เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 141 ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ไม่เอาไหน

ตอนที่ 141 ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ไม่เอาไหน

ตอนที่ 141 ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ไม่เอาไหน


ตอนที่ 141 ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ไม่เอาไหน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ซู่ฮ่องกงในตอนนี้อยู่ไม่สุขอีกต่อไป ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความลังเล ตัวเขาไม่แม้แต่จะคิดอยากออกไปเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ในตอนนี้

ในทางกลับกัน ยู่เฉิงไห่ในตอนนี้มีท่าทีที่แสนจะดูสงบ ยู่เฉิงไห่กำลังเฝ้ารอดูการแสดงที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

'ถึงจะร้องไห้ไปก็ไม่สามารถที่จะแก้อะไรได้ ถ้าหากข้าเอาชนะเจ้าพวกนั้นไม่ได้จริง อย่างน้อยๆ ข้าก็พอที่จะหนีได้' เมื่อซู่ฮ่องกงคิดได้แบบนั้น เขาจึงพูดออกมากับลูกน้องของตัวเอง "รอสู้เคียงข้างข้าให้ดีล่ะ! "

แม้ว่าซู่ฮ่องกงผู้ที่เป็นหัวหน้าจะพูดแบบนั้น แต่ลูกน้องของเขากลับไม่คิดเช่นนั้น ลูกน้องคนนี้ชินชากับนิสัยของซู่ฮ่องกงเข้าซะแล้ว "ท่านหัวหน้าเร็วเข้า! พวกเรารีบไปที่ท้ายภูเขาเถอะ! "

"เจ้าหมายถึงอะไรกัน? พวกเราจะต้องสู้! " ซู่ฮ่องกงพูดออกมาอีกครั้งก่อนที่จะเตะไปยังลูกน้องคนเดิม

ทั้งสองคนได้เดินออกจากฐานที่มั่นไป

ยู่เฉิงไห่เองก็ยืนขึ้นเช่นกัน ตัวเขาได้เดิมตามซู่ฮ่องกงออกไปจากฐานที่มั่น ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในฐานทัพหุบเขาพยัคฆ์อีกต่อไป มันคงจะดีกว่ายู่เฉิงไห่เองที่จะออกไปดูเหตุการณ์ที่ด้านนอกเอง

ตามที่ลูกน้องของซู่ฮ่องกงได้บอกเอาไว้ รถม้าลอยฟ้าที่อยู่นอกหุบเขาพยัคฆ์เป็นรถม้าของสำนักเที่ยงธรรม ในตอนนี้มันอยู่สูงจากหุบเขาพยัคฆ์ไม่ไกลมากนัก

สมาชิกหุบเขาพยัคฆ์คนอื่นๆ ไม่ได้รู้สึกทึ่งอะไรกับรถม้าคันนั้นเลย ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าพวกเขาได้เห็นรถม้าลอยฟ้าของสำนักทางใต้มาแล้ว รถม้าของสำนักทางใต้ดูยิ่งใหญ่กว่ารถม้าคันนี้มาก เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็ทำให้พวกเขาสังเกตได้ถึงความต่างอย่างชัดเจนแล้ว

ซู่ฮ่องกงเงยหน้าขึ้นมาผู้กับผู้ที่เป็นลูกน้องของตน "พวกเรา! รวบรวมความกล้าเอาไว้ พวกเจ้าคนไหนที่ไม่มีพลังวรยุทธให้หลบหลังไปซะ ส่วนผู้ที่มีพลังวรยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้เตรียมกับดักเอาไว้ และผู้ที่มีวรยุทธขั้นมหาราชครูมารวมตัวกันเร็วเข้า! "

และเพราะคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้า เหล่าสมาชิกทั้งหลายของหุบเขาพยัคฆ์จึงแยกย้ายกันทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย

ยู่เฉิงไห่ที่เห็นแบบนั้นพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนที่จะสำรวจหุบเขาต่อไป สำหรับเขาการที่ซู่ฮ่องกงสามารถออกคำสั่งเพื่อรับมือได้แบบนี้ถือว่าน่ายกย่องอยู่พอสมควร

กร๊อบแกร๊บ! กร๊อบแกร๊บ!

เสียงวัชพืชที่ถูกเหยียบได้ดังขึ้น ในตอนนั้นเองหน้าไม้ขนาดยักษ์ก็ได้ปรากฏขึ้น

เมื่อยู่เฉิงไห่มองเห็นหน้าไม้ยักษ์ ในตอนนั้นเขาก็เดินไปหาซู่ฮ่องกงอย่างใจเย็น "ศิษย์น้องแปด ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ "

ซู่ฮ่องกงที่ได้ฟังคำชมก็ได้หัวเราะขึ้นมา "ศิษย์พี่ใหญ่ ที่นี่น่ะเป็นฐานทัพของพวกเรา ถ้าหากพวกเราไม่มีไพ่ตายเก็บเอาไว้ ป่านนี้พวกเราก็คงจะอยู่รอดจนมาถึงทุกวันนี้ไม่ได้หรอกศิษย์พี่"

ในตอนนี้หน้าไม้ยักษ์พร้อมยิงแล้ว

ซู่ฮ่องกงมองไปที่รถม้าก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเริงร่า "หน้าไม้ยักษ์พร้อมแล้ว พวกเรามาลงโทษรถม้าลอยฟ้าคันนั้นกัน! ยิงได้! "

สำนักเที่ยงธรรมไม่มีเวลาแม้แต่จะพูดอะไรออกมา ในตอนนั้นเองหน้าไม้ก็ได้ยิงลูกธนูไปสู่ท้องฟ้าแล้ว

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

หน้าไม้ยักษ์ได้ยิงลูกศรไปที่กลางอากาศ

ผู้ฝึกยุทธจำนวนหนึ่งได้รวบรวมพลังลมปราณของตัวเองก่อนที่จะใช้ม่านพลังเพื่อป้องกันรถม้าเอาไว้ ถ้าหากเหล่าผู้ฝึกยุทธไม่ได้ใช้พลังป้องกันเอาไว้ รถม้าจะต้องถูกลูกศรโจมตี รถม้าคันนี้จะต้องร่วงหล่นอย่างแน่นอน

ลูกศรที่ยิงออกไปมีขนาดใหญ่พอๆ กับแขนของมนุษย์ เสียงการยิงลูกศรของหน้าไม้ทั้งสิบได้ดังไปทั่วทั้งป่า

สีหน้าของผู้ฝึกยุทธทั้งหลายเปลี่ยนไป พวกเขาทั้งหมดได้แต่รักษาม่านพลังป้องกันเอาไว้

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายป้องกันลูกศรทั้งหมดด้วยม่านพลังเอาไว้ได้

ซู่ฮ่องกงขมวดคิ้ว "เจ้าพวกนั้นมั่นใจว่าจะป้องกันได้สินะ! "

โดยปกติแล้วการใช้หน้าไม้ยักษ์จะสามารถใช้ได้ผลกับรถม้าลอยฟ้าธรรมดาเท่านั้น ลูกศรที่ถูกยิงมาจากหน้าไม้จะไม่สามารถสังหารศัตรูโดยตรงได้ ถึงแม้ว่าลูกศรจะใช้กับรถม้าลอยฟ้าได้ผล แต่ถึงแบบนั้นถ้าหากมีผู้คุ้มกันรถม้าลอยฟ้าที่มีพลังวรยุทธแกร่งกล้าอยู่ด้วยการจะจมรถม้าลอยฟ้าก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากอยู่ดี

"โจมตีอีกครั้ง! " ซู่ฮ่องกงตะโกนสั่งการขึ้น 'เจ้าพวกนั้นจะต้องพลังลมปราณหมดแน่! '

หลังจากที่ผ่านการสั่งการลูกศรทั้งหมดก็ถูกระดมยิงเข้าใส่รถม้ามากขึ้น

ในตอนนั้นเองรถม้าลอยฟ้าที่ตกเป็นเป้าหมายในตอนนี้ก็ได้มาถึงหุบเขาพยัคฆ์แล้ว

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ลูกศรจากหน้าไม้ยังคงถูกยิงใส่รถม้าลอยฟ้า

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายต่างก็ใช้พลังลมปราณป้องกันการโจมตีอย่างเต็มที่

ในตอนนั้นภายในรถม้าลอยฟ้าได้ส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาพยัคฆ์

"ซู่ฮ่องกง ออกมาจากที่ซ่อนซะ ถึงแม้ว่าเจ้าจะหนีออกมาจากแท่นบูชาหยกเขียวก่อนหน้านี้ได้ แต่ในตอนนี้น่ะเจ้าหนีไปไหนไม่ได้แล้ว! "

ผู้ฝึกยุทธเป็นสิบคนได้ออกมาจากรถม้าก่อนที่จะบินไปกลางอากาศ

"ท่านหัวหน้า! หน้าไม้ของพวกเราไม่ทำงานแล้ว! พวกเราควรจะถอยก่อนไหม? "

"หุบปากซะ! " ซู่ฮ่องกงตะโกนขึ้นมา ในตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของเขากำลังอยู่ที่ด้านหลัง เพราะแบบนั้นซู่ฮ่องกงจึงไม่อาจที่จะหนีไปได้ การทำแบบนั้นเป็นการขายหน้าต่อหน้าผู้เป็นศิษย์พี่ของตัวเอง "ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์น้องของท่านช่างไร้ความสามารถจริงๆ "

ซู่ฮ่องกงที่พูดจบรีบสะบัดแขนก่อนที่จะพูดเสียงดังออกมาอย่างมั่นใจ "ค่ายกลแปดทิศ! "

"ครับ! " เหล่าสาวกหุบเขาพยัคฆ์ต่างก็ส่งเสียงตอบรับออกมา

"สวรรค์, โลก, วายุ, เมฆา, มังกร, พยัคฆ์, วิหค, นาคา! "

"พวกเราพร้อมแล้ว! "

"เปิดใช้งานซะ! "

เมื่อเปิดการใช้ค่ายกลทั้งหมดสำเร็จ หุบเขาพยัคฆ์ครึ่งหนึ่งก็มืดดับไป อีกครึ่งหนึ่งก็ส่องแสงสว่างออกมา ถ้าหากมองเห็นจากผู้ที่อยู่ด้านนอก ในตอนนี้ค่ายกลแปดทิศที่ถูกสร้างขึ้นมีพลังของทั้งสองพลังที่แตกต่างกันอยู่

ยู่เฉิงไห่พยักหน้าก่อนที่จะพูดชื่นชมขึ้น "แท้จริงแล้วศิษย์น้องแปดก็ไม่ใช่คนที่โง่เขลาเลยสินะ สภาพแวดล้อมของหุบเขาพยัคฆ์แห่งนี้เหมาะที่จะตั้งค่ายกลแปดทิศจริงๆ "

"ศิษย์พี่ใหญ่พูดเกินไปแล้ว! " ซู่ฮ่องกงในตอนนี้รู้สึกดีใจตัวลอย ตัวเขาไม่เคยถูกใครพูดชมเชยหรือได้รับการยกย่องมาก่อนเลย

ยู่เฉิงไห่ที่เห็นแบบนั้นก็ยังพูดพึมพำออกไป "ค่ายกลแปดทิศเดิมทีเป็นค่ายของลัทธิเต๋า มันสามารถทำให้พลังลมปราณที่อยู่รอบค่ายกลผกผันได้ ใจกลางของค่ายกลจะปล่อยคลื่นพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นรถม้าแบบไหน ถ้าหากอยู่ใกล้กับคลื่นพลังนั้นมันจะต้องร่วงลงมาอย่างแน่นอน"

"ข้าประทับใจความหยั่งรู้ของท่านจริงๆ ศิษย์พี่ใหญ่! " ซู่ฮ่องกงพูดขึ้น

ในตอนที่ค่ายกลแปดทิศเสร็จสมบูรณ์ ในตอนนั้นคลื่นพลังลมปราณก็ได้ไหลจากจุดกึ่งกลางก่อนที่จะลอยสู่ท้องฟ้าไป พลังลมปราณที่ลอยขึ้นไปได้แปรเปลี่ยนลมรอบหุบเขาให้กลายเป็นลมที่สุดแสนจะรุนแรงและเกรี้ยวกราดได้

สุดท้ายแล้วค่ายกลแปดทิศก็ได้เปลี่ยนพลังที่มีอยู่โดยรอบให้กลายเป็นพลังลมปราณไป พลังลมปราณที่เกิดขึ้นหนาแน่นราวกับคลื่นกระแสน้ำวน คลื่นพลังนั้นเองได้ปรากฏอยู่เหนือหุบเขาพยัคฆ์แห่งนี้

เมื่อผู้อาวุโสจากสำนักเที่ยงธรรมเห็นแบบนั้น เขาก็ได้แต่เผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ "แย่แล้ว! " นี่มันค่ายกลแปดทิศ! หนีเร็ว! ถอยเร็วเข้า!

ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ล้อมรอบรถม้าต่างก็ใช้พลังลมปราณของตัวเองในการควบคุมรถม้าให้เคลื่อนที่ต่อไป

ยู่เฉิงไห่ที่เห็นแบบนั้นก็ได้พยักหน้าขึ้น "เจ้าพวกนั้นเองก็ไม่ใช่พวกโง่ คงจะรู้แล้วสินะว่าเวลาไหนควรที่จะถอย"

"ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมศิษย์พี่ถึงดูเข้าข้างพวกนั้นซะล่ะ? "

ยู่เฉิงไห่ยิ้มก่อนที่จะตอบกลับไป "ถ้าหากเจ้าไม่ถ่วงเวลารถม้าคันนั้นให้อยู่เหนือค่ายกลของเจ้าได้ เห็นทีเจ้าคงจะต้องเสียพลังลมปราณกักเก็บมาโดยตลอดกว่าสิบปีแน่"

ซู่ฮ่องกงเข้าใจดีว่ายู่เฉิงไห่พูดถึงอะไร เขารีบพุ่งขึ้นไปที่กลางอากาศด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้าในทันที

"ศิษย์น้องแปด...ข้ารู้ดีว่าเจ้ามีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น อย่าทำอะไรเกินตัวไปซะล่ะ! " ยู่เฉิงไห่ได้พูดตักเตือนซู่ฮ่องกงมาจากทางด้านหลัง

ภายใต้ภาพที่ยู่เฉิงไห่กำลังจับจ้องอยู่ ซู่ฮ่องกงก็ได้คว้าอากาศเอาไว้ราวกับว่ากำลังจะคว้าพลังลมปราณที่มีอยู่ในอากาศ พลังที่ซู่ฮ่องกงคว้ามาได้คือพลังที่เหมือนกับคลื่นกระแสน้ำวน

ซู่ฮ่องกงสามารถควบคุมพลังทั้งหมดของค่ายกลแปดทิศได้สำเร็จ

"พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้า! "

พลังลมปราณที่เคยมีได้ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสีของสีสายฟ้าไป

พลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้าของซู่ฮ่องกงไม่เหมือนกับพลังคลื่นสายฟ้าที่ลู่โจวได้ใช้ก่อนหน้านี้ พลังของซู่ฮ่องกงจะเป็นการควบแน่นพลังลมปราณที่อยู่รอบๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนพลังนั้นให้กลายเป็นภาพลวงตาแห่งสายฟ้าขึ้น พลังที่ผ่านการควบแน่นจะรวดเร็วและรุนแรงราวกับสายฟ้านั่นเอง!

"น่าสนใจ! ศิษย์น้องแปดเจ้าใช้พลังจากค่ายกลแปดทิศร่วมกับพลังสายฟ้าหายนะทั้งเก้าของเจ้าเพื่อเพิ่มพลังโจมตีของมันอย่างสุดพลังสินะ! "

ซู่ฮ่องกงได้ควบคุมพลังสายฟ้าของเขาให้อยู่ในรูปของมังกร "รับไปซะ! "

รถม้าลอยฟ้าติดอยู่ในกระแสคลื่นพลัง เพราะแบบนั้นเองมันจึงไม่อาจที่จะหลบการโจมตีของซู่ฮ่องกงได้ทัน

"แยกตัวเร็ว! " ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา เขารู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากยกเลิกการป้องกันทั้งหมดและหลบพลังโจมตีอันรุนแรงนี้

ตู๊ม!

ซู่ฮ่องกงสามารถใช้พลังสายฟ้าโจมตีเข้าใส่รถม้าลอยฟ้าได้สำเร็จ

พลังที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศเป็นพลังที่แปรปรวนราวกับเกล็ดหิมะที่กำลังกระจัดกระจาย

หลายๆ คนเคยสงสัยว่าทำไมที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าถึงมีสาวกที่มีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงกัน? และนี่ก็คือคำตอบของคำถามนั้นนั่นเอง

สมาชิกหุบเขาพยัคฆ์ต่างก็โผล่หน้าออกมาเพื่อดูการโจมตีที่ยิ่งใหญ่นี้ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตกตะลึง พลังการโจมตีของซู่ฮ่องกงมันช่างดูงดงามและรุนแรงมาก

ถ้าหากไม่มีการป้องกันของเหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลาย การโจมตีในครั้งนี้ก็คงจะทำให้รถม้าลอยฟ้าได้รับความเสียหายที่มากกว่านี้

แกร๊ก!

รถม้าเสียหาย!

รถม้าลอยฟ้าที่กำลังลอยอยู่ที่กลางอากาศได้สูญเสียการควบคุมไป

ในขณะนั้นเองเหล่าสาวกของหุบเขาพยัคฆ์ได้ตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน "ท่านหัวหน้าสุดยอดจริงๆ! " พวกเขาไม่เคยเห็นซู่ฮ่องกงแสดงพลังอันแข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่ที่เป็นสมาชิกของหุบเขาแห่งนี้ การโจมตีในครั้งนี้ทำให้ขวัญและกำลังใจของเหล่าสาวกหุบเขาพยัคฆ์เพิ่มขึ้นเป็นมหาศาล!

ซู่ฮ่องกงในตอนนี้กำลังยืนอยู่ที่ใจกลางของค่ายกลแปดทิศ"มันยังไม่จบ ข้าบอกพวกเจ้าแล้วไงว่าข้าไม่ใช่คนไม่เอาไหน"

ในขณะเดียวกันผู้ฝึกยุทธจากสำนักเที่ยงธรรมก็ได้ทิ้งรถม้าคันนั้นอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ดีว่ารถม้าคันนี้ไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ได้อีกต่อไป

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 141 ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ไม่เอาไหน

คัดลอกลิงก์แล้ว