เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 สัตว์อสูร

บทที่ 30 สัตว์อสูร

บทที่ 30 สัตว์อสูร


บทที่ 30 สัตว์อสูร

สองปู่หลานเดินกลับบ้านไปตามท้องถนนท่ามกลางแสงจันทร์

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสามทุ่มกว่าแล้ว ผู้คนที่วุ่นวายมาทั้งวันต่างเดินสวนกันไปมา ลากพาร่างกายที่เหนื่อยล้าโดยไม่มีใครสนใจใคร

เมื่อถึงหัวมุมถนน เซี่ยงชิงเต๋อบอกให้เซี่ยงเป่ยเฟยกลับไปก่อน เพราะเขาต้องแวะไปคุยธุระกับเถ้าแก่ร้านขายของชำ

เซี่ยงเป่ยเฟยเดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนนเพียงลำพัง บ้านของเขาอยู่ไม่ไกลนัก แค่เดินทะลุตรอกนี้ไปก็ถึงแล้ว

วันนี้ในตรอกค่อนข้างเงียบสงัด ราวกับไม่มีใครสัญจรผ่านไปมา ไฟถนนในตรอกก็เสีย ทิ้งให้ถนนทอดยาวตกอยู่ในความมืดมิดและวังเวง

แต่ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยที่เกาะอยู่บนไหล่ก็เกาหูเซี่ยงเป่ยเฟยอย่างระแวดระวังแล้วเห่าขึ้นสองครั้ง

"มีอะไรเหรอ?"

เซี่ยงเป่ยเฟยเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขามองลึกเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า ที่ซึ่งมีกลิ่นอายอันน่าขนลุกแผ่ซ่านออกมาจางๆ

ตอนนี้เขายังไม่มีพลังรบมากนัก และไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอันตรายที่ไม่รู้จักแบบนี้ เขาจึงหันหลังกลับเตรียมจะวิ่งไปทางที่มีแสงสว่าง

ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวขา เสียงขู่คำรามต่ำๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาดำทะมึนที่พุ่งทะยานออกจากความมืดราวกับพายุพัดโหมเข้าใส่เขา

เซี่ยงเป่ยเฟยเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ รอดพ้นจากการโจมตีมาได้ เงาดำนั้นพลาดเป้า มันรีบตั้งหลักแล้วหันกลับมาจ้องมองเขา

ตอนที่เขาวิ่งหลบมาทางนี้ แสงไฟสลัวจากตึกรามบ้านช่องใกล้เคียงสาดส่องลงมาพอดี ช่วยขับไล่ความมืดออกไปได้บ้าง อาศัยแสงสว่างนั้น เขาจึงพอมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเงาดำนั้นได้ลางๆ

มันเป็นสัตว์ที่มีความสูงประมาณหนึ่งเมตร รูปร่างหน้าตาคล้ายสุนัขตัวใหญ่สีเหลือง แต่สุนัขตัวนี้มีเขี้ยวยาวถึงสองนิ้ว ขนบนตัวชี้ชันราวกับหนามแหลม และข้อต่อของแขนขาทั้งสี่ก็มีกระดูกงอกโปนออกมาคล้ายกับใบมีด

"นี่คือสัตว์อสูรงั้นเหรอ?"

เซี่ยงเป่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

เขารู้ว่าโลกใบนี้มีสัตว์อสูรทรงพลังมากมายที่มีพลังต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว คอยรุกรานอาณาเขตของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ตามปกติแล้วสัตว์อสูรเหล่านี้จะไม่ปรากฏตัวในเขตที่อยู่อาศัย พวกมันถูกปิดกั้นไว้อยู่ในเขตแดนรกร้างนอกจิ่วโจว และในอาณาเขตของจิ่วโจวก็มีผู้บุกเบิกและกองกำลังพิทักษ์คอยกำจัดสัตว์อสูรที่เล็ดลอดเข้ามา

สถานที่ที่เซี่ยงเป่ยเฟยอยู่นั้นคือเขตปลอดภัย ตามหลักแล้วไม่ควรมีสัตว์อสูรปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้เลย และถึงจะมี พวกมันก็ควรจะถูกสำนักงานบังคับใช้กฎหมายกำจัดไปแล้ว

แล้วสุนัขกลายพันธุ์ตรงหน้าเขานี่มันหมายความว่ายังไงกัน?

จู่ๆ เสี่ยวเฮยก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง มันหันขวับไปมองต้นไม้ริมทางในความมืด แล้วส่งเสียงเห่าอีกสองครั้ง

เซี่ยงเป่ยเฟยหันไปมองตาม แต่ก็ไม่พบใคร

ทว่า เขากลับมองเห็นหน้าต่างระบบบานหนึ่งซ่อนเร้นอยู่บนยอดไม้อย่างชัดเจน

หน้าต่างระบบบานนี้ แม้จะอยู่ในความมืดมิด แต่มันกลับเปล่งแสงสว่างวาบเข้าตาเซี่ยงเป่ยเฟย

ราวกับประภาคารในยามค่ำคืนที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง

เซี่ยงเป่ยเฟยสามารถมองเห็นระบบของใครก็ได้ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นหน้าตาของคนคนนั้นก็ตาม

"คนคนนี้เป็นใครกัน?"

เซี่ยงเป่ยเฟยขมวดคิ้ว จ้องมองหน้าต่างระบบด้วยความอยากรู้อยากเห็นข้อมูลที่อยู่บนนั้น

แต่น่าเสียดายที่หน้าต่างระบบถูกกิ่งไม้บดบังไว้ แถมยังมีระยะห่างอยู่พอสมควร เขาจึงไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของระบบได้อย่างชัดเจน

ในเวลานี้ สถานการณ์ตรงหน้าไม่เปิดโอกาสให้เซี่ยงเป่ยเฟยได้คิดอะไรมากนัก สุนัขกลายพันธุ์จ้องมองเขาเขม็งและพุ่งกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง

ฟึ่บ!

เซี่ยงเป่ยเฟยเบี่ยงหลบการโจมตีของสุนัขกลายพันธุ์ได้อีกครั้ง ใบมีดกระดูกของมันสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายเย็นเยียบ ฟาดฟันเข้าใส่เซี่ยงเป่ยเฟย เขาหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่ใบมีดกระดูกอันคมกริบก็ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นในพริบตา!

ความแข็งแกร่งของเขายังอยู่ในขอบเขตชักนำลมปราณขั้นต้นเท่านั้น ในขณะที่สุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้ดุร้ายเป็นอย่างมาก ทั้งพละกำลังและความเร็วของมันเหนือกว่าเขามาก

โชคดีที่เขามีความสามารถในการประยุกต์ความเข้าใจ

หลังจากที่หลบการโจมตีของสุนัขกลายพันธุ์ได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง:

— ร่างเดิมคือสุนัขจรจัด อายุสองปีสามเดือน กลายพันธุ์มาเป็นสุนัขกลายพันธุ์ พละกำลังและความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิมสิบเท่า การโจมตีหลักคือการใช้ใบมีดกระดูกที่ขา พลังสังหารจัดอยู่ในระดับต่ำสุดในบรรดาสัตว์อสูร จุดอ่อนของสุนัขกลายพันธุ์คือกระดูกอ่อนใต้ใบมีดกระดูก หากโจมตีถูกจุดนั้นจะทำให้ร่างกายของมันเป็นอัมพาตและสูญเสียพลังรบไปภายในห้านาที

"จุดอ่อนคือกะดูกอ่อนใต้ใบมีดกระดูกงั้นเหรอ?"

เซี่ยงเป่ยเฟยรีบจ้องมองไปที่ใบมีดกระดูกของมัน ใบมีดกระดูกของสุนัขกลายพันธุ์ยาวถึงหกนิ้ว หรือประมาณยี่สิบเซนติเมตร และการโจมตีของมันก็ดุดันสุดขีด

หากเขาไม่ได้อาศัยการประยุกต์ความเข้าใจเพื่อวิเคราะห์วิธีการโจมตีของสุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้อย่างรวดเร็วและหลบหลีกในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย เขาคงถูกโค่นลงไปนานแล้ว

แต่ถึงแม้จะรู้วิธีการโจมตีของอีกฝ่าย การหลบหลีกก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากอยู่ดี ความเร็วของอีกฝ่ายยังเร็วกว่าเขาอยู่ระดับหนึ่ง

เซี่ยงเป่ยเฟยไม่มีอาวุธที่เหมาะสมอยู่ในมือเลย สิ่งเดียวที่เขานึกออกคือการใช้ก้อนหิน

"โฮก!"

สุนัขกลายพันธุ์ยกใบมีดกระดูกขึ้นแล้วเตะเข้าใส่เซี่ยงเป่ยเฟยอย่างแรง เซี่ยงเป่ยเฟยพุ่งตัวหลบไปด้านข้างจนชนเข้ากับกำแพง และในจังหวะที่หน้าสิ่วหน้าขวานนั้น เขาก็คว้าอิฐก้อนหนึ่งมาได้พอดี

แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะใช้อิฐทุบไปที่ใบมีดกระดูกของสุนัขกลายพันธุ์ จู่ๆ เขาก็นึกถึงบุคคลลึกลับที่ซ่อนตัวสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ขึ้นมาได้

การปรากฏตัวของสุนัขกลายพันธุ์ที่นี่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลลึกลับคนนี้แน่ๆ

นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งกว่าเขา

หากอีกฝ่ายลอบโจมตีในขณะที่เขากำลังสาละวนอยู่กับการหลบหลีกสุนัขกลายพันธุ์ เขาคงไม่มีทางต่อต้านใดๆ ได้เลย

แต่ทำไมเจ้านั่นถึงเอาแต่ยืนดูโดยไม่ยอมลงมือจู่โจมล่ะ? หรือว่าเขามีข้อกังวลอะไรบางอย่าง?

เป็นเพราะไม่สะดวกที่จะลงมืออย่างนั้นหรือ?

หรือด้วยเหตุผลอื่นกันแน่?

"หรือว่าต้องการจะทดสอบความแข็งแกร่งของฉัน?"

ความเป็นไปได้มากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเซี่ยงเป่ยเฟยในชั่วพริบตา!

"เห็นเขาเล่าลือกันว่าอัจฉริยะที่มีระบบระดับ UR ทันทีที่ปลุกระบบได้ ก็ไม่ต้องทำภารกิจอะไรเลยและครอบครองพลังในขอบเขตควบคุมลมปราณขั้นปลายได้ในทันที มาดูกันสิว่า แกจะรับมือกับสุนัขกลายพันธุ์ระดับชักนำลมปราณขั้นกลางตัวนี้ได้ไหม"

เงาดำบนยอดไม้จ้องมองเซี่ยงเป่ยเฟยที่กำลังเผชิญหน้ากับสุนัขกลายพันธุ์พลางพึมพำกับตัวเอง

เขาได้รับคำสั่งให้มาสืบหาระดับพรสวรรค์ระบบของลูกชายเซี่ยงเทียนซิง ความแข็งแกร่งของอาจารย์ใหญ่หลี่หนานซิงนั้นเหนือกว่าเขา เขาจึงไม่สามารถสืบเรื่องนี้จากหลี่หนานซิงได้ ดังนั้นเขาจึงเริ่มลงมือจากตัวเซี่ยงเป่ยเฟยเอง

หากเซี่ยงเป่ยเฟยเป็นผู้ปลุกระบบระดับ UR จริง เขาจะต้องอยู่ในขอบเขตควบคุมลมปราณขั้นปลายแล้วเป็นแน่ และการฆ่าสุนัขกลายพันธุ์ตัวนี้ก็เป็นเรื่องง่ายดายเหลือล้น

เมื่อสุนัขกลายพันธุ์ถูกฆ่า พรสวรรค์ของเซี่ยงเป่ยเฟยก็จะได้รับการยืนยัน และเขาก็จะสามารถกลับไปรายงานได้

"ทำไมเขาถึงหลบหลีกอย่างยากลำบากขนาดนั้นล่ะ?"

เงาดำเริ่มรู้สึกสงสัย

ที่นี่ไม่มีใครอื่นเลย ดังนั้นเซี่ยงเป่ยเฟยไม่จำเป็นต้องซ่อนพรสวรรค์ของเขาเลยนี่นา

หรือว่าเขาจะปลุกระบบวิถีปราชญ์แทนที่จะเป็นระบบวิถียุทธ์?

แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้เป็นระบบวิถีปราชญ์ พรสวรรค์ระดับ UR ที่ก้าวไปถึงขอบเขตควบคุมลมปราณขั้นปลาย ต่อให้ไม่เก่งกาจเรื่องการต่อสู้ ก็น่าจะสามารถสลัดสุนัขกลายพันธุ์ระดับชักนำลมปราณขั้นกลางตัวนี้ให้หลุดไปได้ด้วยพลังวิญญาณของตัวเองสิ

แต่ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงได้หลบหลีกแบบทุลักทุเลขนาดนั้น แถมยังดูเหมือนไม่มีพลังวิญญาณเลยสักนิด?

หรือว่าข้อมูลจะผิดพลาด?

อีกฝ่ายเป็นแค่สวะระดับ N จริงๆ งั้นเหรอ?

ขณะที่เงาดำกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เซี่ยงเป่ยเฟยก็เปลี่ยนทิศทางและวิ่งตรงดิ่งมาทางต้นไม้ที่เขาซ่อนตัวอยู่อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน สุนัขกลายพันธุ์ก็กระโจนขึ้นสูงและพุ่งทะยานตามมาติดๆ เช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 30 สัตว์อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว