เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 172 ปัญหาของผู้มาเยือน

ตอนที่ 172 ปัญหาของผู้มาเยือน

ตอนที่ 172 ปัญหาของผู้มาเยือน


ตอนที่ 172 ปัญหาของผู้มาเยือน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ในตอนนี้บนภูเขาทองเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมายหลายอย่าง และเพราะแบบนั้นเหล่าสาวกทั้งหลายจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากภูเขาทองได้อย่างอิสระ และเมื่อฝานซงเห็นผู้มาเยือนคนใหม่ทำให้ตัวเขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องธรรมชาติ

หมิงซี่หยินตอบกลับแค่เพียงพยักหน้าเท่านั้น

ฝานซงได้เดินกลับไปหาซู่ฮ่องกงเพื่อที่จะเฝ้ามองเขาจากระยะประชิด

'เขาคนนี้อวบอ้วนและไม่สูงจนเกิน เขายังดูเงียบงัน นอกจากนี้เขายังดูขี้แพ้อีกด้วย'

"ข้ามีชื่อว่าฝานซง พี่ชายท่านนี้ไม่ทราบว่ามีชื่อว่าอะไรกัน? " ฝานซงได้ถามออกไปด้วยน้ำเสียงอันเป็นมิตร

ซู่ฮ๋องกงในตอนนี้กลอกตาไปหาฝานซง อารมณ์ของเขากำลังจะเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง...

แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรหมิงซี่หยินก็ได้กระแอมอยู่ในลำคอออกมาซะก่อน ซู่ฮ่องกงทำได้เพียงเก็บความขุ่นเคืองใจของตัวเองเอาไว้

ฝานซงเองก็ไม่ใช่คนโง่ ตัวเขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่พยายามห้ามปรามผู้มาเยือนคนใหม่คนนี้ด้วยการกระแอมคอ "ท่านผู้มาเยือน ศิษย์พี่สี่ของพวกเราเป็นคนดีจริงๆ ท่านไม่ต้องกังวลไป...นับตั้งแต่วันนี้พวกเราจะกลายเป็นพี่น้องกัน"

ซู่ฮ่องกงไม่สามารถรับได้อีกต่อไป เขาไม่อาจที่จะรับการดูถูกเหยียดหยามนี้ได้อีก "ใครเป็นพี่น้องกับเจ้ากัน? "

ฝานซงได้พูดตอบกลับไป "พวกเราก็เหมือนกับพี่น้องกัน โชคดีที่ศิษย์พี่หมิงซี่หยินอยู่ที่นี่ ถ้าหากท่านพูดต่อหน้าศิษย์พี่สามหรือศิษย์พี่เก้า ท่านคงไม่อยากที่จะพูดแบบนั้นแน่"

"..."

'เจ้านี่มาจากไหนกันแน่? ทำไมเจ้านี้ถึงได้ทำตัวสูงส่งยิ่งกว่าอาจารย์ของข้าซะอีก'

หมิงซี่หยินยกมือให้ก่อนที่จะพูดออกมา "ไปทำงานของเจ้าเถอะ"

ซู่ฮ่องกงตอบกลับมาอย่างเชื่อฟัง "ได้..." เมื่อตัวเขาได้เห็นผู้ฝึกยุทธหญิงจากวังจันทรากำลังซ่อมบันไดอยู่ใกล้ๆ ในตอนนั้นเองอารมณ์ของเขาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อฝานซงเห็นแบบนั้นตัวเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "ศิษย์พี่สี่ หรือว่าผู้มาเยือนจะเป็นคนงานคนใหม่กัน? "

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้องทำ...ในวันนี้เขาจะต้องเข้าไปใช้เวลาว่างในถ้ำแห่งเงาสะท้อน"

"ถ้ำแห่งเงาสะท้อนอย่างงั้นหรอ? " เมื่อฝานซงได้ยินแบบนั้นหัวใจของเขาก็เต้นรั่ว "การที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะมีสมาชิกใหม่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ท่านปรมาจารย์ไม่น่ากังวลถึงกับต้องขังสมาชิกใหม่แบบนี้เลย? "

"ไม่ต้องกังวลไป...เขาน่ะไม่ถูกไล่ไปไหนหรอก เจ้าสบายใจได้" หมิงซี่หยินได้จากไปทันทีหลังจากพูดจบ

ฝานซงรู้สึกสับสนกับคำพูดของหมิงซี่หยิน และเพราะแบบนั้นเองตัวเขาจึงตัดสินใจที่จะยังไม่ฝึกฝนตัวเองเพื่อเฝ้ามองซู่ฮ่องกงแทน

ซู่ฮ่องกงจะต้องทำงานหนักทุกอย่างที่พอจะทำได้ แม้ว่าซู่ฮ่องกงจะต้องทำงานอย่างหนักทั้งวันแต่ตัวเขาก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไรออกมา เมื่อพระอาทิตย์ตกในที่สุดซู่ฮ่องกงก็ตัดสินใจที่จะนั่งลงเพื่อพักผ่อน

ฝานซงได้เดินเข้ามาก่อนที่จะยกนิ้วให้ "พี่ชายนี้สุดยอดจริงๆ เลย"

"เจ้าหมายความว่าอะไรกัน? "

"ในฐานะที่เป็นผู้มาเยือนคนใหม่...ข้ารู้สึกชื่นชมในตัวท่านจริงๆ "

"ก็ไม่เท่าไหร่หรอก..." ซู่ฮ่องกงได้พูดออกมา ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก

ฝานซงได้ถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "ในตอนที่ข้าได้มีโอกาสมาที่หุบเขานี้เป็นครั้งแรก ข้ารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่"

"ทุกข์ทรมานอย่างงั้นหรอ? "

"ใช่..." ฝานซงมองไปรอบๆ ตัวก่อนที่จะพูดเสียงเบา "เหล่าสาวกรุ่นพี่ทั้งหลายที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าล้วนแต่มีนิสัยที่แปลกประหลาด ถ้าหากท่านไม่ระวังตัวให้มากพอบางทีท่านอาจจะเจอปัญหาก็เป็นได้"

ซู่ฮ่องกงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ขมวดคิ้ว เขาจ้องมองไปที่ฝานซงอย่างสับสน "นิสัยที่แปลกประหลาดอย่างงั้นหรอ? "

"เจ้าเองก็น่าจะเห็นมาด้วยตาตัวเองแล้ว ศิษย์คนที่สี่ของศาลาปีศาจลอยฟ้าหมิงซี่หยิน แม้ว่าภายนอกเขาจะดูเหมือนกับคนสุภาพแต่แท้จริงแล้วลึกๆ ของเขากลับเย็นชาและไร้หัวใจ ส่วนต้วนมู่เฉิงศิษย์คนที่สามเองเป็นคนที่ซื่อตรง ศิษย์คนนี้มักจะยึดมั่นในหลักการของตัวเองอย่างเคร่งครัด...และนอกจากนี้ยังมีหยวนเอ๋อ ศิษย์คนที่เก้าของศาลาปีศาจลอยฟ้า แม้ว่ารูปลักษณ์ของนางจะดูเหมือนเด็กน้อยน่ารักแต่ถึงแบบนั้นนางกลับมีอารมณ์ที่แปรปรวนจนผิดปกติและมักจะใช้อารมณ์แก้ไขปัญหา ข้าว่าท่านควรที่จะอยู่ห่างกับนางให้มากที่สุดจะดีกว่า" ฝานซงได้แนะนำออกมาอย่างเคร่งขรึม

เมื่อฝานซงพูดถึงหยวนเอ๋อ ในตอนนั้นเองซู่ฮ่องกงก็ได้ตกตะลึง ตัวเขารู้แล้วว่าทำไมหยวนเอ๋อถึงได้เกรี้ยวกราดใส่ตัวเขาในห้องโถงใหญ่ก่อนหน้านี้

ซู่ฮ่องกงมองไปที่ฝานซง หลังจากนั้นเขาก็ได้ถามฝานซงด้วยเสียงอันแหบห้าว "แล้วเจ้าเคยได้ยินเรื่องของราชาปีศาจไหม? "

"ราชาปีศาจอย่างงั้นหรอ? " สีหน้าของฝานซงเปลี่ยนไปในทันที "ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าน่ะไม่ได้พูดอะไรถึงราชาปีศาจมากนัก ฉายาของราชาปีศาจมีไว้เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็เท่านั้น เขาเป็นเพียงชายผู้มีพลังวรยุทธระดับศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น ข้าว่าเขาคนนั้นอาจจะไม่ได้เก่งกาจในเรื่องของการต่อสู้ก็เป็นได้...ว่าแต่ท่านสบายดีสินะ? ท่านดูไม่สู้ดีเท่าไหร่เลยนะ"

ซู่ฮ่องกงรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าไม่สบาย ในตอนนี้เปลวไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวได้ลุกโชนขึ้นภายในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้น

ในตอนนั้นเองเสียงไอก็ได้ดังขึ้นมาซะก่อน หมิงซี่หยินได้ปรากฏตัวขึ้นมาใกล้ๆ พวกเขาทั้งสองคนโดยไม่ทันได้สังเกตเห็น

และเมื่อเห็นแบบนั้นเปลวไฟแห่งความโกรธของซู่ฮ่องกงก็ได้ดับลงไปในทันที

เมื่อฝานซงเห็นแบบนั้นเขาก็ได้พยักหน้าให้ 'ศิษย์พี่สี่มาหาผู้มาเยือนคนใหม่อย่างงั้นหรอ? '

"ฝานซง"

"ครับ ศิษย์พี่หมิงซี่หยิน? "

"ผนึกพลังวรยุทธเจ้านั่นซะ เจ้านั่นจะถูกส่งไปยังถ้ำแห่งเงาสะท้อนเพื่อที่จะคิดทบทวนตัวเอง" หมิงซี่หยินได้พูดขึ้น

เมื่อฝานซงได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้แต่ตกตะลึงก่อนที่จะถามออกมาอย่างงุนงง "ศิษย์พี่หมิงซี่หยิน เขาเป็นเพียงผู้มาใหม่ ท่านจะไม่โหดร้ายกับเขาเกินไปหรอกหรอ? "

"ทำตามที่สั่งซะ"

"ข้าเข้าใจแล้ว" ฝานซงไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากเดินไปหาซู่ฮ่องกงก่อนที่จะกระซิบบอกเขา "ข้าขอโทษท่านจริงๆ สิ่งนี้อาจจะทำให้ท่านเจ็บแสบได้"

ซู่ฮ่องกงดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไรกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

และเมื่อได้รับการยอมรับจากซู่ฮ่องกงแล้วฝานซงก็เริ่มที่จะผนึกพลังวรยุทธของเขาในทันที ในไม่ช้าตัวเขาก็ผนึกพลังวรยุทธที่ซู่ฮ่องกงมีจนสำเร็จ

ซู่ฮ่องกงได้หันไปหาฝานซงก่อนที่จะตบไหล่เขา "รอข้าก่อนเถอะ..."

"ไม่จำเป็นจะต้องสุภาพแบบนั้นหรอก พวกเราอยู่ข้างเดียวกันแล้ว" ฝานซงได้พูดออกมา

ซู่ฮ่องกงลุกขึ้นไปก่อนที่จะเดินไปยังถ้ำแห่งเงาสะท้อนกับหมิงซี่หยิน

ในตอนนั้นเองก็มีใครตะโกนเรียกขึ้นมาซะก่อน "ศิษย์พี่แปด! "

'ศิษย์พี่แปด? ' ฝานซงได้หันไปมอง ในตอนนั้นเองเขาก็ได้พบกับศิษย์คนสุดท้อง ศิษย์คนที่เก้าหยวนเอ๋อ ในตอนนี้หยวนเอ๋อกำลังเอามือเท้าเอวก่อนที่จะจ้องมองมายังพวกเขา

ซู่ฮ่องกงหยุดอยู่กับที่ เขาได้หันกลับมาพูดพร้อมกับรอยยิ้ม "ศิษย์น้องเล็ก? "

'ศิษย์น้องเล็กอย่างงั้นหรอ? '

หยวนเอ๋อได้ตอบกลับมา "ท่านอาจารย์ได้สั่งให้เฆี่ยนศิษย์พี่...ท่านลืมไปแล้วอย่างงั้นหรอศิษย์พี่สี่? "

"..."

"..."

ถ้าหากฝานซงเข้าใจบทสนทนาไม่ผิด คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็คือหนึ่งในศิษย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าตัวจริง และเพราะแบบนั้นเปลือกตาของฝานซงจึงกระตุกอย่างรุนแรงทันที คอของเขาเองก็แห้งผากเช่นเดียวกัน

หมิงซี่หยินได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ "ศิษย์น้องแปด...อย่าโทษข้าเลยนะ ไม่ต้องกังวลไปข้าจะพยายามเมตตาเจ้าให้ได้มากที่สุดเอง

ซู่ฮ่องกงอยากที่จะร้องไห้ออกมาเมื่อจ้องมองไปยังหยวนเอ๋อ

หมิงซี่หยินได้แบกซู่ฮ่องกงขึ้นก่อนที่จะอุ้มเขาไปยังสถานที่สำหรับการเฆี่ยนตี

ในวันนั้นเองมีแต่เสียงร้องครวญครางดังก้องไปทั่วทั้งศาลาปีศาจลอยฟ้า

ฝานซงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ใจสั่น 'นี่คือสิ่งที่เรียกว่าพยายามเมตตาแล้วอย่างงั้นหรอ? ดูเหมือนว่าศิษย์พี่จะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในการลงโทษเลยมากกว่า! '

"ติ้ง! ลงโทษศิษย์คนที่แปดสำเร็จ ได้รับแต้มบุญ: 100 "

เมื่อการเฆี่ยนสิ้นสุด

หมิงซี่หยินรู้สึกพึงพอใจมาก เขาได้โบกมือก่อนที่จะพาซู่ฮ่องกงไปยังถ้ำแห่งเงาซะท้อน

"พี่ฝาน? " โจวจี้เฟิงเดินมาพร้อมกับดาบที่อยู่บนด้านหลัง

"พี่ฝาน เกิดอะไรขึ้นกัน? ท่านไม่สบายอย่างงั้นหรอ? " โจวจี้เฟิงได้เดินตรงมาหาฝานซง

ดวงตาของฝานซงในตอนนี้เบิกกว้าง ตัวเขาได้พึมพำอะไรบางอย่างออกมา "ข้า...ข้าคิดว่าข้ากำลังเจอปัญหาเข้าซะแล้วล่ะ..."

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องลับของศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลู่โจวได้ศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์อีกครั้ง หลังจากที่ได้ศึกษาจนรู้สึกถึงพลังเขาก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น

ในเวลาเดียวเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ มันเป็นเสียงแจ้งเตือนที่ได้มาจากการลงโทษของซู่ฮ่องกงนั่นเอง

ลู่โจวในตอนนี้ได้เหลือบมองไปที่แต้มบุญที่อยู่บนเมนู

'ขาดแต้มบุญอีกพันกว่าคะแนนสินะกว่าที่จะซื้อพลังร่างอวตารใหม่ได้'

"ท่านอาจารย์...ผู้อาวุโสฮั๊วขอเข้าพบ" เสียงของหยวนเอ๋อได้ดังมาจากด้านนอก

"ข้ารู้แล้ว" ลู่โจวได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่จะออกจากห้องลับเพื่อที่จะเดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่

ฮั๊ววู่เด๋าได้ยืนรอลู่โจวอย่างเคารพอยู่ที่ห้องโถงใหญ่อยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่เห็นลู่โจวปรากฏตัวเขาก็ได้เดินไปหาในทันที

"ท่านปรมาจารย์" ฮั๊ววู่เด๋าได้โค้งคำนับลู่โจว

"ว่ายังไง เจ้าจะทำตามเงื่อนไขไหม? "

ฮั๊ววู่เด๋าได้พยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับมา "ข้าหาได้"

"เยี่ยมมาก"

"ข้าอยากจะรู้ว่าด้วยสมบัติล้ำค่าที่ศาลาปีศาจลอยฟ้ามีมากมายหลายชิ้น ทำไมท่านถึงต้องการแมกโนเลียสีดำด้วย? " ฮั๊ววู่เด๋าได้ถามออกมาอย่างสับสน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 172 ปัญหาของผู้มาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว