เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 206 ไม่มีที่ให้หนีแล้ว เยี่ยนซาน!

ตอนที่ 206 ไม่มีที่ให้หนีแล้ว เยี่ยนซาน!

ตอนที่ 206 ไม่มีที่ให้หนีแล้ว เยี่ยนซาน!


ตอนที่ 206 ไม่มีที่ให้หนีแล้ว เยี่ยนซาน!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่อยู่ตรงศาลาต่างทั้งหลายต่างก็จ้องมองไปยังกรงที่ได้เห็น

"หนีเร็ว! นั่นมันมหาวายร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในปฐพี ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า! "

"ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? "

"พวกเจ้ายังจะยืนเฉยไปเพื่ออะไรกัน? รีบหนีเร็วเข้า! "

ในตอนนั้นผู้ฝึกยุทธทั้งหลายก็ได้รู้แล้วว่าสาวน้อยที่พิชิตชั้นเก้าของเจดีย์ลอยฟ้าได้อย่างง่ายดายคือใคร หญิงสาวที่มาจากตระกูลอันสูงศักดิ์อย่างงั้นหรอ? ช่างไร้สาระอะไรแบบนี้! ในขณะนี้ไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวไปกว่าวายร้ายที่แกล้งทำเป็นคนดีไปได้!

ผู้ฝึกยุทธตาขาวทั้งหลายได้แต่คุกเข่าลง พวกเขาไม่มีความกล้ามากพอที่แม้แต่จะคิดเคลื่อนไหว

เพียงแค่เวลาสั้นๆ ผู้ฝึกยุทธมากกว่าครึ่งก็ได้หายตัวไปอย่างรวดเร็ว มีผู้ฝึกยุทธที่กล้าหาญพอเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หลบอยู่หลังเสาอยู่

ในขณะเดียวกันเยี่ยนซานในตอนนี้กำลังวิ่งตรงไปที่ป่า

ลู่โจวยังคงยืนอยู่ที่ชั้นบนสุดของเจดีย์ลอยฟ้า ด้วยสถานที่ที่อยู่สูงทำให้ตัวเขามีทัศนวิสัยที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเยี่ยนซานจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสักแค่ไหน มันก็ไม่อาจที่จะหนีไปจากพลังของลู่โจวได้ ตัวเขาได้โบกมือไปบนอากาศอีกครั้ง ในตอนนั้นเองการ์ดพิเศษก็ได้ถูกใช้ไป กรงผนึกกักขังถึง 2 กรงได้ตรงไปหาเยี่ยนซาน

ถ้าหากนับรวมกับกรงผนึกอันแรก ในตอนนี้เท่ากับว่ามีกรงผนึกถึง 3 กรงแล้ว

ท่านหญิงเจดและฮั๊วยู่จิงที่เห็นแบบนั้นต่างก็ตกตะลึง

'นี่มันเคล็ดวิชาอะไรกัน? ทำไมเคล็ดวิชานี้ถึงสามารถใช้ได้ไกลถึงขนาดนี้? เวทมนตร์คาถาอย่างงั้นหรอ? ไม่สิ เป็นเคล็ดวิชาลับอย่างงั้นสินะ? หรือบางทีมันอาจจะเป็นเคล็ดวิชาที่เทพแห่งมือธนูเท่านั้นที่จะรู้ได้? ' ฮั๊วยู่จิงเป็นหนึ่งในเทพมือธนูทั้งสามจากเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่านางจะมีความสามารถในเรื่องของการใช้ธนูมากแค่ไหน แต่เมื่อระดมสมองทั้งหมดคิดทบทวนกับวิชาที่ได้เห็น นางก็ไม่รู้จักเคล็ดวิชานี้อยู่ดี แม้ว่านางจะไม่ได้เรียกเคล็ดวิชามากมายหลายอย่างจนเชี่ยวชาญ แต่จากประสบการณ์ในฐานะที่เป็นมือธนูฮั๊วยู่จิงไม่เคยที่จะเห็นเคล็ดวิชาอะไรแบบนี้มาก่อน

หมิงซี่หยินดูเหมือนจะอ่านใจของฮั๊วยู่จิงออก "เจ้าจะมาเพื่อสะสางเรื่องเข้าใจผิดที่มีต่อศาลาปีศาจลอยฟ้าสินะ ทำไมเจ้าถึงไม่รีบทำตั้งแต่ก่อนหน้านี้ล่ะ? "

เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของฮั๊วยู่จิงก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ท่านหญิงเจดเองก็ถึงกับผงะด้วยความตกใจ

ฮั๊วยู่จิงได้โค้งคำนับก่อนที่จะตอบกลับไป "ข้าเป็นคนที่มีจิตใจลังเลเอง ได้โปรดให้อภัยกับข้าด้วย ท่านผู้อาวุโส"

ลู่โจวได้โบกแขนออกมาอย่างไม่ใส่ใจ "ลืมมันไปซะเถอะ"

แม้ว่าฮั๊วยู่จิงจะเคลื่อนไหวจริงๆ ลำพังนางคงจะใช้ธนูหยุดเยี่ยนซานไม่ได้แน่ ไหวพริบของเยี่ยนซานมันอยู่เหนือเกินความคาดหมายของลู่โจวไปแล้ว

ผนึกกรงกักขังได้พุ่งหาเป้าหมายของมัน ในตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคแล้วว่าจะใช้การผนึกได้สำเร็จไหม

ในขณะที่ลู่โจวจ้องมองกรงผนึกที่กำลังลอยไปไกล ตัวเขาก็ได้พูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ "เจ้าจะหนีไปได้อย่างงั้นหรอ? "

ลู่โจวได้โบกแขนขึ้น ในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงคำรามดังจากที่ใกล้ๆ เจดีย์ลอยฟ้า

ในวินาทีนั้นบี่เอี๊ยนก็ได้ปรากฏตัวขึ้น มาได้ปรากฏตัวออกมาจากหมู่เมฆ

"สัตว์ขี่ในตำนาน! " ท่านหญิงเจด, ฮั๊วยู่จิง และทหารทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างของเจดีย์ลอยฟ้าต่างก็จับจ้องไปที่บี่เอี๊ยน รูปลักษณ์ของบี่เอี๊ยนรวมไปถึงความเร็วของมันไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่พวกเขาเคยพบมาก่อน

ในทางกลับกันเหล่าศิษย์สาวกของลู่โจวต่างก็เคยชินที่จะได้เห็นสัตว์ขี่ในตำนานซะแล้ว

ลู่โจวได้กระโดดไปที่บี่เอี๊ยนก่อนที่จะไล่ตามเยี่ยนซานไป

"พวกเราจะรอฟังข่าวดีเอง ท่านอาจารย์! " ศิษย์สาวกทั้งสามของลู่โจวต่างก็พูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

แม้ว่าจะใช้การ์ดกรงผนึกกักขังไปถึง 3 ใบ แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถจับตัวของเยี่ยนซานได้ไหม ท้ายที่สุดแล้วเรื่องของความน่าจะเป็นก็ไม่สามารถที่จะพึ่งพาได้ จากประสบการณ์ของลู่โจวที่ดวงซวยมาโดยตลอด เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงตัดสินใจที่จะติดตามไป ในตอนแรกลู่โจวไม่ได้คิดที่จะไล่ตามเยี่ยนซานต่อไปถ้าหากการ์ดกรงผนึกกักขังของเขาใช้ไม่ได้ผล แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยนซานแล้วทำให้ลู่โจวเปลี่ยนการตัดสินใจไป

ในฐานะที่เป็นถึงปรมาจารย์ของศาลาปีศาจลอยฟ้า มหาวายร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก ลู่โจวจะไม่ยอมปล่อยให้เยี่ยนซานที่พูดแบบนั้นได้หนีรอดไปได้แน่

ด้วยบี่เอี๊ยนที่ลู่โจวมีการที่จะไล่ตามเยี่ยนซานไปจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ในตอนนี้กรงผนึกกักขังได้เล็งไปที่เยี่ยนซานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าเยี่ยนซานจะฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยมมากขนาดไหนแต่การจะเอาชนะบี่เอี๊ยนได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่

ลู่โจวได้ขี่บี่เอี๊ยนก่อนที่จะไล่ตามกรงผนึกทั้งหมดที่กำลังลอยไป

กรงผนึกกรงแรกในตอนนี้ได้ขยายกว้างขึ้นกว่าหลายสิบเมตรแล้ว มันยังไม่หยุดขยายแต่เพียงเท่านั้น กรงผนึกยังคงขยายขนาดต่อไป

บี่เอี๊ยนได้เหาะไปอย่างรวดเร็ว มันตามกรงผนึกกักขังทั้งหมดทันได้ในชั่วพริบตา

ลู่โจวได้สำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวไปด้วยในระหว่างที่ขี่บี่เอี๊ยนอยู่ รอบตัวของเขาเป็นป่ารกทึบจนเกินไป ใบไม้พวกนั้นได้บดบังทัศนวิสัยของตัวเขาเป็นอย่างดี

โชคดีที่ลู่โจวในตอนนี้มีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าความดุร้ายของบี่เอี๊ยนที่เคยมีจะไม่ได้ส่งผลอะไรมากกับตัวเขาอีกต่อไป

ลู่โจวค่อยๆ ลดระดับความสูงของตัวเองลงมา

ในขณะเดียวกันทุกคนที่อยู่ที่เจดีย์ลอยฟ้าต่างก็มองไม่เห็นกรงผนึกของลู่โจวอีกต่อไป

พวกเขาทุกคนได้แต่รอคอยอย่างเงียบงันต่อไป

ในขณะเดียวกันเยี่ยนซานในตอนนี้กำลังพุ่งไปพุ่งมาระหว่างต้นไม้ต่างๆ ตัวเขาได้หัวเราะออกมาเบาๆ "แม้แต่สำนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักลั่วผนึกกำลังกัน สำนักใหญ่ทั้งสามก็ไม่อาจที่จะจับตัวข้าได้...ท่านคิดว่าท่านจะจับข้าจากในระยะนั้นได้จริงๆ อย่างงั้นหรอ? "

ความเร็วของเยี่ยนซานเองไม่ใช่ความเร็วที่เชื่องช้าเลย มันเป็นความเร็วที่อยู่เหนือความคาดหมายของลู่โจวจนน่าตกใจ

หลังจากที่วิ่งไปได้ไกลกว่า 20 ไมล์ เยี่ยนซานก็เริ่มที่จะชะลอความเร็วลง พลังวรยุทธที่เยี่ยนซานมีอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น แต่ในแง่ของความเร็วเยี่ยนซานคนนี้สามารถใช้ความเร็วได้เหมือนกับเหล่ายอดฝีมือผู้ที่มีพลังวรยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากเยี่ยนซานไม่ได้หยุดพักระหว่างทาง ไม่มีทางเลยที่จะมีผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์คนไหนไล่ตามตัวเขาได้ทัน

พรึ๊บ!

กรงผนึกกักขังกำลังพุ่งเข้าหาเยี่ยนซาน แต่ไม่ทันที่จะได้ผนึกการเคลื่อนไหวของเยี่ยนซานเอาไว้ได้ พลังนั้นก็ได้หายไปซะก่อน

เยี่ยนซานที่เห็นแบบนั้นรู้สึกงุนงง 'พลังนั่นหายไป? ' ตัวเขาที่ยังคงครุ่นคิดถึงพลังที่หายไปในตอนนั้นก็ได้มีพลังแสงสีทองปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

เยี่ยนซานที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่นี่มันแปลกจนเกินไป ตัวเขานึกย้อนกลับไปที่เจดีย์ลอยฟ้าที่เพิ่งจะจากมา ปรมาจารย์จากศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็เคยใช้เคล็ดวิชาแบบนี้เหมือนกัน แต่ถึงแบบนั้นมันก็ได้จางหายไปซะก่อน

"เยี่ยนซาน..." เสียงเรียกอันแหบห้าวได้ไล่ตามหลังของเยี่ยนซานมา ตัวเขาที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้หันกลับไปตามสัญชาตญาณ สิ่งที่ตัวเขาได้เห็นมีเพียงชายชราคนหนึ่งที่กำลังขี่บี่เอี๊ยนกำลังพุ่งตรงมา

"ซวยแล้ว! " ในตอนนั้นร่างกายของเยี่ยนซานได้เต็มไปด้วยพลังลมปราณ ตัวเขาที่เห็นลู่โจวไล่ตามมารีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

บี่เอี๊ยนที่เห็นเป้าหมายได้คำรามออกมาอย่างสุดเสียง

โฮกกกกกกกกกกกก!

ต้นไม้กว่าหลายต้นได้ล้มลงเพราะเสียงคำรามของบี่เอี๊ยน ในวินาทีนั้นเองคลื่นพลังก็ได้กระแทกเข้ากับหลังของเยี่ยนซานไป

พรึ๊บ!

ทันทีที่ถูกพลัง ที่ริมฝีปากของเขาก็ได้กระอักเลือดออกมา เยี่ยนซินที่ถูกการโจมตีไปได้หายตัวไปในกลางอากาศ

"ขุดดินหนีสินะ!? " ลู่โจวได้สั่งให้บี่เอี๊ยนหยุด ตัวเขาไม่ได้รีบร้อนที่จะจับตัวเยี่ยนซาน

กรงผนึกที่ลู่โจวได้ปล่อยออกมาในท้ายที่สุดแล้วมันก็จะตามตัวเยี่ยนซานเอง

ลู่โจวรู้จักวิชาขุดดินหนีนี้ดี การที่จะขุดดินเพื่อหลบหนีจากการต่อสู้ได้ ความเร็วของคนคนนั้นจะลดลงไปเป็นอย่างมาก และหนำซ้ำการที่จะอยู่ในใต้ดินยังใช้พลังลมปราณปริมาณมากอีกด้วย

ด้วยความสามารถที่บี่เอี๊ยนมี การที่เยี่ยนซานจะหลบหนีไปได้คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าเขาจะติดปีกหนีก็ตาม แต่ยังไงซะเยี่ยนซานก็คงจะหนีไม่รอดแน่

กรงผนึกกรงที่สองได้ร่วงลงต่อหน้าลู่โจว มันอยู่ห่างออกไปเพียง 20 เมตรเท่านั้น เมื่อมันร่วงลงสู่พื้น พลังกรงผนึกก็ได้หายไป

กรงผนึกกรงที่สามได้มาถึงในทันที กรงผนึกที่มาถึงเป้าหมายได้ขยายตัวออกจนกว้างขวาง มันได้ขยายตัวออกราวกับตาข่าย ตาข่ายพลังสีทองได้ล้อมเป้าหมายจากทั่วทิศทางได้ ดูเหมือนว่ากรงผนึกกักขังนี้จะใช้ได้ผล

ภาพที่ลู่โจวได้เห็นชวนให้ตัวเขานึกย้อนไปถึงภาพที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ภาพที่ฝานซุยเหวินถูกกรงผนึกกักขังควบคุมตัวเองไว้ ภาพในครั้งนั้นยังคงติดตราตรึงใจลู่โจว

แม้ว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะแกร่งกล้าสักแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็คงจะไม่อาจที่จะเทียบกับพลังธรรมชาติได้

ลู่โจวเห็นแล้วว่าจุดที่กรงผนึกกักขังอยู่ที่ไหน จุดที่กรงผนึกกักขังทำงานอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ตัวเขาพบเยี่ยนซานไม่เท่าไหร่

ตาข่ายที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้าได้ทำให้ต้นไม้กว่าหลายร้อยต้นล้มลงในทันที ต้นไม้ที่ได้ล้มลงรวมไปถึงเศษซากต่างก็ถูกกรงผนึกกักขังที่เป็นตาข่ายเลื่อนผ่านไป

ไม่นานนักผืนดินแห่งหนึ่งที่ถูกตาข่ายล้อมรอบเอาไว้ก็ได้ปรากฏขึ้นที่ใจกลางป่า

เมื่อตาข่ายพลังสีทองได้จมลงสู่พื้นดิน ในตอนนั้นเองเสียงร้องครวญครางก็ได้ดังขึ้น "อ๊ากกกก! "

กรงผนึกกักขังได้จับเป้าหมายไว้ด้วยพลังของมัน

ลู่โจวได้สั่งให้บี่เอี่ยนร่อนลงสู่พื้น หลังจากนั้นมันก็ได้วิ่งไปหาเป้าหมายอย่างเชื่อฟัง

ลู่โจวเดินไปยังจุดที่กรงผนึกกักขังตกลงมา

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่ถูกพลังของกรงผนึกกักขังพันธนาการเอาไว้ได้คนคนนั้นก็จะถูกผนึกพลังวรยุทธที่เคยมีไปด้วย มันเป็นเหมือนกับฝานซุยเหวิน ดังนั้นลู่โจวจึงไม่ต้องกลัวเยี่ยนซานคิดหนีอีกต่อไป ตัวเขาได้อดทนรออย่างใจเย็นในขณะที่ลูบเคราไปด้วย

ร่างของเยี่ยนซานค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากพื้นดิน ในตอนนั้นเองตัวเขาก็ยังคงร้องครวญครางไม่หยุด

ลู่โจวที่เห็นเยี่ยนซานเป็นฝ่ายที่เริ่มพูดขึ้น "เยี่ยนซาน เจ้าพยายามที่จะหนีข้าอยู่อย่างงั้นสินะ? "

เยี่ยนซานไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมา ตัวเขาได้แต่ร้องไห้ต่อไปเท่านั้น

ลู่โจวได้โบกแขนของตัวเองขึ้น ในตอนนั้นเองบี่เอี๊ยนก็ได้คำรามออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนที่มันจะวิ่งไปที่พื้นด้วยกรงเล็บอันแหลมคม

บี่เอี๊ยนได้ใช้เวลาไม่นานก่อนที่จะขุดเยี่ยนซานออกมาจากพื้นดินทั้งหมดได้

เมื่อบี่เอี๊ยนแยกเขี้ยวใส่เยี่ยนซาน ตัวเขาก็ได้แต่ตกใจกลัวจนร้องไห้ออกมาอีก

"ไม่ ไม่...ท่านผู้อาวุโส! ได้โปรดเมตตาข้าด้วย! ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะท่านผู้อาวุโส! " เยี่ยนซานได้แต่ร้องขอความเมตตาออกมา เมื่อเห็นมหาวายร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยืนอยู่ใกล้ๆ เยี่ยนซานก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ตัวเขาไม่เคยรู้สึกถึงความกลัวที่มีมากมายถึงขนาดนี้ในตลอดชีวิต แม้ว่าเยี่ยนซานอยากที่จะเคลื่อนไหวมากแค่ไหนสุดท้ายแล้วตัวเขาก็ไม่อาจที่จะทำได้ ดูเหมือนว่าพลังของกรงผนึกกักขังจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปร่างของเป้าหมายเอง

"พาเจ้านี้ไปด้วย" บี่เอี๊ยนที่ได้รับคำสั่งแบบนั้นได้อุ้มเยี่ยนซานขึ้นมาด้วยขากรรไกรทั้งสองข้างของมัน

ในตอนนั้นเองทุกคนนอกเหนือจากหมิงซี่หยิน, ต้วนมู่เฉิง และหยวนเอ๋อต่างก็รอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่เจดีย์ลอยฟ้า

หลังจากนั้นไม่นานท่านหญิงเจดก็ได้พูดออกมา "ท่านผู้อาวุโสอายุมากแล้ว การที่จะจับหนูที่คล่องแคล่วปราดเปรียวอย่างเยี่ยนซานได้คงจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหน่อยอย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หิยนได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ "ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นไปหรอก ความสามารถของท่านอาจารย์ข้าเหนือล้ำกว่าผู้ใด ท่านน่ะจะต้องตกตะลึงมากกว่าถ้าหากเยี่ยนซานสามารถหลบหนีไปได้"

"ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ได้โปรดยกโทษให้กับข้าด้วยเถอะ"

ไม่นานมากนักลู่โจวก็ได้ขี่บี่เอี๊ยนกลับมายังเจดีย์ลอยฟ้าจากทางทิศเหนือ

ทุกๆ คนต่างก็จับจ้องไปที่คนคนหนึ่งที่ถูกบี่เอี๊ยนคาบไว้ คนคนนั้นเป็นผู้สืบทอดของสำนักนักล้วง เยี่ยนซานที่เพิ่งจะวิ่งหนีไปไม่ผิดแน่

เมื่อผู้ฝึกยุทธทั้งหมดได้เห็นแบบนั้นต่างก็รู้สึกตกใจ

"เยี่ยนซานถูกจับ! "

"ผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของสำนักนักล้วงถูกจับตัวแล้ว! "

แม้ว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความแข็งแกร่ง แต่ถึงแบบนั้นเยี่ยนซานเองก็มีชื่อเสียงในเรื่องของไหวพริบเช่นกัน เยี่ยนซานคนนี้สามารถหลบหนีจากการตามล่าของเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายที่มาจากสำนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักลั่วได้หลังจากที่ไปขโมยของพวกเขามา

ในแง่ของไหวพริบ เยี่ยนซานเป็นคนที่มีไหวพริบมากกว่าฝานซุยเหวิน ผู้นำของเหล่าอัศวินดำซะอีก ฝานซุยเหวินเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง เมื่อมีปัญหาอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้น ฝานซุยเหวินก็จะสามารถใช้พลังของตัวเองแก้ไขปัญหาได้อย่างง่ายดาย สำหรับเยี่ยนซานแล้วเขาไม่ใช่แบบนั้น ตัวเขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น แม้ว่าพลังวรยุทธของเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรแต่ถ้าจะพูดในเรื่องของการวางแผนและการแก้ไขปัญหา เยี่ยนซานคนนี้มีเหนือกว่ายอดฝีมือหลายคนมาก

ท่านหญิงเจดลุกขึ้นยืนในทันที

ฮั๊วยู่จิงก็ได้คว้าธนูคู่ใจเอาไว้ข้างกาย

บี่เอี๊ยนได้บินกลับเข้าไปที่เจดีย์ลอยฟ้าก่อนที่จะปล่อยตัวเยี่ยนซานออกมาจากปาก มันไม่ได้สนใจอะไรชีวิตของเยี่ยนซานเลย

แม้แต่ท่านหญิงเจดเองก็ยังรู้สึกกลัวสัตว์ขี่ตัวนี้

"ดูเหมือนกาลเวลาจะทำอะไรท่านไม่ได้สินะ ท่านผู้อาวุโส"

'พูดแบบนี้มันหมายความว่าอะไรกันแน่? '

ที่บนเจดีย์ลอยฟ้า ทั้งต้วนมู่เฉิงและหยวนเอ๋อต่างก็ไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดที่ได้ยิน แต่สำหรับหมิงซี่หยินตัวเขากลับไม่ได้คิดแบบนั้น คำพูดที่ได้พูดมาเป็นเหมือนกับคำพูดที่ใช้ดูถูกผู้เป็นอาจารย์ของตัวเขาก็ว่าได้

ต้วนมู่เฉิงและหยวนเอ๋อโค้งคำนับให้กับลู่โจว

ท่านหญิงเจดได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดออกมา "พลังความแข็งแกร่งของท่านยังอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ เป็นบุญของข้าแล้วที่ได้เห็นกับตาตัวเอง"

ฮั๊วยู่จิงได้คารวะลู่โจวโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ลู่โจวเดินไปที่โต๊ะหินตัวหนึ่งก่อนที่จะนั่งลง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เยี่ยนซานที่กำลังนอนอยู่บนเพื่อน "เยี่ยนซาน ข้ามีคำถามที่อยากจะถามเจ้า...สิ่งที่เจ้าจะต้องทำมีเพียงตอบคำถามของข้า"

"ได้ ได้เลย..." เยี่ยนซานได้พยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นก่อนที่จะคุกเข่าอยู่บนพื้น ตัวเขาในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

"เศษเสี้ยวฟากฟ้าที่เหลือในตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน? " ลู่โจวได้ถามออกมาตรงๆ

เยี่ยนซานที่ได้ฟังคำถามได้แต่กลืนน้ำลาย ตัวเขาได้ก้มศีรษะลงก่อนที่จะตอบกลับมา "เศษเสี้ยวฟากฟ้าทั้ง 3 ส่วนอยู่ที่พระราชสำนัก แต่เศษเสี้ยวสองส่วนอยู่ที่เจดีย์ลอยฟ้า...เศษเสี้ยวฟากฟ้าอีกส่วนอยู่ในมือของม่อหลี่ผู้ที่มาจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์ และเศษเสี้ยวฟากฟ้าอีกหนึ่งอยู่ในมือของวิหารแห่งความว่างเปล่า..."

เศษเสี้ยวฟากฟ้าที่วิหารแห่งความว่างเปล่ามีเป็นเศษเสี้ยวฟากฟ้าที่ลู่โจวได้มาจากนักบวชของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ ส่วนเศษเสี้ยวฟากฟ้าอีก 3 ส่วนที่อยู่ในพระราชสำนักต่อไป 1 ในนั้นเจียงอาเฉียนเป็นผู้ที่นำออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หยวนเอ๋อเองได้รับเศษเสี้ยวฟากฟ้ามาจากเจดีย์ลอยฟ้าอีก 2 ส่วนแล้วด้วย เท่ากับว่ายังมีเศษเสี้ยวฟากฟ้ากว่าอีก 3 ส่วนที่ยังไม่รู้ที่อยู่

ลู่โจวได้แต่นั่งลงอย่างเงียบๆ ตัวเขาได้รอให้เยี่ยนซานพูดต่อไป

เยี่ยนซานเงยหน้าขึ้นมองไปที่ท่านหญิงเจดที่กำลังนั่งอยู่ใกล้ๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดออกมา "ส่วน...เศษเสี้ยว...อะ...อีกสามส่วน..." เยี่ยนซานได้พูดออกมาอย่างตะกุกตะกักฟังดูไม่มีความหมาย

หมิงซี่หยินได้เตะไปที่เยี่ยนซาน "หยุดลีลาได้แล้ว! พูดออกมาซะ! "

เยี่ยนซานพึมพำต่อไป "ขะ...ข้าควร...ข้าควรที่จะพูดดีไหม..." เยี่ยนซานรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ควรที่จะเปิดเผยเท่าไหร่นัก

ในตอนนั้นเองท่านหญิงเจดที่กำลังนั่งอยู่ก็ได้พูดออกมาอย่างเย็นชา "เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าควรพูดไม่ควรพูดอะไร? "

ลู่โจวได้เหลือบมองไปที่ท่านหญิงเจดแทน "เจ้ารู้ได้ยังไงกันว่าเจ้านี้ก็คือเยี่ยนซาน? "

หัวใจของท่านหญิงเจดเต้นรั่ว แต่ถึงแบบนั้นใบหน้าของนางก็ยังเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอยู่ "ข้าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องของการฝึกยุทธ ข้าไม่รู้หรอก"

เมื่อถึงตอนนี้หมิงซี่หยินก็ดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว "เข้าเข้าใจแล้ว"

"อธิบายออกมาซะ"

"ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะเกิดขึ้น จะต้องติดตั้งตะขอทั้งหลาย, ว่าว รวมไปถึงเครื่องมือทั้งหมดที่แม่น้ำเอาไว้ซะก่อน...เนื่องจากเจ้าของเจดีย์ลอยฟ้ามาจากเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ เพราะแบบนั้นการที่เจ้านั่นจะร่วมมือกับทางพระราชสำนักคงจะไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เยี่ยนซานเพียงคนเดียวคงจะไม่อาจก่อเรื่องทั้งหมดขึ้นมาได้ นั่นก็หมายความว่ามีคนที่คอยสนับสนุนเยี่ยนซานอยู่! " หมิงซี่หยินได้วิเคราะห์เรื่องทั้งหมดออกมา

ท่านหญิงเจดได้ปรบมือก่อนที่จะพูดออกมา "เรื่องนี้มันช่างสมเหตุสมผลยิ่งนัก...ถ้าเช่นนั้นจะเป็นใครไปได้? "

"จะต้องเป็นผู้ที่ผิดใจกับศาลาปีศาจลอยฟ้า คนคนนั้นจะต้องรู้จักเจดีย์ลอยฟ้าเป็นอย่างดีด้วย..."

ในวินาทีนั้นเองจู่ๆ เยี่ยนซานก็ได้กระโดดไปที่นอกหน้าต่าง

ฮั๊วยู่จิงที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว "คิดจะหนีอย่างงั้นหรอ? ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก! " นางได้ง้างสายธนูขึ้น ในตอนนั้นเองพลังลมปราณสีทองก็ได้ก่อตัวกันก่อนที่จะพุ่งไปทางเยี่ยนซาน

ฮั๊วยู่จิงได้ทำเรื่องทั้งหมดเพียงอึดใจเดียว

พรึ๊บ!

เงานับพันของหอกราชันย์ได้ขวางลูกศรลูกนั้นเอาไว้ ต้วนมู่เฉิงได้ตีลังกากลางอากาศก่อนที่จะทำให้ลูกศรพลังลมปราณของฮั๊วยู่จิงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ในขณะเดียวกันสายสะพายนิพพานสีแดงสดก็ได้พุ่งตรงออกไปก่อนที่จะคว้าตัวของเยี่ยนซานเอาไว้ได้

หยวนเอ๋อได้คว้าตัวของเยี่ยนซานที่อยู่กลางอากาศกลับมาได้ "ท่านอาจารย์...นี่มันไม่ได้สุดยอดไปเลยหรอ? "

เป็นเพราะพลังวรยุทธของเยี่ยนซานถูกผนึกเอาไว้ แม้ว่าเขาจะกระโดดหนีออกไปที่นอกหน้าต่างแต่ถึงแบบนั้นเขาจะวิ่งหนีไปได้ยังไงกัน?

ลู่โจวมองไปที่ฮั๊วยู่จิงก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าพยายามที่จะปิดปากเขาอย่างงั้นหรอ? "

ฮั๊วยู่จิงได้ก้าวถอยหลังกลับไป ตัวของนางสั่นไปทั้งตัว "ข้าน้อยไม่กล้า ข้าเพียงแต่อยากช่วยท่านผู้อาวุโสก็เท่านั้น! " แม้ว่านางจะเป็นเทพแห่งมือธนู แต่ในการต่อสู้ระยะประชิดแบบนี้ต้วนมู่เฉิงสามารถเอาชีวิตนางไปได้ทุกเมื่อ

ตอนนี้เจดีย์ลอยฟ้าได้เงียบลงอย่างน่าประหลาด และเพราะความเงียบงันทำให้สถานการณ์ทั้งหมดดูตึงเครียดขึ้นมา

แม้แต่ท่านหญิงเจดเองก็ไม่กล้าที่จะหายใจออกมาแรงๆ ในตอนนี้เรื่องทุกอย่างอยู่เหนือความคาดหมายของนางไปหมดแล้ว

ลู่โจวยืนขึ้นมาก่อนที่จะเดินไปยังขอบเจดีย์ลอยฟ้าในขณะที่เอามือไขว้หลังอยู่ ตัวเขาเหลือบมองไปที่เยี่ยนซานที่กำลังถูกคว้าตัวอยู่ที่กลางอากาศ "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้อย่างงั้นหรอว่าเจ้าไม่กล้าที่จะพูด? "

หลังจากที่พูดจบลู่โจวก็ได้ยกฝ่ามือขึ้นมา ในตอนนั้นเองก็ได้มีพลังลมปราณปรากฏขึ้น...

ในตอนนั้นเองมือที่ถือธนูของฮั๊วยู่จิงเริ่มสั่น

"ท่านผู้อาวุโส! " ฮั๊วยู่จิงได้ตะโกนออกมา

พรึ๊บ!

แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรชายผู้ใช้พลังลมปราณสีเขียวก็ได้ขวางหน้านางเอาไว้ก่อน หมิงซี่หยินได้ซัดฝ่ามือไปที่ฮั๊วยู่จิง

ฮั๊วยู่จิงที่ได้รับพลังฝ่ามือไปได้หมุนตัวกลางอากาศก่อนที่จะพุ่งหาลู่โจวด้วยธนูที่อยู่ในมือ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 206 ไม่มีที่ให้หนีแล้ว เยี่ยนซาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว