เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 186 เศษเสี้ยวฟากฟ้า

ตอนที่ 186 เศษเสี้ยวฟากฟ้า

ตอนที่ 186 เศษเสี้ยวฟากฟ้า


ตอนที่ 186 เศษเสี้ยวฟากฟ้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"เส้นทางแห่งความชั่วร้ายยังไงซะก็เป็นความอยุติธรรม...ซู่จิ้ง เจ้าน่ะมันบ้าไปแล้ว! เจ้าน่ะยังพอจะมีความดีหลงเหลืออยู่ภายในจิตใจบ้างไหม เจ้าน่ะจะต้องจบชีวิตของตัวเองลงต่อหน้าพระพุทธองค์" ซู่เหลียวได้พูดออกมาอย่า

ซู่จิ้งยังคงไออย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้เองนอกจากความปั่นป่วนในพลังลมปราณแล้ว อารมณ์ของตัวเขาเองก็ยังปั่นป่วนไม่มั่นคง การที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทนมาได้จนถึงตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่ปาฏิหาริย์มากพอแล้ว

ลู่โจวได้ส่ายหัว 'สุดท้ายแล้วทุกครอบครัว ทุกๆ ที่ก็ย่อมจะมีปัญหาเป็นของตัวเองอย่างงั้นสินะ' ในท้ายที่สุดแล้วลู่โจวก็ได้พูดขึ้น "ซู่เหลียว เนื่องจากเจ้ามีเศษเสี้ยวฟากฟ้า ทำไมเจ้าถึงไม่โจมตีซู่จิ้งแต่กลับเลือกที่จะโจมตีตัวข้าแทนล่ะ? "

ทันทีที่ลู่โจวพูดถึงเศษเสี้ยวจากฟากฟ้า ในตอนนั้นเองซู่เหลียวก็รู้สึกกระวนกระวายใจ ท่าทีของเขาที่เคยมั่นใจและเกรี้ยวกราดในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปแล้ว

ซู่จิ้งจ้องไปที่ซู่เหลียวก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้าน่ะมันชั่วช้า! เจ้าคงจะยืมเศษเสี้ยวฟากฟ้าจากวิหารแห่งความว่างเปล่ามาก็เพื่อที่จะใช้สังหารข้าอย่างงั้นสินะ? "

ในตอนนี้ซู่เหลียวไม่จำเป็นที่จะเก็บซ่อนอะไรอีกต่อไป "แล้วถ้าใช่จะทำไมกันล่ะ? พวกเราทั้งสามคนต่างก็เลือกที่จะร่วมมือกันเพื่อที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนรวมให้กับวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์มามากมายขนาดไหน แต่เจ้ากลับไม่คิดถึงเรื่องนี้ยอมร่วมมือกับศาลาปีศาจลอยฟ้าซะได้ เจ้าน่ะก็แค่กลืนน้ำลายตัวเองก็เท่านั้น..."

ซู่จิ้งยกมือขึ้นมาก่อนที่จะใช้พลังลมปราณกระแทกเข้าไปที่ใบหน้าของซู่เหลียว

เพรี๊ยะ!

"ที่วิหารทางเลือกแห่งสวรรค์มีสาวกกว่า 1,000 ชีวิต เจ้าน่ะเห็นคุณค่าชีวิตของพวกเขาบ้างไหม? " ซู่จิ้งได้ถามออกมา

"ถ้าหากวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ร่วมมือกับวิหารแห่งความว่างเปล่า พวกเราก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าใครจะเสียต้องตาย! " ซู่เหลียวยังคงเถียงกลับ

เพรี๊ยะ!

ครั้งนี้ซู่จิ้งไม่ได้ใช้พลังลมปราณอีกต่อไป ตัวเขาได้ใช้ฝ่ามือของตัวเองตบไปที่ใบหน้าของซู่เหลียวแทน

สีหน้าของซู่เหลียวเปลี่ยนไปเมื่อถูกตบ ในตอนนี้ใบหน้าครึ่งหนึ่งได้เปลี่ยนกลายเป็นสีแดงบวม

"เจ้าคิดว่าวิหารแห่งความว่างเปล่ามีเจตนาอันดีจริงๆ อย่างงั้นหรอไง? " ซู่จิ้งได้ถามขึ้น "กงหยวนเจ้าอาวาสวิหารแห่งความว่างเปล่าได้ฝึกฝนในเส้นทางวิถีพุทธด้านมืดมาอย่างยาวนาน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้แม้ว่าเขาจะพยายามทำตัวเองให้ดูน่าเคารพนับถือสักแค่ไหน แต่ไม่มีใครที่ร่วงรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วเจ้าอาวาสคนนั้นทำอะไรไปแล้วบ้าง เจ้านั่นน่ะออกทำร้ายผู้คนด้วยพลังที่ตัวเองมี เอาเปรียบผู้บริสุทธิ์ไปมากมายแค่ไหนแล้ว! "

เมื่อซู่เหลียวได้ยินแบบนั้น ตัวเขาก็ได้แต่อ้าปากค้าง

"นั่นจะต้องโกหกแน่ ข้าเคยเห็นอรหันต์กายาทองคำของปรมาจารย์กงหยวนมากับตาตัวเอง! พลังของเขาบริสุทธิ์จนไม่อาจที่จะพรรณนาได้! ไม่มีทางเลยที่มันจะเป็นของปลอมไปได้! "

"ดื้อด้านซะจริง! " ซู่จิ้งได้เตะไปที่ซู่เหลียวอย่างไร้ความปรานี

พลั๊วะ!

ซู่เหลียวกระเด็นไปด้านหน้าก่อนที่จะกลิ้งลงบนพื้น

แม้ว่าซู่จิ้งจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังพอจะเดินพลังลมปราณได้

ซู่เหลียวที่ถูกพลังสายฟ้าฟาดของลู่โจวก่อนหน้านี้อ่อนแรงลงไปมากแล้ว เขาไม่สามารถที่จะทนลูกเตะของซู่จิ้งได้เลย เพราะแบบนั้นเขาจึงได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก

เหล่านักบวชทั้งสามรอคอยโอกาสมาจนถึงวันนี้ก็เพื่อที่จะใช้เศษเสี้ยวฟากฟ้าโจมตีนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งสามไม่พบโอกาสอันดี ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนักบวชทั้งสามตัดสินใจที่จะหาโอกาสช่วยเหลือนักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่มาโดยตลอด แต่ถึงแบบนั้นทุกอย่างก็ผิดคาดไป พวกเขาทั้งหมดไม่คิดมาก่อนเลยว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้!

ใบหน้าของซู่จิ้งเบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ได้กัดฟันพูดกับลู่โจวขึ้นมา "อาตมาต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องเห็นภาพที่น่าเวทนานี้...เบื้องหลังความสกปรกของวิหารของอาตมาถูกเปิดเผยออกมาแล้ว หลังจากที่อาตมาจัดการกับพวกเขาได้ อาตมาจะรีบให้คำอธิบายแก่ท่านเอง ท่านผู้อาวุโส"

ลู่โจวพยักหน้า

บางทีคงจะมีแต่ซู่จิ้งคนเดียวเท่านั้นที่พอจะมีไหวพริบและมีเหตุผลมากที่สุดในวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์

ลู่โจวได้หันกลับไปมองที่ซู่เหลียวก่อนที่จะพูดขึ้น "วิหารแห่งความว่างเปล่ามอบเศษเสี้ยวจากฟากฟ้าให้กับเจ้าอย่างงั้นหรอ? "

"ถูกต้อง" ร่างกายของซู่เหลียวเจ็บไปทั้งตัว ในตอนนี้เขาได้แต่มองมายังลู่โจวอย่างหวาดกลัวเท่านั้น

ลู่โจวได้ถามขึ้นมาอีกครั้ง "เจ้ารู้ไหมว่าเศษเสี้ยวชิ้นอื่นๆ อยู่ที่ไหนกัน? "

"ข้า...ข้าไม่รู้" ซู่เหลียวส่ายหัวปฏิเสธ

"ไม่รู้จริงๆ อย่างงั้นหรอ? "

ซู่เหลียวได้พยักหน้าตอบกลับอย่างฉุนเฉียว

'มันก็สมเหตุสมผลแล้วล่ะนะ เจ้านี่เป็นแค่ลิ่วล้อ ไม่มีทางที่เขาจะรู้ว่าเศษเสี้ยวชิ้นอื่นๆ อยู่ที่ไหนกันแน่' ลู่โจวไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเศษเสี้ยวฟากฟ้าอีกต่อไป เขามองไปยังทิศที่โถงแห่งพลังตั้งอยู่

การต่อสู้ของหยวนเอ๋อและจ้าวยู่เป็นการต่อสู้ที่แสนจะเรียบง่าย พวกเธอทั้งสองคนเกือบที่จะเก็บกวาดคู่ต่อสู้ทั้งหมดได้แล้ว เหล่านักบวชที่สวดไทเอ็นได้ต่างก็เป็นเพียงลิ่วล้อก็เท่านั้น พวกเขาทั้งหมดไม่ได้มีพลังวรยุทธอะไรที่สูงส่งเลย การจัดการกับพวกเขาไม่ได้ทำให้ลู่โจวได้รับแต้มบุญมากมายอะไร

ในขณะเดียวกันต้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินก็ได้คุมความได้เปรียบในการต่อสู้ไปเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญหายไป พลังที่สี่นักบวขศักดิ์สิทธิ์มีก็ได้อ่อนแอลงไปเป็นอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะปัดป้องการโจมตี แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังไม่มากพอ ในตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ไปในตอนไหน

หยวนเอ๋อได้ปรบมือขึ้นมาด้วยความยินดี หลังจากนั้นเองเธอก็ได้วิ่งมาหาผู้เป็นอาจารย์ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ "ท่านอาจารย์ นักบวชพวกนี้ช่างน่าเบื่อจริงๆ ...ศิษย์ไม่ได้ออกแรงเต็มที่เลยแม้แต่น้อย พวกเขาก็ล้มลงก่อนซะแล้ว"

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดต่อไป "นักบวชพวกนี้อย่างมากก็มีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นมหาราชครูเท่านั้น..." จริงๆ แล้วลู่โจวก็อยากที่จะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่เมื่อคิดถึงจุดยืนของตัวเองที่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นมหาราชครูเท่านั้นตัวเขาก็คงไม่อาจที่จะพูดให้ร้ายกับเหล่านักบวชได้

"ติ้ง! สังหารผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ได้รับรางวัล: 1,000 แต้มบุญ" การแจ้งเตือนที่คล้ายคลึงกันได้แจ้งเตือนลู่โจวถึงสามครั้งด้วยกัน

ลู่โจวจ้องมองไปยังด้านหน้า ตัวเขาเห็นกงจือ, กงจี และกงจางล้มลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดวงตาของหมิงซี่หยินดูเปล่งประกาย ในตอนนี้ตัวเขาได้แต่พยักหน้าอย่างพึงพอใจพร้อมกับถือเคียวพื้นพิภพอยู่ในมือ

ในขณะเดียวกันต้วนมู่เฉิงเองกำลังจะเช็ดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนหอกราชันย์ไป...

นอกจากเสื้อผ้าที่ยับเยินดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองคนจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไร

หลังจากที่หมิงซี่หยินกลับมา ตัวเขาก็ได้พูดกับลู่โจวในทันที "ศิษย์รู้สึกดีใจที่ไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง! ศิษย์จัดการพวกเขาได้แล้วครับ"

"ดีมาก" ลู่โจวเหลือบมองไปที่หมิงซี่หยินก่อนที่จะพูดขึ้น "แต่อย่างไรก็ตาม..."

ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'แต่' หัวใจของหมิงซี่หยินก็ได้เต้นไม่เป็นจังหวะ ตัวเขาคิดมาตลอดว่าผู้เป็นอาจารย์จะต้องชมเชย แต่เมื่อได้ยินคำว่า 'แต่อย่างไรก็ตาม' อยู่ท้ายประโยคมักจะเกิดเรื่องที่เลวร้ายขึ้นมาเสมอ

ลู่โจวได้หันหน้ากลับมาก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเฉียบคม "แต่อย่างไร้ก็ตามห้ามฝึกฝนเคล็ดวิชาอื่นนอกเหนือจากเคล็ดวิชาเวหาพงพนาซะล่ะ"

"ท่านอาจารย์...ศิษย์ก็แค่อยากรู้อยากเห็นเพียงเท่านั้น ที่ศิษย์เรียนรู้การขุดอุโมงค์เอาไว้ ศิษย์ตั้งใจที่จะใช้หลบภัยเพียงเท่านั้น ศิษย์สาบานได้เลยว่าศิษย์ไม่มีเจตนาอื่นใด! " หมิงซี่หยินรีบพูดแก้ตัว

ลู่โจวได้พูดตอบกลับไป "เจ้าจงตั้งใจฝึกเคล็ดวิชาเวหาพงพนาต่อไปซะ อย่าได้คิดฝึกฝนเคล็ดวิชาอื่น"

"ครับท่านอาจารย์! " หมิงซี่หยินรู้สึกดีใจมาก ไม่เพียงแต่ตัวเขาจะไม่ถูกทำโทษ อาจารย์คนนี้ยังคอยชี้แนะตัวเขาอีกด้วย

ในขณะเดียวกันนั้นเองทุกๆ คนที่อยู่หน้าโถงแห่งพลังก็ได้เงียบลง

เหล่าสาวกของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ที่ถูกทรมานโดยบทสวดไทเอ็นต่างก็กำลังฟื้นตัวมาอย่างช้าๆ พวกเขาทั้งหมดลุกขึ้นยืนก่อนที่จะจ้องมองไปยังหม้อธูปที่ถูกทำลายไป...ที่ตรงนั้นนักบวชของวิหารแห่งความว่างเปล่าได้พ่ายแพ้ให้กับเหล่าสาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

นี่คือความแข็งแกร่งของศาลาปีศาจลอยฟ้า

เหล่าศิษย์สาวกของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ได้แต่กลืนน้ำลาย แม้ว่าพวกเขาจะหวาดกลัวมากแค่ไหนแต่พวกเขาเองก็รู้สึกสบายเช่นกันเมื่อเห็นแบบนั้น นอกจากนี้พวกเขายังเห็นพระพุทธองค์ร่างทองของลู่โจวกับตาตัวเองอีกด้วย!

'ใครบอกกันว่าคนชั่วจะกลายเป็นพระพุทธองค์ไม่ได้? '

'ใครบอกกันว่าคนชั่วทั้งหมดล้วนแต่เป็นปีศาจร้าย? '

แท้จริงแล้วลู่โจวไม่ได้ต้องการที่จะเป็นนักบุญอย่างพระพุทธองค์เลย...

ในขณะที่เหล่าสาวกจากวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์กำลังรวมตัวกันที่กระถางธูปอีกครั้ง ในตอนนั้นเองเหล่าสาวกที่สะบักสะบอมหมดแรงหรือแม้แต่เหล่าสาวกที่ยืนไม่ไหวบางคนก็ยังจะมารวมตัวกัน พวกเขาทั้งหมดยืนเรียงรายกันก่อนที่จะยืดฝ่ามือออกมาข้างหน้า

ซู่จิ้งในตอนนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม เขาจ้องไปยังเหล่าสาวกของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ก่อนที่จะพูดขึ้น "ในตอนนี้วิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ปลอดภัยแล้ว" หลังจากนั้นเขาก็ได้หันมาหาลู่โจวอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเริ่มไอออกมาอีกครั้ง "ขอบคุณจริงๆ ที่ท่านช่วยพวกเรา ท่านผู้อาวุโสจี"

ในขณะนั้นเองเหล่าสาวกกว่า 1,000 คนของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ก็ได้พูดขึ้น "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือท่านผู้อาวุโสจี"

แม้ว่าเสียงของเหล่าสาวกจะฟังดูอ่อนแอแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะส่งเสียงให้กับลู่โจวได้ฟัง

"ติ้ง! มีผู้สวามิภักดิ์ใหม่ 982 คน คุณได้รับรางวัล: 9,820"

ลู่โจวรู้สึกยินดีเป็นที่สุด ถ้าหากจะมองย้อนกลับไปดูเหมือนว่าทางเลือกที่ตัวเขาเลือกจะเป็นทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว "เอาล่ะเอาดอกแมกโนเลียสีดำมาให้ข้าซะ"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 186 เศษเสี้ยวฟากฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว