- หน้าแรก
- เมื่อระบบโกงอาละวาด
- บทที่ 22 ระดับ N มีน้อยยิ่งกว่าระดับ SR!
บทที่ 22 ระดับ N มีน้อยยิ่งกว่าระดับ SR!
บทที่ 22 ระดับ N มีน้อยยิ่งกว่าระดับ SR!
บทที่ 22 ระดับ N มีน้อยยิ่งกว่าระดับ SR!
ห้องทำงานของครูใหญ่ดูเรียบง่าย บนโต๊ะไม้สีขาวมีเอกสารจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ถัดไปเป็นของประดับสีเงินรูปสิงโตยืนตระหง่านอยู่บนหน้าผา ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนมัธยมปลายลู่เหอ ถ้วยชาบนโต๊ะยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่นอยู่
ผนังด้านหลังประดับประดาไปด้วยธงรางวัลและรูปถ่ายมากมาย
ผู้คนในรูปถ่ายล้วนแผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดา ดูเหมือนจะเป็นชนชั้นนำจากหลากหลายวงการ พวกเขากำลังจับมือและถ่ายรูปคู่กับครูใหญ่ มีอยู่สองสามคนที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ตอนนี้นึกไม่ออกว่าเป็นใคร
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องทำงานถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน มองดูแล้วสบายตายิ่งนัก
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยงเป่ยเฟยเข้ามาในห้องทำงานของครูใหญ่ เขาไม่ค่อยมีความประทับใจอะไรเกี่ยวกับครูใหญ่หลี่หนานซิงมากนัก เขาได้แต่ลอบสังเกตระบบของครูใหญ่หลี่หนานซิงอย่างเงียบๆ เพื่อตรวจสอบภารกิจระบบที่อีกฝ่ายเคยทำสำเร็จในอดีต
"นั่งสิ ไม่ต้องเกร็งหรอก" หลี่หนานซิงกล่าวพร้อมกับยิ้มและผายมือเชิญ
เซี่ยงเป่ยเฟยนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ
ตอนแรกเขาคิดว่าที่ครูใหญ่หลี่หนานซิงเรียกเขามาพบ ก็เพื่อจะทำภารกิจระบบบางอย่างที่ต้องดึงเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
ทว่า รายการภารกิจระบบของหลี่หนานซิงกลับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเซี่ยงเป่ยเฟยเลย
แล้วเรียกเขามาทำไมกัน?
"สบายดีไหม?"
หลี่หนานซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทอดสายตามองเซี่ยงเป่ยเฟยอย่างอ่อนโยน
"สบายดีครับ" เซี่ยงเป่ยเฟยตอบ
หลี่หนานซิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "ที่ครูเรียกเธอมาวันนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ไม่ต้องประหม่าไป ครูแค่จะมาให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกมหาวิทยาลัยตามระบบของเธอน่ะ"
"คำปรึกษาเรื่องระบบเหรอครับ?"
เซี่ยงเป่ยเฟยไม่ค่อยเข้าใจนัก
ขนาดหลิวเชี่ยนโหรวกับฉีปินที่อยู่ระดับ S ครูใหญ่ยังไม่ได้เรียกมาไต่ถามเป็นการส่วนตัวเลย แล้วทำไมถึงเจาะจงเรียกแค่เขาล่ะ?
หลี่หนานซิงมองเซี่ยงเป่ยเฟยแล้วเอ่ย "พอดีครูมีเวลาว่าง เลยอยากจะชี้แนะอะไรสักหน่อย เธอมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับระบบที่ปลุกขึ้นมาไหมล่ะ?"
เซี่ยงเป่ยเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกวาดตามองระบบของหลี่หนานซิงอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าไม่มีภารกิจใดที่เกี่ยวข้องกับตน จากนั้นจึงกล่าวว่า "ครูใหญ่ครับ ผมอยากทราบว่าการจะเข้าศึกษาในเก้ามหาวิทยาลัยชั้นนำนั้นมีข้อจำกัดอะไรบ้างไหมครับ? แค่ทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ก็พอ หรือว่าจำเป็นต้องปลุกระบบให้ได้ระดับที่กำหนดด้วย?"
"เก้ามหาวิทยาลัยชั้นนำงั้นรึ?"
หลี่หนานซิงชะงักไปเล็กน้อย
เขาไม่คิดเลยว่าเซี่ยงเป่ยเฟยจะไม่ถามเรื่องที่เกี่ยวกับระบบ แต่กลับมาถามเรื่องเกณฑ์การรับสมัครของมหาวิทยาลัยชั้นนำแทน
เขาตรวจสอบผลการเรียนของเซี่ยงเป่ยเฟยมาแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าย่ำแย่ถึงขีดสุด จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไปได้หรือเปล่าก็ยังพูดยาก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เด็กคนนี้ยังเป็นแค่ผู้ปลุกระบบระดับ N ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดด้านพรสวรรค์ที่สำคัญมาก
หลี่หนานซิงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามว่า "ภารกิจระบบแรกของเธอ คงไม่ใช่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำหรอกนะ?"
ระบบระดับ N มักจะมีความซับซ้อนยุ่งยาก บางครั้งก็มอบหมายภารกิจที่ขัดต่อสามัญสำนึก การที่ภารกิจแรกบังคับให้โฮสต์ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เซี่ยงเป่ยเฟยประหลาดใจเล็กน้อยที่ครูใหญ่ถามแบบนี้ แต่นี่ก็เป็นข้ออ้างที่ดีเลยทีเดียว
เขาจึงตามน้ำไปและตอบว่า "ใช่ครับ ภารกิจระบบของผมทำเอาปวดหัวเลย ผมถึงอยากรู้จริงๆ ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ยังไง"
"เรื่องนี้..."
หลี่หนานซิงเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาแค่ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่คิดเลยว่าภารกิจระบบเริ่มต้นของเซี่ยงเป่ยเฟยจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้!
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างลังเล "มหาวิทยาลัยชั้นนำไม่ได้เข้ากันง่ายๆ หรอกนะ! โดยทั่วไปแล้ว มหาวิทยาลัยชั้นนำจะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของพรสวรรค์ไว้ ซึ่งอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นผู้ปลุกระบบระดับ R ส่วนระดับ S นั้นมีให้เห็นอยู่ทั่วไป และผู้ปลุกระบบระดับ N แทบจะไม่มีเลย..."
"ต่อให้ผลการเรียนของผมดี ก็ยังไม่พอเหรอครับ?" เซี่ยงเป่ยเฟยถาม
หลี่หนานซิงมีสีหน้าลำบากใจและยิ้มเจื่อนๆ "มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็มีกฎเกณฑ์การรับสมัครเป็นของตัวเอง จะพูดยังไงดีล่ะ การปลุกปั้นนักศึกษา... หลักสูตรของมหาวิทยาลัยชั้นนำค่อนข้างยาก แม้แต่ผู้ปลุกระบบระดับ R ก็ยังตึงมือ ไม่ต้องพูดถึงระดับ N เลย"
"แปลว่าไม่มีความหวังเลยเหรอครับ? ไม่มีทางเป็นไปได้แม้แต่นิดเดียวเลยเหรอ?" เซี่ยงเป่ยเฟยถาม
"ก็ไม่เชิงหรอก"
หลี่หนานซิงกล่าวช้าๆ "มหาวิทยาลัยชั้นนำมีเกณฑ์ขั้นต่ำด้านพรสวรรค์น่ะเรื่องจริง แต่มียอดมหาวิทยาลัยอยู่แห่งหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งเกณฑ์นั้นไว้ นั่นก็คือมหาวิทยาลัยเหลียงโจว"
"มหาวิทยาลัยเหลียงโจวรับผู้ปลุกระบบระดับ N ด้วยเหรอครับ?"
"ใช่แล้ว เธอคงเคยได้ยินชื่อซางเทียนสยง ผู้ว่าการมณฑลเหลียงของเราใช่ไหมล่ะ?"
หลี่หนานซิงเอ่ยถึงซางเทียนสยงด้วยความรู้สึกปลื้มปิติ "ท่านเป็นผู้ปลุกระบบระดับ N และเป็นบุคคลระดับตำนาน ท่านจบการศึกษาจากสถาบันการต่อสู้เหลียงโจวด้วยความอุตสาหะล้วนๆ มหาวิทยาลัยเหลียงโจวไม่มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำด้านพรสวรรค์ ตราบใดที่คะแนนสอบสูงพอ ระดับ N ก็สามารถเข้าเรียนได้ แต่นักเรียนระดับ N จะต้องผ่านการสอบเข้าของพวกเขาให้ได้เสียก่อน"
"แล้วหลายปีมานี้ มีนักเรียนระดับ N สอบเข้ามหาวิทยาลัยเหลียงโจวได้เยอะไหมครับ?" เซี่ยงเป่ยเฟยถาม
"ไม่เยอะหรอก"
หลี่หนานซิงส่ายหน้าเบาๆ "อาจกล่าวได้ว่า... มีน้อยยิ่งกว่าผู้ปลุกระบบระดับ SR เสียอีก"
ผู้ปลุกระบบระดับ SR มีเพียงหนึ่งในหมื่น!
ปีนี้โรงเรียนของพวกเขาไม่มีผู้ปลุกระบบระดับ SR เลยสักคนเดียว
ส่วนระดับ N นั้นมีอยู่ถมเถไปทั่วโลก
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว จำนวนผู้ปลุกระบบระดับ N ในมหาวิทยาลัยชั้นนำกลับมีน้อยยิ่งกว่าผู้ปลุกระบบระดับ SR เสียอีก!
นี่ย่อมเพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่า ต่อให้เป็นมหาวิทยาลัยเหลียงโจวที่ไม่มีเกณฑ์การรับสมัครตายตัว การที่ผู้ปลุกระบบระดับ N ซึ่งอยู่ในจุดต่ำสุดจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้นั้น ก็ยากเย็นแสนเข็ญราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์!
ในสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมตัวของหัวกะทิ หากระดับพรสวรรค์ของคุณไม่สูงพอ คุณก็ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วยซ้ำ
เซี่ยงเป่ยเฟยไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนั้นเลย ในเมื่อมหาวิทยาลัยเหลียงโจวเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำเพียงแห่งเดียวที่ไม่มีการกำหนดเกณฑ์ด้านพรสวรรค์ เขาก็ต้องตั้งเป้าหมายไปที่มหาวิทยาลัยเหลียงโจว
"ครูใหญ่ครับ หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหลียงโจวได้แล้ว จะมีพวกเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไหมครับ? ผมได้ยินมาว่าค่าเทอมแพงมาก ถ้าเป็นไปได้ผมคงต้องหางานพาร์ทไทม์ทำในมหาวิทยาลัยด้วย" เซี่ยงเป่ยเฟยกล่าว
หลี่หนานซิงถึงกับอึ้งไปอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยงเป่ยเฟย
ฟังจากน้ำเสียงของเด็กคนนี้ ดูเหมือนเขาจะทึกทักไปแล้วว่าตัวเองจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหลียงโจวได้แน่ๆ?
ถึงขนาดคิดเผื่อไปแล้วว่าจะหาเงินเลี้ยงชีพยังไงหลังจากเข้าเรียนได้?
เด็กคนนี้ไม่ได้ตั้งใจฟังที่เขาพูด หรือว่าหยิ่งผยองเกินไปกันแน่?
ทันใดนั้นหลี่หนานซิงก็ตระหนักได้ว่า เซี่ยงเป่ยเฟยดูไม่ได้รู้สึกพังทลายหรือสิ้นหวังกับชีวิตหลังจากการปลุกระบบเมื่อวานนี้อย่างที่เขาคิดไว้เลย และไม่ได้ดูมีท่าทีปล่อยปละละเลยตัวเองด้วยซ้ำ
ในทางตรงกันข้าม เด็กคนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในอนาคต!
เป็นเพราะระบบของเขางั้นหรือ?
แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้!
ในฐานะนักการศึกษา เขารู้ดีว่าระบบระดับ N นั้นย่ำแย่แค่ไหน ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเหมือนซางเทียนสยง ซึ่งมีความมุมานะอย่างแรงกล้าจนกลายเป็นตำนานได้
ผลการเรียนที่ผ่านมาของเซี่ยงเป่ยเฟยก็รั้งท้ายมาตลอด และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่สองเดือน การจะพลิกโชคชะตาและทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ภายในสองเดือนนั้น มันก็แค่เรื่องเพ้อฝัน!
ต่อให้มีระบบคอยช่วยเหลือ หากระบบระดับ N สามารถช่วยให้คนกลายเป็นหัวกะทิได้ง่ายดายภายในเวลาสองเดือน มันก็คงไม่ใช่ระบบระดับ N แล้ว!
"ดูเหมือนเธอจะมั่นใจมากเลยนะว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหลียงโจวได้?"
มุมมองที่หลี่หนานซิงมีต่อเซี่ยงเป่ยเฟยค่อยๆ เปลี่ยนไป
"ครูไม่ได้พูดไว้แบบนั้นเหรอครับ? คนเราไม่ควรหมดหวัง ตราบใดที่ยังพยายาม ระบบระดับ N ก็สามารถเปิดทางของตัวเองได้ ผมเคยผ่านความรู้สึกดำดิ่งจากการร่วงหล่นจากระดับ UR มาระดับ N แล้ว จะมีอะไรให้ต้องสูญเสียอีก? ถ้าไม่ทุ่มเทให้สุดตัวตอนนี้ แล้วจะไปทำตอนไหนล่ะครับ?"
เซี่ยงเป่ยเฟยพ่นเรื่องไร้สาระออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังขั้นสุด
ดวงตาของหลี่หนานซิงเป็นประกายวาบ!
"พูดได้ดี 'ทุ่มเทให้สุดตัว'!"
คำพูดของเซี่ยงเป่ยเฟยดูเหมือนจะไปจุดประกายความหลงใหลที่หลับใหลอยู่ในใจของเขามานานหลายปีให้ลุกโชนขึ้น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ตัวเขาเองก็เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน มุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นปราชญ์เมธีเช่นกัน
แม้วาตอนนี้เขาจะเป็นแค่ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมปลาย แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อและยังคงมุ่งมั่นพยายามก้าวต่อไปข้างหน้า
ในตัวของเซี่ยงเป่ยเฟย หลี่หนานซิงราวกับได้เห็นภาพสะท้อนอดีตของตนเอง