เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร

บทที่ 30 - เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร

บทที่ 30 - เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร


บทที่ 30 - เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร

"ท่านผู้อาวุโสกวน เสี่ยวฟาง ยินดีต้อนรับครับ"

ผู้รับผิดชอบทีมขุดบ่อยังคงเป็นช่างเทคนิคเหลียว เขากับฟางเวยค่อนข้างคุ้นเคยกันดี แต่เพิ่งจะเคยร่วมงานกับกวนฉงหยางเป็นครั้งแรก

กวนฉงหยางไม่ได้เป็นพวกหน้าบูดบึ้งใส่ทุกคน แกส่งยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับไปว่า

"พวกเราก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมายหรอก มีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกมาได้เลย จะพยายามทำให้ดีที่สุดแล้วกัน"

มีผู้อาวุโสกวนเป็นด่านหน้าคอยรับหน้าให้ ฟางเวยก็ไม่จำเป็นต้องเสนอหน้าพูดอะไรอีก

ช่างเทคนิคเหลียวไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ รีบพาทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังหน่วยผลิตที่หนึ่งแห่งกองพลตระกูลเถียนเพื่อเริ่มการสำรวจพื้นที่จริงทันที

"สถานการณ์ภัยแล้งของกองพลตระกูลเถียนรุนแรงมาก ผมเคยหาเจอแหล่งน้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง แต่จากการคำนวณแล้วระดับน้ำอยู่ลึกจากผิวดินลงไปมาก ลึกตั้งร้อยห้าสิบเมตรแหนะ เทคโนโลยีและอุปกรณ์ของพวกเราตอนนี้ยังไม่สามารถขุดเจาะได้ลึกขนาดนั้นหรอกครับ"

ช่างเทคนิคเหลียวอธิบายสถานการณ์ให้ฟางเวยกับกวนฉงหยางฟังไปพลาง พาพวกเขาทั้งสองคนเดินไปยังจุดที่เคยสำรวจตาน้ำไว้ก่อนหน้านี้ไปพลาง

ผู้อาวุโสกวนเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปากก็ขมุบขมิบท่องอะไรบางอย่าง พร้อมกับก้าวเดินสลับเท้าไปมาเหมือนกำลังวัดระยะทาง

ฟางเวยคิดในใจว่าถ้าในมือแกมีเข็มทิศหลัวผานอีกสักอัน ภาพลักษณ์ซินแสดูฮวงจุ้ยคงจะดูขลังและสมจริงยิ่งกว่านี้แน่ๆ

เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายมีวิชาความรู้ติดตัวจริงๆ แต่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงนั้นก็พูดยากอยู่เหมือนกัน

สรุปก็คือ เขาจะคอยเดินตามหลังชายชราต้อยๆ ทำตัวกลมกลืนเป็นอากาศธาตุไปแบบนี้แหละ

วุ่นวายอยู่พักใหญ่ กวนฉงหยางถึงเดินกลับมา

"จากการประเมินของฉัน ระดับน้ำใต้ดินแถวนี้อยู่ลึกมาก ลองเปลี่ยนไปดูตรงนู้นกันเถอะ"

พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยภูเขาและเนินเขา ที่ดินสำหรับทำการเกษตรก็มีน้อยอยู่แล้ว ระบบชลประทานก็ยังล้าหลังไปอีก

หลังจากนั้นเขาก็แวะไปดูบ่อน้ำหลายบ่อในหมู่บ้าน ได้ยินมาว่าบ่อพวกนี้มีอายุเป็นร้อยๆ ปีแล้ว สรุปก็คือในช่วงยี่สิบปีมานี้ หมู่บ้านนี้ยังไม่เคยขุดบ่อน้ำใหม่เลยแม้แต่บ่อเดียว

เวลาตลอดยี่สิบปีก็เหมือนแค่ลัดนิ้วมือ แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็ย่อมต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง

มื้อเที่ยงไปกินกันที่บ้านหัวหน้าหน่วยผลิต ทีมขุดบ่อครั้งนี้มากันสี่คน รวมฟางเวยกับกวนฉงหยางก็เป็นหกคน

เมื่องานนี้เสร็จสิ้นลง ทางคอมมูนจะจ่ายเงินและคูปองอาหารให้กับสมาชิกที่รับหน้าที่จัดเตรียมอาหาร ไม่ได้ปล่อยให้กินฟรีแต่อย่างใด

กินข้าวเสร็จนั่งพักสักแป๊บ กวนฉงหยางก็ออกไปเดินสำรวจพื้นที่ตามท้องทุ่งต่อ

"ท่านผู้อาวุโส พอจะเห็นวี่แววอะไรบ้างไหมครับ"

เห็นว่าตะวันใกล้จะตกดินเต็มที ช่างเทคนิคเหลียวก็เลยอดใจไม่ไหวต้องเอ่ยปากถาม

เขารู้ตัวดีว่าฝีมือด้านนี้ของตัวเองค่อนข้างธรรมดา ก็เลยตั้งความหวังไว้กับผู้ช่วยจากต่างถิ่นทั้งสองคนว่าจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้

"สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีเลย ขอเวลาฉันสักสามวันนะ ถ้าผ่านไปสามวันแล้วยังหาไม่เจอ ต่อให้เทวดาหน้าไหนมาก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"

กวนฉงหยางเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ถ้าไม่ตกลงก็คือไม่มา แต่เมื่อมาแล้วก็ต้องทุ่มเททำให้เต็มที่

ฟางเวยไม่เข้าใจทฤษฎีพวกนั้นของอีกฝ่ายหรอก แต่เรื่องความยากลำบากในการขุดบ่อในพื้นที่แถบนี้ เขาเตรียมใจไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว

โครงสร้างทางธรณีวิทยาในท้องถิ่นมีความซับซ้อน ระดับน้ำใต้ดินก็อยู่ลึกมาก ในขณะที่เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้กลับล้าหลังจนพึ่งพาแทบไม่ได้

ช่วงบ่ายก็ยังคงคว้าน้ำเหลว พอกินมื้อเย็นเสร็จ กวนฉงหยางกับฟางเวยก็ออกมานั่งรับลมเย็นๆ อยู่ที่ลานบ้านของเจ้าของบ้าน

อากาศที่ร้อนอบอ้าวเริ่มทุเลาลงบ้าง อย่างน้อยลมที่พัดมาตอนกลางคืนก็ยังพอมีความเย็นแฝงอยู่บ้าง

"คุณปู่กวน ร่างกายของคุณปู่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มเลยนะครับ เดินตะลอนๆ มาทั้งวันก็ยังดูไม่เหนื่อยเลย"

กวนฉงหยางในวัยเจ็ดสิบปี หนวดเคราและผมบนหัวหงอกขาวหมดแล้ว สีหน้าก็ดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ แต่จิตใจกลับยังคงเบิกบานแจ่มใส

ทุกคนเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน ช่างเทคนิคเหลียวกินข้าวเสร็จไม่ทันไรก็ขอตัวไปพักผ่อนแล้ว แต่ฟางเวยกับกวนฉงหยางกลับดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ฟางเวยอายุยังน้อย แถมสมรรถภาพร่างกายก็เหนือกว่าคนวัยเดียวกันไปไกลโข ส่วนผู้อาวุโสกวนเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

"ฮ่าๆ ร่างกายของฉันมันอึดทนทานอยู่แล้ว ช่วงนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากนายจนได้กินข้าวอิ่มท้องไปตั้งหลายมื้อ เหนื่อยแค่นี้ไม่ระคายผิวหรอก"

กวนฉงหยางหัวเราะร่วน ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร

ทั้งชีวิตของเขาผ่านความยากลำบากมาก็เยอะ สุขสบายมาก็มาก เขายืนหยัดออกกำลังกายดูแลรักษาสุขภาพมาหลายสิบปีโดยไม่เคยละทิ้ง ผลลัพธ์ที่ได้ก็เลยออกมายอดเยี่ยมอย่างที่เห็น

ในสมัยก่อนเขาเคยเป็นซินแสดูฮวงจุ้ยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงหรอก แค่รับจ้างหาตาน้ำและขุดบ่อให้ชาวบ้านก็ทำเงินให้เขาจนกระเป๋าตุงแล้ว

ต่อมาอาชีพที่เคยใช้หากินไม่สามารถทำต่อไปได้ เขาก็เลยตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่หมู่บ้านแทน

ก่อนหน้านี้เขากับฟางเวยไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกันเลย ที่เขายอมมอบแผนที่ตาน้ำให้อีกฝ่ายไปก็เพราะทนความหิวโหยไม่ไหวนั่นแหละ

หลังจากนั้นพอได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น เขาก็เริ่มจะถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนี้เข้าให้แล้ว อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็นคนมีวิชาความรู้ หัวไว แถมอายุแค่นี้ก็ยังรู้จักการเข้าสังคมและรู้กาลเทศะอีกด้วย

ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันเพราะแผนที่ตาน้ำ และตอนนี้ก็ต้องออกเดินทางมาหาตาน้ำและขุดบ่อด้วยกันเพราะเรื่องแผนที่ตาน้ำนี่อีก

พอนั่งรับลมอยู่ด้วยกันก็คุยกันได้แทบทุกเรื่อง

ฟางเวยอยากรู้เคล็ดลับในการหาตาน้ำของกวนฉงหยางมาก กวนฉงหยางเองก็ไม่ได้มีท่าทีหวงวิชา ยอมเปิดเผยเคล็ดลับให้ฟังอย่างละเอียด

ซินแสดูฮวงจุ้ยไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยและสุสานอย่างที่ฟางเวยเข้าใจหรอกนะ พวกเขายังมีความสามารถในการหาแหล่งน้ำและแหล่งแร่ธาตุอีกด้วย

เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยนิยมเรื่องพวกนี้กันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะปีนี้เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ ทางคอมมูนและหน่วยผลิตก็คงไม่เชิญกวนฉงหยางออกโรงมาช่วยหรอก

พูดตามตรง การที่ถังเจ๋อตัดสินใจทำแบบนี้ก็ถือว่าเสี่ยงไม่น้อย แต่ก็เพราะมันเป็นทางเลือกที่ไม่มีทางเลือกแล้วนั่นแหละ

"คุณปู่กวน ฟังคุณปู่เล่ามาตั้งเยอะ ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้พวกเรายังต้องตื่นเช้าอีก เข้าไปพักผ่อนกันเถอะครับ"

ทั้งสองคนยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอ เผลอแป๊บเดียวท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

ฟางเวยกับกวนฉงหยางถึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน บ้านที่พวกเขามาขออาศัยอยู่มีห้องพักหลายห้อง สภาพความเป็นอยู่ก็ถือว่าพอใช้ได้เลยทีเดียว

วันรุ่งขึ้น

กวนฉงหยางให้คนไปหาลวดเหล็กมาสองเส้น แล้วลงมือดัดให้เป็นแท่งเข็มสำรวจแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

แท่งเข็มสำรวจถูกดัดเป็นมุมฉากเก้าสิบองศา ปลายด้านหนึ่งยาวปลายอีกด้านหนึ่งสั้น ปลายด้านสั้นถูกสอดเข้าไปในด้ามจับที่ทำจากไม้ สามารถหมุนไปมาได้อย่างอิสระและลื่นไหล

แกใช้สองมือถือแท่งเข็มสำรวจไว้ ยื่นแขนไปข้างหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกับหน้าอก

ปลายเข็มสำรวจชี้ไปด้านหน้าและหมุนขยับไปมาเบาๆ ตลอดเวลา แท่งเข็มทั้งสองอันเดี๋ยวก็ขยับเข้าหากันเดี๋ยวก็แยกออกจากกัน

กวนฉงหยางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน โดยมีฟางเวย ช่างเทคนิคเหลียว และสมาชิกทีมขุดบ่ออีกคนเดินตามหลังมาติดๆ

"หลอกผีหลอกเจ้าชัดๆ ช่างเทคนิคเหลียว คุณว่าพวกเบื้องบนเขาคิดอะไรอยู่ ถึงได้ส่งตาเฒ่าใกล้ลงโลงแบบนี้มาช่วยงานพวกเรา"

สมาชิกทีมขุดบ่ออีกคนเป็นผู้หญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบปี หน้าตาธรรมดาๆ แต่ฝีปากกลับร้ายกาจไม่เบา

หล่อนชื่อหลี่เสีย บ้านอยู่ในตัวอำเภอ ฐานะทางบ้านก็ถือว่าดีใช้ได้

ทางหน่วยงานส่งหล่อนมาเรียนรู้งานกับช่างเทคนิคเหลียว ปกติหล่อนก็เป็นคนขยันหมั่นเพียรและช่างซักช่างถาม แต่กลับรู้สึกเกลียดชังเรื่องงมงายพวกนี้เข้ากระดูกดำ

"พูดเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวท่านผู้อาวุโสกวนก็ได้ยินเข้าหรอก"

ช่างเทคนิคเหลียวถลึงตาใส่หล่อน หลี่เสียถึงได้ยอมหุบปากเงียบ

ฟางเวยเดินเร็วกว่านิดหน่อย ประกอบกับระยะห่างที่อยู่ใกล้กัน เขาก็เลยได้ยินคำพูดของหลี่เสียเข้าเต็มสองหู ทำเอาเขารู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที

ช่างเทคนิคเหลียวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปประกบข้างฟางเวย

"เสี่ยวฟาง นายอย่าไปถือสาเลยนะ เสี่ยวหลี่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน หล่อนยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือจากในตำราเรียนเท่าไหร่น่ะ"

บรรยากาศทางสังคมในยุคนี้ก็ถือว่ายังพอประนีประนอมกันได้อยู่ ช่างเทคนิคเหลียวถึงจะไม่เข้าใจศาสตร์ของกวนฉงหยาง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือต่อต้านไปเสียหมด

ยังไงซะเขาก็เคยร่วมงานกับฟางเวยมาก่อน ตอนนั้นพวกเขาสองคนก็อาศัยแค่แผนที่ตาน้ำใบเดียวขุดเจอน้ำพุบาดาลมาแล้วนี่นา

เขาจึงรีบเอ่ยปากอธิบายให้ฟางเวยฟัง โดยไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนเลยสักนิด

"ไม่เป็นไรครับ ขอแค่อย่าไปพูดต่อหน้าท่านผู้อาวุโสก็พอ"

ฟางเวยไม่ได้คิดจะเอาเรื่องเอาราวอะไร เขาโบกมือปัดเบาๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

ช่างเทคนิคเหลียวพยายามชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป "เสี่ยวฟาง นายรู้ไหมว่าท่านผู้อาวุโสกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมฉันดูไม่ออกเลย"

"คุณปู่กวนกำลังใช้เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกรอยู่ครับ เห็นแท่งเข็มสำรวจสองอันนั้นไหม ถ้าเดินผ่านจุดที่มีตาน้ำอยู่ใต้ดิน เข็มพวกนั้นมันจะขยับเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ"

เมื่อคืนฟางเวยคุยกับกวนฉงหยางเรื่องเคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร ความจริงแล้ววิธีนี้ยังคงมีคนใช้งานมาจนถึงยุคหลังเลยนะ

ชาติก่อนเขาเคยดูคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาบ้าง ได้ยินมาว่ามีคนใช้ไม้วัดหามังกรสองอันแล้วสามารถหาแหล่งน้ำใต้ดินเจอจริงๆ ด้วย

แท่งเข็มสำรวจสองอันที่กวนฉงหยางกำลังใช้อยู่นี้ ถือว่าเป็นไม้วัดหามังกรฉบับทำเองแบบง่ายๆ ก็ว่าได้

เขาไม่ได้อธิบายอะไรให้ช่างเทคนิคเหลียวฟังมากนัก ยึดคติที่ว่าพูดน้อยผิดน้อย อธิบายแค่พอให้เห็นภาพก็พอแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - เคล็ดวิชาเข็มคู่ค้นหามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว