เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 183 สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 183 สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 183 สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์


ตอนที่ 183 สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เหล่าสาวกของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ได้ล่าถอยกลับไปอีกครั้ง

ซู่เหลียว, ซู่ฝาน และซู่ไห่ต่างก็เดินถอยกลับเช่นกัน

หมิงซี่หยินเข้าใจว่าแล้วว่าอาจารย์ของเขากำลังหมายถึงอะไร ตัวเขาได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ศิษย์จะเป็นผู้ทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้าพวกนี้เอง..." หมิพร้อมเพรียงกันซี่หยินใช้ปลายเท้าของตัวเองแตะไปที่พื้นอย่างเบาๆ ในตอนนั้นเขาก็ได้กระโจนเข้าหานักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ทั้งๆ ที่ตัวของหมิงซี่หยินนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณ!

'ฮืม? ' เมื่อนักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เห็นหมิงซี่หยิน พวกเขาทั้งหมดก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ต่างจากนักบวชคนอื่นๆ และเพราะแบบนั้นเหล่านักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจึงไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป ในเวลาเดียวกันนั้นเองพวกเขาทั้งสี่ก็ได้ถอยห่างมากขึ้น

พลังลมปราณรอบตัวของนักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้เพิ่มสูงขึ้น พวกเขาทั้งหมดต่างก็ผลักฝ่ามือไปที่ด้านหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน!

พลังจากนักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ปล่อยพลังออกมา พลังของหมิงซี่หยินก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้

หมิงซี่หยินได้ขมวดคิ้ว ตัวเขาได้ยกฝ่ามือขึ้นมาก่อนที่จะผลักพลังของสี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์กลับไป "ข้าไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้"

นี่เป็นครั้งแรกที่หมิงซี่หยินจะต้องปะทะกับพลังลมปราณอันซับซ้อนแบบนี้ พลังลมปราณอันซับซ้อนเป็นพลังที่เกิดจากการโจมตีผสานอย่างพร้อมเพรียงกันของนักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่

การผสานพลังลมปราณแบบนี้ไม่เหมือนกับการใช้บทสวดพระสูตรแห่งพราหมณ์โจมตี การจะผสานพลังลมปราณเพื่อโจมตีได้จะต้องให้ผู้ฝึกยุทธทั้งหมดที่ใช้วิธีเทคนิคนี้ฝึกฝนกันจนเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ซะก่อน เพียงแค่นักบวชศักดิ์สิทธิ์ขยับฝ่ามืออย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาทั้งหมดก็สามารถปลดปล่อยพลังโจมตีอันทรงพลังออกมาได้ การที่พวกเขาทั้งสี่คนสามารถคิดค้นเทคนิคโจมตีแบบนี้ได้โดยใช้แค่การขยับฝ่ามือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ

กงเหวินยกฝ่ามือขึ้นมาก่อนที่จะพูดขึ้น "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ ...ดูเหมือนท่านจะไม่ใช่มดปลวกอย่างงั้นสินะ ท่านผู้เจริญทำไมท่านถึงต้องเข้าข้างเหล่าวายร้ายด้วยล่ะ? "

สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์รู้สึกได้ถึงพลังวรยุทธที่หมิงซี่หยินมี พลังของเขาดูไม่ธรรมดาเลย

"สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือการเถียงกับพวกนักบวชหัวโล้นแบบเจ้านี่แหละ! " หมิงซี่หยินที่พูดเสร็จก็ได้กระทืบเท้าลงบนพื้น

ตู๊ม!

รอยเท้าอันเฉียบคมได้ถูกทิ้งอยู่ที่ใต้ฝ่าเท้า หมิงซี่หยินที่กระทืบเท้าเสร็จก็ได้กระโจนเข้าร่วมการต่อสู้อันดุเดือด

เหล่าสาวกนักบวชคนอื่นๆ ได้แต่ถอยกลับมา

แม้ว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้น แต่ถึงแบบนั้นนักบวชกว่า 20 คนจากวิหารแห่งความว่างเปล่ายังไม่ได้ขยับไปไหน พวกเขาทั้งหมดยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอฟังคำสั่งต่อไป

"เข้ามา! " กงจือได้ขยับตัวจากมุมที่เคยยืนอยู่ก่อนที่จะซัดพลังฝ่ามือเข้าใส่หมิงซี่หยิน

นักบวชศักดิ์สิทธิ์อีกสามคนที่เหลือเองก็เคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดเคลื่อนไหวกันได้อย่างสอดคล้องราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ว่าหมิงซี่หยินจะเก่งกาจสักแค่ไหนตัวเขาก็มีมือเพียงคู่เดียวเท่านั้น ตัวเขาไม่อาจที่จะปัดป้องพลังโจมตีได้ทั้งหมด หมิงซี่หยินถูกพลังฝ่ามือฟาดไปที่ไหล่ และในตอนนั้นเองตัวเขาก็ได้กระเด็นถอยหลังกลับไป หมิงซี่หยินไม่อาจที่จะป้องกันตัวเองได้ทัน!

หมิงซี่หยินขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด โชคดีที่พลังฝ่ามือที่ซัดเข้าใส่ตัวเขาไม่ได้แข็งแกร่งอะไร กล้ามเนื้อและกระดูกภายในร่างกายส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากนัก

ต้วนมู่เฉิงเองควงหอกราชันย์อยู่ก่อนแล้ว ตัวเขาดูอยากที่จะเข้าร่วมการต่อสู้นี้มาก

ต้วนมู่เฉิงได้พูดขึ้น "นักบวชทั้งสี่นี่อย่างงั้นหรอ? "

"อมิตาภพุทธ ทำไมท่านจึงจะต้องดื้อดึงทำสิ่งที่ผิดต่อไปด้วยท่านผู้เจริญ? " กงเหวินได้ถามออกมาในขณะที่เหยียดฝ่ามือตรง

"เจ้าเองก็ดื้อรั้นไม่ต่างกันหรอก" หมิงซี่หยินได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง ตัวเขาได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนเหลือไว้แต่ภาพติดตา

เคียวพื้นพิภพได้ปรากฏขึ้นมาบนมือของหมิงซี่หยินกลางอากาศ ตัวเขาได้ใช้เคียวพื้นพิภพฟาดฟันไปที่กงเหวินอย่างรุนแรง

เหล่าผู้เฝ้ามองต่างก็มองเห็นเพียงแค่ภาพเงาที่ขยับเขยื้อนไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น เสียงของการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายดังขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเสียงปะทะกันระหว่างของมีคมและพลังลมปราณนั่นเอง

กงเหวินไม่คาดคิดมาก่อนว่าหมิงซี่หยินจะสามารถโจมตีได้อย่างรุนแรงและเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ตัวเขาไม่สามารถที่จะยืนอยู่ที่เดิมได้อีกต่อไป กงเหวินเริ่มถอยหลังกลับไปเรื่อยๆ เพื่อรับมือจากการโจมตี เมื่อถอยไปไกลกว่าได้ระยะหนึ่งกงเหวินก็ได้ลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะพลิกตัวลงสู่พื้น

หมิงซี่หยินสามารถไล่ตามโจมตีได้ติดๆ แต่เมื่อไล่ตามเพื่อโจมตีต่อไปในตอนนั้นเองนักบวชศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ก็ได้รุมใช้ฝ่ามือโจมตีตัวเขา หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ล่าถอยกลับไป

"ช้าไป" พลังฝ่ามือของกงจือได้ห่อหุ้มไปด้วยพลังลมปราณ มันทรงพลังมากกว่าฝ่ามือครั้งก่อน

"ฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า! "

นักบวชทั้งสามคนได้ดันฝ่ามือไปด้านหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

หมิงซี่หยินได้ใช้เคียวพื้นพิภพของเขาสกัดกั้นการโจมตีเอาไว้

แคล๊ง!

ในตอนนั้นเองเสียงอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดก็ได้ลอยมาจากที่ด้านหลัง เสียงนั้นได้ลอยผ่านศีรษะของหมิงซี่หยินไป และเพราะแบบนั้นเองหมิงซี่หยินจึงเลือกที่จะถอยไปข้างหลังแทน

นักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้ถอยกลับไปตั้งรับในรูปแบบเดิมอีกครั้ง ทุกๆ คนต่างก็ยืนอยู่ในมุมของตัวเองราวกับว่าไม่เคยที่จะขยับไปไหนมาก่อน

"ท่านผู้เจริญ อาตมาน่ะให้โอกาสท่านแล้วแต่ท่านก็ยังจะไม่ยอมรับฟัง ท่านน่ะไม่ใช่คู่ต่อสู้สำหรับพวกเราหรอกนะ" กงเหวินได้พูดออกมาในขณะที่จ้องมองไปที่หมิงซี่หยิน

หมิงซี่หยินไม่ได้คาดหวังว่าตัวเขาจะสามารถเอาชนะนักบวชทั้งสี่อย่างพร้อมเพรียงกันได้ แม้ว่าตัวเขาจะมีอาวุธระดับสรวงสวรรค์อย่างเคียวพื้นพิภพก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นการจะรับมือกับยอดฝีมือทั้งสี่พร้อมๆ กันก็คงเป็นอะไรที่ยากอยู่ดี

แต่ถึงแบบนั้นหมิงซี่หยินก็พบว่ามีอะไรบางอย่างที่แปลกไป แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นถึงยอดฝีมือทั้งสี่แต่ถึงแบบนั้นตัวเขากลับเห็นช่องว่างมากมายในการต่อสู้ หรือว่านี่จะเป็นกับดักกันแน่?

กงเหวินไม่ได้สนใจหมิงซี่หยินแต่อย่างใด ตัวเขาได้หันไปมองซู่จิ้งและลู่โจวที่กำลังยืนอยู่ที่ด้านหลัง

เมื่อเห็นซู่จิ้งมีท่าทีที่อ่อนแอไป กงเหวินก็ได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ซู่จิ้ง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะป้องกันการโจมตีในครั้งนั้นไปได้ ดูเหมือนว่าพวกเราจะทำร้ายเจ้าเข้าให้แล้ว ถ้าหากเจ้าไม่ดื้อรั้นตั้งแต่แรกเรื่องของพวกเราก็คงจะไม่เป็นแบบนี้"

ในตอนนั้นเองซู่จิ้งกำลังถูกเหล่านักบวชสาวกพยุงตัวอยู่ สภาพของเขาดูไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก

กงเหวินหันไปดูลู่โจวก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านผู้อาวุโส เจ้านั่นเสนออะไรให้กับท่านกันเพื่อแลกกับความช่วยเหลือครั้งนี้กัน? "

"อืม เจ้าอาวาสซู่จิ้งสัญญาว่าจะมอบดอกแมกโนเลียสีดำให้กับข้ารวมไปถึงเสื้อคลุมวิถีเซนอีกด้วย ข้อเสนอที่ดีแบบนี้ไหนเลยข้าจะปฏิเสธได้ลงคอ" ลู่โจวตอบความจริงกลับไป

"ดอกแมกโนเลียสีดำ? " ดวงตาของกงเหวินเบิกกว้างขึ้นก่อนที่จะเหลือบไปมองซู่จิ้ง "ซู่จิ้ง เจ้าน่ะบ้าไปแล้วอย่างงั้นหรอ ถ้าหากเจ้าคิดที่จะมอบสมบัติล้ำค่าให้กับคนนอกจริง ทำไมเจ้าถึงไม่มอบมันให้กับข้ากัน? "

ซู่จิ้งได้สาปแช่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรง "เจ้าน่ะมันปีศาจร้าย" ถึงแม้ว่าจะพูดออกมาเบาๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ซู่จิ้งสามารถทำได้มากที่สุดแล้ว

กงเหวินได้หันกลับมาหาลู่โจวก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านผู้อาวุโส ท่านน่ะเป็นผู้บริสุทธิ์ ไหนเลยจะต้องแสวงหาสมบัติล้ำค่าแบบนั้นด้วย ให้ทางอาตมา ทางวิหารแห่งความว่างเปล่าเก็บสมบัติชิ้นนั้นเอาไว้เองไม่ดีกว่าหรอ? ทำไมท่านผู้อาวุโสไม่มอบให้กับพวกเรา พวกเราเองก็จะได้สมหวังไปด้วย? "

"แล้ววิหารแห่งความว่างเปล่าต้องการดอกแมกโนเลียสีดำไปเพื่ออะไรกัน? " ลู่โจวได้ถามออกมาตรงๆ

"ท่านเคยได้ยินเรื่องของปรมาจารย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าไหมท่านผู้อาวุโส? " กงเหวินได้ถามออกมาอย่างหยิ่งผยอง

"ข้าเคยได้ยินมาเหมือนกัน"

"สำนักหยุนไม่อยากให้ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ดอกแมกโนเลียนั่นไป ศาลาปีศาจลอยฟ้าก็เป็นเหมือนกับสำนักฝ่ายอธรรม เหล่าผู้ฝึกยุทธจากสำนักฝ่ายธรรมะมากมายหลายคนต้องการที่จะกำจัดศาลาปีศาจลอยฟ้าทิ้งซะ วิหารแห่งความว่างเปล่าเองจะไม่ยอมปล่อยให้ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนั้นได้ดอกแมกโนเลียนั่นไปหรอก! " กงเหวินได้พูดขึ้น

"วิหารแห่งความว่างเปล่าของพวกเจ้าไม่เคยยุ่งเรื่องทางโลกมาโดยตลอด แล้วทำไมเจ้าจะต้องการสร้างศัตรูกับศาลาปีศาจลอยฟ้ากัน? " ลู่โจวได้ถามออกมาอย่างไม่แยแส

นักบวชศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้ใช้การตายของกงซุนเพื่อที่จะต่อต้านวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ พวกเขาไม่ยอมที่จะเปิดเผยความจริงต่อสาธารณชน ความจริงที่ว่ากงซุนได้ถูกศาลาปีศาจลอยฟ้าสังหารไป

"พระพุทธองค์ทรงเมตตา พวกอาตมามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะลงโทษศาลาปีศาจลอยฟ้าที่ก่อกรรมทำเข็ญมาแล้วนับไม่ถ้วน" กงเหวินได้ตอบกลับไปอย่างชอบธรรม

ลู่โจวได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพยักหน้า "ช่างน่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ ข้าเองก็ต้องการดอกแมกโนเลียสีดำเช่นกัน"

สีหน้าของกงเหวินเริ่มแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น "ท่านผู้อาวุโส อาตมาจะให้โอกาสท่าน...ถ้าหากท่านคิดที่จะปฏิเสธอยู่แบบนี้ เห็นทีท่านก็คงจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมเดียวกันชาววิหารทางเลือกแห่งสวรรค์"

เหล่านักบวชทั้ง 20 คนจากวิหารแห่งความว่างเปล่าได้ผสานมือขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในตอนนั้นเองเสียงที่ฟังดูน่ารำคาญที่คล้ายกับแมลงอันน่ารำคาญก็ได้ดังขึ้น

"นี่มันบทสวดพระสูตรแห่งพราหมณ์สินะ? " ภาพในตอนนี้ทำให้ลู่โจวอดคิดถึงภาพบนแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เลย

แต่ถึงจะฟังดูคล้ายกันแต่บทสวดพระสูตรแห่งพราหมณ์ที่ถูกปล่อยออกมาจากนักบวชทั้ง 20 คนดูทรงพลังกว่าในตอนที่เผชิญหน้ากับกงซุนอย่างชัดเจน

พลังอันลึกลับได้ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วน เสียงอันดังกึกก้องที่ฟังคล้ายกับเสียงของแมลงได้เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงสวดพระสูตรได้ดังไปทั่วทั้งโถงแห่งพลัง

พลังวรยุทธของนักบวชวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ไม่ได้ลึกล้ำตั้งแต่แรก นักบวชส่วนมากมีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นสังหรณ์หยั่งรู้เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เหล่าสาวกนักบวชทั้งหลายคงจะไม่สามารถต้านทานพลังบทสวดนี้ได้อย่างแน่นอน

ลู่โจวยังคงยืนนิ่ง ตัวเขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อเสียงบทสวดเลยแม้แต่น้อย ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะพลังพิเศษของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์นั่นเอง

จ้าวยู่และผู้ฝึกยุทธหญิงคนอื่นๆ ต่างก็ถอยกลับไปยังห้องโถงแห่งพลัง จ้าวยู่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาจากฝ่ามือของตัวเอง พลังของเธอที่รวมเข้ากับพลังของเหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงสามารถสร้างม่านพลังป้องกันขึ้นมาได้

ต้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ฝึกฝนตัวเองจนมาถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ เพราะแบบนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก

เหล่าสาวกนักบวชของวิหารทางเลือกแห่งสวรรค์ได้แต่คุกเข่าลงก่อนที่จะเอามือกุมหัวของตัวเองเอาไว้

ซู่เหลียว, ซู่ฝาน และซู่ไห่แทบที่จะยืนต่อไปอีกไม่ไหว สีหน้าของพวกเขากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่

ต้วนมู่เฉิงรู้สึกรำคาญเมื่อต้องได้ยินเสียงสวด เขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ต้วนมู่เฉิงได้กระแทกหอกราชันย์ลงบนพื้นก่อนที่จะตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง "ช่างเป็นนักบวชหัวโล้นที่น่ารำคาญซะจริง! " ต้วนมู่เฉิงที่พูดเสร็จก็ได้เดินพลังของตัวเองไปที่หอกราชันย์ก่อนที่จะปลดปล่อยพลังนั้นออกไป

ต้วนมู่เฉิงได้ตั้งตัวตรงก่อนที่จะใช้มือข้างเดียวที่ถือหอกราชันย์อยู่แทงไปที่นักบวชทั้งหลายที่กำลังสวดพระสูตรอยู่

"เปล่าประโยชน์! " สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มออกเคลื่อนไหว พวกเขาทั้งหมดใช้ฝ่ามือของตัวเองกลางม่านพลังขึ้นมา พลังจากฝ่ามือของพวกเขาทั้งหมดได้หลอมรวมกันจนกลายเป็นม่านพลังขนาดใหญ่ก่อนที่จะป้องกันการโจมตีทั้งหมดของหอกราชันย์เอาไว้

หอกราชันย์ที่ถูกหยุดไม่ได้หมดฤทธิ์อยู่แค่นั้น หอกราชันย์ได้แยกตัวออกเป็นสิบเล่มก่อนที่จะทำลายม่านพลังไป

"หืม? "

'เกิดอะไรขึ้น? '

'ทำไมพวกเราป้องกันการโจมตีไม่ได้กัน? '

การประลองฝีมือของต้วนมู่เฉิงกับฮั๊ววู่เด๋าไม่ใช่อะไรที่เปล่าประโยชน์เลย แม้ว่าทักษะที่ต้วนมู่เฉิงพัฒนาขึ้นมานี้จะไม่สามารถทำลายพลังผนึกตราประทับทั้งหกได้ แต่นั่นมันก็ไม่ใช่กับม่านพลังป้องกันของสี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์!

หมิงซี่หยินเองรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่นานหลังจากที่ถูกโจมตีกลับมา เมื่อเห็นว่าต้วนมู่เฉิงรุดหน้าไปไกลแล้วหมิงซี่หยินก็ได้ยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น "อย่าลืมข้าซะล่ะเจ้าพวกนักบวช..."

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 183 สี่นักบวชศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว