เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 126 ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว

ตอนที่ 126 ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว

ตอนที่ 126 ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว


ตอนที่ 126 ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เมื่อลู่โจวกลับมายังศาลาปีศาจลอยฟ้า เขาก็เข้าไปยังห้องลับก่อนที่จะศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ในทันที หลังจากที่ใช้เวลาครึ่งวันที่เหลือไปกับการทำความเข้าใจ จิตใจของตัวเขาก็กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

หลังจากที่ลู่โจวเสร็จสิ้นการทำความเข้าใจไป ตัวเขาก็หันมาสนใจกล่องลึกลับอีกครั้ง ครั้งนี้ตัวเขาได้ยกมือขวาขึ้น ในตอนนั้นเองอาวุธนิรนามก็ได้ปรากฏขึ้นบนมือของเขา

ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง!

ลู่โจวกวัดแกว่งดาบอาวุธนิรนามใส่กล่องลึกลับหลายครั้ง แต่ถึงแบบนั้นบนกล่องกลับมีแค่รอยขีดข่วนเท่านั้น รอยขีดข่วนทั้งหมดอยู่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่มันจะจางหายไป กล่องลึกลับสามารถฟื้นฟูให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้ กล่องใบนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่ลู่โจวได้คาดการณ์เอาไว้

"หรือบางทีฉันจะต้องใช้กุญแจอะไรบางอย่างกัน? " ลู่โจวพึมพำออกมาหลังจากที่เห็นอีกด้านหนึ่งของกล่อง อีกด้านหนึ่งมีช่องที่ดูค่อนข้างจะดูประหลาดอยู่ ลู่โจวได้ดัดแปลงอาวุธนิรนามของเขาให้เข้ากับช่องที่ดูประหลาดนั้นก่อนที่จะสอดใส่มันเข้าไป

ในตอนนั้นเองรูปแบบช่องก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน

แคล๊ก!

อาวุธนิรนามถูกดีดกลับไป

ลู่โจวได้ยกมือพร้อมกับเรียกให้อาวุธนิรนามกลับไป ดาบนิรนามของเขาหายไปในอากาศในทันที หลังจากนั้นลู่โจวก็ลองซัดคลื่นพลังใส่ไปที่กล่องอีกครั้ง

ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง!

'ไอกล่องโง่นี่! '

ในขณะเดียวกันนั้นเองที่นอกห้องลับ

หมิงซี่หยินและคนอื่นๆ เองอยู่ไม่ไกลจากห้องลับเท่าไหร่ พวกเขาได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างชัดเจน

"ท่านอาจารย์กำลังโกรธอีกแล้วสินะ" หยวนเอ๋อพึมพำออกมา

"ก็นะ มีอะไรต้องหลายอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นนิ เป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านอาจารย์จะต้องโกรธแบบนี้"

"ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ยี่เทียนซินจะหายไหม? " หยวนเอ๋อได้ถามออกมาเบาๆ

"ข้าเองก็ไม่รู้หรอก ท่านอาจารย์บอกเพียงอยู่ที่โชคชะตาของนาง"

ในตอนนั้นเองพวกเขาทั้งสามก็ได้หันหน้ากลับมา

เอี๊ยด!

เสียงประตูห้องหลับได้ถูกเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ

เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ในตอนนั้นศิษย์ทั้งสามคนก็ได้กลั้นหายใจเอาไว้ พวกเขาทั้งสามไม่กล้าที่จะพูดคุยต่อไป พวกเขาทั้งสามเห็นอาจารย์ของตัวเองเดินออกมาพร้อมกับกล่องลึกลับ

ลู่โจวค่อยๆ เดินมาหาพวกเขาทั้งสาม

"ท่านอาจารย์" ศิษย์ทั้งสามได้เรียกลู่โจวอย่างพร้อมเพรียงกัน

"หมิงซี่หยิน"

"ครับท่านอาจารย์"

"เจ้าน่ะมักจะมีความคิดแปลกๆ อยู่เสมอ ข้ามีกล่องใบหนึ่ง มันเป็นกล่องที่ลึกลับมาก ข้าจะฝากให้ไว้กับเจ้า หาทางเปิดมันออกซะ" ลู่โจวพูดออกมาอย่างช้าๆ

"ได้ครับท่านอาจารย์" หมิงซี่หยินยิ้มทันทีที่เห็นกล่อง 'ข้าน่ะชอบงานง่ายๆ แบบนี้ซะจริง'

ลู่โจวเดินขึ้นบันไดก่อนที่จะนั่งลงบนบัลลังก์ของเขาช้าๆ ในตอนที่นั่งลง ศิษย์ทั้งสามของเขาก็ยืดตัวขึ้นมาทันที พวกเขาทั้งสามไม่กล้าที่จะทำอะไรต่อหน้าลู่โจว ลู่โจวเองไม่ได้สนใจอะไรเลย ตัวเขากำลังใช้ความคิดอยู่นั่นเอง

'ตอนนี้ฉันมีแต้มบุญ 8,762 แต้ม ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนเยอะแต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่พอที่จะทำให้ซื้อพลังร่างอวตารปัญจแห่งการเกิดใหม่ ในตอนแรกฉันกะจะซื้อการ์ดพิเศษเตรียมไว้แท้ๆ แต่ถึงแบบนั้นตอนนี้ถ้าหากซื้อการ์ดโดยไร้ความจำเป็น ราคาของมันที่ถูกขายก็จะเพิ่มสูงมากขึ้น ในตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องพัฒนาพลังวรยุทธของตัวเอง แม้ว่าเหล่าสาวกทั้งหลายจะมีฝีมือดี แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังไม่พอที่จะสังหารเหวยซู่หยานในภารกิจต่อไปได้'

เมื่อลู่โจวคิดถึงลูกศิษย์ทั้งหลาย สุดท้ายเขาก็ได้พูดออกมาอีกครั้ง "การฝึกยุทธของพวกเจ้าเป็นยังไงกันบ้างแล้ว? "

ต้วนมู่เฉิงเป็นคนแรกที่โค้งคำนับก่อนที่จะตอบกลับมา "ศิษย์สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชายุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์จนก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นแล้ว ศิษย์คิดว่าภายในเดือนหน้าศิษย์จะต้องผลิดอกบัวกลีบใหม่ได้แน่"

หมิงซี่หยินเองก็ตอบกลับต่อมา "พลังวรยุทธของศิษย์ในตอนนี้สามารถใช้พลังร่างอวตารดอกบัวหนึ่งกลีบ"

"เจ้าไม่ได้ปกปิดพลังของตัวเองอย่างงั้นสินะ? " ลู่โจวได้จ้องไปที่หมิงซี่หยิน ท้ายที่สุดแล้วลูกศิษย์คนนี้ตั้งใจที่จะปกปิดพลังของตัวเองก่อนที่จะต่อสู้กับฉางฉิวชู

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว "ท่านอาจารย์ ศิษย์พูดความจริง ศิษย์ไม่แม้แต่จะปกปิดความจริงต่อหน้าท่าน"

ลู่โจวพยักหน้า เขาจ้องมองไปที่หยวนเอ๋อตัวน้อยที่อยู่ใกล้ๆ "หยวนเอ๋อ แล้วเจ้าล่ะ? "

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้หน้าแดง เธอได้พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก "วรยุทธของศิษย์อยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด..." เมื่อหยวนเอ๋อพูดจบเธอก็ได้คุกเข่าลง "ศิษย์จะพยายามฝึกฝนตัวเองให้ไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์โดยเร็วที่สุด! "

ในบรรดาศิษย์ทั้งเก้าของลู่โจว นอกเหนือจากศิษย์คนที่แปด, ศิษย์คนที่ห้า และหยวนเอ๋อ มีเพียงศิษย์ทั้งสามคนเท่านั้นที่พลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หยวนเอ๋อรู้สึกอับอายมากเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรมากนัก อย่างไรก็ตามตัวเขาก็รู้สึกว่าพลังของลูกศิษย์ทั้งหมดก็ยังอ่อนแออยู่ดี ถ้าหากพวกเขาต้องการที่จะยืนหยัดในโลกยุทธภพได้ อย่างน้อยๆ พวกเขาจะต้องมีพลังร่างอวตารดอกบัว 5 กลีบ หรือไม่ก็ 6 กลีบขึ้นไป แต่ถึงแบบนั้นศิษย์คนที่สาม ศิษย์ที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุดแล้วกลับเพิ่งจะมีร่างพลังอวตาร 2 กลีบในอีกไม่ช้านี้ อันที่จริงแล้วศิษย์ของลู่โจวค่อนข้างที่จะดูอ่อนแอด้วยกันทั้งนั้น ฝานเชียวที่เคยเจอมีพลังร่างอวตารดอกบัว 5 กลีบด้วยกัน ฝานซุยเหวินเองก็มีพลังร่างอวตารดอกบัว 8 กลีบ และฮั๊ววู่เด๋าเองก็มีพลังร่างอวตารดอกบัวถึง 6 กลีบ เมื่อเทียบกับคนพวกนี้ สาวกของเขาในตอนนี้ยังดูห่างไกลอีกมาก หลังจากที่คิดทั้งหมดลู่โจวก็ได้พูดออกมาอีกครั้ง "หลังจากนี้พวกเจ้าจะต้องฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อเพิ่มพลังวรยุทธของตัวเอง"

"ครับ/ค่ะท่านอาจารย์! " ศิษย์ทั้งสามตอบรับออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาทั้งสามต่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เดิมทีอาจารย์ของพวกเขาไม่เคยคิดจะสนใจเรื่องพวกนี้เลยในอดีต

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธหญิงคนหนึ่งก็ได้เดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ "จ้าวยู่ขอเข้าพบค่ะ! "

สาวกทั้งสามของลู่โจวต่างก็จ้องมองตามผู้ฝึกยุทธหญิงตามสัญชาตญาณ

ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น "ให้นางเข้ามา"

จ้าวยู่ได้เดินเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่พร้อมกับผู้ฝึกยุทธหญิงอีก 2 คนด้วยกัน

"ศิษย์ชั่วคนนี้ขอคารวะท่านอาจารย์ที่เคารพ" จ้าวยู่คุกเข่าลงบนพื้นอย่างเคารพ

"เงยหน้าขึ้น" ลู่โจวพูดออกมาอย่างไม่แยแส

จ้าวยู่เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ เมื่อเธอได้สบตากับลู่โจว เธอก็สะดุ้งตกใจในทันที

สัญลักษณ์ดอกบัวบนหน้าผากของจ้าวยู่ได้จางหายไปแล้ว

"ศิษย์คนนี้ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่านอาจารย์มาก...ในตอนนี้เวทมนตร์คาถาทั้งหมดในตัวศิษย์ได้ถูกคลายหมดแล้ว" จ้าวยู่พูดออกมาด้วยความกังวลเล็กน้อย

"แล้วพลังวรยุทธของเจ้าล่ะ? "

"พลังของศิษย์ได้ฟื้นกลับมา 2 ส่วนแล้ว ศิษย์น่าจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าที่จะฟื้นฟูตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ" จ้าวยู่ตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเธอพูดจบเธอก็ได้ก้มคำนับลู่โจวอีกครั้ง "ศิษย์รู้ว่าศิษย์ผิดพลาดไปแล้ว ศิษย์ขอโอกาสแก้ตัวให้กับตัวศิษย์ด้วยเถอะท่านอาจารย์! "

เมื่อได้ยินแบบนั้นหมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงเองก็คุกเข่าลงเช่นกัน

แม้ว่าหยวนเอ๋อจะเป็นคนสุดท้ายที่คุกเข่าลง แต่ถึงแบบนั้นเธอก็พยายามทำตามศิษย์พี่ทั้งหลาย แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังดูสับสนกับเรื่องนี้อยู่ดี

ลู่โจวเหลือบมองไปที่ศิษย์ทั้งสามคนก่อนที่จะพูดออกมา "จ้าวยู่"

"ค่ะ ท่านอาจารย์"

"ข้าจะให้โอกาสเจ้าแก้ตัว" ลู่โจวพูดออกมา

"ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์! ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง! " จ้าวยู่พูดออกมาอย่างมีความสุข

ในตอนนั้นลู่โจวก็ได้สังเกตเห็นค่าความจงรักภักดีของจ้าวยู่เพิ่มมากขึ้นถึง 15% ด้วยกัน ปัจจุบันศาลาปีศาจลอยฟ้าอ่อนแอมาก ลู่โจวจะต้องหาวิธีเพิ่มเหล่าสาวกของเขารวมไปถึงเพิ่มความภักดีและเพิ่มพลังวรยุทธให้กับเหล่าศิษย์สาวกทั้งหลาย ในเวลาเดียวกันตัวเขาเองก้ต้องหาแต้มบุญให้ได้มากกว่านี้ ความจริงเบื้องหลังของหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ได้ถูกเปิดออกมาแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ไม่ได้รีบร้อนอะไรที่จะไปจัดการกับเหวยซู่หยาน และเมื่อคิดแบบนั้นได้ลู่โจวก็พูดออกมาอีกครั้ง "ในอีก 2-3 พวกเจ้าทุกคนจงเขียววิธีฝึกยุทธของตัวเองส่งมาให้ข้า"

"ฮะ? เขียววิธีการฝึกยุทธอย่างงั้นหรอ? "

เหล่าสาวกต่างก็ตกตะลึง

"ทำมันซะ ไม่ต้องถามให้มากความ" ลู่โจวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว

"ได้ครับ/ค่ะ"

ที่ลู่โจวได้สั่งลูกศิษย์ทั้งหมดแบบนี้เป็นเพราะว่าตัวเขาไม่แน่ใจว่าศิษย์ทุกคนฝึกฝนตัวเองได้อย่างถูกต้องไหม ความทรงจำของลู่โจวที่หายไปส่วนมากมักจะเป็นความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับลูกศิษย์ทั้งหลาย ถ้าหากวิธีการฝึกฝนตัวเองของพวกเขาผิดไป มันจะกลายเป็นอุปสรรคอย่างมากในการพัฒนาตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ได้โบกแขนเพื่อที่จะให้ทุกคนแยกย้ายกันไป

ศิษย์ทั้งสี่ต่างก็สบตากัน

"ศิษย์น้องสี่ เจ้าน่ะมีมันสมองที่ดีที่สุดแล้ว...ท่านอาจารย์กำลังคิดจะเล่นอะไรกันแน่? " ต้วนมู่เฉิงได้ถามออกมาอย่างสงสัย

"ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกัน..." หมิงซี่หยินได้ถือกล่องใบหนึ่งก่อนที่จะเริ่มศึกษามัน เมื่อเทียบกับการเขียนวิธีการฝึกฝนตัวเอง การศึกษากล่องใบนี้ดูเป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับตัวเขามากกว่า

จ้าวยู่ในตอนนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างจริงจัง "ไม่ว่าจะเป็นยังไงแต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านอาจารย์น่ะเปลี่ยนไปแล้ว"

"ศิษย์น้องห้า เจ้าน่ะโชคดีกว่าศิษย์น้องยี่เทียนซินมาก ในตอนนี้ชะตาของนางครึ่งนึงได้อยู่ในปรภพไปแล้ว พวกเราไม่แน่ใจเลยว่านางจะสามารถรอดชีวิตมาได้ไหม" หมิงซี่หยินพูดขึ้น

จ้าวยู่ตกใจกับคำพูดของหมิงซี่หยิน "เกิดอะไรขึ้นกับศิษย์น้องยี่กัน? "

หมิงซี่หยินถอนหายใจก่อนที่จะตอบกลับไป "ในตอนนี้นางอยู่ในห้วงนิทรา...คงจะดีกว่านี้ถ้าหากพวกเราไม่ตั้งคำถามอะไร ข้าไม่อยากที่จะคาดเดาความต้องการของท่านอาจารย์อีกแล้วล่ะ"

"เจ้ากำลังจะบอกว่าท่านอาจารย์ของพวกเราเป็นคนธรรมดาจนเกินไป เพราะแบบนั้นเจ้าก็เลยไม่อยากที่จะคาดเดาอย่างงั้นหรอ? " ต้วนมู่เฉิงถามขึ้นมาอย่างสงสัย

หมิงซี่หยินเบิกตากว้างก่อนที่จะรีบตอบกลับไป "ชู่วว! ศิษย์พี่สามข้าไม่ได้คิดแบบนั้น ท่านอาจารย์น่ะเป็นคนที่ชาญฉลาดมาก! "

"..." หยวนเอ๋อเบิกตากว้างหลังจากที่เงียบไปนาน หลังจากนั้นเธอก็ได้พูดเสียงดังออกมา "อ๋อ ข้ารู้แล้วพวกท่านกำลังบอกว่าท่านอาจารย์โง่อย่างงั้นสินะ! "

"..." หมิงซี่หยินที่ถือกล่องอยู่รีบหายตัวไปในอากาศ เพื่อนที่โง่เขลามักจะหาเรื่องใส่ตัวได้น่ากลัวที่สุด ในตอนนั้นเองเขารีบหาที่เงียบๆ ในภูเขาอยู่ในทันที

ทันทีที่หมิงซี่หยินมาถึง เขาก็ได้วางกล่องใบนั้นลงบนก้อนหิน หมิงซี่หยินได้ลูบคางในขณะที่กำลังศึกษากล่องอย่างตั้งใจ กล่องใบนี้ไม่เหมือนกับอะไรที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันไม่มีทั้งรอยหยักหรือไม่มีแม้แต่กระทั่งฝาเปิด มันเป็นเหมือนลูกบาศก์ดีๆ นี่เอง

"ไม่ว่าจะเป็นกล่องแบบไหนก็แล้วแต่ อาวุธระดับสรวงสวรรค์จะต้องสามารถทำลายได้แน่! " หมิงซี่หยินรีบยกมือขึ้น ในตอนนั้นเคียวพื้นพิภพของเขาก็ปรากฏขึ้นในมือทันที หมิงซี่หยินรีบเหวี่ยงมัน

ตู๊ม!

มีประกายไฟเกิดขึ้นไปทั่ว

ในตอนนั้นทั้งอาวุธและกล่องต่างก็ไม่ได้รีบความเสียหายด้วยกันทั้งคู่

"เหลือเชื่อ! " ดวงตาของหมิงซี่หยินเบิกกว้าง "ข้าเองสินะที่โง่เขลา ท่านอาจารย์คงไม่ให้อะไรง่ายๆ แบบนี้ให้ข้าจัดการแน่"

หมิงซี่หยินเห็นร่องอะไรบางอย่าง เมื่อดวงอาทิตย์ทอแสงลงมาเขาก็เห็นรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เข้า "ฮะ? ทำไมช่องนี่ถึงดูคล้ายกับอาวุธของข้ามาก? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 126 ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว