของสีวู่หยา

ตอนที่ 230 แผนของสีวู่หยา


ตอนที่ 230 แผนของสีวู่หยา

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ยูฮงยี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่สับสน นางไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น "ข้าอย่างงั้นหรอ? " นางได้เดินออกจากขอบเขตของอุปสรรคทั้งหลายไปตามสัญชาตญาณ นางได้เผลอมองรอบๆ ตัว ทุกที่ที่นางได้มองเห็นล้วนแต่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง มีทั้งควันสีดำลอยออกมาจากส่วนที่เป็นยอดเขา เมื่อเห็นแบบนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป นางได้แต่เก็บความเจ็บช้ำอันนี้เอาไว้ในใจก่อนที่จะคารวะลู่โจว "โปรดถามมาเถอะ ท่านผู้อาวุโส"

"เจ้าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแห่งความบริสุทธิ์ยูฮงยี่สินะ? "

"ใช่แล้ว ข้าเอง"

"เจ้าเคยต่อสู้กับยู่เฉิงไห่ก่อนหน้านี้สินะ? "

สีหน้าของยูฮงยี่เปลี่ยนไปอีกครั้ง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "ใช่แล้ว ข้าจำเขาได้ดี ข้าจะไม่มีวันเลิกลาแน่แม้ว่าข้าจะต้องกลายเป็นเถ้าถ่านก็ตามที! สำนักของข้ามีเหล่าศิษย์สาวกกว่าพันคน แต่สิ่งที่เหลือมีเพียงพวกเราเท่านั้น! ได้โปรดคืนความยุติธรรมนี้ให้กับพวกเราด้วยเถอะ ท่านผู้อาวุโส! "

"เจ้าต้องการให้ข้าทวงคืนความยุติธรรมให้อย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวได้แต่คิดว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกไปดี แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงสีหน้าของเขาก็ยังดูไร้อารมณ์เช่นเดิม

"สำนักของข้าต้องล่มสลายไป ไม่ช้าก็เร็วเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นกับสำนักฝ่ายธรรมะอื่นแน่ ในเวลานั้นทั้งแผ่นดินจะตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนส่วนมากจะต้องทุกข์ยาก เนื่องจากท่านสามารถขับไล่จอมวายร้ายแห่งสำนักอเวจีไปได้ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ ท่านผู้อาวุโส! " ยูฮงยี่ได้พูดออกมาอย่างจริงใจ นางได้แต่คุกเข่าคารวะลู่โจว

คนอื่นๆ เองก็คุกเข่าคารวะลู่โจวเช่นกัน

แม้ว่าลู่โจวจะไม่ใช่คนที่กวาดล้างสำนักแห่งความบริสุทธิ์ไป แต่ท้ายที่สุดแล้วยู่เฉิงไห่คนร้ายตัวจริงคนนี้ก็ยังเป็นลูกศิษย์ของตัวเขาอยู่ดี ถ้าหากข่าวของยู่เฉิงไห่กวาดล้างสำนักแห่งความบริสุทธิ์ถูกเผยแพร่ออกไป ยุทธภพจะต้องโทษไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าของเขาแน่

'เจ้าพวกนี้คงไม่ขอให้ฉันฆ่าตัวตายเพื่อหนทางแห่งความยุติธรรมหรอนะ? ' ลู๋โจวได้แต่พูดออกมาอย่างไร้ความปรานี "สำนักแห่งความบริสุทธิ์นำพาสิ่งนี้มาสู่ตัวเอง ยูฮงยี่ ข้าจะถามเจ้า สำหรับเจ้าอะไรกันที่ถือว่าเป็นเรื่องสูงส่งยุติธรรม แล้วอะไรกันถึงเป็นเรื่องต่ำช้าเลวทราม? ม่อฉีที่อยู่สำนักฝ่ายธรรมะที่ฝึกฝนพลังอันชั่วร้ายนั่นน่ะหรอคือเส้นทางแห่งความยุติธรรมของพวกเจ้าน่ะ? "

"ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อ 30 ปีก่อน สำนักแห่งความบริสุทธิ์และสำนักดวงดาวทั้งเจ็ดได้เข้าต่อสู้กันเพื่อแบ่งแยกดินแดน พวกเจ้าทั้งหมดได้สังเวยผู้คนไปกว่าหลายพันคนก็เพราะเรื่องนี้ นี่ถือเป็นเส้นทางแห่งยุติธรรมที่พวกเจ้าเชื่อถือสินะ? " ลู่โจวไม่ได้อยากที่จะยกตัวอย่างให้มากกว่านี้ ตัวอย่างเรื่องเลวทรามทั้งหลายมีมากเกินกว่าที่ตัวเขาจะพูดได้หมด เมื่อเทียบกับศาลาปีศาจลอยฟ้าแล้วสำนักแห่งความบริสุทธิ์ดูเหมือนกับสำนักฝ่ายอธรรมยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นยังไงท้ายที่สุดแล้วเรื่องของการอยู่รอดก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดไป

"เอ่อ..." ยูฮงยี่ถึงกับพูดไม่ออก ถ้าหากนางถูกถามคำถามแบบนี้ในอดีต นางก็คงจะตอบออกมาอย่างไม่ลังเลงว่าสำนักแห่งความบริสุทธิ์และสิบสุดยอดสำนักฝ่ายธรรมะต่างก็เชื่อถือในเส้นทางแห่งความยุติธรรม ในขณะที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า, สำนักอเวจี, วิหารปีศาจ และสมาคมมังกรฟ้าต่างก็เป็นพวกสำนักฝ่ายอธรรมที่ชอบทำเรื่องเลวทราม แต่ในตอนนี้เจ้าสำนักของนางอย่างม่อฉีกลับฝึกฝนเคล็ดวิชาลึกลับอะไรบางอย่าง มันเป็นเคล็ดวิชาที่จะต้องดื่มเลือดสดๆ ของมนุษย์เพื่อเป็นการฝึกตน

สิ่งนี้แย่กว่าสิ่งที่สำนักฝ่ายอธรรมทำเป็นร้อยเท่า เมื่อนางคิดถึงเรื่องนี้ นางก็รู้สึกว่าลู่โจวเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง ลู่โจวในสายตานางไม่อยากที่จะทำให้พวกนางต้องตกต่ำไปกว่านี้ หลังจากที่คร่ำครวญอยู่นานนางก็ได้พูดออกมาอย่างละอายแก่ใจ "คำพูดของท่านทำให้ตัวข้ากระจ่างแจ้ง"

ลู่โจวได้แต่ลูบเคราพลางพยักหน้าไปด้วย ตัวเขาได้ตอบกลับมา "มากลับเข้าเรื่องกันได้แล้ว...เจ้าเห็นใครนอกเหนือจากยู่เฉิงไห่ไหม? "

ยูฮงยี่พยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับมา "สีวู่หยาศิษย์คนที่เจ็ดของศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็อยู่ท่นี่เช่นกัน ผู้ชายคนนั้นเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอก เขาถือเป็นยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญในการวางแผน การสนับสนุนของเจ้านั้นทำให้สำนักอเวจีสามารถควบคุมเจ็ดสุดยอดฝีมือของพวกเราได้"

เมื่อได้ยินแบบนั้นศิษย์สาวกของสำนักแห่งความบริสุทธิ์ก็ได้แต่ทำหน้าละอายแก่ใจ

"ชายคนนั้นต่ำช้าอย่างแท้จริง! เจ้านั่นน่ารังเกียจกว่ายู่เฉิงไห่เป็นร้อยเป็นพันเท่า!"

'เอ่อ...' แม้แต่ลู่โจวเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เพียงแค่คนเพียงหนึ่งคนไม่อาจที่จะทำการใหญ่ได้ แต่สีวู่หยาไม่ใช่แบบนั้น สีวู่หยาเพียงคนเดียวสามารถวางแผนเป็นร้อยเป็นพันแผนได้ 'สีวู่หยามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงได้ร่วมมือกับศิษย์คนโตแบบนี้กัน? '

ยูฮงยี่ได้พูดต่อ "สำนักแห่งความบริสุทธิ์จะใช้ช่วงเวลานี้ในทุกๆ ปีรับสมัครศิษย์สาวกคนใหม่ เจ้าพวกสำนักอเวจีใช้ประโยชน์จากเรื่องในครั้งนี้ ข้าไม่มีอะไรที่จะพูดอีกแล้ว"

นี่ถือเป็นความสำเร็จของสีวู่หยาอย่างแท้จริง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจับไส้ศึกได้

"แล้วสีวู่หยาอยู่ที่ไหนกัน? " ลู่โจวได้ถามออกไป

"ท่านมีเรื่องบาดหมางใจกับศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอท่านผู้อาวุโส? " ยูฮงยี่ได้ถามออกมาอย่างสงสัย

ลู่โจวได้ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบกลับไป "ก็ไม่เชิง"

เมื่อยูฮงยี่ได้ยินแบบนั้น นางก็ไม่ได้คิดเหมือนกับที่ลู่โจวคิด นางคิดว่าลู่โจวไม่ได้รู้สึกบาดหมางอะไรกับศาลาปีศาจลอยฟ้า แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อศาลาปีศาจลอยฟ้าเช่นกัน ยูฮงยี่ที่คิดได้แบบนั้นได้พูดต่อ "ถ้าหากท่านผู้อาวุโสสามารถจัดการรับศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ นั่นถือว่าจะเป็นเรื่องอันน่ายินดีของคนทั้งโลก"

ลู่โจวได้แต่ส่ายหัว ตัวเขาได้เจอเรื่องแบบนี้จนรู้สึกคุ้นชินไปแล้วนั่นเอง

ยูฮงยี่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางได้โค้งคำนับให้กับลู่โจวก่อนที่จะพูดถามขึ้น "ข้าขอทราบได้ไหมว่าท่านผู้อาวุโสมาจากสำนักไหน? ข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่านอีกครั้งเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยพวกเราให้พ้นจากหายนะในครั้งนี้แน่"

"ศาลาปีศาจลอยฟ้า" ลู่โจวได้ตอบกลับไปตรงๆ

ยูฮงยี่ตกตะลึง นางคิดว่าได้ยินผิดไป นางที่คิดแบบนั้นได้ถามออกมาอีกครั้ง "ข้าขออภัยจริงๆ ท่านบอกว่ามาจากสำนักไหนนะ ท่านผู้อาวุโส? "

ในตอนนั้นเองรถม้าล่องเมฆาก็ได้ปรากฏตัวออกมาจากป่า คนบนรถม้ารอนานเกินไปจนหมดความอดทน

สถานที่ที่ถูกพลังของเคล็ดวิชาอนุสรณ์สรวงสวรรค์แห่งความมืดทำลายไปเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมากที่สุดที่จะจอดรถม้าลอยฟ้าคันนี้เอาไว้

คนอื่นๆ ต่างก็หันไปจับจ้องรถม้าล่องเมฆา

เพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นยูฮงยี่ก็จดจำรถม้าคันนั้นได้ นางตัวสั่นก่อนที่จะกู่ร้องออกมา "พวกเราถอยเร็ว! กลับเข้าไปในคุกเร็วเข้า! " เจ็ดยอดฝีมือที่รอดมาได้สั่นไปทั้งตัวก่อนที่จะล่าถอยไปในทันที

แต่เมื่อเดินผ่านหน้าคุกไป พวกเขาทั้งหมดก็จดจำได้ว่าอุปสรรคกว่าพันชั้นได้ถูกทำลายไปแล้ว ถ้าหากพวกเขาเข้าไปในคุกตอนนี้มันจะต่างอะไรกับเป็ดที่อยู่ในเล้ากัน?

"ท่านผู้อาวุโส เร็วเข้า! ศาลาปีศาจลอยฟ้ามาแล้ว! "

"ท่านผู้อาวุโส! "

ในตอนนั้นเองทุกๆ คนต่างก็คาดหวังกับลู่โจว ผู้ที่อยู่บนหลังของบี่เอี๊ยน

ลู่โจวไม่แปลกใจอะไรกับการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ผู้คนทั้งหมดมี

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อก็ได้ปรากฏตัวขึ้น นางได้ใช้สายสะพายนิพพานพันรอบตัวเอาไว้ เครื่องแต่งกายของนางดูสะดุดตาเป็นอย่างมากในป่าที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีแห่งนี้ นางได้เดินมาหาลู่โจวด้วยความดีใจ "ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์? "

บนรถม้าล่องเมฆา ต้วนมู่เฉิงเป็นผู้ที่ควบคุมรถม้าอยู่เช่นเดิม เขาได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านอาจารย์ พวกเรารอท่านอย่างใจจดใจจ่อ เจ้าทรยศนั่นอยู่ที่ไหนกันแน่? "

ยูฮงยี่สะดุดถอยหลังกลับไป นางเริ่มรู้สึกแน่นที่หน้าอกขึ้นมา 'พวกเราควรจะหนีหรือควรจะทำยังไงดี? ข้าทำอะไรได้บ้าง? '

"ผู้อาวุโส ท่านเป็นอะไรรึเปล่า? "

"ผู้อาวุโสท่านคงต่อสู้กับยู่เฉิงไห่จนได้รับบาดเจ็บมาสินะ"

ศิษย์สาวกของสำนักแห่งความบริสุทธิ์ต่างเป็นกังวล

ในตอนนั้นเองยูฮงยี่ก็ได้รีบพูดออกมา "หนีเร็วเข้า...นั่นมันรถม้าล่องเมฆาของศาลาปีศาจลอยฟ้าเชียวนะ! "

"ศะ...ศาลาปีศาจลอยฟ้า? "

ยอดฝีมือทั้งเจ็ดได้มองไปที่รถม้าลอยฟ้า พวกเขาได้เห็นเด็กสาวคนหนึ่งออกมาจากรถม้า เด็กสาวคนนั้นบินออกมาก่อนที่จะไปหาชายชราจากทางด้านหลัง

"วิ่งหนีอย่างงั้นหรอ? สายไปแล้วล่ะ! " หยวนเอ๋อได้ชูสายสะพายนิพพานสีแดงสดออกมา สีของสายสะพายเป็นเหมือนกับเปลวไฟอันร้อนแรง ดูเหมือนว่ารอบๆ ตัวของหยวนเอ๋อจะดูร้อนราวกับทั้งตัวของนางกำลังลุกเป็นไฟ

ยูฮงยี่ไม่ขยับ ที่ตรงหน้าของนางก็คืออาวุธระดับสรวงสวรรค์ไม่ผิดแน่ ในตอนนี้นางได้แต่หวาดกลัว นางมั่นใจแล้วว่าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าก็คือศิษย์คนที่เก้าแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า

ยูฮงยี่และยอดฝีมือทั้งเจ็ดต่างก็บินหนีกันไป สำหรับพวกเขาทั้งหมดคงจะไม่สามารถเอาชนะสายสะพายที่หยวนเอ๋อมีได้

เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นสายสะพายนิพพานก็ได้ขวางไม่ให้ยอดฝีมือทั้งเจ็ดหนีหายไปไหนได้ พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้อีกต่อไป

"พอได้แล้ว" มีเสียงของชายชราคนหนึ่งดังมาจากรถม้า ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาเป็นอดีตยอดฝีมือจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์ ฝานลี่เทียนนั่นเอง

ยูฮงยี่เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ "ผู้อาวุโสฝาน? " นางรู้สึกมีความสุขมาก

ยอดฝีมือทั้งเจ็ดเองพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะมองไปยังชายชราที่อยู่บนรถม้า พวกเขาทั้งหมดได้พูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน "ท่านผู้อาวุโสฝาน พวกข้าขอคารวะท่าน! "

ยอดฝีมือลำดับหนึ่งของสำนักแห่งความบริสุทธิ์กลับมาแล้ว! ฝานลี่เทียนเป็นเหมือนกับแสงแห่งความหวังที่สาดส่องมายังพวกเขา

ฝานลี่เทียนได้พูดออกมาอย่างไร้ความรู้สึก "ข้าไม่ใช่ผู้อาวุโสฝานของพวกเจ้า ข้าเป็นผู้อาวุโสแห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าต่างหาก! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 230 แผนของสีวู่หยา

คัดลอกลิงก์แล้ว