เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 164 สาวกผู้แข็งแกร่ง

ตอนที่ 164 สาวกผู้แข็งแกร่ง

ตอนที่ 164 สาวกผู้แข็งแกร่ง


ตอนที่ 164 สาวกผู้แข็งแกร่ง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝานซุยเหวินกำลังสั่นไปทั้งตัว "เงื่อนไขที่ว่านั้นง่ายแสนง่าย...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าจะต้องภักดีต่อศาลาปีศาจลอยฟ้าของข้า"

ทั่วทั้งห้องได้เงียบลง

ฝานซุยเหวินได้หยุดสั่นก่อนที่จะสงบลง เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ถึงแบบนั้นใบหน้าของเขาก็ได้แสดงสีหน้าอะไรบางอย่างออกมา มันเป็นสีหน้าที่กำลังเยาะเย้ยตัวเองอยู่นั่นเอง ด้วยสภาพปัจจุบันของฝานซุยเหวินในตอนนี้ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าจะสามารถใช้งานอะไรตัวเขาได้?

ฝานซุยเหวินรู้ตัวเองดี ตัวเขาที่เป็นถึงผู้นำของเหล่าอัศวินดำ และยังเคยมีชื่ออยู่ในบัญชีดำอันดับต้นๆ อีกด้วย...แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับไร้ความหมาย

หยวนเอ๋อพยายามที่จะรักษาระยะห่างกับฝานซุยเหวิน ตัวเขาในตอนนี้ดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างมาก

ทั่วทั้งตัวของฝานซุยเหวินมืดมิดราวกับเถ้าถ่าน ตัวเขาดูเหมือนกับสัตว์ประหลาดมากกว่าที่จะดูเหมือนมนุษย์ นอกจากจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว เป็นไปได้สูงว่าตัวเขาจะสูญเสียพลังวรยุทธทั้งหมดไป ในตอนนี้ฝานซุยเหวินก็ไม่ต่างอะไรจากคนไร้ประโยชน์ ศาลาปีศาจลอยฟ้าผู้ยิ่งใหญ่จำเป็นจะต้องการพลังของชายคนนี้อีกด้วยอย่างงั้นหรอ?

หยวนเอ๋อเองก็รู้สึกไม่เข้าใจการตัดสินใจของผู้เป็นอาจารย์ แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่กล้าพอที่จะกล้าตั้งคำถามขึ้น 'ท่านอาจารย์มีเหตุผลอะไรกันแน่ถึงต้องทำแบบนี้'

"ถ้าหากเจ้ายอมรับมันได้ ข้าก็พอจะมีทางที่จะช่วยเจ้าอยู่..."

เมื่อได้ยินลู่โจวพูดแบบนั้น ฝานซุยเหวินก็ได้สั่นไปทั้งตัวอีกครั้ง เขาพยายามที่จะรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดก่อนที่จะยกหัวขึ้นมา ตัวเขาอยากที่จะเหลือบมองลู่โจว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็บาดเจ็บสาหัสจนเกินไป ฝานซุยเหวินทำไม่สำเร็จ ตัวเขาได้แต่ทรุดตัวลงกับพื้น แต่ถึงแบบนั้นก็เสียงอันแผ่วเบาหลุดรอดมาจากปากของฝานซุยเหวิน "ได้" ฝานซุยเหวินพยายามที่จะรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อที่จะเอ่ยปากพูดคำเดียวออกมา

"ติ้ง! ได้รับสาวกคนใหม่ วรยุทธ: ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ผู้ใช้พลังร่างอวตารทั้งแปดแห่งร้อยวิถี รางวัล: 2,000 แต้มบุญ ข้อเสนอแนะพิเศษ: การจะควบคุมสาวกคนนี้เป็นไปได้ยาก ได้โปรดเพิ่มค่าความจงรักภักดี"

ลู่โจวได้เหลือบมองไปที่ฝานซุยเหวินเมื่อได้ยินเสียงการแจ้งเตือน

ชื่อ: เล้งลั่ว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ: ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ (บาดเจ็บสาหัส)

ค่าความจงรักภักดี: 2%

ค่าความจงรักภักดีของเขาต่ำจนยากที่จะใช้งานได้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ครั้งหนึ่งฝานซุยเหวินก็เคยมีชื่ออยู่ในอันดับต้นๆ ของบัญชีดำ และนอกจากนี้ตัวเขายังเคยเป็นถึงผู้นำของเหล่าอัศวินดำผู้ทรงอำนาจ นอกเหนือจากนี้ตัวเขายังมีพลังร่างอวตารที่มีกลีบดอกบัวถึง 8 กลีบด้วยกัน และเพราะแบบนั้นแล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนแบบนี้จะหยิ่งยโสได้ แม้แต่เหวยซู่หยานแม่ทัพหลวงเองก็ไม่ชอบเขาเช่นกัน ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่การเพิ่มกำลังของศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

"เยี่ยมาก" ลู่โจวได้พยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจ "เจ้าน่ะเข้าร่วมศาลาปีศาจลอยฟ้าของข้าแล้ว นับตั้งแต่จากนี้เป็นต้นไปเจ้าจะต้องรับใช้ตัวข้าแต่เพียงผู้เดียว..."

ฝานซุยเหวินพยายามที่จะพูดออกมา แต่เสียงเดียวที่ดังออกมาจากในลำคอของเขาเป็นเสียงที่ฟังดูแล้วไม่ได้ความ

ลู่โจวยกมือขึ้นมาอย่างช้าๆ ในตอนนั้นเองแสงสีฟ้าก็ได้ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา ลู่โจวได้โบกฝ่ามือไปรอบๆ ในตอนนั้นเองแสงสีฟ้าจางๆ ก็ได้เคลื่อนตามฝ่ามือ

เมื่อฝานซุยเหวินเห็นพลังของลู่โจว ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างในทันที

สิ่งที่ลู่โจวใช้ก็คือการ์ดรักษาฉุกเฉิน

ลู่โจวแลกสิ่งนี้มาด้วย 300 แต้มบุญที่เขามี สำหรับลู่โจวแล้วการ์ดรักษาฉุกเฉินใบนี้เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก มันทำให้ตัวเขาได้แต้มบุญจากระบบมากถึง 2,000 แต้มบุญด้วยกัน

ในใจของลู่โจวในตอนนี้กำลังคิดถึงวิธีการที่จะควบคุมฝานซุยเหวิน แน่นอนว่าการจะควบคุมคนที่มีความสามารถอย่างเขาได้คงจะเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะแบบนั้นลู่โจวจึงตัดสินใจที่จะคิดเรื่องนี้ทีหลังแทน

ฝานซุยเหวินได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก การ์ดรักษาฉุกเฉินของลู่โจวสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้เพียง 30% เท่านั้น และเพราะอาการบาดเจ็บที่เขามีแน่นอนว่าฝานซุยเหวินคงจะเล่นอะไรตุกติกไม่ได้แน่

แสงสีฟ้าได้ปกคลุมร่างกายฝานซุยเหวินที่ไหม้เกรียม แสงสีฟ้าเริ่มเข้าสู่ร่างกายก่อนที่จะเคลื่อนที่ไปยังเส้นพลังลมปราณทั้ง 8 ของเขา พลังสีฟ้าค่อยๆ รักษาเยียวยาร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บฝานซุยเหวินอย่างช้าๆ

ลู่โจวได้แต่จ้องมองความเปลี่ยนแปลงของฝานซุยเหวินอย่างเยือกเย็น

พลังแห่งการเยียวยารักษาของการ์ดรักษาฉุกเฉินทำให้ลู่โจวนึกถึงเทคนิคการเยียวยารักษารูปแบบหนึ่งของชาวพุทธ เทคนิคนั่นก็คืออภัยเมตตาพาพ้นบาป การจะใช้เคล็ดวิชานี้ได้ผู้ฝึกยุทธจะต้องมีพลังวรยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ซะก่อน การจะใช้เคล็ดวิชาเมตตาพาพ้นบาปผู้ใช้จะต้องสูญเสียพลังลมปราณไปเป็นจำนวนมาก พลังแห่งการเยียวยารักษาจะค่อยๆ รักษาและขยายเส้นพลังลมปราณทั้งแปดของเป้าหมาย เมื่อขยายเส้นพลังลมปราณได้หลังจากนั้นมันจะช่วยเยียวยารักษาบาดแผลนั่นเอง

ฝานซุยเหวิน ค่าความจงรักภักดี +2%

เป็นไปไม่ได้เลยที่ฝานซุยเหวินจะไม่ตกใจ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่ได้แสดงทีท่าอะไรออกมา การเห็นลู่โจวใช้เคล็ดวิชาชาวพุทธ เคล็ดวิชาที่ใช้ในการเยียวยารักษาได้เป็นอะไรที่น่าตกใจมาก

เมื่อลู่โจวเห็นฝานซุยเหวินค่าความจงรักภักดีเพิ่มมากขึ้น 2% ตัวเขาก็เริ่มสงบใจลงได้

'แม้แต่ในตอนนี้ค่าความจงรักภักดีของเขายังเพิ่มมากขนาดนี้ แล้วในอนาคตมันจะเพิ่มยากขนาดไหนกัน ที่เป็นแบบนี้คงจะเป็นเพราะว่าลูกน้องทั้งสองคนของเขาได้ตายไปในศาลาปีศาจลอยฟ้า นี่คงจะเป็นอุปสรรคในการเพิ่มค่าความจงรักภักดีแน่ การจะเพิ่มค่าความจงรักภักดีของฝานซุยเหวินให้ถึง 70% หรือ 80% คงจะใช้เวลาภายในวันสองวันไม่ได้แน่'

ลู่โจวจ้องมองไปที่ฝานซุยเหวินอย่างใจเย็น ตัวเขาไม่ได้รู้สึกกังวลเลยว่าการ์ดรักษาฉุกเฉินของเขาจะสามารถใช้ได้ผลไหม

หลังจากที่ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแสงสีฟ้าทั้งหมดก็เริ่มที่จะจางหายไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหยวนเอ๋อได้แต่เฝ้ามองดูเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างตกตะลึง เธอได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ลู่โจวอย่างเชื่อฟังโดยไม่แม้แต่จะกล้ารบกวนผู้เป็นอาจารย์

ในที่สุดแสงสีฟ้าจากฝ่ามือลู่โจวก็ได้จางหายไป

เลือดทั้งหมดรวมไปถึงบาดแผลของฝานซุยเหวินได้ปิดจนสนิท ในตอนนี้ตัวเขาพยายามที่จะขยับอีกครั้ง ฝานซุยเหวินเอาฝ่ามือยันพื้นเอาไว้ก่อนที่จะพยายามดันตัวเองขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับเรี่ยวแรงบางส่วนกลับมาแล้ว อาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ของฝานซุยเหวินถูกรักษาขึ้นมาแล้วนั่นเอง

ฝานซุยเหวินถอยกลับไปที่มุมมุมหนึ่ง ตัวเขาได้เอาหลังพิงกำแพงเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...ฝานซุยเหวินจะไม่มีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป...ในตอนนี้จะมีเพียง...เล้งลั่วเท่านั้น..." ทันทีที่พูดจบเขาก้ได้ไอออกมาอย่างรุนแรง ท้ายที่สุดแล้วอาการบาดเจ็บ 30% จากทั้งหมดได้ถูกเยียวยารักษาเท่านั้น

ลู่โจวพยักหน้าเล็กน้อย ตัวเขาได้ลูบเคราก่อนที่จะพูดขึ้น "เล้งลั่ว ข้าน่ะจะไม่บังคับให้เจ้าต้องทำตามกฎของศาลาปีศาจลอยฟ้าหรอกนะ..."

เล้งลั่วพยักหน้า แต่ถึงแบบนั้นสีหน้าของเขากับแข็งกระด้าง ที่จริงแล้วตัวเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของลู่โจว ตัวเขาแค่รู้สึกไม่เคยชินกับการเป็นสาวกของใคร

"ทะ...ท่านปรมาจารย์? "

"เรียกตามที่เจ้าต้องการเถอะ..."

"ข้า...ที่ผ่านมาข้าได้แต่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทำไมกัน...ข้าอยากที่จะถามว่าทำไมท่านถึงต้องช่วยข้า? " เล้งลั่วไม่เข้าใจเหตุผลของลู่โจวเลย พลังวรยุทธที่ตัวเขามีในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากผู้ฝึกยุทธทั่วๆ ไป แม้ว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะสังหารตัวเขาไป ตัวเขาก็จะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ "ก็เพราะเป็นเจ้ายังไงล่ะเล้งลั่ว..."

คนคนนี้ก็คือเล้งลั่ว ยอดฝีมือผู้มีพลังร่างอวตารดอกบัว 8 กลีบ คนแบบนี้ในสายตาลู่โจวไม่เคยที่จะไร้ค่าเลย

เล้งลั่วที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่พยักหน้า

"เจ้าน่ะอยากที่จะฆ่าม่อหลี่รึเปล่าล่ะ?

"แน่นอน"

"เจ้าได้เจอเจ้านั่นล่าสุดตอนไหนกัน? "

"ข้าเองก็จำไม่ได้...ข้าจำได้แค่ว่าเจ้านั่นมันสนิทกับสำนักแห่งความบริสุทธิ์" เล้งลั่วพูดขึ้น

สำนักแห่งความบริสุทธิ์?

ลู่โจวได้พูดต่อไป "ม่อหลี่มาจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์อย่างงั้นหรอ? "

"ถูกต้องแล้ว"

ฝานซงเองก็เคยได้ร่ำเรียนเวทมนตร์คาถามาจากที่นั่น ตัวเขาบอกได้แค่ว่าผู้อาวุโสหลายคนหรือแม้แต่เจ้าสำนักปฏิเสธที่จะพูดคุยกับตัวเขาเรื่องนี้ เรื่องของเวทมนตร์คาถา

"ม่อหลี่, ม่อฉี..." ลู่โจวได้เอ่ยชื่อทั้งสองออกมาในขณะที่เอามือไขว้หลังเอาไว้

คงจะดีกว่านี้มากถ้าหากลู่โจวไม่เอ่ยชื่อทั้งสองออกมาจากปาก

เมื่อได้ยินชื่อทั้งหมดสีหน้าของเล้งลั่วก็ได้เปลี่ยนไปในทันที เห็นได้ชัดว่าตัวเขาเกลียดชื่อพวกนั้นมากแค่ไหน

ลู่โจวเหลือบมองไปที่เขาก่อนที่จะเอ่ยปากถามขึ้น "เจ้าน่ะเป็นผู้นำของเหล่าอัศวินมานาน เจ้าพอจะรู้ไหมว่านางมีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นไหนกัน? "

เล้งลั่วส่ายหัวก่อนที่จะตอบกลับไป "ข้าไม่เคยเห็นนางเคลื่อนไหวแม้แต่ครั้งเดียว...แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่คิดว่านางจะอ่อนแอไปกว่าวู่เซียน ผู้นำของเหล่าสิบคนทรงไปได้..."

ในตอนที่ใช้สุดยอดเวทมนตร์คาถาก่อนหน้านี้ วู่เซียนสามารถใช้พลังที่แท้จริงได้เพียง 70-80% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองลู่โจวจึงคิดว่าม่อหลี่คงจะมีพลังร่างอวตารดอกบัวไม่ 7 ก็ 8 กลีบอย่างแน่นอน

ดูเหมือนว่าสำนักแห่งความบริสุทธิ์จะเป็นที่หลบซ่อนของเหล่ามังกรซ่อนเล็บ เมื่อเทียบกับสำนักเที่ยงธรรมแล้ว ทั้งสองสำนักต่างกันมาก แม้ว่าทั้งสองสำนักจะนับถือเส้นทางแห่งคุณธรรมเหมือนกันแต่ถึงแบบนั้นความแข็งแกร่งของทั้งสองสำนักกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในตอนนั้นเองเสียงของต้วนมู่เฉิงก็ได้ดังมาจากที่ไกลแสนไกล "ท่านอาจารย์ ข้าได้ขังเจ้าเหวยซู่เหลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ดูเหมือนเจ้านั่นจะมีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แม้ว่าเจ้านั่นจะมีปีก แต่เจ้านั่นไม่สามารถที่จะหลบหนีไปได้แน่"

ลู่โจวพยักหน้า

ต้วนมู่เฉิงได้พูดต่อไป "นอกจากนี้ยังมีจดหมายจากศิษย์น้องเจ็ดด้วย"

"เจ้านั่นอยากจะพูดอะไร"

สีวู่หยาทำไมถึงส่งจดหมายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้กัน...

"เจ้าสำนักเที่ยงธรรมจางชุนไหลได้ส่งกลุ่มคนโจมตีศิษย์น้องแปดเข้า ท้ายที่สุดแล้วการโจมตีทั้งหมดก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า..."

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับมาอย่างสับสน "ด้วยพลังของเจ้าแปด...เป็นไปได้ไงกันที่เจ้านั่นจะสามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้"

"ศิษย์น้องเจ็ดไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ในจดหมายเลย...ศิษย์น้องยังพูดต่อไปอีกว่าจางหยวนฉานในตอนนี้ได้ไปหาเจ้าสำนักแห่งความบริสุทธิ์แล้ว เขาคนนี้มาจากสำนักเดียวกัน สำนักแห่งความบริสุทธิ์ได้สาบานเอาไว้แล้วว่าจะฆ่าศิษย์น้องแปดและคนจากหุบเขาพยัคฆ์ทั้งหมดเพื่อเอาเลือดล้างแค้นให้กับจางชุนไหล" ต้วนมู่เฉิงพูดขึ้น

ลู่โจวที่ได้ฟังข่าวนี้ยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับว่ากำลังฟังข่าวคราวที่ไม่ได้สำคัญอะไร "เจ้านั่นน่ะหาเรื่องเอง เจ้าศิษย์ทรยศนั่นคงจะโทษใครไม่ได้แล้วล่ะ"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 164 สาวกผู้แข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว