เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157 ทางเลือกของฝานซุยเหวิน

ตอนที่ 157 ทางเลือกของฝานซุยเหวิน

ตอนที่ 157 ทางเลือกของฝานซุยเหวิน


ตอนที่ 157 ทางเลือกของฝานซุยเหวิน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

พลังงานที่พลุ่งพล่านทำให้ฝุ่นควันจากดินคละคลุ้งไปทั่ว สภาพแวดล้อมทั้งหมดได้เปลี่ยนไปราวกับว่าถูกพายุทรายเข้าถล่ม ในเวลาเดียวกันคลื่นแสงสีม่วงก็ได้แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในระยะไปจนหมดสิ้น มันทำลายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู

พลังร่างอวตารทั้งสามที่ได้เผชิญหน้าต่อแรงระเบิดได้แหลกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ

เหล่าผู้ฝึกยุทธชุดแดงทั้งหลายเป็นผู้ที่มีพลังวรยุทธที่ต่ำที่สุด เพราะแบบนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะบินไปด้วยความเร็วสูงสุดแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะบินได้รวดเร็วเหมือนกับรถม้าลอยฟ้าได้ พวกเขาทั้งหมดถูกพลังทำลายล้างเข้ากลืนกินไปอย่างไร้ความปรานี

"ท่านอาจารย์...นั่นศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่สี่! " หยวนเอ๋อได้ชี้ไปยังต้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินที่กำลังรีบบินมาหารถม้าล่องเมฆา

"หยุดซะ! " ลู่โจวได้ยกมือขึ้น แม้ว่าพลังวรยุทธของทั้งสองคนจะไม่ได้ต่ำต้อยอะไร แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ใช้เคล็ดวิชาสุดยอดไปกับการต่อสู้แล้ว เพราะแบบนั้นการที่จะหนีมาที่รถม้าได้ทันคงจะยากเกินไป เพราะแบบนั้นการหยุดรอจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ลู่โจวในตอนนี้ดูสงบนิ่งและเยือกเย็น แต่ถึงแบบนั้นเขากลับกำลังรู้สึกเสียใจอยู่ ท้ายที่สุดแล้วผู้ฝึกยุทธชุดแดงทั้งหมดควรที่จะกลายเป็นแต้มบุญให้กับเขา แต่ในตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสูญเปล่า!

'สิบคนทรงทั้งหมดต่างก็ตายไปแล้ว...วู่เฉิงเป็นเพียงคนเดียวที่ตัวเขาสามารถเก็บแต้มบุญได้ แต่ถึงแบบนั้นด้วยแรงระเบิดที่มีตอนนี้ เจ้านั่นคงจะไม่รอดแน่'

สำหรับฝานซุยเหวินและอัศวินดำทั้งสองคน พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่เป็นคะแนนแต้มบุญจำนวนมาก! 'นี่ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เลยจริงๆ '

ในตอนที่ลู่โจวกำลังใช้ความคิดอยู่ ในตอนนั้นเองต้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินก็ได้กระโดดขึ้นรถม้าลอยฟ้าได้ทัน

"พวกเราออกเดินทางได้! "

รถม้าล่องเมฆาได้กลับมาเดินทางอีกครั้ง โดยปกติแล้วการที่รถม้าลอยฟ้าจะถูกหยุดไปชั่วขณะ มันจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะสามารถกลับมาเดินทางใหม่ได้ และถ้าหากทำแบบนั้นจริงๆ มันจะต้องเคลื่อนที่ช้าลงแน่ แต่เพราะคลื่นพลังทำลายล้างสีม่วงที่กำลังไล่ตามทั้งหมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงมา ทำให้พวกเขาจะช้าไม่ได้

พลังงานทำลายล้างสีม่วงเป็นพลังคลื่นลูกใหญ่ยักษ์!

ลู่โจวที่เห็นคลื่นสีม่วงได้ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย 'ดูเหมือนว่าฉันจะต้องสูญเสียอีกแล้วสินะ...อย่าบอกนะว่าจะต้องใช้การ์ดป้องกันอีกใบกัน? ' ยิ่งไปกว่านั้นการ์ดป้องกันไร้ที่ติของลู่โจวเองก็มีราคาเทียบเท่าได้กับการ์ดการโจมตีของเพรชฆาต แต่ถึงแบบนั้นมันก็เป็นเพียงการ์ดวิเศษที่ป้องกันคนเพียงคนเดียวเท่านั้น!

ทันใดนั้นเองท่ามกลางพลังคลื่นทำลายล้างขนาดใหญ่ยักษ์ ในตอนนั้นเองพลังร่างอวตารดอกบัว 8 กลีบก็ได้ปรากฏกายขึ้น มันมาพร้อมกับลมแรงที่พัดผ่าน

ฝานซุยเหวินได้ปรากฏตัวพร้อมกับพลังร่างอวตารที่มี ในตอนนี้ตัวเขาได้เปียกโชกไปด้วยเลือด

"ฝานซุยเหวินตายไปแล้วไม่ใช่หรอ? " หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงได้ก้าวไปข้างหน้า พวกเขาทั้งคู่ยืนมองดูฝานซุยเหวินที่กำลังอยู่ด้านหน้าของรถม้า

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้เปลี่ยนแผนในทันที 'หรือว่าพยายามที่จะจัดการฉันในลมหายใจสุดท้าย? ' ลู่โจวที่คิดแบบนั้นก็ได้เตรียมการ์ดการโจมตีของเพรชฆาตเอาไว้ในมือ

แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวกับคิดผิด ลมแรงที่พัดผ่านฝานซุยเหวินได้ลอยไปยังทิศตรงข้าม

"เอ๊ะ? เจ้านั่นกำลังช่วยเราไว้! " หมิงซี่หยินอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

ลู่โจวเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน ฝานซุยเหวินควรที่จะคิดแค้นศาลาปีศาจลอยฟ้าถึงจะถูก แต่ในเวลาแบบนี้เขากลับเต็มใจที่จะปกป้องรถม้าล่องเมฆาเอาไว้ ทำไมเขาถึงเลือกช่วยปรมาจารย์มหาวายร้ายล่ะ?

'เขาคิดที่จะทำอะไรกันแน่? ' ลู่โจวยกมือขึ้นก่อนที่จะพูด "ช้าก่อน"

ไม่น่าแปลกใจที่ฝานซุยเหวินจะเอาตัวรอดมาได้ ผู้ที่มีพลังร่างอวตารดอกบัว 8 กลีบเป็นผู้ที่มีพลังวรยุทธสูงส่ง แต่ถึงแบบนั้นเขากลับเอาตัวรอดจากสุดยอดการระเบิดทำลายล้างของสิบคนทรงได้ การจะเอาตัวรอดจากพลังทำลายล้างขนาดนั้นได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หมิงซี่หยินถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้านั่นได้ปลดพลังลมปราณออกจากจุดตันเถียนของตัวเองมากเกินไป...เจ้าฝานซุยเหวินคิดที่จะตายที่นี่"

ในตอนนี้มาถึงขีดจำกัดของฝานซุยเหวินแล้ว

คลื่นสีม่วงขนาดใหญ่ยักษ์ถูกผลักกลับไปโดยพลังเฮือกสุดท้ายของฝานซุยเหวิน

ฝานซุยเหวินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดกลับไป เขาได้ใช้เสียงอันแหบแห้งเฮือกสุดท้ายพูดขึ้น "ข้าเล้งลั่ว...ไม่เคยขอให้คนอื่นช่วยเหลือ...ข้ายอมใช่ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อปกป้องพลังจากสิบคนทรงเอาไว้ และเพื่อเป็นการตอบแทนข้าขออะไรท่านผู้อาวุโสเพียงอย่างเดียว...ฆ่า...ม่อหลี่ให้ข้าด้วย! "

ก่อนที่ลู่โจวจะตอบอะไรกลับไป คลื่นพลังสีม่วงทั้งหมดก็ได้ทะลุตัวของฝานซุยเหวินมา พลังร่างอวตารของเขาได้หายไปแล้ว ดอกบัวทั้ง 8 กลีบได้หมุนตัวเองก่อนที่จะจางหายไปเช่นกัน

คลื่นพลังขนาดใหญ่ยักษ์ได้แปรเปลี่ยนไปเมื่อเผชิญหน้ากับพลังของฝานซุยเหวิน "ช่างโง่เขลาอะไรแบบนี้! "

เหล่าผู้คนที่ยืนอยู่บนรถม้าลอยฟ้าต่างก็ถอนหายใจออกมา ใครจะไปรู้กันว่าการที่ฝานซุยเหวินตัดสินใจแบบนี้ก็เพื่อคำขอเพียงหนึ่งเดียว คำขอที่มีให้กับลู่โจว

พลังคลื่นสีม่วงได้หายไป

หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงได้ใช้พลังลมปราณของตัวเองก่อนที่จะขึ้นรถม้าลอยฟ้าไป แม้ว่าพลังของเวทมนตร์คาถาจะจางหายไปแล้ว แต่ถึงแบบนั้นพายุทรายก็ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ ทุกๆ คนช่วยกันทรงพลังไปที่รถม้าเพื่อที่จะให้มันลอยสูงขึ้นไปอีก และเมื่อรถม้าล่องเมฆาลอยสูงได้มากพอจนผ่านพ้นพายุทรายไปได้ ในตอนนั้นเองเหล่าผู้คนที่อยู่บนรถม้าลอยฟ้าก็ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง

เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นรถม้าล่องเมฆาก็ได้ลอยออกจากที่เกิดเหตุไป

เหล่าผู้ฝึกยุทธที่เมืองถังซีต่างก็เห็นสถานการณ์ทั้งหมดดี

"ศาลาปีศาจลอยฟ้าชนะแล้ว! "

"ผู้ฝึกยุทธชุดแดงพวกนั้นทรงพลังจริงๆ แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ให้กับศาลาปีศาจลอยฟ้า ศาลาปีศาจลอยฟ้าแข็งแกร่งมากขนาดไหนกันแน่? "

ใครบางคนถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น "ใครจะรู้กันได้? วิสัยทัศน์ของพวกเราถูกปิดกั้นเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเราน่ะมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากจะได้ยินเสียงการต่อสู้"

"แค่ดูผลลัพธ์ก็เพียงพอแล้ว! แม้ว่าจะไม่มีสาวกคนโตและสาวกคนรอง ในตอนนี้ศาลาปีศาจลอยฟ้าก็ยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม! "

ในตอนแรกมีผู้ฝึกยุทธจำนวนไม่มากนัก แต่ถึงตอนนี้ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายก็เริ่มที่จะมารวมตัวกันมากขึ้นแล้ว พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่มองดูเหตุการณ์จากในระยะไกล

ในตอนนั้นเองมีผู้ใช้ดาบชุดเขียวยืนปะปนอยู่ในฝูงชน เขาคนนั้นได้จ้องมองรถม้าล่องเมฆาที่กำลังลอยจากไป สีหน้าของเขาดูทั้งสงบและเยือกเย็น ชายผู้ใช้ดาบคนนั้นได้แต่ส่ายหัว

"สวัสดี"

"พี่ชาย ตรงนั้นมันอันตรายมาก ท่านไม่ควรที่จะไปที่นั่นหรอกนะ..."

"ขอบคุณมากสำหรับความหวังดี" นักดาบชุดเขียวได้เดินจากไป ตัวเขากำลังมองไปที่พายุฝุ่นควันที่ตกลงมาจากการต่อสู้

"พี่ชาย ข้าคิดว่าท่านน่ะมาสายไปซะแล้วล่ะ...น่าเสียดายที่ท่านไม่ได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นนั่น! ท่านเห็นรถม้าลอยฟ้าคันนั้นไหม มันเป็นรถม้าลอยฟ้าของศาลาปีศาจลอยฟ้ายังไงล่ะ! " ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ข้างๆ เริ่มพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวได้ฟัง

ชายผู้ใช้ดาบไม่ได้สนใจอะไร เขายังคงจ้องมองไปที่รถม้าลอยฟ้าต่อไป

มีผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งได้ถอนหายใจออกมา "ข้าไม่คิดเลยว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะเก่งกาจถึงขนาดนี้ ในอดีตที่ผ่านมาในตอนที่ทั้งสาวกคนโตและสาวกคนรองยังอยู่ ในตอนนั้นเป็นเหมือนกับยุคทองของศาลาปีศาจลอยฟ้า เป็นยุคอันรุ่งโรจน์...แต่ในตอนนี้ทุกอย่างก็ถูกพิสูจน์แล้ว ศาลาปีศาจลอยฟ้ายังคงแข็งแกร่งเช่นเคย"

ชายผู้ใช้ดาบชุดเขียวได้ยินสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธคนนั้นพูดได้อย่างชัดเจน "ยังคงแข็งแกร่งเช่นเคย" ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะเกลียดชังศาลาปีศาจลอยฟ้า ยังมีอีกหลายคนด้วยกันที่เคารพและชื่นชมศาลาปีศาจลอยฟ้า แต่ถึงแบบนั้นจำนวนคนที่คิดแบบนี้ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร

ชายผู้ใช้ดาบคนเดิมได้พยักหน้าให้ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างสุภาพ "ขอบคุณสำหรับคำชื่นชมมาก"

'ขอบคุณอย่างงั้นหรอ? ขอบคุณอะไรกัน? เจ้านี่บ้าไปแล้วสินะ? ' ผู้ฝึกยุทธคนนั้นรู้สึกสับสน

ทันใดนั้นเองฝูงชนทั้งหลายก็เริ่มอุทานออกมาอย่างตื่นตกใจ

"รถม้าล่องเมฆากำลังจะกลับมา! "

"พวกเขาไม่ได้กำลังจะจากไปอย่างงั้นหรอ? "

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่เห็นแบบนั้นก็ได้ถอยห่างไปในทันที พวกเขาได้แต่กังวลว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะส่งวายร้ายออกมาทำชั่วอีกครั้ง แต่ถีงแบบนั้นสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

รถม้าล่องเมฆาในตอนนี้ได้เคลื่อนที่ช้าลงมาก

ในขณะเดียวกันนั้นเองลู่โจวก็ได้แต่สำรวจดินแดนเบื้องล่าง "ในที่สุดก็กลับมามองเห็นได้แล้วสินะ...รีบหาผู้อาวุโสฮั๊ว"

"ครับท่านอาจารย์" หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็กระโดดลงจากรถม้าในทันที

ในขณะที่ลงจากรถม้านั้นเอง ผู้ฝึกยุทธจากเมืองถังซีก็เห็นแบบนั้น พวกเขาทั้งหมดต่างก็วิ่งหนีไปอย่างสุดชีวิต

หมิงซี่หยินที่กระโดดลงมาได้เห็นฝูงชนทั้งหลายกำลังวิ่งหนีไปอย่างแตกตื่น "ช่างขี้ขลาดซะจริง"

"ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะกลัวกัน" ต้วนมู่เฉิงพูดตอบกลับไป

"ศิษย์พี่ช่างฉลาดหลักแหลมจริงๆ "

"ข้าคิดว่าผู้อาวุโสฮั๊วคงอยู่ไม่ไกลจากนี้แน่" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาหลังจากที่หันไปมองรอบๆ ตัว

"ลั่วฉีซานเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาๆ ข้าเป็นห่วงว่าผู้อาวุโสฮั๊วจะไม่สามารถรับมือกับชายคนนั้นได้"

"ในตอนนี้พลังผนึกตราประทับทั้งหกของผู้อาวุโสฮั๊วได้เพิ่มพลังมากขึ้น ข้าคิดว่าเพลงดาบ 13 หน้าของลั่วฉีซานคงไม่สามารถที่จะทำอะไรเขาได้แน่"

"ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ้าข้าเป็นลั่วฉีซานที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ป่านนี้ข้าก็คงคิดที่จะหยุดโจมตีไปแล้วล่ะ" ต้วนมู่เฉิงพูดออกมาอย่างดูถูกดูแคลน

หมิงซี่หยินไอออกมา ตัวเขาไม่ได้เข้าใจอะไรคำพูดของต้วนมู่เฉิงเลย แต่ถึงแบบนั้นหมิงซี่หยินก็ไม่คิดที่จะแย้งอะไร "ท่านพูดถูกแล้วศิษย์พี่"

แคล๊ก

แคล๊ก

"นั่นมันเสียงอะไรกัน? " หมิงซี่หยินหันกลับไปมอง

ในตอนนั้นเองก็มีมือของใครบางคนปรากฏขึ้นมาเหนือพื้นดินที่ไหม้เกรียม

หมิงซี่หยินรีบกระโดดถอยกลับไปด้วยความตกใจ เขาชี้ไปที่มือที่ดำสนิทก่อนที่จะพูดขึ้น "ศพ...มีชีวิตอย่างงั้นหรอ? " หลังจากนั้นไม่นานหมิงซี่หยินก็เลิกคิดแบบนั้น จะมีซากศพที่ไหนกันที่รอดมาจากแรงระเบิดที่ทรงพลังแบบนั้นได้? หลังจากที่ใช้ความคิดได้พักหนึ่งในตอนนั้นเองเขาก็นึกถึงชื่อใครบางคนออก "ไม่จริง! หรือว่าจะเป็นฝานซุยเหวินกัน? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 157 ทางเลือกของฝานซุยเหวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว